นำเข้าประมูล
“ขออภัยที่ให้รอนานขอรับ”เสียงชายสูงวัยเอ่ยขึ้นเมื่อเปิดประตูเข้ามา
“ไม่เป็นไรขอรับ”จิ้นสิงตอบออกไป โดยเขาและชิงเถาก็ลุกขึ้นยืนเคารพเขาตามมารยาทก่อนจะนั่งลงไปพร้อมชายสูงวัยผู้เข้ามาใหม่
“ไม่ทราบว่าวันนี้นายท่านมีอะไรมาฝากให้ทางโรงประมูลมี่จวนของเราขอรับ”ชายผู้เป็นอาวุโสประเมินสิ่งของก่อนนำขึ้นประมูลและเป็นเจ้าของโรงประมูลผู้นี้เอ่ยถามออกมาอย่างสุภาพแต่ก็ไม่ได้นอบน้อมจนเกินไปเพราะตัวเขาเองก็มิใช่ต่ำต้อยที่ต้องทำกริยาประจบถึงขนาดนั้น
“นี่ขอรับ มิทราบว่าพอจะนำเข้าประมูลได้หรือไม่”จิ้นสิงเลื่อนขวดดินเผาขนาดเล็กไปตรงหน้าเขา รอให้เขาเปิดตรวจสอบเองเถอะ
“หืม”ผู้อาวุโสมองขวดสุราอย่างสงสัยก่อนจะยื่นมือไปยกมันขึ้นมาเปิดฝาดูตรวจสอบสิ่งที่อยู่ด้านในเองเพราะเจ้าของมันก็ไม่พูดบอกอะไรเลย
“นี่ นี่มันมัน น้ำผึ้งมรกตรึ” เขาที่เปิดฝาออกดูสาดส่องสายตาลงไปดูสิ่งที่อยู่ด้านในเจอเข้ากับของเหลวสีเขียวอยู่ด้านใน ทั้งกลิ่นของหอมมันนี่มันน้ำผึ้งมรกตหนิ เขาเคยเจอะเจอมาบ้างแต่ก็ไม่บ่อยนักในทั้งชีวิตนี้
“ใช่ขอรับ”จิ้นสิงเอ่ยตอบเขาออกมาเพื่อยืนยันสิ่งที่เขานำมา
“น้ำผึ้งมรกตน้ำผึ้งมรกตจริงๆ ดี ดีมากๆ ฮ่าๆๆ”ผู้อาวุโสเมื่อได้เจอสิ่งนี้เขาช่างโชดดีเสียเหลือเกิน โชคดีกับทางโรงประมูลด้วยต้องบอกก่อนว่าโรงประมูลแห่งนี้มิใช่โรงประมูลอันดับต้นๆ ของเมืองหลวง แต่เป็นเพียงโรงประมูลขนาดกลางๆที่หนึ่ง พวกเขาอาศัยเพียงความเก่าแก่ของโรงประมูลกับตัวผู้ดูแลเช่นเขาที่รับช่วงต่อมาหลายชั่วอายุคนกับที่ตั้งอยู่ในที่เศรษฐกิจหลักของเมืองหลวงจึงพอประคับประคองร้านไว้ได้ถึงจะต้องเจอกับคู่แข่งที่ผุดขึ้นมามากมายและมีความสามารถในการหาสิ่งมีค่ามาเข้าประมูลมากกว่า
“ใช่แล้วเจ้าค่ะพอจะนำขึ้นประมูลได้หรือไม่เจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาหลังจากที่ปล่อยให้เขาหัวเราะจนพอใจ จริงๆ ก็รู้คำตอบอยู่แล้วล่ะแต่เพื่อเป็นการเริ่มต้นประโยคต่อไปหลังที่เขาหัวเราะอยู่นาน
“ได้สิถ้ามิได้ข้าก็ถือว่าฆ่าตัวตายแล้ว ทำไมจะไม่ได้กันอีกสี่วันจะถึงการประมูลรอบต่อไป พวกท่านตกลงนำมาที่โรงประมูลนี้จริงๆใช่หรือไม่ขอรับ” เขาเอ่ยถามออกมาอีกอย่างสุภาพกว่าเดิมเขาอยากมั่นใจว่าสิ่งนี้พวกนางจะปล่อยให้ทางโรงประมูลของเขาจริงๆมิใช่มาเพื่อให้ความหวังแล้วหนีไปหาโรงประมูลใหญ่ๆ แทน
“แน่นอนเจ้าค่ะเรามาพูดคุยตกลงกันดีกว่า” ชิงเถาตอบออกมาอย่างยิ้มๆ ดูท่าทางของท่านผู้นี้สิตื่นเต้นกว่าตอนที่นางรู้ถึงประโยชน์ของน้ำผึ้งมรกตเสียอีก
“ดีขอรับนี่สัญญาการฝากลงประมูลที่นี่ ท่านลองอ่านดูก่อน”เขายื่นแผ่นกระดาษมาตรงหน้าให้อ่านซึ่งในกระดาษก็เป็นเหมือนสัญญาทั่วไปอธิบายถึงเรื่องการสัญญา ข้อตกลงต่างๆทางโรงประมูลจะหักจากราคาที่สิ่งของชิ้นนั้นประมูลได้ 1ส่วน และพวกนางจะได้ 9 ส่วนซึ่งถือว่าน่าพอใจอย่างมากกับข้อตกลงนี้
“ตกลงขอรับ”จิ้นสิงเมื่อดูสัญญาและมองหน้าบุตรสาวที่สั่นงึกๆอย่างนั้นคงเป็นคำตอบอื่นไปไม่ได้
“ดีขอรับเช่นนั้นก็ลงชื่อในสัญญาได้เลยขอรับ เพียงเท่านั้นเป็นอันเสร็จเรียบร้อย”เขารีบเอ่ยออกมาอย่างยินดีกับการตัดสินใจเร็วขนาดนี้ของสองพ่อลูก
“ขอรับ”จิ้นสิงตอบตกลงแล้วเขียนชื่อและประทับตราลายนิ้วมือลงไปในสัญญาทันที
“ขอบคุณที่ท่านไว้ใจทางร้านขอรับรับรองว่าสินค้าของท่านจะได้ราคาสูงแน่นอน” เขาเอ่ยออกมาให้พวกนางสบายใจได้เขาจะป่าวประกาศออกไปทั่วเมืองผู้คนจะต้องแห่กันมาหาเข้าสิ่งนี้แน่เพราะนานๆ เท่านั้นที่จะมีน้ำผึ้งมรกตออกประมูลเช่นนี้
“เจ้าค่ะทางเราต้องฝากท่านด้วย วันประมูลเราจะมาอีกทีเจ้าค่ะ” ชิงเถาเอ่ยขึ้นเมื่อทำข้อตกลงเสร็จแล้วและพวกนางกำลังจะออกจากร้านนี้ไปโดยมีผู้อาวุโสเดินออกมาส่งลูกค้าคนสำคัญคนใหม่ของเขา
“ขอรับ ท่านรับป้ายนี้ไปวันประมูลท่านจะได้รับที่นั่งชั้นดีจากทางร้าน” เอายื่นแผ่นป้านแกะสลักจากไม้มาให้จิ้นสิงไว้เมื่อมาร่วมการประมูลจะได้รับที่นั่งดีๆสมฐานะเขาเสียหน่อยเพราะเขาเห็นชื่อตอนจิ้นสิงเขียนไปแล้วสกุลเจี้ยนเฉิงเขาจะไม่รู้จักได้อย่างไรในเมืองนี้มีอยู่เพียงครอบครัวเดียวเท่านั้นและร้านของพวกเขาก็โด่งดังอย่างมากขนาดบุตรสาวของเขายังให้บ่าวไปหาซื้ออาหารจากร้านนั้นมากินบ่อยๆ เลย
“ขอรับเช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อน”จิ้นสิงเอ่ยออกมาก่อนเขากับบุตรสาวจะขอตัวก่อน ต้องแวะไปรับคนอื่นๆ ที่ร้านอีกก่อนจะกลับจวน
สี่วันต่อมาถึงวันประมูลสินค้าของร้านมี่จวนแล้วครอบครัวเจี้ยนเฉิงก็ยกโขยงกันมาหมดเพราะใครๆ ก็ยังไม่เคยมีประสบการเข้าโรงประมูลมาก่อนถือว่าไปเปิดหูเปิดตาก็แล้วกันแล้วเผื่อว่ามีของที่ใครอยากได้และพอซื้อไหวพวกเขาก็จะซื้อให้อย่างแน่นอน
“นี่หรือขอรับโรงประมูลใหญ่จังมีที่นั่งเยอะมากเลย แล้วจะมีคนมาเต็มที่นี่เลยหรือขอรับ”หมิงเลี่ยนถามออกมาเมื่อพวกเขาเข้ามานั่งในโรงประมูลแล้ว จริงๆ เวลาประมูลจะเริ่มอีกเกือบจะหนึ่งชั่วยามข้างหน้าแต่พวกเขาตื่นเต้นอยากจะมาก่อนเพราะพากันมาทั้งครอบครัวถ้ามาตอนคนที่เยอะๆแล้วก็อาจจะดูเดินไปมาขวางหูขวางตาใครเข้าก็ได้เพียงมาเวลานี้ก็ยังมีคนเริ่มมาแล้วเลยเพราะจากการประกาศออกไปว่าวันนี้จะมีน้ำผึ้งมรกตมาให้ประมูลผู้คนเลยหลั่งไหลมากันเยอะเป็นพิเศษคาดว่าที่นั่งของทางโรงประมูลแห่งนี้จะไม่พอด้วยซ้ำแล้วก็ดีมากที่พวกนางได้ห้องพิเศษมา ได้นั่งเล่นอยู่ในห้องไม่ต้องสนใจสายตาผู้ได้ เพราะไม่มีใครเห็นอยู่แล้ว
“สวัสดีเจ้าค่ะทุกๆท่านที่ให้เกียรติให้กับโรงประมูลมี่จวนในวันนี้ หลิงหลิงขอบคุณทุกท่านอย่างใจจริงเจ้าค่ะต้องขออภัยด้วยกับความไม่สะดวกเรื่องสถานที่ที่อาจจะไม่พอกับจำนวนของทุกท่านที่เดินทางมาในวันนี้”แม่นางหลิงหลิงสาวสวยหุ่นงามสวมชุดสีแดงสดทำหน้าที่ดำเนินการบนเวทีการประมูลนางเกริ่นพูดออกมาหลายเรื่อง ก่อนจะเริ่มเข้าการประมูลของชิ้นแรกเมื่อมีคนยกสิ่งนั้นขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะโดดเด่นเดียวบนเวทีนั่น
“สิ่งมีค่าชิ้นแรกวันนี้ก็คือเครื่องประดับหยกขาวมันแพะ ทั้งชุดมีทั้งกำไลข้อมือ กำไลข้อเท้า สร้อย ต่างหูและปิ่น ทั้งห้าชิ้นนี้ถูกแกะสลักโดยช่างฝีมือดีสลักออกมาเป็นรูปดอกเหมยกุ้ยเหมือนกันทุกชิ้นเริ่มต้นประมูลที่ 200 ตำลึง เจ้าค่ะ”เมื่อสิ้นเสียงแม่นางหลิงหลิงผู้คนในงานหลายคนที่ต้องการประมูลนำไปฝากคนหรือโดนแม่นางหญิงสาวที่ตามมาด้วยกดดันให้ประมูลมาให้ได้ก็สงเสียงเสนอแข่งขันกันอย่างเต็มที
“ราคาสูงมากเลยนะเจ้าคะ”ลี่ถิงที่นั่งดูการประมูลมาผู้คนเริ่มไล่เสนอราคากันขึ้นไปเรื่อยๆ บ้างคุ้มค่าบ้างดูเหมือนจะเสียประโยชน์ไปเสียแล้วก็ขึ้นอยู่กับคนมองล่ะนะของชิ้นเดียวกันแต่คุณค่ามันในแต่ละคนไม่เท่ากัน
“นั่นสิลูกแม่ก็เห็นว่าเครื่องประดับชิ้นแรกสวยดี อยากจะได้เป็นสมบัติไว้เป็นสินเดิมของเจ้าตอนออกเรือนแต่แม่ได้ยินราคาแล้ว แม่ขอเก็บเงินอีกสักพักนะลูก ลูกด้วยเยว่ซิน”นางลี่จูเอ่ยออกมา ของสวยๆ งามๆ นางก็อยากจะให้บุตรสาวได้เก็บไว้ใส่บ้างแต่ตอนนี้คงต้องเก็บเงินอีกเสียหน่อย ถึงจะมีพอซื้อ แต่เราก็ควรจะได้ซื้อในตอนที่เรารู้สึกว่าของพวกนี้ราคาไม่แพงแล้วซึ่งนั้นก็ต้องตอนที่พวกเขามีเงินมากพอจนมองว่าซื้อมันมาแล้วก็มิได้กระทบกับเงินในคลังที่มี
“ข้าไม่ต้องการหรอกเจ้าค่ะท่านซื้อให้เพียงลี่ถิงก็พอ” เยว่ซินรีบปฏิเสธออกมานางจะให้พวกเขาซื้อของแพงๆให้ได้เช่นไร ทุกวันนี้มีที่อยู่ที่กินอย่างสุขสบายก็ดีมากแล้ว
“ข้าก็ไม่ไดต้องการหรอกเจ้าค่ะท่านแม่เก็บไว้ทำอย่างอื่นเถอะ ซื้อเครื่องประดับไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรนัก”ลี่ถิงก็เอ่ยออกมาอีกคน นางมิใช่คนที่จะชอบของแพงอันใด มีอะไรให้ใช้ก็ใช้ไป
“เช่นนั้นก็พักเรื่องนี้ไว้ก่อนก็แล้วกันวันหน้าก็ค่อยว่ากันใหม่”นางลี่จูเอ่ยออกมาก่อนไปจะหันไปดูการประมูลต่อที่ผ่านมาแล้วหลายรายการ
“และแล้วก็มาถึงการประมูลของชิ้นสุดท้ายของวันนี้แล้วนะเจ้าคะหลิงหลิงหวังว่าของชิ้นนี้จะเป็นที่ต้องการของนายท่านทั้งหลายที่มากันในวันนี้ซึ่งมันก็คือน้ำผึ้งมรกตเจ้าค่ะ” แม่นางหลิงหลิงกล่าวออกมาก่อนจะเปิดฝาขวดน้ำผึ้งออกมา น้ำผึ้งปกติก็มีกลิ่นเฉพาะตัวอยู่แล้ว และนี่มันก็มีกลิ่นเหมือนกันแต่กลิ่นหอมหวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งทั่วไปนักผู้มาเข้าร่วมประมูลพากันได้กลิ่นกันทั่วห้องด้วยซ้ำ
“กลิ่นนี้น้ำผึ้งมรกตจริงๆ” “กลิ่นหอมนี่” “เพียงได้กลิ่นก็รู้สึกสดชื่นแล้ว”หลายเสียงพูดคุยทั่วห้องประมูลดังขึ้นพวกเขาเฝ้ารอเจ้าสิ่งสุดท้ายของงานประมูลในวันนี้กันทั้งนั้น ทั้งตระกูลใหญ่มากมายพ่อค้าคหบดี หอโอสถ สำนักหรือพรรคต่างๆ หรือแม้กระทั่งโรงประมูลใหญ่อื่นๆก็ยังส่งตัวแทนมาดูเช่นกัน ถ้าเป็นไปได้เขาอยากมาประมูลมันไปต่อด้วยซ้ำ
“ใช่เจ้าค่ะน้ำผึ้งมรกตขวดนี้ได้รับการยืนยันแล้วจากอาวุโสหอโอสถหลางจิ้นป้าน”แม่นางหลิงหลิงเอ่ยออกมาอีกเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับทุกคน
“เช่นนั้นก็ดี” “ใช่ๆ ท่านหลางเชียวนะ เช่นนี้ยิ่งน่าเชื่อถือ”เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งสบายใจขึ้นยังไงผู้อาวุโสคงไม่นำชื่อตนว่าทำให้เสียชื่อโดยการหลอกลวงหรอก
“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเสียเวลาเช่นนั้นเริ่มกันเลยเจ้าค่ะน้ำผึ้งมรกตเริ่มประมูลที่”