ปกติแล้วถ้านั่งรถม้าจะใช้เวลา4 ชั่วโมงแต่เมื่อเรนิสบินมาด้วยความเร็วเท่ารถยนต์ในโลกก่อนเขาเลยถึงภายใน 1 ชั่วโมงได้ จริง ๆสามารถเร็วได้มากกว่านี้ถ้าไม่ติดว่าต้องขนคนมา4 คนน่ะนะและแน่นอนว่าเขาแอบแค้นเบริเวอร์ที่ทำให้ต้องตื่นเช้า ทั้งๆที่ไม่ต้องรีบก็ได้
เรนิสมองรอบๆเมืองหนึ่งที่ดูซอมซ่อ ชาวบ้านใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ เขาขมวดคิ้ว เ้าเมืองเมืองนี้จะไร้ความสามารถเกินไปแล้วได้ข่าวว่าเงินที่ได้จากราชวังมาเยอะไม่ใช่รึไง ทำไมมันไม่เหลือมาพัฒนาเลยล่ะ
คิวรันและเบริเวอร์นำเรนิสไปที่บ้านเ้าเมืองถ้าถามว่าทำไมไม่มีคนต้อนรับ คงมีเหตุผลเดียว เขามาก่อนเวลา!!
พูดแล้วเรนิสก็หันไปมองเบริเวอร์อย่างเคืองๆ เ้าคนต้นเหตุได้แต่หลบสายตาไม่มองหน้าเขา
บ้านของเ้าเมืองดูดีที่สุดในเมืองนี้แล้วมันดูใหม่ไม่มีร่องรอยทรุดโทรมแถมยังใหญ่ที่สุดในตัวเมืองอีกด้วย คงโกงกินกันจนอิ่มเลยล่ะสิ
“ยินดีต้อนรับครับองค์ราชินีขอโทษที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับ ท่านมาที่นี่มีธุระอะไรเหรอครับ”นิคเ้าเมืองร่างอ้วนเดินออกมาพร้อมยิ้มประจบประแจง
“ข้าจะมาดูความเป็อยู่ของชาวบ้านแล้วก็ปรับระบบอะไรนิดหน่อยชาวเมืองที่นี่ทำอาชีพอะไรเป็หลักเหรอ”
เมื่อเรนิสถามเ้าเมืองก็ทำหน้าเลิ่กลั่กอย่าบอกนะว่าเขาไม่รู้?
“เออ...น่าจะเป็ขายของทั่วไปน่ะครับ”
เรนิสเริ่มคิ้วกระตุก“แล้วเ้ารู้ไหมว่าชาวเมืองขายอะไร”
“...เออ...ของทั่วไปที่ใช้ในชีวิตประจำวันนั่นแหละครับ”เ้าเมืองมีแววตาเลิ่กลั่ก
เรนิสได้แต่กุมขมับแล้วขายอะไรเล่า!! เมื่อไม่มีประโยชน์ที่จะคุยต่อ เรนิสจึงลุกออกจากโซฟาแล้วเตรียมจะเดินออกก่อนไปเขาก็หันไปหาเ้าเมืองด้วยหน้าบึ้ง ๆ “ข้ามาตรวจการทำงานของเ้าถ้ามันไม่ดีก็เตรียมออกเลยนะ นิค เชเกอร์”
นิคลนลานรีบลุกขึ้นร้องห้าม“เออ แหม่ องค์ราชินีอย่าพึ่งโกรธกันสิครับ ข้ามีชาดีๆจากอาณาจักรข้างเคียงมาให้ท่านลองชิมด้วยนะ”ว่าแล้วนิคก็ยกชาสีน้ำตาลอ่อนมายื่นให้เรนิส
“ไม่ล่ะขอบคุณข้ามีงานที่ต้องไปทำต่อ”อย่างเช่นการเดินตรวจเมือง
“เอออย่างน้อยก็ดื่มถ้วยนี้หมดก่อนเถอะครับองค์ราชินี ยังไงข้าก็ชงมาแล้ว—”
“นิค เชเกอร์เ้าดูอยากให้ข้าดื่มชาถ้วยนี้จังเลยนะ” ก่อนที่นิคจะพูดจบเรนิสก็ชิงพูดตัดก่อนเบริเวอร์กับคิวรันที่เห็นท่าไม่ดีเลยเลื่อนมือไปจับดาบไว้ ถ้านิคทำอะไรผิดปกติพวกเขาจะชักดาบทันที
“อะ เออเพราะว่า..ข้าอยากให้ท่านได้สิ่งที่ดีที่สุด”
เรนิสเกลี่ยปอยผมเล่น“งั้นเหรอ แล้วทำไมเ้าไม่กินมันเองเล่า ลองดื่มให้ข้าดูหน่อยสิ”
เมื่อเ้าเมืองได้ยินดังนั้นก็หน้าแดงแปร๊ดด้วยความโกรธจัดเขาเขวี้ยงแก้วชาลงพื้นอย่างแรง “เออ!!ข้าก็หมดความอดทนแล้วเหมือนกัน คิดว่าข้าอยากมาเอาใจโอเมก้าอย่างเ้ารึไงพวกเ้า!! จับตัวนังนี่กับผู้ติดตามมันซะ!!”
ว่าแล้วก็มีชายชุดดำกว่า20 คนออกมาจากในครัว...เป็การซ่อนที่สิ้นคิดมาก เรนิสยักไหล่ก่อนจะเรียกสายน้ำออกมาคลุมตัวพวกเขาไว้แน่นอนว่ามนุษย์หายใจในน้ำไม่ได้ ชายชุดดำทั้ง 20 ดิ้นๆไปมาในน้ำเวทของเรนิส
เมื่อเรนิสเห็นว่าพวกเขาสลบไปหมดแล้วจึงปลดเวทน้ำออก...ส่วนเ้าเมืองก็โดนคิวรันกับเบริเวอร์ล็อคตัวไว้ั้แ่เมื่อกี้แล้ว
“จะ เ้า!! นังโอเมก้าร่าน!! เมื่อกี้เ้าไม่ได้ทำเองใช่ไหมเ้าคงล่อลวงสองคนนี้จนเขายอมปกป้องล่ะสิ!! เ้าได้ตำแหน่งราชินีมาก็เพราะเอาตัวเข้าแลกเ้ามันหน้าด้าน!!”หลังจากฟังเ้าเมืองพูดอยู่นาน เรนิสก็ใช้เถาวัลย์อุดปากเขาเ้าเมืองส่งเสียงอู้อี้พลางดิ้นไปดิ้นมา แววตาโกรธเคืองเขามาก ๆ
“ตามปกติการประทุษร้ายราชินีมีโทษปะาแต่ข้าว่าจะเอาเ้าขังคุกไว้ก่อนดีกว่า มีอีกหลายวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากเ้า” แรงงานหรือไม่ก็ทำประโยชน์เพื่อสังคมก็น่าสนใจ ่นี้เป็่หลังาบ้านเมืองพังทลายลงไปเยอะ แรงงานนักโทษพวกนี้จึงมีประโยชน์
“เออ...แล้วตอนนี้จะเอายังไงกับเขาล่ะเราคงไม่กลับกันภายในวันสองวันนี้หรอกใช่ไหม”เบริเวอร์หันไปถามเรนิส เขาไม่กล้าโวยวายเหมือนทุกทีถึงจะพอรู้พลังของราชินีมาบ้างแต่ตอนที่ราชินีจัดการทหารพวกนั้นเขาอยู่ในหมอกแต่นี่!! เห็นจะ ๆราชินีโอเมก้าสามารถฆ่าเขาได้เพียงพริบตาด้วยเวทแปลกประหลาดแบบที่ไม่เคยมีใครใช้มาก่อน
ใครจะไปกล้าหือด้วย...
“ไปตากลมซัก5-6ชม.ก่อนค่อยว่ากันอีกที”ว่าจบเรนิสก็เอาเถาวัลย์ออกจากปากเ้าเมืองบ้าดูเขาสิแม้แต่ดยุกหรือที่ปรึกษายังไม่รู้จัก หาว่าสองคนนี้เป็ผู้ติดตามเ้าบ้านี่วัน ๆทำอะไรบ้างเนี้ย?
เรนิสใช้เวทลมพาร่างของนิคบินไปรอบๆเมืองด้วยความเร็วสูงเป็เวลากว่า 6 ชม.เสียงร้องของเขาดังลั่นไปทั่วเมืองจนชาวบ้านนึกว่ามีผีร้ายครอบงำเมืองอยู่พวกเขาได้แต่สวดภาวนาว่าอย่าให้มีเื่ร้าย ๆเกิดขึ้นเลย
เรนิสเดินสำรวจเมืองไปเรื่อยๆ พลางวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนว่าชาวบ้านพวกนี้มีอาชีพอะไร จากที่ดูมา...ชาวบ้านขายของกินที่ทำเองบ้างประปรายแต่ก็น้อยมากอยู่ดีมีร้านแผงลอยแค่ 3 ที่จากทั้งเมืองส่วนร้านอาหารไม่มีซักร้าน เรนิสจึงตัดสินเดินไปถามเ้าของแผงลอยคนหนึ่ง
“ข้าขอถามอะไรหน่อยสิท่านลุง”
“นี่เ้า! เป็โอเมก้าแล้วทำไมไม่เก็บตัวอยู่ในบ้านอยากโดนท่านเ้าเมืองจับไปเป็ภรรยารึไง ไป ๆๆกลับบ้านไปซะ”ลุงคนนั้นปัดมือไล่เรนิสอย่างไว
“เ้าเมืองถูกราชินีไล่ออกไปแล้วท่านไม่ต้องห่วงหรอก ข้าอยากรู้ว่าทำไมที่นี่ถึงมีอาหารแผงลอยน้อยจังเลยแถมไม่มีร้านอาหารซักร้าน”
ลุงคนนั้นหน้าเหวอ“เ้าเมืองถูกไล่ออก!!! เ้าพูดจริงเหรอข้าจะได้เอาเื่นี้ไปป่าวประกาศ”
เรนิสพยักหน้าพลางยิ้มหวานก็ข้าเป็คนไล่ไปเอง
“แล้วทำไมเขาถึงโดนไล่ออกล่ะเ้ารู้มาได้ยังไง”เขายังคงสงสัยอยู่ อยู่ๆจะโดนไลออกก็ต้องมีเหตุใช่ไหมล่ะ
เรนิสยักไหล่“เขาทำความผิดฐานพยายามฆ่าราชินีและความผิดเื่ฉ้อโกงที่รอตรวจสอบอีกเป็กระบุงตอนนี้เขาถูกควบคุมตัวไปแล้ว”
ลุงเ้าของแผงลอยพยักหน้าเข้าใจ“เื่ที่เ้าถามน่ะคืออาหารเป็ของมีค่าสำหรับเมืองนี้ใช่ไหมล่ะ พวกเราไม่ค่อยมีกินกันหรอกถ้ามีก็ถูกเ้าเมืองแย่งไปหมด ข้าเป็คนที่รวยที่สุดในเมืองนี้เพราะตระกูลมีอาชีพหลายอย่างข้าเลยอยากเอาอาหารมาแบ่งให้คนในเมืองบ้างโดยขายในราคาถูก อีก 2 ร้านที่เ้าเห็นนั่นน้องชายข้าเอง”
เรนิสมองเสื้อที่ลุงเ้าของแผงลอยใส่ขนาดรวยที่สุดเสื้อยังขาดจนต้องปะเลย แถมผ้าก็บางมาก ๆด้วย คนพวกนี้ควรมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้จริงๆนะ
“ท่านลุงแล้วอาชีพหลักของเมืองนี้ล่ะ”
“ไม่มีอะไรเป็พิเศษนะพวกเราแทบจะไม่ใช้เงิน แต่ใช้ระบบแลกของกันมากกว่าชาวบ้านที่นี่ส่วนมากขึ้นเขาไปเก็บของมากินมื้อต่อมื้อเพื่อให้อยู่รอดไปวัน ๆ บางทีก็เอาไปขายบ้างเพื่อให้พอสำหรับจ่ายให้ท่านเ้าเมือง”
“นี่ต้องจ่ายให้ท่านเ้าเมืองด้วยเหรอ”เรนิสถามอย่างสงสัยเ้าเมืองทุกคนมีเงินเดือนนะ คนที่ชาวบ้านต้องจ่ายภาษีน่ะมีเพียงราชวังเท่านั้นซึ่งเก็บเป็รายปีโดยทุกปีจะมีคนมาเก็บตามบ้าน
“จ่ายสิเ้าเมืองบอกว่าเป็ค่าที่อยู่ในเมืองนี้ เพราะเมืองนี้เป็ของท่านเ้าเมืองเรามาอยู่อาศัยต้องจ่ายค่าเช่าทุกเดือน”
“ทุกเดือน!! แล้วเดือนละเท่าไหร่เหรอครับ”
“ก็ประมาณ 300 เหรียญ”
เรนิสกัดฟันกรอด300 เหรียญสำหรับเขามันน้อยมาก ใช่สิถ้าเทียบกับเงินในพระคลังหลวงแล้วดูชาวบ้านพวกนี้สิ 300เหรียญเป็เงินจำนวนมากพอจะเลี้ยงครอบครัวหนึ่งไปทั้งเดือนเลยนะจากที่ฟังมาพวกเขาแทบไม่ใช้เงิน แต่มีเงินเพื่อมาจ่ายเ้าเมืองจอมโลภนั่น!
ชาวบ้านไม่มีความรู้ไม่ผิดต้องโทษระบบการศึกษาประเทศนี้ที่ให้แค่ขุนนางกับอัลฟ่าเรียน แถมโอเมก้าในเมืองนี้ยังถูกจับไปเป็ภรรยาเ้านั่นบัดซบ!!
“ท่านลุงข้าขอถามหน่อยสิท่านอยู่เมืองนี้มาั้แ่เกิดใช่ไหม”
“ก็ใช่ ข้าอยู่มาั้แ่เกิด ว่าแต่เ้าถามทำไม”
“เมืองนี้เป็เมืองของชาวบ้านเมืองหนึ่งทุกคนเป็มาั้แ่ชาวบ้านลืมตาเกิดขึ้นมาในเมืองนี้ ไม่ได้เป็ของคนนอกท่านไม่จำเป็ต้องจ่ายเงินค่าเช่าในเมืองที่ตัวเองเป็เ้าของให้คนนอกหรอกนะท่านไม่ได้เช่าที่ใครอยู่นะท่านลุง”
“ถึงเ้าจะพูดแบบนั้นก็เถอะถ้าข้าไม่จ่าย มันก็ยกพวกมาทำร้ายข้าน่ะสิ”ลุงเ้าของแผงลอยเมื่อได้ยินที่เด็กหนุ่มโอเมก้าพูดตัวเองรู้สึกดีใจ เขาเคยมีความคิดเช่นนี้เมื่อตอนเด็กแต่ถูกสั่งห้ามพูดหรือสงสัยในการกระทำของเ้าเมืองถ้าอยากมีชีวิตรอดเมื่อเจอคนมีความคิดเหมือนกันก็รู้สึกตื้นตัน เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแต่...คิดแล้วไงล่ะ ยังไงก็ต้องจ่ายเหมือนเดินอยู่ดี ขุนนางมากี่คนก็เหมือนเดิมชาวบ้านก็จนเหมือนเดิม
เรนิสชูตราราชวงศ์ขึ้นมาให้ท่านลุงดูถึงจะไม่ได้มีความรู้มากนักแต่เขาก็รู้ว่านี่คือตราราชวงศ์แน่นอนเพราะมันคือตราที่ติดอยู่ตามที่ต่างๆในอาณาจักรนี้
“ข้าได้เป็ราชินีแล้ว ข้าจะไม่ให้สัญญาเพื่อให้ความหวังใครหรอกนะแต่ข้าอยากเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ อยากให้ทุกคนมีกิน มีความรู้ มีสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย”คำสุดท้ายเป็คำที่เรนิสพูดเบาจนได้ยินแค่ตัวเองถ้าทุกอย่างไปได้สวย ข้าจะคืนอำนาจให้ประชาชน เมื่อทุกคนมีทุกอย่างเท่ากับขุนนางพวกเขาก็สามารถปกครองประเทศนี้ได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่พระาาที่เลือกมาโดยสายเืไม่ใช่ความสามารถ
“ข้าๆ...อะ องค์ราชืนี!!!”ลุงเ้าของแผงลอยก้มหัวจนหน้าติดพื้น เรนิสแทบจะวิ่งไปห้ามไม่ทันแิเื่ที่ราชวงศ์เป็สมมติเทพก็ต้องแก้ไขสินะ...
“ท่านลุงไม่ต้องกราบข้า ท่านตามข้ามาได้ไหมข้ามีเื่ที่ต้องรู้เกี่ยวกับเมืองนี้อีกมาก ข้า้าข้อมูลในการแก้ไขว่าแต่ท่านชื่ออะไร ข้าจะได้เรียกถูก”
“ขะ ข้าชื่อมาร์คอต คูเปอร์ครับ”
คิวรันและเบริเวอร์มองราชินีด้วยสายตาฉงนคน ๆนี้มีความคิดที่ประหลาด ตัวเองเป็ราชินีแต่ไม่ยอมให้คนก้มกราบ แถมบอกว่าอยากให้ทุกคนมีความรู้นั่นเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ อยากให้ทุกคนมีกิน นั่นก็ยิ่งเป็ไปไม่ได้ใหญ่ คน ๆนี้ฝันกลางวันอยู่แน่ๆ
ถ้าเรนิสรู้ความคิดพวกเขาคงหัวเราะลั่นในโลกเก่ามีหลายประเทศที่ทำได้แล้ว แต่เรนิสไม่โกรธ ไม่เคยมีใครมีความคิดนี้มาก่อนในประเทศนี้เื่ปกติที่คนจะสงสัยและเคลือบแคลงใจ การกระทำคือเครื่องพิสูจน์พวกเขาถูกสอนด้วยระบบแิราชวงศ์-ขุนนางเป็ใหญ่ อัลฟ่าเป็ใหญ่พวกเขาก็แค่เหยื่อจากระบบการสอนที่ผิดพลาดในสมัยโบราณ
“มาร์คอตพวกโอเมก้าที่ถูกจับอยู่ที่ไหนเหรอ”
“ข้าคิดว่าน่ะจะอยู่บ้านท่านเ้าเมืองนะครับแต่ไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหน ถ้าถูกจับเข้าไปแล้วไม่มีใครได้ออกมาอีกเลย”
เรนิสตรงไปที่บ้านเ้าเมืองทันทีเขาเดินสำรวจทั่วบ้านกลับไม่พบแม้แต่เงาของโอเมก้าซักคนถึงบ้านนี้จะใหญ่ที่สุดในเมืองแต่ก็ไม่ใหญ่ขนาดที่จะซ่อนโอเมก้าจำนวนมากโดยที่มองไม่เห็น...เดี๋ยวนะมองไม่เห็นเหรอ ใช่ ถ้าจะซ่อนคนต้องซ่อนในที่ ๆมองไม่เห็น ไม่ได้ยินเสียง
“ใต้ดิน!!! ทุกคนดูใต้พรม รอยตามพื้น เราต้องหาห้องใต้ดิน!!”
หลังจากหาอยู่ร่วมชั่วโมงจนเริ่มหมดแรงเบริเวอร์ก็เอาตัวพิงชั้นหนังสือพักเอาแรงแต่แทนที่มันจะอยู่นิ่งๆมันกลับเลื่อนออก เมื่อมองที่พื้นก็พบประตูลับเล็ก ๆซ่อนอยู่ใต้ชั้นหนังสือเบริเวอร์เบิกตาโพรง
“เจอแล้ว!!!”