ฉันไม่อยากเป็นตัวร้ายจริงๆ

    บทที่ 69 : ไม่สนว่าจะเป็นใคร!

    ไม่สนว่าจะเป็นใคร!
    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราวกับกระพริบตาผ่าน กลางคืนได้มาเยือนแล้ว ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไป ดวงจันทร์เผยโฉมมาแทนที่
    ไป๋เลี่ยหวงกับไป๋เลี่ยหูมีสีหน้าดูไม่ได้ ราวกับกินอึสุนัขเข้าไป เมื่อแม้จะถึงเวลากลางคืนแล้ว แต่ไป๋เลี่ยไห่ก็ยังไม่กลับมา
    พวกเขามองหน้ากัน ก่อนที่จะตัดสินใจที่จะไปหาเย่กู่เฉิน เพื่อดูว่าไป๋เลี่ยไห่หายตัวไปไหนกันแน่ เหตุใดถึงยังไม่กลับมา
    ร่างสองร่างทะยานผ่านท้องฟ้ายามราตรีไปด้วยความเร็ว ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที พวกเขาก็มาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่
    ในเวลานี้ ร่างของไป๋เลี่ยหวงกับไป๋เลี่ยหูยืนอยู่บนท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ตระกูลเย่
    “เป็นที่นี่?” ไป๋เลี่ยหวงพูด
    ไป๋เลี่ยหูพยักหน้า “เป็นที่นี่ไม่ผิดแน่ ที่นี่คือคฤหาสน์ของตระกูลเย่ เย่กู่เฉิน มันอาศัยอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน”
    ไป๋เลี่ยหวงพลันกวาดผ่านจิตสัมผัสลงไปที่ตระกูลเย่ ก่อนที่จะขมวดคิ้วขึ้น
    สาเหตุที่ทำให้เขาขมวดคิ้ว ไม่ใช่ว่าเขาไม่พบเย่กู่เฉินอยู่ภายในคฤหาสน์ หากแต่เป็นเพราะจิตสัมผัสของไป๋เลี่ยไห่น้องชายของเขาหายไปที่นี่
    “เป็นไรไปพี่ใหญ่ เย่กู่เฉินมันไม่อยู่ที่นี่รึ?” ไป๋เลี่ยหูถาม เมื่อเห็นว่าไป๋เลี่ยหวงขมวดคิ้ว
    “ไม่ใช่ เย่กู่เฉินมันอยู่ข้างใน ที่ข้าขมวดคิ้ว เป็นเพราะว่าจิตสัมผัสของเลี่ยไห่หายไปที่นี่” ไป๋เลี่ยหวงส่ายหน้าตอบ สีหน้าอยู่ๆ ก็จริงจังขึ้น “เป็นไปได้ไหมว่าเลี่ยไห่ถูกฆ่าไปแล้ว?”
    “เป็นไปไม่ได้!” ไป๋เลี่ยหูร้องโพล่งออกมาในทันที เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าไป๋เลี่ยไห่ถูกฆ่าตายไปแล้ว
    ต้องรู้ก่อนนะว่าไป๋เลี่ยไห่ เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับปราณเซียนขั้นกลาง มีน้อยคนมากในปักกิ่งที่สามารถฆ่าเขาได้
    ด้วยเหตุนี้ ไป๋เลี่ยหูจึงไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าอีกฝ่าย ผู้ซึ่งเป็นพี่รองของเขา ถูกฆ่าตายไปแล้ว
    ไป๋เลี่ยหวงย่อมเข้าใจความคิดของไป๋เลี่ยหู เขาจึงไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ทำเพียงยืนครุ่นคิดว่าทำไม จิตสัมผัสของไป๋เลี่ยไห่ถึงได้หายไปที่นี่ ถ้าหากว่าอีกฝ่ายยังไม่ถูกฆ่าตาย
    แต่ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ไม่คาดฝันว่าร่างหนึ่งในชุดนอนจะปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขา ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว
    “พวกเจ้าก็มาที่นี่เพื่อฆ่าข้า?” น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้น ผู้พูดย่อมเป็นเย่กู่เฉิน
    การมาถึงของสองผู้ฝึกตนระดับปราณเซียน คนหนึ่งขั้นปลาย อีกคนขั้นต้น เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่รับรู้
    เมื่อรับรู้ เขาก็หายตัวจากห้องนอน มาปรากฏตัวที่นี่ในทันที
    เหตุผลที่เขาพูดออกมาเช่นนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเพราะว่าสองคนตรงหน้าของเขา มีใบหน้าคล้ายกับไป๋เลี่ยไห่หลายส่วน
    “เจ้า!”
    ไม่ว่าจะเป็นไป๋เลี่ยหวงก็ดี ไป๋เลี่ยหูก็ช่าง ต่างก็ตกใจกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเย่กู่เฉิน
    “ถ้าอย่างนั้นก็ตายซะ!” เย่กู่เฉินคร้านที่จะเสียเวลากับคนพวกนี้ เขาโบกมือออกไปสองครั้งในทันใด
    “ดะ...เดี๋ยว!” ไป๋เลี่ยหวงกับไป๋เลี่ยหูรีบร้องออกมาเสียงสั่น เมื่อรับรู้ได้ถึงอันตรายที่เพียงพอจะฆ่าพวกเขาให้ตายได้
    ไม่สิ พวกเขาสัมผัสมันได้ว่าประตูนรกกำลังเปิดออก เพื่อต้อนรับพวกเขา!
    แต่แม้จะร้องออกมา เย่กู่เฉินที่ลงมือแล้ว ไหนเลยจะยอมรั้งมือกลับ
    ตูม!
    ตูม!
    พริบตาต่อมา ร่างของไป๋เลี่ยหวงก็แตกระเบิดออกเป็นหมอกเลือด ตามด้วยร่างของไป๋เลี่ยหู สองผู้ฝึกตนระดับปราณเซียนสุดแกร่ง ถูกฆ่าตายง่ายดายเช่นนี้เอง!
    ก่อนตาย ไป๋เลี่ยหวงกับไป๋เลี่ยหูล้วนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเสียใจอย่างลึกล้ำ โดยเฉพาะไป๋เลี่ยหวง ผู้ซึ่งเป็นพ่อของไป๋มู่เสวี่ย
    ถ้าหากเขารู้ก่อนว่าเย่กู่เฉิน เป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งมาก ถึงขั้นฆ่าผู้ฝึกตนระดับปราณเซียนขั้นปลายได้ด้วยการโบกสะบัดมือ เขาจะไม่มีทางบอกให้ไป๋มู่เสวี่ยตัดสัมพันธ์กับเย่กู่เฉินอย่างแน่นอน
    เทียบกับเย่กู่เฉินแล้ว นายน้อยสำนักกระบี่เพลิง ที่เขาบังคับให้เธอแต่งงานด้วยแล้ว ไม่มีใดต่างจากอึ
    นายน้อยคนนั้นเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับปราณสวรรค์ขั้นต้นเท่านั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าผู้แข็งแกร่งที่สุดในสำนักกระบี่เพลิง ก็ไม่สามารถที่จะโบกมือเพียงครั้งเดียว เพื่อฆ่าผู้ฝึกตนระดับปราณเซียนอย่างที่เย่กู่เฉินทำได้
    แต่มาคิดได้ตอนก่อนตาย มาสำนึกเสียใจก่อนตาย เวลาก็ไม่อาจย้อนกลับ ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงที่เขาถูกฆ่าตายไปแล้วได้!
    มองหมอกเลือดที่ลอยกระจายอยู่ในอากาศ เย่กู่เฉินก็พ่นลมหายใจอย่างเย็นชา ก่อนที่จะหายตัวกลับเข้าไปภายในห้องนอนเพื่อพักผ่อน
    เหตุผลที่เขาเลือกที่จะฆ่าไป๋เลี่ยหวงกับไป๋เลี่ยหูอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเพราะว่าคร้านที่จะเสียเวลากับคนพวกนี้รวมไปถึงมั่นใจด้วยว่าสองคนนี้มาเพื่อฆ่าเขาอย่างแน่นอน
    ไม่อย่างนั้นจะมีกลิ่นอายเหมือนกับไป๋เลี่ยไห่ รวมไปถึงมีใบหน้าเหมือนกันหลายส่วนได้อย่างไร
    โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเพิ่งจะฆ่าพ่อของไป๋มู่เสวี่ยไป อันที่จริง ถึงเขารู้ เขาก็คงจะไม่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นใคร หากว่ามาเพื่อที่จะฆ่าเขา เขาจะฆ่ากลับอย่างไม่ลังเล
    เรียกได้ว่า ถ้าต้องการชีวิตของเขา ก็ต้องเดิมพันด้วยชีวิตเช่นกัน!
    ........................................................
    หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปักกิ่งเวลานี้ ไม่ค่อยสงบเท่าไหร่นัก เนื่องจากเกิดสงครามของผู้ฝึกตนขึ้นมา
    ผู้เริ่มสงครามคือบรรพบุรุษของตระกูลไป๋ ไป๋เล้งคุน ผู้ฝึกตนระดับปราณอมตะขั้นต้น
    ด้วยการที่ไป๋เลี่ยหวง ไป๋เลี่ยไห่และไป๋เลี่ยหู สามผู้ฝึกตนระดับปราณเซียนขั้นต้น ขั้นกลางและขั้นปลายตามลำดับหายตัวไปอย่างลึกลับ
    ไป๋เล้งคุนจึงคิดว่าสามคนนี้ ซึ่งเป็นเสาหลักคนสำคัญของตระกูลไป๋ถูกสำนักกระบี่เพลิงฆ่า เนื่องจากสามคนนี้มาที่ปักกิ่ง เพื่อที่จะพูดคุยเรื่องแต่งงานกับสำนักกระบี่เพลิง
    การที่อยู่ๆ มาหายตัวไปเช่นนี้ ไป๋เล้งคุนจึงคิดว่าเป็นสำนักกระบี่เพลิงฆ่าคน เขาจึงนำตระกูลไป๋ทั้งตระกูลมาเพื่อเปิดสงครามกับสำนักกระบี่เพลิง
    ถึงสำนักกระบี่เพลิงจะปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้เป็นคนฆ่าพวกไป๋เลี่ยหวง แต่ไป๋เล้งคุนหาได้สนใจไม่ เปิดสงครามในทันใด
    สถานที่ทำสงครามคือที่สำนักกระบี่เพลิง ซึ่งอยู่ในภูเขาลึกลับแห่งหนึ่งในปักกิ่ง
    สำนักกระบี่เพลิงเห็นว่าไป๋เล้งคุนไร้เหตุผล ก็บันดาลโทสะเป็นการใหญ่ เข้าสู้กับไป๋เล้งคุนที่นำพาตระกูลไป๋มาร้อยกว่าคน
    ไม่เพียงเท่านั้นคนจากหอคุมกฎได้เข้ามาเพื่อห้ามศึก อย่างไรก็ดี กลับถูกคนของตระกูลไป๋และสำนักกระบี่เพลิงฆ่า
    ความโกรธท่วมท้องฟ้า หอคุมกฎเข้าร่วมสงครามครั้งนี้อย่างเดือดดาล สุดท้ายกลายเป็นสงครามสามฝ่ายไป
    สงครามครั้งนี้กินเวลาหลายวัน ผลลัพธ์ที่ออกมา ไป๋เล้งคุนตาย!
    คนของตระกูลไป๋กว่าร้อยชีวิตตาย!
    ผู้ฝึกตนระดับอมตะขั้นต้นของสำนักกระบี่เพลิงตาย!
    สำนักกระบี่เพลิงถูกทำลาย คนทั้งสำนักตายเกือบหมด เหลือเพียงไม่ถึงสิบคนที่เป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับปราณปฐพีเท่านั้น
    เหตุผลที่คนเหล่านี้รอด ล้วนเป็นเพราะแอบหลบหนีออกไป
    ทางด้านหอคุมกฎไม่มีใดต่าง คนทั้งหมดตาย!
    รอดเพียงหัวหน้าของหอคุมกฎ ผู้ซึ่งเป็นผู้ฝึกตนระดับปราณอมตะขั้นต้น อย่างไรก็ดี กลับกลายเป็นคนพิการไป ตันเถียนถูกทำลายสิ้น ไม่อาจเป็นผู้ฝึกตนได้อีกต่อไป!
    จบบทที่ 69

    คล้ายกับเรื่องฉันไม่อยากเป็นตัวร้ายจริงๆ ที่คุณอ่าน