ตัวข้าไม่ใช่บุตรเขยสกุลฉี! (我不是齐家的女婿)

    จดหมายเลือด 3

    โอ้! เจ็บ!


    เรื่องราวเกิดขึ้นเร็วมากจนแทบจะไม่ทันสังเกต เมื่อเดินไปได้ไม่กี่ก้าว กู้เลี่ยงรุ่ยก็ได้ยินเสียงแหวกอากาศของอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาที่ไหล่ซ้าย พอก้มลงมอง ธนูดอกหนึ่งที่โปร่งแสงก็ปักอยู่ที่ไหล่ เจ็บจนต้องทรุดกายลงกับพื้น เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากปากแผลเหมือนน้ำพุ ขนาดยื่นมือไปปิดแผลก็ยังไหลออกมาตามง่ามนิ้ว ลูกธนูที่ปักไหล่เหมือนล่องหนได้ในเวลาไม่นาน แต่บาดแผลยังคงอยู่และเจ็บเหลือเกิน เขากัดฟัน กลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ กู้เลี่ยงรุ่ยมองไปรอบกายอย่างระแวดระวังภัย ความเจ็บปวดจากปากแผลพลุ่งพล่าน หากว่าเขาไม่อดทนไว้สักหน่อย ป่านนี้ได้ร้องกรีดออกไปแล้วจริงๆ แต่เพราะว่าเคยผ่านความเจ็บปวดมาอย่างโชกโชนพอสมควรแล้ว จึงยังอดทนไว้ได้อยู่ ทั้งยังแอบทำสัญญาลักษณ์ลงบนแขนของตัวเอง เป็นตัวกากบาทไขว้ เป็นการขอความช่วยเหลือที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงหรือไม่ แต่เขายังจะทำอะไรได้อีก นอกจากขอความช่วยเหลือและถ่วงเวลาไว้ก่อน


    ไม่รู้เวรกรรมอะไรนักหนา คนกำลังเศร้าเสียใจแท้ๆ กลับต้องมาถูกปองร้ายอีกแล้ว ทำไมอยู่ในร่างนี้มันซวยซ้ำซวยซ้อนซ่อนเงื่อนพิรอดได้ขนาดนี้


    ขอเถอะ! ใครก็ได้มาสอยข่อยแน้ ไม่งั้นตายคักๆ


    “ผู้มาเป็นใครกัน เหตุใดลงมือหนักเช่นนี้”


    เสียงหัวเราะของสตรีที่ฟังแล้วหลอนสุดๆ เท่าที่เคยฟังมาในชีวิต ร่างนั้นเดินออกมาจากหลังต้นไม้ ใบหน้ากึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม ในมือว่างเปล่า


    “เสียมารยาทแล้ว ข้าลืมแนะนำตัวไปได้อย่างไรกัน เจ้าสำนักกู้ เป็นข้าเอง ลู่เผิงฮวา”


    “เจ้าสังหารนางแล้วสวมรอยแทนเพื่อต้องการล้างแค้นให้ประมุขมารสินะ ทำได้ดี เอาสะข้ามองไม่ออกเลยสักนิดว่าถูกมารอย่างเจ้าล้อเล่นแล้ว” นางไม่ใช่คนหรอก ดมกลิ่นในอากาศที่แต่กลิ่นอายมารก็รู้แล้ว นางไม่ใช่มนุษย์ด้วยซ้ำ


    “ท่านชมเกินไป อย่างไรท่านก็สูญเสียวารยุทธ์ไปเพราะท่านประมุข ทั้งยังความจำเสื่อม ได้เท่านี้ก็ไม่นับว่าแย่ คนที่ไม่ตายเพราะอาคมของ่านประมุข ใต้หล้านี่เห็นจะมีเพียงท่าน” ไม่นับว่าแย่แต่นับว่าอ่อนแอถดถอย นางคิดอย่างลำพองใจว่านี่นะรึเจ้าสำนักกู้อันโด่งดัง เหตุใดแค่ธนูมายาดอกเดียวก็รับไม่ได้ นางซุ่มดูอยู่นางก็ยังไม่รู้ตัว ทำให้นางอดเหยียดหยันไม่ได้เลยจริงๆ ว่าคนพรรค์นี่นะหรือที่รอดพ้นจากอาคมมาได้


    กู้เลี่ยงรุ่ยอดกรีดร้องในใจไม่ได้ ทำไมกันนะทำไม ชีวิตตนถึงได้ยากลำบากปานนี้ นี่มันพระเอกฉบับดาวพระศุกร์สาขาเมืองจีนเหรอ?


    “ขายหน้าแล้ว ข้าก็แค่คนธรรมดาเท่านั้น”


    กู้เลี่ยงรุ่ยยิ้มขืน ข่มกลั้นความเจ็บปวด มองนางอย่างไม่ถือสา สำรวจอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ ใบหน้าของนางแผ่ประกายรังสีอาฆาต ทั้งนางเป็นคนลงมือลอบยิงธนูใส่ตน พูดแล้วก็เศร้า แม่ทัพดีๆ คนหนึ่งถูกฆ่าตายเสียแล้วทั้งยังถูกปีศาจยึดร่าง ลู่เผิงฮวาตัวจริงได้ตายไปแล้ว ที่อยู่ตรงหน้านี่คือถูกสวมรอยแทนเป็นมารตนหนึ่ง กู้เลี่ยงรุ่ยจำได้แล้วในตอนนี้ว่าในนิยายมีมารผู้หนึ่งที่นับเป็นคนรู้ใจของประมุขมารซีซวนหลิน ทว่านางไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน แม้กระทั่งเพศ ชื่อแซ่หรือตัวตนอันแท้จริงก็ไม่มีใครรู้ นางเป็นนางมารพันหน้า ทุกครั้งที่เปลี่ยนใบหน้าก็จะเปลี่ยนตัวตนไปด้วย สวมรอยเป็นคนผู้นั้นจนกว่าจะพอใจแล้วทิ้งร่างไป ว่ากันว่านางเป็นมารที่เกิดจากดวงจิตไม่ผ่องใส ไม่มีรูปกาย เป็นเพียงมารชั้นต่ำที่เจ้าเล่ห์และอาศัยบารมีของประมุขมารเพื่อดำรงอยู่เท่านั้น เพราะการที่ไร้ตัวตนตั้งแต่แรกของนางทำให้สามารถเป็นใครก็ได้ แต่ว่านี่ก็นับเป็นจุดอ่อนของนาง เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่นางไม่สามารถหาร่างมารองรับดวงจิตของนางได้ในเวลาหนึ่งก้านธูป ดวงจิตนางจะแตกสลายไปตลอดกาล


    กู้เลี่ยงรุ่ยไม่สงสัยเลยว่าทำไมตนกลายเป็นเป้าหมายของนางมารตนนี้ไปได้ ก็ใครใช้ให้เขาคือเจ้าสำนักกู้เล่า นางย่อมต้องแค้นเขาอยู่แล้ว คู่ขานางหายสาบสูญไปตั้งแต่วันนั้น จนถึงตอนนี้ก็ไร้ร่องรอย เป็นตายไม่รู้แจ้ง


    ทว่าสิ่งอื่นในตอนนี้ล้วนไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรถึงจะเอาตัวรอดไปได้อย่างไร กู้เลี่ยงรุ่ยประมาทไปแล้วจริงๆ ชีวิตสงบๆ ที่เคยมีในอดีตกับช่วงเวลาไร้ทุกข์ที่อยู่บนเขาที่สำนักทำให้ตนหลงระเริงตนไปว่าไม่มีอะไรที่เป็นอันตรายจนต้องหวั่นเกรง อันที่จริงแม้แต่การเดินทางครั้งนี้ก็ราบรื่นได้เพราะอาจารย์อากับอู๋เยี่ยนปูทางไว้ตลอด ไม่งั้นคนที่เป็นศัตรูกับปีศาจทั่วหล้ากับคนที่มีหมายหัวว่าเจ้าสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่งรึจะรอด


    “นางมารพันหน้าคือเจ้าสินะ แต่นี่ดูจะไม่ใช่สิ่งที่เจ้าอยากจะเป็นเลย ปกติเจ้าต้องสิงสู่อยู่ในร่างของสาวงามมิใช่เหรอ เหตุใดจึงเลือกมาอยู่ในร่างรองแม่ทัพได้เล่า ขืนคู่ขาของเจ้ามาเห็น คงไม่แลเจ้าแน่ๆ”


    “ข้าก็ไม่ค่อยชอบร่างนี้เท่าไหร่หรอก อึดอัดแย่ แต่ก็ต้องอดทนไว้ ใครใช้ให้ข้าบังเอิญไปเจอนางกับศิษย์น้องของเจ้าที่กำลังหนีตายมาเล่า เจ้าอาจจะคิดว่าข้าเป็นคนลงมือใส่ศิษย์น้องเจ้า แต่ข้าเปล่าหรอกนะ มือของข้าเปื้อนแค่เลือดของรองแม่ทัพเท่านั้น ทั้งข้ายังอุส่าห์ใจดีพาร่างศิษย์น้องของเจ้ากลับมาด้วย ข้าจิตใจดีใช่หรือไม่เล่า” นางว่าก่อนจะเดินมานั่งย่อกายนระยะประชิด ทำเอาคนขนลุกชูชัน


    กู้เลี่ยงรุ่ยเบือนหน้าหนี ได้กลิ่นแปลกๆ จากร่างนางจนอยากจะอ้วกแต่ก็ต้องรักษากริยา นางมารคนนี้เหม็นชะมัดเลย อาบน้ำบ้างหรือเปล่าว่ะ “เจ้าทำเช่นนี้ทำไม ข้าไปทำอะไรให้เจ้า”


    สาบานว่าตอนพูดประโยคนี้ตนกลั้นหายใจ...


    “เจ้าสำนักกู้ ท่านอย่าไร้เดียงสาสิ มีใครบ้างที่ไม่อยากฆ่าท่าน เจ้าสำนักอันดับหนึ่งเชียวนะ ใครฆ่าท่านได้นับว่าเป็นเกียรติยศบารมีแล้ว เอาเถอะ เห็นแก่ที่ท่านเป็นคนหน้าตาน่ามอง ข้าจะไว้ชีวิตท่านแล้วเล่นกับท่านสักวันสองวันแล้วกัน” ลู่เผิงฮวาเลื่อนนิ้วผ่านใบหน้าอ่อนนุ่มที่ใสเนียนจนน่าหลงใหล คำเล่าลือเรื่องรูปโฉมของเจ้าสำนักกู้ไม่เกินจริงเลย ใบหน้านี้สมควรเป็นของนางถึงจะถูก รอจนนางเล่นจนพอใจแล้ว นางค่อยยึดร่างเขามาแล้วกัน


    อย่าหวังลมๆ แล้งๆ ไปหน่อยเลยแม่นางมาร! ถึงจะสิ้นไร้ไม้ตอกแค่ไหนฉันก็ไม่เอาหล่อนหรอกย่ะ หรือต่อให้เจ้าสวยกว่านี้งามกว่านี้ ฉันก็กระเดือกไม่ลง


    “เจ้าคิดว่ามีความสามารถมากพอจะพาข้าไปได้อย่างนั้นนะหรือ เจ้าประมาทข้ามากเกินไปหรือไม่” อย่างไรก็ดี เขาไม่ใช่นักเรียนชั้นเลวที่เรียนอะไรไม่เอาอ่าวหรอกนะ ช่วงเวลาที่ถูกอู๋เยี่ยนสั่ง (ซ้อม) สอน เขาก็พอจะเรียนรู้อะไรมากบ้างแล้ว อีกทั้งความฝันเมื่อเช้าที่ได้เรียนจุดตายของร่างกายมาทำให้เขาเริ่มลองวิชาทันทีกับนางมารที่เข้ามาใกล้อย่างไม่คิดระวังตัว


    กู้เลี่ยงรุ่ยหยิบมีดจอบเล็กที่เอาไว้ใช้ขุดหารากสมุนไพรออกมาฟาดใส่นางที่ขมับ ด้วยความไม่ระวังของนางเองที่ทำให้พลาด ถูกกู้เลี่ยงรุ่ยฟาดไปเต็มๆ หนึ่งที ก่อนที่นางจะโต้กลับมาด้วยพลังสายหนึ่งแต่เขาไม่ไก่กาชั้นอนุบาลอีกแล้ว จึงโคจรพลังปราณต้านเอาไว้ได้แม้จะหลังชนต้นไม้แล้วก็ตาม ส่วนนางมารลู่เผิงฮวาไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย แม้ใบหน้าจะงุนงงแต่ก็ฉายแววอำมหิตในเวลาต่อมา


    “ฮ่าๆ ฮ่าๆ เห็นทีข้าจะประเมินท่านต่ำไปเล็กน้อย ไหนท่านถึงยังมีพลังปราณได้เล่า ข่าวบอกมาว่าท่านสูญเสียวรยุทธ์ไปหมดแล้วมิใช่? เมื่อครู่ท่านต้านพลังข้าไว้ได้ นับถือๆ” เมื่อประสานมือคาราวะแล้ว นางก็ใส่ไม่ยั้งเลย ทั้งพลังฝ่ามือและธนูมายาที่ไร้รูปร่างนอกจากแสงสีขาวๆ ที่แวบไปมา กู้เลี่ยงรุ่ยพุ่งตัวหลบ ข้างหูได้ยินแต่เสียงฟิ้วๆ ใกล้ๆ ประสาทสัมผัสตื่นตัวเมื่อรับรู้ได้ถึงพลังอาฆาตที่รุนแรงมากของนาง เห็นดังนั้นกู้เลี่ยงรุ่ยก็ไม่อยู่เฉย เผ่นอย่างไม่คิดชีวิตชนิดที่นักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกต้องอาย


    “นับถือข้าก็เบาๆ มือหน่อยสิ ข้ายังอ่อนแออยู่นะ” นอกจากตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง สิ่งหนึ่งที่อดไม่ได้จริงๆ ก็คือพูดเนี่ยแหละ ตนวิ่งเร็วแค่ไหนก็ไม่สำคัญเพราะอีกฝ่ายเหาะเหินเดินอากาศราวกับร่างกายเบาสบาย แตะไปตามยอดไม้แล้วตามมาอย่างติดๆ จนกู้เลี่ยงรุ่ยหัวใจเต้นระทึกไปหมดแล้ว เจ็บแผลก็เจ็บ กลัวตายก็กลัว


    “เช่นนั้นท่านก็อย่าวิ่งหนีข้าเหมือนมุสิกสิ ออกมาให้ข้าจัดการท่านดีๆ เสียเถอะ ไม่งั้นพลาดพลั้งไป ศพท่านอาจจะไม่สวยนัก ถึงเวลานั้นข้าก็ยึดร่างท่านไม่ได้แล้วนะสิ” กล่าวประโยคนี่จบ นางก็มาดักอยู่หน้าแล้ว


    “เร็วจังเลยนะ ถ้าเจ้าไปแข่งวิ่งล่ะก็โกยเหรียญทองทุกรายการแน่นอน” กู้เลี่ยงรุ่ยทั้งหอบทั้งเหนื่อยแต่ก็ต้องพูดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจนาง ตนสู้นางไม่ได้ เรื่องนี้แจ้งแก่ใจ ดังนั้นทางเดียวที่พอจะรอดไปได้ก็คือทำอย่างไรก็ได้เพื่อถ่วงเวลารอคนมาช่วย หรืออีกทางก็คือเออออกับนางไปก่อน นางดูจะชอบใบหน้านี่มาก ประกายในดวงตาของนางมันบอกเช่นนั้น ซึ่งนั้นก็หมายความนางมีความหลงใหลไปกับรูปทรัพย์ หากสามารถเกลี่ยกล่อมนางได้ ทางรอดก็ย่อมมี


    “อะไรคือโกยเหรียญทอง ข้าไม่สนใจของพวกนั้นหรอกนะ ยังไงล่ะไม่วิ่งแล้วรึ ข้าตามท่านได้สบายๆ เลยล่ะ”


    เออๆ รู้แล้ว อย่ามาขิงอะไรเยอะแยะเลย


    “ข้ารู้ ข้าไม่วิ่งแล้ว เหนื่อยเจ็บ เอาสิ เจ้าจะทำอะไรข้าก็ทำเลย ยังไงข้าก็สู้เจ้าไม่ได้” ไม่รู้ว่าไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่านางไม่ฆ่าตนแน่ๆ อาจจะเป็นเพราะตนส่องคันฉ่องวงกลมทุกครั้งที่มีโอกาสจึงรู้ว่าใบหน้าของเจ้าสำนักกู้นั้นหล่อเหลาเลิศเลอเพียงใด ถ้าหากจะให้อธิบายออกมาเป็นคำพูดก็เกรงว่าจะอธิบายได้ไม่สิ้นสุดด้วยซ้ำ เอาเป็นหล่อมากๆ จนเหมือนเทพจุติลงมาเองแล้วกัน


    “ดีที่ท่านรู้จักประมาณตน เช่นนี้ก็ตามข้ากลับไปหุบเขาเสียดีๆ ไม่แน่ว่าหากท่านทำตัวดีๆ คอยปรนนิบัติเอาอกเอาใจข้าจนข้าพอใจ บางทีข้าอาจจะให้ท่านตายแบบไม่ทรมานนักเป็นการตอบแทน ยิ่งถ้าท่านมีของดีที่สามารถทำให้ข้าเสพสุขได้ ข้าจะพิจารณารับท่านไว้เป็นชายบำเรอก็ได้ อย่างไรล่ะ ท่านว่าข้อเสนอข้าดีหรือไม่” นางมองใบหน้าของกู้เลี่ยงรุ่ยอย่างไม่ละสายตา ตั้งแต่ที่เห็นครั้งแรกนางก็ลงมือฆ่าเขาไม่ลง ทั้งที่สามารถลอบฆ่าเขาได้ตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว ที่แท้เพราะถูกใบหน้าของเขาล่อลวงเข้าแล้ว แต่จะทำอย่างไรได้ ก็นางเป็นพวกชอบของสวยๆ งามๆ นี่


    กู้เลี่ยงรุ่ยยิ้มขืนปลื้มอ่ะปลื้ม


     ถุย!

    คล้ายกับเรื่องตัวข้าไม่ใช่บุตรเขยสกุลฉี! (我不是齐家的女婿) ที่คุณอ่าน