บทที่ 41 เปิดเรียนแล้ว
ฉินอิงอิง เยี่ยนลี่เฉิง และฉินอี้หานอยู่ที่บ้านเก่าตระกูลฉินสองวัน พวกเด็ก ๆ ใกล้เปิดเทอมแล้ว ต่างคนต่างกลับไปเก็บของ
วันที่ 1 กันยายน ฉินอี้หานกับเยี่ยนลี่เฉิงส่งอิงอิงน้อยไปเรียนด้วยกัน
เยี่ยนลี่เฉิงเลื่อนชั้นจาก ม.3 เป็น ม.4 ด้วยความที่เขาฉลาดกว่าคนทั่วไปมาตั้งแต่เด็ก จึงได้เลื่อนชั้นอย่างรวดเร็วมาโดยตลอด
ครั้งนี้เลื่อนจากระดับ ม.1 ไป ม.4 หลังจากสอบผ่าน เขาก็กลายเป็นนักเรียนมัธยมปลายที่อายุน้อยที่สุด และเป็นนักเรียนที่มีคะแนนโดดเด่นที่สุด
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังตัวสูงหน้าตาหล่อเหลา ใบหน้าไร้ซึ่งที่ติ ยังไม่ทันได้เรียนมัธยมปลาย กลับมีเด็กอนุบาลจำนวนไม่น้อยเริ่มตาเยิ้มเมื่อเห็นเขาแล้ว
“ว้าว! พี่ชายคนนั้นหล่อมาก”
“ในอนาคตฉันต้องหาแฟนที่หล่อแบบนั้นให้ได้เลย”
เหล่าเด็กผู้หญิงหน้าแดง กระซิบหงุงหงิงกันอย่าง ‘ไร้เดียงสา’ ส่วนพวกเด็กผู้ชายเห็นเข้าก็พากันดูแคลน
“ผอมอะไรขนาดนั้น”
“ก็ไม่ได้สูงเท่าไหร่นี่”
“นั่นสิ! มีอะไรให้น่าชอบตรงไหน?”
…
ขณะที่พวกเด็กผู้ชายเบ้ปาก ในตอนนั้นก็เห็นว่ามือใหญ่กำลังที่จูงมือเล็ก ๆ นั่นอยู่
“เอ๋?”
ลู่ฉีรออยู่ที่หน้าประตูโรงเรียนอนุบาลตั้งแต่เช้า ตอนนี้เขาอยู่อนุบาลสาม เมื่อเห็นอิงอิงน้อยก็รีบร้อนวิ่งเข้ามา
“สวัสดีครับอาฉิน สวัสดีครับพี่ลี่เฉิง สวัสดีอิงอิงน้อย”
เยี่ยนเสี่ยวหรูที่เป็นเด็กอนุบาลสามเหมือนกันเดินออกมาจากห้องเรียนพอดี เมื่อเห็นว่าลู่ฉีกำลังทักทายฉินอิงอิง เธอก็หน้าดำหน้าแดงขึ้นมาทันที
เธอบอกทุกคนในห้องเรียนไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าเพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ในระดับชั้นอนุบาลหนึ่งเป็นปัญญาอ่อน พูดก็ไม่ได้ ได้แต่ร้องไห้งอแง แล้วยังจะไปทักทายอะไรอีก?
เป็นเพื่อนกับเด็กปัญญาอ่อนแบบนั้น ไม่ขายหน้าบ้างเลยเหรอ?
เธอกอดอกเชิดหน้าขึ้นและร้องเฮอะอย่างเย็นชา “ดูสิ ยัยเด็กอ้วนน่าเกลียดนี่ ทั้งอ้วน ทั้งโง่ พูดก็ไม่ได้!”
เพื่อนทั้งสองของเธอหันมามองพร้อมกัน
คนหนึ่งบอก “โห! อ้วนกลมเนื้อเยอะจริงด้วย!”
อีกคนก็ว่า “อ้วนแบบนี้น่ารักมากเลย!”
เยี่ยนเสี่ยวหรูตกใจ “น่ารัก? เนื้อเยอะขนาดนี้คงแต่งงานไม่ได้หรอกมั้ง”
เพื่อนคนหนึ่ง “หืม? ก็จริงนะ! ไม่มีเด็กผู้ชายที่ไหนชอบเด็กผู้หญิงอ้วนแบบนั้นหรอก! อ้วนเกินไปก็น่าเกลียด ใส่อะไรก็ไม่สวย ต้องขายไม่ออกแน่”
เพื่อนอีกคนเอ่ย “แต่ตอนนี้ชุดที่เธอใส่อยู่ก็ดูดีมากจริง ๆ นะ”
วันนี้ฉินอิงอิงยังใส่ชุดเจ้าหญิงเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองสว่าง ดูสดใสมาก กระโปรงฟูฟ่องขนาดใหญ่พอ ๆ กับร่างกลม ๆ ของเธอก็ทำให้เห็นแล้วรู้สึกสะดุดตา
สีนี้ หากเป็นคนที่มีผิวคล้ำใส่จะไม่เหมาะ หากหน้าตาไม่โดดเด่นหรือสีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติก็จะถูกกระโปรงดึงความสดใสทั้งหมดไป
แต่เมื่อกระโปรงนั่นสวมอยู่บนตัวของอิงอิงแล้ว มีแต่ทำให้รู้สึกว่าเหมาะสมเป็นอย่างมาก
กระโปรงสีเหลืองแบบเจ้าหญิง เข้าชุดกับรองเท้าเจ้าหญิงสีเดียวกัน ถุงเท้าพื้นขาว ผมดำฟูฟ่องที่ด้านบนมีคริสตัลติดอยู่ เธอเหมือนกับเจ้าหญิงตัวน้อยแสนนุ่มนวลอ่อนโยนที่ออกมาจากในการ์ตูนเลย
ครูหลี่รีบร้อนมานั่งยอง ๆ ตรงหน้า “อิงอิงน้อยสินะ น่ารักมากเลย ครูชื่อครูหลี่ เป็นครูประจำชั้นของพวกเธอ”
ฉินอิงอิงกะพริบตาโต “สวัสดีค่ะครูหลี่”
เธอเดินออกมาจากด้านข้างของพ่อกับพี่ชาย มายืนอยู่ตรงหน้าครูหลี่กับลู่ฉีและโบกมือให้ทั้งสองคน
“พ่อ พี่ลี่เฉิง ไว้เจอกันนะคะ”
ฉินอี้หานกับเยี่ยนลี่เฉิงรู้ว่าครูหลี่คนนี้คือครูที่ครูใหญ่ลู่ส่งมาโดยเฉพาะ พวกเขาจึงโล่งใจได้
“ไว้เจอกัน ตอนบ่ายเลิกเรียนแล้วพ่อกับพี่จะมารับอิงอิงน้อยกลับบ้านนะ”
ฉินอิงอิงยิ้มตาหยีและพยักหน้า “ค่ะ”
เด็กหญิงโบกไม้โบกมือ ก่อนหันหลังเดินตามครูหลี่กับลู่ฉีเดินไปห้องเรียนด้วยกัน
ลู่ฉีกลัวว่าอิงอิงน้อยจะกลัว ระหว่างทางจึงปลอบเธอเบา ๆ
“อิงอิงน้อย ถ้าถูกเพื่อนรังแกต้องบอกครูหลี่นะ มาหาพี่ที่ห้องอนุบาลสามก็ได้”
เขายกมือขึ้นและชี้ “ห้องเรียนของชั้นอนุบาลสามอยู่ทางนั้น เดินตรงไปข้างหน้าสามห้องก็ถึงแล้ว จำได้ใช่มั้ย?”
ฉินอิงอิงพยักหน้าและพูดขอบคุณด้วยเสียงเล็ก ๆ ของเด็ก
“ขอบคุณนะคะพี่ลู่ฉี ฉันจำได้แล้วค่ะ”
การทะเลาะกันไม่ใช่เรื่องดีตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ฉินอิงอิงจึงเข้าใกล้ลู่ฉีและลดเสียงพูดให้เบาลงมาก ๆ
“แต่ฉันไม่กลัวถูกใครรังแกนะ พวกเขาสู้ฉันไม่ได้หรอก!”
ครูหลี่เห็นเด็กสองคนนี้เข้าใกล้กันและแอบซุบซิบก็อดขำไม่ได้ ที่จริงฉินอิงอิงอ้วนกลมก็น่าเอ็นดูอยู่แล้ว พอบวกกับเสียงเล็กน่ารักของเธอก็ยิ่งทำให้อยากเอาใจ
ที่จริงแล้วตนกับครูใหญ่ลู่มีความสัมพันธ์เป็นญาติกัน เธอเป็นครูประจำชั้นที่โรงเรียนนี้มาหลายปี เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เห็นลู่ฉีคุยกับเพื่อนคนอื่นก่อน แถมยังเป็นห่วงด้วย
ก็รู้อยู่ว่าก่อนหน้านี้อิงอิงน้อยเคยช่วยลู่ฉีเอาไว้ ไม่คิดเลยว่าลู่ฉีผู้โดดเดี่ยวตั้งแต่เล็กจนโตจะเก็บเอามาใส่ใจ
“เสี่ยวฉีวางใจเถอะ ครูจะดูแลอิงอิงน้อยอย่างดี”
ลู่ฉีกลับไปห้องตัวเองโดยหันมามองเป็นพัก ๆ ครูหลี่ยิ้มและจูงมือเล็ก ๆ ของฉินอิงอิงเข้าห้องเรียนอนุบาลหนึ่ง
ชั้นเรียนนี้มีเด็กทั้งหมดสิบห้าคน ครูสามคน มีหน้าที่สอนสองคน ช่วยดูแลหนึ่งคน ห้องเรียนทั้งสดใสและกว้างขวาง ฉินอิงอิงได้เห็นก็รู้สึกชอบใจในทันที
เด็กทั้งสิบสี่คนอยู่เนิร์สเซอรีด้วยกันในช่วงครึ่งปีแรก ทุกคนรู้จักกันแล้ว
ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมีนักเรียนใหม่เข้ามาหนึ่งคน เด็ก ๆ ดูอยากรู้อยากเห็นกันมาก
ฉินอิงอิงก็มองพวกเขาด้วยความแปลกใจเช่นกัน จากนั้นสายตาก็มองไปยังเด็กชายที่โดดเด่นมากเรื่องน้ำหนักซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังสุด
ครูหลี่เริ่มแนะนำ “เด็ก ๆ ทุกคน วันนี้เปิดเทอมใหม่วันแรก ครูดีใจมากที่เด็กทุกคนมาโรงเรียนตรงเวลา เก่งมากเลย”
หลังจากพูดคุยกับเด็ก ๆ ไม่กี่ประโยคครูหลี่ก็กล่าวแนะนำฉินอิงอิง
“นี่คือเด็กใหม่ในห้องเรียนของเรา เธอชื่อฉินอิงอิง”
พูดจบ ครูหลี่ก็มองไปที่ฉินอิงอิงอย่างให้กำลังใจ “อิงอิงน้อย ทักทายทุกคนสิ แนะนำตัวหน่อยจ้ะ”
ฉินอิงอิงยกมืออ้วนขึ้น พร้อมมองเพื่อน ๆ ด้วยดวงตาที่ใสเป็นประกายเหมือนคริสตัล
“สวัสดีทุกคน ฉันชื่อฉินอิงอิง อายุสามขวบครึ่ง ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะ”
ฉินอิงอิงมองเด็กทุกคนแล้วก็ไม่ได้ถือว่าผอมมาก จึงแอบคิดอยู่ลึก ๆ ว่าอาหารกลางวันของโรงเรียนอนุบาลที่นี่คงจะดีไม่น้อยเลย
โดยเฉพาะเด็กผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างหลังคนนั้น ตัวสูงใหญ่น้ำหนักเยอะจนเธอรู้สึกอิจฉา
วาฬเพชฌฆาตก็อยากกินแล้วตัวอ้วนเพื่อที่จะดูทรงพลังและหล่อเหลานะ สู้กับใครก็ดูแข็งแกร่ง!
วาฬเพชฌฆาตที่กินน้อยจนได้รับสารอาหารไม่เพียงพอจะต้องทนทุกข์ทรมานจากการเจริญเติบโตอย่างแคระแกร็นและสูญเสียความสามารถในการต่อสู้
เมื่อฉินอิงอิงแนะนำตัวเสร็จ ครูหลี่ก็นำปรบมือ เด็กทุกคนจึงปรบมือให้อย่างไว้หน้าด้วยความพร้อมเพรียง
เพราะฉินอิงอิงเป็นเด็กที่อายุน้อยที่สุดในห้องอนุบาลหนึ่ง ถึงจะอวบเนื้อเยอะ แต่ก็ไม่ถือว่าตัวสูง ครูหลี่จึงจัดให้เธอนั่งด้านหน้า
ฉินอิงอิงเชื่อฟังมาก ครูหลี่พูดอะไร เธอก็พยักหน้าทำตามหมดทุกอย่าง
หน้าตาสะสวยดูบอบบาง เหมือนตุ๊กตาหิมะหยกแบบนี้ ผู้ปกครองที่ไหนจะไม่ชอบบ้าง?
สิ่งสวยงามมักเป็นที่โปรดปรานเสมอ แม้ว่าจะไม่ยุติธรรม แต่นี่ก็คือความจริง
แม้แต่เด็ก ๆ ก็ไม่มีภูมิคุ้มกันเรื่องความสวยความงาม
ทั้งบริสุทธิ์และใสสะอาด สิ่งที่พวกเขาพูดจึงเป็นความจริงเสมอ
ดังนั้นพอเลิกคาบกิจกรรม ฉินอิงอิงจึงถูกรายล้อมไปด้วยเพื่อนนักเรียนที่พากันแนะนำตัวทีละคน
“ฉันชื่อหลี่ลี่ลี่”
“ฉันชื่อหวังเสียวหย่า”
…
เมื่อมีเพื่อนเพิ่มขึ้นอีกคน ฉินอิงอิงก็ยิ้มกว้างและตอบกลับ “สวัสดี ฉันชื่อฉินอิงอิง เรียกฉันว่าอิงอิงก็ได้”
เธอหน้าตาดี ยิ้มได้นุ่มนวลและน่ารัก เสียงพูดก็เล็กนุ่มนิ่มทำให้คนใจละลายได้ไม่ต่างจากรอยยิ้มของเธอ
คนสุดท้ายคือเพื่อนอนุบาลหนึ่งที่ตัวใหญ่ที่สุด หม่าฮ่าว เด็กที่ดูไม่เหมือนกับเด็กอนุบาล
ตัวใหญ่ขนาดนั้น แต่เสียงพูดของเขากลับเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“ฉันชื่อ… ชื่อ… ชื่อว่า… หม่าฮ่าว”