ยามสาม[1] จวนจวิ้นอ๋องเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ ทหารยามถือคบไฟวิ่งค้นหาคนร้ายไปทั่วจวน จนเสียงตะโกนจึงดังเข้ามาถึงเรือนตะวันออก
“คนร้ายไปด้านหลังเรือนตะวันออก เร็วเข้า จับตัวให้ได้!!”
เสียงผู้คนร้องตะโกน ส่งผลให้จางหลินถงนอนไม่หลับ รวมถึงชูหลิงและไห่เถิงด้วยเช่นกัน พวกเขาต่างลุกมานั่งฟังเสียงไล่ล่าอย่างร้อนรนใจ นอกเรือนมีลี่เฉิงและผู้คุ้มกันจำนวนหนึ่งคอยอารักขาความปลอดภัยตามคำสั่งของอู๋ฮวน ทุกคนอยู่ในอาการหวาดแระแวง การบุกรุกหนนี้อุกอาจเกินไป คนมากมายจึงต้องช่วยกันค้นหาทุกซอกทุกมุม
ก้อกๆ เสียงเคาะหน้าต่างดังขึ้น จางหลินถงจึงหันไปมองหน้าชูหลิงกับไห่เถิง พวกเขามองตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่ไห่เถิงจะส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบ และรีบคว้าขวดหยกสีเขียวเทผงยาในขวดใส่มือแล้วเดินไปใกล้หน้าต่าง
จางหลินถงหัวใจเต้นรัว เหตุใดคนร้ายต้องเลือกมาที่เรือนนางด้วยเล่า หากอู๋ฮวนจับได้จะไม่ระแวงนางอีกหรือ ทุกคนในห้องเงียบกริบ เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตนเอง ชูหลิงเห็นคุณหนูของนางหวาดกลัวจึงขยับไปโอบกอดจางหลินถง เตรียมปกป้องคุณหนูของนางเต็มที่ หากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง
ก้อกๆ เสียงเคาะหน้าต่างดังอีกครั้ง ไห่เถิงจึงขยับกลอนและเปิดออก ศีรษะคนผู้หนึ่งโผล่ขึ้นมาเหนือขอบหน้าต่างและส่งยิ้มกว้างให้คนข้างใน ไห่เถิงไม่สนใจว่าผู้นั้นจะเป็นใคร เขาคิดเพียงอย่างเดียวว่าต้องปกป้องสตรีในห้องให้ได้ก่อน จึงรีบสาดผงยาใส่ทันที
เฮ้ย! อู๋สี่ถูกผงยาสลบของไห่เถิง เขาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ต่อมาเริ่มมีอาการมึนงง เขาสะบัดศีรษะหนึ่งครั้ง พยายามจะมีสติเพื่อส่งยิ้มทักทายคนในเรือนอย่างเป็นมิตร ทว่าดวงตาเริ่มพร่าเลือน ความง่วงจู่โจมอย่างรุนแรง เขาทนไม่ไหวจึงปล่อยให้ตัวเองร่วงจากหน้าต่าง ตกใส่พุ่มไม้ด้านหลัง
ในช่วงเวลาเดียวกันที่จวนอู๋อ๋องขาดการอารักขาที่เข้มงวด เพราะความวุ่นวายที่จวนจวิ้นอ๋อง จึงต้องโยกย้ายกำลังส่วนหนึ่งไปไล่ล่าคนร้าย เปิดโอกาสให้ใครบางคนซึ่งรอโอกาสอยู่นานแล้ว ลุกจากเตียงมาเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดบุรุษสีดำ สวมผ้าปิดหน้า มวยผมเก็บอย่างมิดชิดแล้วก้าวออกมาจากห้องที่อยู่ข้างๆ
นางคือเหาอิ๋ง สาวใช้ห้องข้างของอู๋อ๋อง นางปรนนิบัติรับใช้อู๋อ๋องมานานถึงสามปี และแฝงตัวเข้ามาก่อนที่อู๋ฮวนจะพบกับซื่อจื่อและหลิงฉี ด้วยนางมีรูปโฉมโดดเด่นจึงต้องตาอู๋อ๋อง นางจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสาวใช้ห้องข้างคอยปรนนิบัติใกล้ชิด
นางมีหน้าที่รับผิดชอบทั้งเรื่องเสื้อผ้าและอาหารการกินทั้งหมดของอู๋อ๋องจึงไม่มีใครระแวงสงสัย เมื่อมีโอกาสนางจะผสมผงยาพิษลงไปในชาให้อู๋อ๋องดื่มวันทีละเล็กวันละน้อย ผงพิษเหล่านั้นนางได้รับมาจากซื่อจื่ออู๋เหวินเซียว เป็นยาพิษที่ออกฤทธิ์ช้า ส่งผลให้อาการภายนอกเหมือนคนไม่ป่วยไข้ธรรมดา จนเมื่อพิษสะสมมากขึ้นจะทำให้อาการทรุดหนักและสิ้นใจ
ตลอดสามปีแผนการของนางกำลังดำเนินมาอย่างราบรื่น ไม่นึกว่าอู๋ฮวนจะจับความผิดปกติได้ สั่งตรวจสอบเครื่องดื่มและอาหารทุกครั้งก่อนส่งเข้ามาอย่างละเอียด ทั้งในเวลาอาหารก็ส่งคนเข้ามาคุ้มกันแน่นหนา นางจึงลงมือไม่สะดวก ระยะหลังยังมีไห่เถิงช่วยถอนพิษจนอู๋อ๋องอาการดีขึ้นอีก เหาอิ๋งจึงไม่มีโอกาสลงมืออีก
แต่ไม่นึกว่าจะมีวันนี้ นางนึกขอบคุณคนร้ายที่บุกเข้าไปในจวนจวิ้นอ๋องเหลือเกิน ทำให้นางมีโอกาสอีกครั้ง นางเตรียมแผนมาอย่างดี หากคืนนี้พลาดอย่างไรในปากนางก็ยังมีถุงยาพิษที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้น หากนางไม่สามารถกลับไปได้ นางก็ไม่อาจปล่อยให้ตนเองตกเป็นเชลยของอู๋ฮวนเช่นกัน
แสงเทียนในห้องยังส่องสว่าง ตั้งแต่อู่อ๋องล้มป่วยก็ไม่เคยดับเทียนเลยสักคืน เหาอิ๋งก้าวเข้ามาในห้องนอน ของผู้ที่นางต้องหลับหูหลับตาเทิดทูนเป็นสามีมาตลอดสามปีด้วยความขยะแขยง ในดวงตาของนางจึงมีแต่ความรังเกียจ หากนางไม่หลงรักซื่อจื่อจนหมดหัวใจ มีหรือนางจะยอมใช้ร่างกายแลกความรักเช่นนี้ พอมาถึงหน้าเตียง นางก็นั่งพินิจพิจารณาใบหน้าของชายวัยกลางคนสีหน้าเย็นชา
“เป็นเพราะท่าน ข้าถึงต้องตกอยู่ในภาพเช่นนี้ ท่านมันก็แค่ไอ้เฒ่าราคะ จากนี้ไปข้าจะไม่ยอมให้ท่านอยู่เหนือข้าอีก หึๆ”
นางหัวเราะน้ำเสียงเยือกเย็น ขณะดึงขวดยาเล็กๆออกมาจากอกเสื้อ ผงพิษทั้งหมดถูกละลายเตรียมไว้แล้ว หลังจากกรอกเข้าปากอู๋อ๋อง เขาจะตายทันที สภาพศพเหมือนคนนอนหลับตายอย่างไร้สาเหตุ หลังอู๋อ๋องตายนางจะเป็นอิสระ นางจะได้กลับไปยังจวนซื่อจื่อปรนนิบัติรับใช้สามีที่แท้จริงเสียที
เหาอิ๋งจ้องมองขวดยาในมือพลางยิ้มอย่างสะใจ นางเปิดจุกออกและยื่นมือหนึ่งไปจับคางอู๋อ๋องแล้วบีบ แต่ก่อนที่เหาอิ๋งจะกรอกยาในขวดลงในปากคนบนเตียง ผู้ที่ซึ่งนั่งมองการกระทำของนางบนคาน รีบดึงปิ่นหยกขาวออกมาจากมวยผมและกดปุ่มดีดเข็มเงินออกไปทันที
“อ๊ะ!”เหาอิ๋งรู้สึกปวดที่ต้นคอจนเผลอทิ้งขวดยา นางเอามือตะปบที่หลังคอ พบว่ามีเข็มเล่มหนึ่งปักคาอยู่ ดวงตาเยือกเย็นเบิกค้าง ความง่วงจู่โจมอย่างรุนแรง
นางพลาดแล้ว! เหาอิ๋งพยายามรวบรวมสติดันถุงยาพิษจากใต้ลิ้นออกมาเพื่อจะกัดให้แตก แต่เข็มเงินเล่มนั้นเคลือบยาสลบไว้แรงมาก เหาอิ๋งหมดสติล้มลงทับบนกายอู่อ๋องในเวลาต่อมา
หลังจากคนร้ายสิ้นฤทธิ์ คนที่อยู่บนคานจึงโรยตัวลงมา อู๋อ๋องที่นอนหลับอยู่ลืมตาขึ้น หรี่ตามองหงอิ๋งด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นโทสะรุนแรง
“เซินสี่ เจี่ยอิน ถิงเฟิง อีม่าน ออกมาได้แล้ว”สิ้นเสียงอู๋ฮวน บุคคลทั้งหมดจึงทยอยออกมาจากที่ซ่อนตัว
เซินสี่ตรงดิ่งเข้าไปลากเหาอิ๋งลงมาบนพื้น แล้วตรวจสอบชีพจรของนางเป็นอันดับแรก จากนั้นเงยหน้าขึ้นรายงานเสียงขรึม“นางยังมีชีวิตอยู่ขอรับ”
“ดี เอายาพิษในปากนางออกและเอาตัวไปขังไว้รอสอบสวน ระวังอย่าให้นางหาโอกาสปลิดชีพตัวเองเด็ดขาด”
“ขอรับ”
เซินสี่เรียกเจี่ยอิน และถิงเฟิงเข้ามาช่วยกันลากเหาอิ๋งออกไปจากห้องนอนอู๋อ๋อง แล้วก้าวออกไปพร้อมกับอีม่าน ปล่อยให้พ่อลูกได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง
“อาฮวน”
“ขอรับ”
“ข้าเป็นหนี้ชีวิตเจ้าแล้ว หากไม่มีเจ้า ข้าคงไม่รอด”เสียงของอู๋อ๋องแหบแห้ง เพราะป่วยมานานและยังไม่ฟื้นตัวดี ร่างกายจึงยังไร้เรี่ยวแรง
อู๋ฮวนมองอู๋อ๋องด้วยสายตาที่ซับซ้อนยากจะอธิบาย จะว่าเป็นความผูกพันก็ไม่ใช่ ความแค้นใจก็ไม่เชิง อู๋อ๋องเองก็รับรู้ได้ถึงสายตากำกวม ตั้งแต่มารดาของอู๋ฮวนคลอด นางตกเลือดมากและจากไปเสียก่อน เขาจึงเป็นคนเลี้ยงดูอู๋ฮวนด้วยตนเอง อารมณ์ลูกคนนี้เป็นเช่นไรเขาย่อมรับรู้ดีแก่ใจ
“เป็นหน้าที่ของลูก”
“ข้ารู้ว่าใจเจ้าคิดอย่างไร อาฮวนในใจข้า รักเจ้าเหมือนที่ข้ารักอาสี่”
“ลูกทราบแล้ว บิดาพักผ่อนเถิด”
“อืม เจ้าก็รีบกลับไปพักผ่อนเถิด”
“ขอรับ”อู๋ฮวนประสานมือคารวะแล้วก้าวออกไปจากห้อง เลื่อนประตูงับอย่างเบามือ ก่อนจากไปอู๋ฮวนกำชับผู้คุ้มกันอีกครั้งว่าให้จับตาดูให้ดี อย่าให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามารบกวนการพักผ่อนของอู๋อ๋องได้เป็นอันขาด
อู๋ฮวนก้าวออกมาจากเรือนด้วยใจที่โล่งเบา ในที่สุดก็จับโจรได้เสียที ไม่นานก็จะสาวถึงหัวหน้าโจรที่อยู่เบื้องหลัง หลังจากนั้นเขาจะได้พาจางหลินถงกลับบ้านเกิดของนาง พบคนที่เขาอยากพบ และเขาคิดว่าจะอยู่กับนางที่นั่นสักพัก รอให้นางได้กลับเข้าตระกูลแล้วค่อยจัดการสู่ขอนางกับแม่ทัพกัว
เพียงแค่คิดว่าในไม่ช้าเขาจะได้แต่งนางมาเป็นภรรยาออกหน้าออกตา เขาก็มีความสุขจนเผลอยิ้มกว้าง เขาไม่เคยคิดเรื่องแต่งงาน แต่ในที่สุดเขาก็มีวันนี้ วันที่ต้องคิดทุกวิธีเพื่อพานางมาอยู่ข้างกาย
ในเวลานั้นลี่เฉิงก็วิ่งเข้ามาประสานมือคารวะ และรายงานข่าวเสียงหลง“จวิ้นอ๋อง เกิดเรื่องกับคุณชายรองแล้วขอรับ”
[1] ยามสาม หรือยามจื่อ หมายถึงช่วงเวลา 23.00น.-1.00น.