บทที่ 9: เหยียบจมูกพยัคฆ์
ณ ใจกลางเมืองชิงเฟิง ที่ตั้งของ 'หอโอสถร้อยสมุนไพร' อาคารไม้สักสามชั้นอันโอ่อ่าที่แสดงถึงความมั่งคั่งและอำนาจ
ภายในห้องโถงรับรองชั้นล่าง หลงจู๊จ้าวเดินไปมาด้วยความหงุดหงิด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยโทสะ เขาเพิ่งได้รับรายงานว่ายา 'กระบอกไผ่' ของหลี่หยางกำลังขายดีเป็เทน้ำเทท่า แย่งลูกค้ากลุ่มพรานป่าและจอมยุทธ์ไปจนเกลี้ยง
"ไอ้สวะหลี่หยาง!" หลงจู๊จ้าวตบโต๊ะเสียงดังปัง "มันกล้าใช้ไม้ไผ่ราคาถูกมาหักหน้าข้า! ไปแจ้งนายอำเภอ! บอกว่ามันขายยาปลอม หลอกลวงชาวบ้าน ให้เอาคนไปจับมันมาลงโทษเดี๋ยวนี้!"
"ช้าก่อน..." เสียงเย็นเยียบดังขึ้นจากหน้าประตู
หลงจู๊จ้าวหันขวับไปมอง เห็นชายร่างผอมสูงในชุดชาวนาสะอาดสะอ้าน แต่แววตากลับลึกล้ำดุจมหาสมุทร ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่
"หลี่หยาง!?" หลงจู๊จ้าวเบิกตากว้าง "เ้า... เ้ากล้าเดินเข้ามาในถิ่นข้าเชียวรึ? ช่างกล้าหาญหรือโง่เขลากันแน่! เด็กๆ! จับมัน!"
ลูกจ้างชายฉกรรจ์สี่ห้าคนเตรียมจะพุ่งเข้ามา
"ข้าเอา 'ยา' มาเสนอขาย" เทียนิเอ่ยเสียงเรียบ ไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย "ข้าได้ยินว่าหอโอสถร้อยสมุนไพร รับซื้อสูตรยาดีในราคางาม... ข้าเลยมาเจรจาด้วยตัวเอง ไม่ดีหรือ?"
หลงจู๊จ้าวยกมือห้ามลูกน้อง เขาหรี่ตาลงมองจิ้งจอกเฒ่าในคราบชาวนาผู้นี้ "โอ้... ในที่สุดเ้าก็รู้ตัวสินะว่าสู้ข้าไม่ได้ ฮ่าๆๆ! ดี! เอาสูตรผงธุลีแดงมา แล้วข้าจะพิจารณาดูว่าควรให้ค่าตอบแทนเ้าสักกี่อีแปะ"
เทียนิเดินเข้ามาในโถงอย่างไม่เกรงกลัว เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ แต่แทนที่จะหยิบกระดาษสูตรยา เขากลับหยิบกระบอกไผ่ออกมาวางบนโต๊ะหนึ่งอัน
"ข้าไม่ได้มาขายสูตรผงกระจอกนั่น..." เทียนิแสยะยิ้ม "ข้ามาขายสิ่งที่เ้าไม่มีปัญญาทำต่างหาก"
"สามหาว!" หลงจู๊จ้าวหน้าแดงก่ำ
ทันใดนั้นเอง เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นมาจากหน้าหอโอสถ
"หลีกทาง! หลีกทางเดี๋ยวนี้! หมออยู่ไหน! หลงจู๊จ้าว! ช่วยลูกข้าด้วย!"
ชายวัยกลางคนแต่งกายด้วยผ้าไหมหรูหรา แบกร่างเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและความตื่นตระหนก
"นั่นมัน... เศรษฐีเฉิน แห่งร้านผ้าไหม!" ลูกจ้างคนหนึ่งอุทาน
เศรษฐีเฉินวางร่างลูกสาวลงบนตั่งไม้กลางห้อง "หลงจู๊จ้าว! ท่านต้องช่วยนาง นางถูก 'แมงมุมน้ำแข็ง' กัดที่หุบเขาหมอก! นางหายใจไม่ออกแล้ว!"
หลงจู๊จ้าวรีบสลัดเื่หลี่หยางทิ้งไป ปรี่เข้าไปดูอาการคนไข้ทันที นี่คือโอกาสสร้างบุญคุณกับเศรษฐีใหญ่
เด็กสาวบนตั่งมีใบหน้าซีดขาวจนเขียวคล้ำ ริมฝีปากม่วงช้ำ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บทั้งที่อากาศร้อนอบอ้าว ที่ข้อเท้ามีรอยเขี้ยวเล็กๆ สองจุด รอบๆ แผลมีเส้นเืปูดโปนเป็สีดำลามขึ้นมาถึงน่อง
หลงจู๊จ้าวจับชีพจร สีหน้าของเขาเคร่งเครียดลงเรื่อยๆ เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นกลางหน้าผาก
"ชีพจรอ่อนแรง... ไอเย็นแทรกซึมเข้าสู่ปอดและหัวใจ..." หลงจู๊จ้าวส่ายหน้าช้าๆ "เศรษฐีเฉิน... ข้าเสียใจด้วย พิษแมงมุมน้ำแข็งเป็พิษเย็นจัด ต้องใช้ 'ยาเม็ดอัคคี' ระดับ 2 ในการขับพิษ แต่ตอนนี้ที่ร้านยาหมด... กว่าจะสั่งมาจากเมืองหลวง ก็ต้องใช้เวลาสามวัน"
"สามวัน!?" เศรษฐีเฉินเข่าทรุด "ลูกข้าจะทนได้ถึงสามวันได้อย่างไร! นางกำลังจะตาย! ท่านเป็ถึงหมอใหญ่แห่งชิงเฟิง ท่านต้องมีวิธีอื่นสิ!"
"ข้า... ข้าจนปัญญาจริงๆ" หลงจู๊จ้าวก้มหน้า "เตรียมโลงเถิด..."
บรรยากาศในร้านเงียบกริบด้วยความสิ้นหวัง เสียงร้องไห้ของเศรษฐีเฉินบาดหัวใจคนฟัง
"แค่พิษเย็นกระจอกๆ ถึงกับต้องเตรียมโลงเลยรึ?"
เสียงราบเรียบแต่กังวานดังแทรกความเงียบขึ้นมา ทุกสายตาหันขวับไปมองที่ต้นเสียง
เทียนิยืนกอดอกพิงเสา มองดูเหตุการณ์ด้วยสายตาเบื่อหน่าย
"เ้าพูดว่าอะไรนะ!" หลงจู๊จ้าวตวาด "ไอ้ชาวนาสวะ! นี่ความเป็ความตาย ไม่ใช่เื่ล้อเล่น! เ้าจะไปรู้อะไรเื่การรักษา!"
"ข้ารู้ว่า... ถ้ารอให้เ้าสั่งยา นางคงได้ไปเกิดใหม่แล้ว" เทียนิเดินอาดๆ เข้ามาหยุดข้างตั่งคนไข้ "หลบไป... ถ้าไม่อยากให้นางตายเพราะความไร้น้ำยาของเ้า"
"เ้า!"
"ท่าน... ท่านรักษาลูกข้าได้หรือ?" เศรษฐีเฉินเงยหน้ามองหลี่หยางเหมือนเห็นฟางเส้นสุดท้าย แม้ชายผู้นี้จะดูเหมือนขอทาน แต่แววตาที่มั่นใจนั่นทำให้เขามีความหวัง
"ร้อยตำลึง" เทียนิเอ่ยสั้นๆ
"อะไรนะ?" เศรษฐีเฉินชะงัก
"ค่ารักษา ร้อยตำลึง... จ่ายสด ตอนนี้"
เสียงฮือฮาดังไปทั่ว ร้อยตำลึงคือเงินมหาศาลที่ซื้อบ้านหลังใหญ่ได้สบายๆ นี่มันเป็การปล้นกันชัดๆ
"ไอ้สารเลว!" หลงจู๊จ้าวชี้หน้าด่า "คนกำลังจะตาย เ้ายังกล้าหน้าเืขูดรีด! เศรษฐีเฉิน อย่าไปเชื่อมัน มันเป็แค่คนบ้า!"
"ตกลง! ข้าจ่าย!" เศรษฐีเฉินะโ ล้วงตั๋วเงินปึกใหญ่ออกมาจากอกเสื้อยัดใส่มือเทียนิทันที "ขอแค่ลูกข้ารอด ข้ายอมแลกทุกอย่าง!"
เทียนิรับตั๋วเงินมาเก็บเข้าอกเสื้ออย่างใจเย็น เขาหันไปมองหลงจู๊จ้าว
"ขอยืมเข็มเงินของเ้าหน่อย"
"ฝันไปเถอะ!" หลงจู๊จ้าวปฏิเสธทันควัน
เทียนิไม่สน เขาคว้ากล่องเข็มเงินที่วางอยู่บนโต๊ะข้างตัวหลงจู๊มาดื้อๆ แล้วเปิดออก หยิบเข็มยาวออกมา 3 เล่ม
"ดูไว้ซะ... ว่าการรักษาที่แท้จริงเป็อย่างไร"
เทียนิสูดลมหายใจเข้าลึก โคจรพลังปราณอันน้อยนิดที่เพิ่งรวบรวมได้เมื่อคืนไปที่ปลายนิ้ว เข็มเงินในมือสั่นระริกเบาๆ และเริ่มเปล่งแสงสีแดงจางๆ ที่แทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เขาปักเข็มลงไปที่จุดชีพจรสำคัญสามจุดอย่างรวดเร็วแม่นยำ... จุด 'มิ่งเหมิน' (ประตูชีวิต) ที่หลัง, จุด 'กวนหยวน' (ใต้สะดือ), และจุด 'ชี่ไห่'
ไม่ใช่การฝังเข็มธรรมดา แต่มันคือวิชา 'เข็มมารทวงิญญา'
เทียนิใช้นิ้วดีดที่ก้นเข็มเบาๆ ส่งคลื่นพลังปราณเข้าไปกระตุ้น 'ไฟชีวิต' ในร่างเด็กสาวให้ลุกโชนขึ้นเพื่อต่อต้านความเย็น
"อึก!"
ร่างของเด็กสาวกระตุกเกร็ง ใบหน้าที่เคยเขียวคล้ำเริ่มมีเืฝาด ไอสีขาวขุ่นพวยพุ่งออกมาจากรูขุมขนทั่วร่างกาย อุณหภูมิรอบตัวนางลดฮวบจนคนรอบข้างรู้สึกหนาว
"นั่นมัน... ไอพิษถูกขับออกมา!" ลูกจ้างคนหนึ่งตาค้าง
ผ่านไปเพียงครึ่งก้านธูป เด็กสาวก็กระอักเืสีดำคล้ำกองโตออกมาทางปาก ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่
"เฮือก... ท่านพ่อ..."
เสียงเรียกแ่เบานั้นดั่งเสียง์ เศรษฐีเฉินโผเข้าไปกอดลูกสาว ร้องไห้โฮด้วยความดีใจ
"รอดแล้ว! ลูกข้ารอดแล้ว! ขอบคุณท่านหมอเทวดา! ขอบคุณ!"
หลงจู๊จ้าวยืนตัวแข็งทื่อ ปากอ้าตาค้าง เขาไม่อยากเชื่อสายตา พิษแมงมุมน้ำแข็งที่แม้แต่เขายังจนปัญญา ชาวนาผู้นี้กลับรักษาได้เพียงแค่ใช้เข็มสามเล่ม?
เทียนิดึงเข็มออก โยนคืนลงกล่อง แล้วปัดมือเหมือนเพิ่งจับของสกปรก
"พิษถูกขับออกหมดแล้ว ที่เหลือก็แค่กินยาบำรุงเื... ซึ่งข้าคิดว่าหอโอสถคงพอจะมีปัญญาจัดหาให้ได้กระมัง?" เทียนิปรายตามองหลงจู๊จ้าวด้วยหางตา
หลงจู๊จ้าวหน้าซีดเผือดสลับแดงก่ำ ความอับอายขายหน้าในครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าถูกตบหน้ากลางตลาด ต่อหน้าธารกำนัลและเศรษฐีใหญ่ หอโอสถร้อยสมุนไพรพ่ายแพ้อย่างหมดรูปให้กับชาวนาคนหนึ่ง
"หลี่หยาง..." เศรษฐีเฉินหันมาก้มหัวคารวะเทียนิอย่างนอบน้อม "ท่านคือผู้มีพระคุณของตระกูลเฉิน หากท่าน้าสิ่งใดในเมืองชิงเฟิง ขอให้บอกข้า!"
"ข้า้าแค่ความยุติธรรม" เทียนิพูดเสียงดังฟังชัด ให้ได้ยินไปทั่วทั้งโถง "ข้าทำมาหากินสุจริต แต่มี 'บางคน' ใช้อำนาจบีบบังคับร้านค้าไม่ให้ขายของให้ข้า หวังจะผูกขาดการค้า... ท่านเศรษฐีเฉิน ท่านพอจะช่วยข้าคุยกับร้านค้าเ่าั้ได้หรือไม่?"
เศรษฐีเฉินตวัดสายตาพิฆาตไปมองหลงจู๊จ้าวทันที เขารู้ทันทีว่าใครเป็คนทำ
"ไม่ต้องห่วงท่านหมอหลี่! ใครกล้าขัดขวางท่าน ก็เท่ากับเป็ศัตรูของตระกูลเฉิน! ข้าจะประกาศให้ทั่วเมือง ใครไม่ขายของให้ท่าน ข้าก็จะเลิกทำการค้ากับมัน!"
หลงจู๊จ้าวเข่าอ่อนทรุดลงกับเก้าอี้ หมดสิ้นหนทาง
เทียนิยิ้มมุมปาก เขาไม่เพียงได้เงินร้อยตำลึง แต่ยังได้พันธมิตรที่ทรงพลังที่สุดในเมืองมาหนุนหลัง และที่สำคัญ... เขาได้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของหอโอสถจนจมดิน
"อ้อ... หลงจู๊จ้าว" เทียนิหันกลับมาก่อนจะเดินออกจากร้าน "ข้าลืมบอกไป... ยาในกระบอกไผ่ที่ข้าวางไว้บนโต๊ะนั่น ข้ายกให้เ้า เอาไปวิจัยตามสบาย... เผื่อเ้าจะฉลาดขึ้นมาบ้าง"
ชายหนุ่มในชุดชาวนาเดินจากไปท่ามกลางเสียงสรรเสริญของผู้คน ทิ้งให้หลงจู๊จ้าวนั่งกำหมัดแน่นด้วยความแค้นที่สุมอก
แต่สำหรับเทียนิ นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้น... เงินร้อยตำลึงนี้ คือกุญแจที่จะไขประตูสู่เส้นทางผู้ฝึกตนที่แท้จริง!