เวลา01:20 ผมเดินเต็ดเตร่อยู่ข้างถนนเลียบคลองเล็กๆ ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด.. ผมเดินเหมือนคนไร้จุดหมาย.. แต่เปล่าเลย ผมเพียงแค่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานและอยากกลับถึงห้องไห้ใวที่สุดเท่านั้นเอง เอี๊ยดดดด!!!! ตุ๊บ! ผมฟื้นขึ้นมาในห้องสี่เหลี่ยม ในสภาพที่ผมมีแค่ลอยถลอกนิดหน่อย สายยางเล็กๆที่ติดอยู่กับแขนและผ้าพันแผลบนหัวของผมทำไห้รู้ว่าที่นี่... คือโรงพยาบาลไม่ผิดแน่..."อะไรวะเนี่ย.. เกิดอะไรขึ้นวะ.."ผมพูดขึ้นมาเบาๆพร้อมกับพยายามมองไปรอบตัวของผม... "นึกแล้วเชียว.." ผมพูดอย่างเนือยๆเพราะผมยังมีอาการมึนงงและไม่มีเรี่ยวแรง.. มันอาจเป็เพราะผมเก็บตัวและไม่ค่อยสุงสิงกับไครนอกจากเวลางาน เลยทำไห้ผมไม่มีเพื่อน.. หรือคนสนิทเลย... ผมมองลอดไปทางหน้าต่างของห้องพยาบาล สายฝนร่วงหล่นเป็สาย ผมยิ้มมุมปากด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า.. ผมชอบสายฝน เพราะผมจะได้ไม่ต้องพบเจอผู้คนบนริมฟุตบาท แถมยังช่วยไห้ผมหลับสบายขึ้นอีกต่างหาก แกร๊ก!
เสียงหมอเปิดประตูห้องพยาบาลเข้ามา พร้อมกระดาษอะไรสั้กอย่าง "อาการของคุณก็ไม่เป็อะไรมากครับ แค่ถลอกนิดหน่อยกับศรีษะได้รับการกระแทกแต่ไม่รุนแรง แต่ที่คุณหลับไปนาน สาเหตุมาจากความเหนื่อยล้าครับ" หมอพูดพร้อมยิ้มเจื่อนๆ แหงสิก็คนมันเหนื่อยแถมยังมาโดนอะไรก็ไม่รู้ไม่หลับสิแปลก.. ผมได้แต่บ่นในใจ "แล้วสรุปผมโดนอะไรมาเนี่ย"ผมถามกลับไป "คุณได้รับอุบัติเหตุ..เอ่ออ ก็โดนรถชนแหละครับ" แต่ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไร หมอก็บอกว่าผมสามารถกลับบ้านได้.. หลังจากนั้นไม่นานผมก็กลับมาถึงห้อง "เชี่ยยย!!" ผมสบถออกมา พร้อมกับมองไปที่มือถือ ไช่ครับผมหลับข้ามวัน เท่ากับผมขาดงานไปแล้วหนึ่งวัน "เวรเอ้ย ไครชนก็ไม่รู้แถมขาดงานอีก เห้ออ ต้องไปอธิบายย้อนหลังอีก" ผมบ่นอย่างเซ็งๆ หลังจากนั้นผมก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงเดิมที่คุ้นเคยแล้วหลับไป "แบงค์" เสียงผู้หญิงดังขึ้นมาจากอีกฟากของประตูทำไห้ผมต้องลืมตาตื่นมาด้วยความสงสัยว่า
ไครกัน "แบงค์" เสียงนั่นดังขึ้นอีก... ผมคุ้นหูมากเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน "แบงค์" เสียงดังขึ้นอีกครั้ง จากที่เดิมคือนอกประตูห้อง ผมจึงตัดสินใจคลายความสงสัยโดยการ เปิดประตูเพื่อจะได้เห็นหน้าของต้นเสียง แกร๊ก! ผมเปิดประตูมาพบกับความว่างเปล่า.. ผมเลยชโงกดูตรงทางเดินก็ พบเห็นผู้หญิงวัยกลางคนในชุดง่ายๆแค่เสื้อยืดกับกางเกงขายาวธรรมดา เพราะเค้าหันหลังไห้พร้อมเดินไปตามทางเดินทำไห้ผมยังคงสงสัยว่าเป็ไครกัน แต่เสียงนั่นผมเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน เลยตัดสินใจเดินตามไป แต่ยิ่งตามกลับทำไห้รู้สึกว่าเหมือนกับทางเดินมันยืดออกไปเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะสุดทางเดิน ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มเดินหายไปในความมืดที่แสงไฟจากหลอดนีออนของทางเดินส่องไม่ถึง ตึก! ตึก! ตึก! เสียงคนวิ่งมาจากข้างหลัง ผมจึงหันกลับไปดู ภาพที่เห็นทำไห้ผมแทบขยับขาไม่ได้ ชายวัยกลางคนอายุราว40กว่าๆ กำลังวิ่งมาทางผมอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับมองมาหาผม สัญชาตญาณบอกว่าไห้วิ่งสุดชีวิต ปั้ง!! ผมชนกับประตูเข้าอย่างจังจนทำไห้ผมกระเด็นออกมา แล้วจึงรีบตะเกียกตะกายเปิดประตู ปั้ง! เสียงผมปิดประตูอย่างจัง ฮึกกกกก เห้อออออ.. ผมสดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างเหนื่อยหอบพร้อมกับเหงื่อที่ท่วมร่างกาย "อะไรกัน.. ฝันหรอกเหรอ"