หนึ่งฝันพันจักรวาล

    ตอนที่ 48 เมล็ดพันธุ์แห่งการเปลี่ยนแปลง (The Seeds of Change)

    หลังจากที่ยานขนส่งลำสุดท้ายทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ความเงียบที่เปี่ยมด้วยความหวังก็ได้กลับมาเยือนศูนย์บัญชาการโซเลนเดลอีกครั้ง

    คาเรสเดินเข้ามาตบไหล่เซ็นด้วยแววตาเป็นประกายผ่านหน้ากากที่สวมอยู่ "เอาล่ะ...ในที่สุดก็ได้เวลาสร้างของเล่นชิ้นใหม่ที่นายคิดไว้สักทีนะ"

    เซ็นหันไปมองหน้าเพื่อนรักแล้วยิ้ม "ใจร้อนไปน่า...นายคิดว่าแค่พวกเราไม่กี่คนจะสร้างประตูมิติยักษ์นั่นเสร็จรึไง?"

    ซาเรียเดินเข้ามายืนข้างๆ "คาเรสพูดถูกส่วนหนึ่ง...แต่ไม่ใช่พนักงานทุกคนที่กลับไปนะ" เธออธิบาย "มีวิศวกรและช่างเทคนิคฝีมือดีอีกประมาณ 30 คนที่เลือกจะอยู่ที่นี่ต่อเพื่อช่วยโปรเจกต์ของเรา พวกเขาตื่นเต้นกับเทคโนโลยีใหม่พอๆ กับเรานั่นแหละ"

    คำพูดของซาเรียเป็นความจริง เพราะตั้งแต่เซ็นได้เสนอแนวคิด 'Runic Gate' เขาก็ได้ส่งทีมล่วงหน้าไปสำรวจและเริ่มวางโครงสร้างทันที ที่ราบกว้างใหญ่ห่างจากศูนย์บัญชาการไปหลายกิโลเมตร บัดนี้ได้กลายเป็นพื้นที่ก่อสร้างขนาดมหึมา เหล่าพนักงานที่เหลืออยู่กำลังทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ก่อสร้างของเอจิส อินดัสทรีส์ เพื่อวางรากฐานของโครงสร้างโลหะขนาดมหึมาที่ใหญ่พอจะให้ยานอวกาศขนาดกลางผ่านเข้าไปได้ทั้งลำ

    ณ ห้องบัญชาการหลัก ทีมโซเลนเดลกำลังระดมสมองกันอย่างเคร่งเครียด

    "การออกแบบโครงสร้างหลักเสร็จแล้ว" คาเรสพูดขึ้นขณะที่มือของเขากำลังปั้นแบบจำลองโฮโลแกรมของประตูมิติอย่างคล่องแคล่ว "แต่ปัญหาคือแหล่งพลังงาน...เราต้องใช้ Resonexium Dust จำนวนมหาศาลเพื่อสร้างแกนกลางที่เสถียรพอจะเปิดมิติได้ไกลขนาดนั้น"

    "ฉันกำลังให้ทีมสำรวจของเอจิสค้นหาแหล่งแร่ใหม่ๆ อยู่" ซาเรียตอบผ่านคลื่นความคิดที่โซร่าเชื่อมต่อไว้ "แต่ระหว่างนี้..."

    ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ เสียงที่นุ่มนวลแต่ก็เปี่ยมด้วยพลังของโซร่าก็ดังขึ้นจากระบบสื่อสารหลัก

    "แล้วฉันล่ะคะ? ใช้ฉันเป็นแหล่งพลังงานได้เลย พลังงานที่ฉันสามารถสร้างได้นั้น เพียงพอที่จะใช้ในดาวดวงนี้ไปอีกหลายล้านปี"

    ทุกคนในห้องนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่ ดร.อาริสจะเบิกตากว้าง "จริงด้วย! พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาตอนนั้น...Genesis Event...มันมากพอที่จะปลุกพลังคนเกือบ 200 คนได้เลยนี่นา!"

    ความกังวลเรื่องแหล่งพลังงานได้หายไปในทันที...พวกเขาได้มองข้ามขุมพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่อยู่กับพวกเขามาตลอดไปเสียสนิท

    สุดท้ายการทำงานร่วมกันของพวกเขาดำเนินไปอย่างราบรื่น...เซ็นให้วิสัยทัศน์และความเข้าใจในรูน, ซาเรียแปลมันเป็นสมการทางฟิสิกส์, คาเรสเปลี่ยนทุกอย่างให้กลายเป็นพิมพ์เขียวทางวิศวกรรมที่จับต้องได้, และโซร่า...เธอก็ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยวิเคราะห์ทุกการออกแบบ, คำนวณการถ่ายเทพลังงาน, และยังช่วยสร้างชิ้นส่วนนาโนที่เล็กและซับซ้อนที่สุดเพื่อแบ่งเบาภาระของคาเรส...การสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

    ณ ดาว Aerysia, มหานครหลวง...

    ยานขนส่งของเอจิส อินดัสทรีส์ ได้นำเหล่า "ทูต" กลุ่มแรกกลับมาสู่บ้านเกิดของพวกเขาอย่างปลอดภัย บรรยากาศของการได้พบหน้าครอบครัวอีกครั้งเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความปีติยินดี

    และในเวลาเพียงไม่กี่วัน ตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองที่เป็นทรัพย์สินของเอจิส อินดัสทรีส์ ก็ได้ถูกเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งหมด ป้ายโฮโลแกรมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนยอดตึก... "SOLENDEL CORPORATION"

    แคมเปญโฆษณาระลอกแรกได้เริ่มต้นขึ้นทั่วทั้งมหานคร มันไม่ใช่โฆษณาที่โอ้อวดถึงพลังเหนือธรรมชาติ แต่เป็นภาพที่เรียบง่ายและเข้าถึงได้...

    ภาพของนักศึกษาที่ใช้ระบบโซร่าช่วยสรุปตำราเรียนที่ซับซ้อนให้กลายเป็นแผนภาพที่เข้าใจง่าย... ภาพของเชฟที่ใช้โซร่าช่วยวิเคราะห์และเสนอสูตรอาหารใหม่ๆ จากวัตถุดิบที่อยู่ตรงหน้า... ภาพของนักเดินทางที่ใช้โซร่าแปลภาษาของนักท่องเที่ยวต่างดาวได้แบบเรียลไทม์...

    ทุกโฆษณาปิดท้ายด้วยประโยคเดียวกัน:

    "Sora System: Your Second Soul. เพื่อนคู่คิด...ในทุกวินาทีของชีวิต"

    กระแสตอบรับเป็นไปอย่างล้นหลาม ผู้คนต่างให้ความสนใจในเทคโนโลยีที่จะทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น และศูนย์บริการของโซเลนเดลก็เต็มไปด้วยผู้ที่ต้องการจะ "อัปเกรด" ชีวิตของตนเอง

    แต่ในค่ำคืนหนึ่ง ณ บาร์เล็กๆ ในย่านบันเทิงของเมือง...

    "แล้วแกก็กลับมาพร้อมกับไอ้ของเล่นไฮเทคที่หัวนั่นน่ะนะ มาร์คัส" เพื่อนเก่าคนหนึ่งของมาร์คัส (พนักงานโซเลนเดลที่เคยทดสอบ Rank ได้ระดับ G) เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงอิจฉา "ได้ยินว่าเงินดีนี่...ทิ้งเพื่อนเก่าไปเลยนะ"

    "มันไม่ใช่แบบนั้นเว้ย" มาร์คัสพยายามอธิบาย "นี่มันคืออนาคต...มันดีกว่าที่พวกแกคิดเยอะ"

    "อนาคตเหรอ? หรือว่าเป็นของเล่นของพวกคนรวยที่เอาไว้ควบคุมคนแบบเราๆ กันแน่!" การโต้เถียงเริ่มรุนแรงขึ้น

    ความโกรธเริ่มปะทุขึ้นในใจของมาร์คัส เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใคร เขาแค่ต้องการให้เพื่อนของเขาหยุดพูดจาดูถูกสิ่งที่เขาเชื่อมั่น...

    "แกไม่เข้าใจหรอก!" เขาลุกขึ้นยืน ตะคอกกลับไปพร้อมกับยกมือขึ้นชี้หน้าเพื่อนเป็นเชิงข่มขู่

    ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน...พลังที่เขาไม่เคยควบคุมได้ดังใจก็ตอบสนองต่อเจตจำนงของเขา...

    ฟู่มมมม!!!

    เปลวไฟสีส้มสว่างวาบพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา! มันไม่ใช่แค่ประกายไฟขู่ๆ แต่เป็นลูกไฟขนาดเล็กที่ทรงพลัง! มันพุ่งผ่านหน้าเพื่อนของเขาไปอย่างฉิวเฉียดและปะทะเข้ากับโต๊ะไม้ที่อยู่ด้านหลังเต็มๆ!

    เปรี้ยง! ตูม!

    โต๊ะไม้ทั้งตัวลุกเป็นไฟในพริบตา!

    เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังขึ้นจากทั่วทั้งร้าน...ทุกคนหันมามองมาร์คัสเป็นตาเดียว...ในแววตาของพวกเขาไม่ได้มีแค่ความทึ่ง...แต่เต็มไปด้วย...

    ความหวาดกลัว...

    มาร์คัสยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ เขามองไปยังฝ่ามือของตัวเองที่ยังมีควันกรุ่นๆ ลอยอยู่...สลับกับภาพโต๊ะที่กำลังมอดไหม้...

    "ฉะ...ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจ..."

    เขาพึมพำออกมา...แต่ไม่มีใครได้ยิน...เพราะในตอนนี้...ทุกสายตาที่มองมายังเขา...มองเห็นเพียง "ปีศาจ" ที่สามารถยิงไฟได้เท่านั้น

     

     

     

     

    จากผู้เขียน:

    เมล็ดพันธุ์ได้หยั่งรากแล้ว...แต่ผลของมันอาจไม่ได้งดงามอย่างที่คิดเสมอไป อุบัติเหตุครั้งนี้จะกลายเป็น "จุดเปลี่ยน" ของการรับรู้ที่ผู้คนมีต่อ "ผู้ตื่นพลัง" หรือไม่? และโซเลนเดลจะรับมือกับ "ปัญหาแรก" ที่เกิดขึ้นในสังคมได้อย่างไร?

    ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ!

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝันพันจักรวาล ที่คุณอ่าน