ยอดยุทธ์จ้าวจักรวาล เทียนภาค 5 (จบแล้ว)

    ตอนที่ 37 ม้ามังกรแปดขา

    “ ข้าจะใช้ยันต์แปลงโฉมเป็นท่านอาจารย์ฮุ่ยหลิน มาหยวนซื่อเจ้าลองก่อน มองหน้าอาจารย์เอาไว้นะแล้วเอายันต์แปะที่หน้าอกเหมือนเดิมลงมือได้”

    หยวนซื่อทำตามที่เฟยหลงบอกทุกอย่างไม่ผิดเพี้ยน กลุ่มควันเกิดขึ้นที่ร่างของหยวนซื่อ แล้วค่อยๆ หายไป ทุกคนเริ่มเห็นใบหน้าทรงผม ช่างเหมือนกับ อาจารย์ฮุ่ยหลินทั้งหมดไม่มีผิดเพี้ยน พอกลุ่มควันจางหายไป เฟยหลงถึงกับอ้าปากตะลึงงัน หยงเอ๋อเอ้ามือปิดปาก ไม่กล้าส่งเสียง หยวนซื่อที่หน้าเหมือนอาจารย์ฮุ่ยหลินเป๊ะ เอ่ยถามอาจารย์ฮุ่ยหลินที่ตาเหลือกค้างด้วยความตกใจว่า

    “ เหมือนไหมขอรับ อาจารย์”  เพี้ยะ !!  หยวนซื่อหน้าสั่นไปตามแรงมือ

    “ไอ้บ้าเฟยหลงเจ้าทำอะไรกันเนี่ย เสื้อผ้ามันไปหายไหนหมด”

    อาจารย์ฮุ่ยหลินตบหน้าหยวนซื่อจนแดง แล้วด่าเฟยหลงยับ จนเฟยหลงต้องรีบเอาผ้ามาคลุมร่างเปลือยของหยวนซื่อเอาไว้  ซึ่งหยวนซื่อเพิ่งรู้ตัวก็รีบวิ่งเข้าป่าไปหลบอย่างรวดเร็วด้วยความเขินอายสุดๆ เฟยหลงมองเห็นเสื้อผ้าของหยวนซื่อตกอยู่พื้น ไม่สามารถเปลี่ยนไปเหมือนเสื้อผ้าของ อาจารย์ฮุ่ยหลินได้

    “ หยงเอ๋อ เจ้าไปใช้ยันต์แปลงโฉมในที่ลับตาคนหน่อย แต่ถอดเสื้อผ่าก่อนนะ แปลงโฉมเสร็จแล้วก็ค่อยๆ เข้ามาหาพวกเราที่นี่” เฟยหลงเอ่ยกระซิบเบาๆ ไม่กล้าเสียงดัง เพราะตอนนี้ อาจารย์ฮุ่ยหลินหน้าแดงไปทั้งหัวแล้ว ไม่รู้อายหรือโกรธกันแน่

    “ สงสัยพลังของข้ามันยังไม่ฟื้นตัว เลยออกมาเช่นนี้” เฟยหลงเอ่ยเบาๆ แล้วหลบฉากออกไปอีกมุมหนึ่ง ไม่กล้าสบตากับอาจารย์ฮุ่ยหลิน พอ ทั้งสองออกมาครบ เฟยหลงก็มอบยันต์ล่องหน แล้วซักซ้อมแผนการณ์ แล้วเสียงเรียกของเซียนปีศาจจิ้งจอกก็แว่วเข้ามาพอดี

    “ ท่านพี่หลินฮุ่ย.... ท่านจะหนีข้าไปไหน....”

    อาจารยฮุ่ยหลิน ยืนรออยู่แล้ว ทั้งสองเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

    “ ข้าไม่ใช่หลินฮุ่ย เจ้า..ไปอยู่ในที่ของเจ้าอย่าได้มายุ่งเกี่ยวกันเลย”

    “ ท่านลืมคำสัญญาของเราแล้วหรือ?”

    ทันใดนั้น ก็มีร่างของอาจารย์ฮุ่ยหลิน โผล่ขึ้นมาอีก สองคน แล้วพูดว่า

    “ เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง คิดว่าใครๆ ก็คือฮุ่ยหลินของเจ้า”

    “ใช่ ถ้าเช่นนั้น ข้าก็เป็น ฮุ่ยหลินของเจ้าก็ได้หรือ?”

    สองพี่น้องเอ่ยออกมา ทำให้ เซียนปีศาจจิ้งจอกเริ่มสับสน เพราะทั้งสองก็มีกลิ่นเลือดคล้ายกันมาก

    “ นี่... พวกเจ้าก็เป็นท่านพี่หลินฮุ่ยด้วยหรือ?”

    เซียนปีศาจสับสนอยู่นั้น เฟยหลงก็แปลงร่างเป็น อาจารย์ฮุ่ยหลินยืนอยู่ด้านหลังแล้วเอ่ยว่า

    “ ข้าคือฮุ่ยหลินตัวจริง” พอเอ่ยจบ ก็แปะยันต์แปดทิศสยบมาร แปะที่เนินอกทั้งสองข้าง ของนาง แล้วโผเข้าไปกอดเอาไว้

    “ อืม ตัวจริงหรือ ถ้าเช่นนั้น ข้าจะเอาท่านไปอยู่กับข้าก่อน” เซียนจิ้งจอกพูดจบก็ปรากฏหางโผล่ออกมา เก้าหาง พุ่งออกมากลายเป็นอาวุธแหลมคมกำลังพุ่งเข้าเจาะหลัง เฟยหลงในร่างอาจารย์ฮุ่ยหลิน

    “ ลาก่อนจิ้งจอกเก้าหาง” เฟยหลงไม่สนใจแปะยันต์อีกสองชิ้นไว้ที่ด้านหลัง พรึบ !  อ๊ากกกกกก !!! ร่างของจิ้งจอกเก้าหาง เกิดไฟลุกขึ้นมาจากภายใน หางทั้งเก้าหางสลายกลายเป็นขี้เถ้า  ร่างกายก็ค่อยๆ สลายกลายเป็นเถ้าธุลี ลงไปอย่างช้าๆ

    ร่างของอาจารย์ฮุ่ยหลินกลายเป็นเฟยหลงเหมือนเดิม

    “ ที่แท้นักพรตฟ้า ท่านก็กลับมาจัดการกับข้าอีกครั้งจนได้  !   ท่านพี่ ท่านช่างใจร้าย...เหลือเกิน”  เป็นคำพูดสุดท้ายของนางปีศาจจิ้งจอกที่ลอยล่องออกมา ทำให้ทุกคนต่างสงสัยยิ่ง หรือว่า เฟยหลงจะเป็นคนปราบปีศาจจิ้งจอกชาติที่แล้ว กลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้งเช่นกัน  แถบสีขาวเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง เฟยหลงผ่านด่านที่ห้าได้แล้ว

    “ ขอให้เจ้าไปเกิดในชาติภพใหม่ ให้เจอคนที่รักเจ้าจริง ไม่ทิ้งกันดูแลกันไปตลอด อย่าพานพบรักที่อาภัพเช่นนี้อีกเลย” อาจารย์ฮุ่ยหลิน เอ่ยออกมาอย่างเศร้าใจ

    ทั้งสี่คน เศร้าได้พักเดียว ก็เดินทางต่อ แล้วพวกเขาก็ต้องหยุดเดิน เพราะด้านหน้านั้น เป็น กำแพงเวทย์ขนาดใหญ่ มีลวดลายอักขระติดอยู่บนกำแพง ซึ่งเป็นเหมือนกับ กำแพงยักษ์ที่สูงตระหง่าน ไม่มีทางเข้า  ทอดยาวไปสุดตา ใช้มือสัมผัสไป ก็จะเกิดแสงสะท้อนออกมา คล้ายกลับมีชีวิต

    “ นี่คือกำแพงเวทย์ยักษ์ ศิษย์สำนักของเราได้มาแค่จุดนี้เท่านั้น ไม่เคยมีใครผ่านกำแพงเวทย์ยักษ์นี้ไปได้ เจ้าลองศึกษาดู ข้าให้เวลาเจ้า 1 วัน จากนั้น หากไม่สามารถเข้าไปได้ พวกเราจะเดินทางกลับสำนักกัน”

    อาจารย์ฮุ่ยหลินอธิบายให้เฟยหลงฟัง

    “ ใครกันมาสร้างกำแพงเวทย์ยักษ์ ที่ตระการตาได้ขนาดนี้”  หยวนซื่อใช้มือลูบกำแพงเวทย์ยักษ์ อย่างตื่นเต้น

    “ คงไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน ดูแล้วเหมือนเทพเซียนเป็นผู้สร้างมากกว่านะ”หยงเอ๋อเอ่ยขึ้นมา

    เฟยหลงไม่สนใจเสียงคำพูดของ ทุกคนกลับเพ่งมองไปในกำแพง คล้ายกำลังอ่านโจทย์ คำถาม ห้วงสติของเฟยหลง กำลังตกอยู่ในอักขระที่เขียนไว้ที่บนกำแพง คนอื่นอาจไม่รู้ว่ามันเขียนว่าอะไร แต่ว่า เฟยหลงรู้ว่า ตัวอักษรรูนที่บรรจงเขียนเอาไว้นั้น เขียนลายยันต์โบราณ เหมือนกันกับที่อาจารย์ศิลานักปราชญ์ สอนเขาทุกอย่าง นี่คือตำราฉบับแท้จริง ที่เทพเจ้าโอดิน ได้หยั่งรู้แล้วเขียนเอาไว้

    โดยที่ท่านเขียนเอาไว้เป็นภาพสามมิติ เชิงซ้อน มองธรรมดาจะทำให้ พร่ามัว แต่ว่าหากใช้สมาธิ ภาพจะเด่นชัดขึ้นเป็นภาพซ้อน แต่ว่าแบบยันต์นั้น ก็ยังมีน้อยกว่า ของท่านอาจารย์ศิลานักปราชญ์ มากนัก  เฟยหลงอ่านไปเรื่อยๆ จนผ่านไปครึ่งวัน ทั้งสามคนก็สงสัย ว่าเฟยหลงเป็นอะไร แต่ว่าเห็นเฟยหลงจริงจังขนาดนี้เลยไม่อยากไปรบกวน

    เฟยหลงแค่ดูตำราเขียนยันต์แค่เล็กน้อย แต่เริ่มอ่าน ตำราการแพทย์  เฟยหลงไม่อยากพลาดโอกาสนี้ เลยดูดซับ รายละเอียดของ วิชาการแพทย์เอาไว้ในห้วงจิตวิญญาณของตนจนหมด และ ยังบอกวิธีผ่านเข้าไปด้านในกำแพง ซึ่งไม่ได้บอกว่า ด้านในมีอะไร พอตะวันตกดิน เฟยหลงก็สามารถโหลดรายละเอียดวิชาแพทย์ ไว้ในห้วงจิตของตนจนหมด

    “ กลับกันได้แล้วหรือยัง?” อาจารย์ฮุ่ยหลินเอ่ยเตือนออกมา

    “ ยัง พวกเราจะเข้าไปกำแพงเวทย์นี้ก่อน” เฟยหลงเอ่ยจบ ก็เดินมาอยู่ กำแพงที่มองดูแล้วก็เหมือนๆ กัน แต่พอเฟยหลงใช้มือวาดรูปยันต์แปลกเข้าไป กำแพงก็กลายเป็นประตูขึ้นมา เฟยหลงเดินนำหน้าไป ทุกคนเห็นเช่นนั้น ก็รีบตามเข้าไปอย่างตื่นเต้น

    “ นี่เจ้ารู้ได้ยังไง ว่ามีประตูตรงนี้”

    “ ข้าไม่รู้หรอก ข้าเพียงเขียนอักขระประตูลงไป มันก็กลายเป็นประตูทางเข้าขึ้นมาเอง”  ด้านหน้าของพวกเขาในเวลานี้ เป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่โต แต่ถูกทำลายไปเสียส่วนใหญ่ คล้ายกับว่าผ่านศึก มาอย่างหนัก ดูสภาพในตอนนี้ น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่าหมื่นปี 

    “ อาจารย์นี่คือที่ไหนนี่”

    “ ข้าก็ไม่รู้ เจ้าสำนักเมฆาที่เคยเข้ามา ไม่เคยบอกกับใครเลยว่าในกำแพงนี้มีอะไร”

    “ นี่คือดินแดนมิดการ์ด โบราณ หลังจากสงครามวันสิ้นโลกเกิดขึ้น แดนสวรรค์เอสการ์ด ก็ถูกทำลาย ลงมากองรวมกัน กับ ดินแดนมนุษย์มิดการ์ด  แล้วยังมีดินแดนเฮลการ์ดจากนรกรวมอยู่ด้วย ทั้งหมดนี่ล้วนเป็นสุสานของ ดาวเอสการ์ด”

    “ นี่เจ้ารู้ได้อย่างไร?” อาจารย์ฮุ่ยหลินเอ่ยด้วยความแปลกใจ

    เฟยหลงต้องรู้อยู่แล้ว เพราะก่อนที่จะเข้ามาในโลกนี้ ได้ศึกษาคู่มือมาแล้ว แต่ว่าจะอธิบายให้อาจารย์ฮุ่ยหลินฟังอย่างไรดี 

    “ อาจารย์ของข้าเป็นผู้เล่าให้ฟัง”  เฟยหลงยกให้อาจารย์ซ่งซานเป็นคนบอกไปเลย ง่ายดี

    “ ถ้าเช่นนั้น เราทำไปทางไหนต่อดี” คราวนี้อาจารย์ฮุ่ยหลินไม่รู้จะไปทางไหนเลย

    “ ลองเดินไปตามเส้นทางนี้ก่อน” เฟยหลงรู้เส้นทางก็จริง แต่ว่าไม่รู้ว่ามีสัตว์ร้าย หรืออันตราย อยู่ทางด้านหน้าหรือไม่ ต้องใช้สัมผัสของตนเองเท่านั้น

    ทั้งหมดเดินตรงไป พบเห็นแต่ซากปรักหักพัง มากมาย ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ตื่นตาตื่นใจทุกคนมาก จนกระทั่งด้านหน้ามี บางอย่างผิดปกติ เฟยหลงยกมือให้ทุกคนหยุดเดิน อาจารย์ฮุ่ยหลินเข้าด้านข้างเฟยหลงเอ่ยถามเบาๆว่า

    “ มีอะไร?”

    “ ข้างหน้ามีบางอย่างเคลื่อนไหว ทุกคนใช้ใช้ยันต์ป้องกันตัว” เฟยหลงหยิบยันต์หุ่นแมวเหมียวออกมา ด้านหน้า  ทุกคนรีบทำตามเฟยหลงบอก แล้วเดินตามไปอย่างระมัดระวัง พอก้าวไปไม่ถึงสิบก้าว รากของต้นไม้ก็พุ่งออกจากใต้ดิน พุ่งใส่แต่ละคนพร้อมกัน โครม !!!  

    ยันต์ป้องกันทำงาน รากไม้ถูกยันต์ป้องกัน กระแทกสลายหายไป ต้นไม้ใหญ่หลายต้น ปรากฏดวงตาขึ้นมา มีปาก แล้วใช้กิ่งก้านฟาดใส่กลุ่มของเฟยหลง แต่เจ้าเหมียวน้อย ใช้กระบี่วาดออกไป ต้นไม้ขาดออกเป็นสองท่อน เฟยหลง ใช้ยันต์ส่งไปอีกหลายสิบใบ  ต้นไม้ที่ขาดกำลังงอกออกมากลับถูกยันต์ที่เฟยหลงส่งมา ระเบิด ตูม !!!  คราวนี้ต้นไม้ทั้งป่าเคลื่อนไหวพร้อมกันมุ่งเข้าจู่โจม พวกของเฟยหลงอีก เฟยหลง หยิบธงออกมา ทั้งหมด 108 ธง แล้วตะโกนออกไปว่า 

    “ 108 ธงสวรรค์สยบมาร  เปิดทาง ให้ข้าเดี๋ยวนี้” 

    ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  !!   ธงสีแดงพุ่งออกไป เป็นแนว และระเบิดต้นไม้ที่ขวางอยู่ จนกลายเป็นทางเดิน ทอดยาว ออกจากป่า ต้นไม้ที่มีชีวิต ไม่มีต้นใดก้าวเข้ามาในรัศมี ของ ธง ที่ปักอยู่ได้

    “ วิ่งออกจากค่ายกลต้นไม้นี้เร็ว” เฟยหลงวิ่งนำทุกคนไปตามทางธงแดงทั้ง 108

    ที่ได้ระเบิดเปิดทางเอาไว้ ทุกคนวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว  เฟยหลงวิ่งพอใกล้จะถึงทางออก ก็ตะโกนสั่งเหมียวน้อยในรีบไปสำรวจด้านหน้าไว้ก่อน ส่วนเฟยหลงก็กำยันต์สะกดร่างเอาไว้ แน่น เตรียมโจมตี เหมือนกับว่าทางออกมี บางสิ่งรออยู่   เปรี้ยง !  ร่างของเหมียวน้อย ถูกกระแทกกระเด็นเข้ามาในป่า เฟยหลงรับเอาไว้ได้ รีบเอ่ยถามทันที

    “ เกิดอะไรขึ้น?”

    “ ข้าถูกม้าดีด”

    “ ออกมาแล้วรึ?” เฟยหลงไม่รอช้า รีบ ออกไปดูทันที พบว่ามีม้าอยู่ตัวหนึ่งสีขาวแต่ผิวหนังมีเกล็ดขาวเงินคล้ายเกล็ดมังกร เดินไปมา ขวาง ทางเข้าประตูศิลาบนใหญ่  และที่แปลกกว่านั้น มันมีทั้งหมดแปดขา  มันคือด่านที่หกของเขา คือ

    สยบม้ามังกรแปดขา 

    ทุกคนมาเห็นม้าประหลาดตัวนี้ก็แปลกใจ แต่ว่าเฟยหลงไม่รอช้า กระโดดลอยตัวเข้าไปจะขี่หลังของมัน แต่ว่ามันเร็วมาก ใช้ลอยตัวแล้วยกสี่ขาหลัง ดีดใส่เฟยหลงเปรี้ยง !! เฟยหลงหลบได้อย่างหวุดหวิด มันหันกลับมา ยกขาหน้ากระแทกใส่เฟยหลงอีกครั้ง พรึบ คราวนี้เฟยหลงใช้ยันต์สายฟ้าเคลื่อนที่เร็วขึ้นไปขี่หลังมันได้แล้ว

    มันยกขาหน้าตั้งใจสะบัดเฟยหลง ออกไปหลายครั้ง แต่เฟยหลงล็อคลำตัว แล้วจับแผงคอมันแน่น  แล้วใช้ยันต์สะกดร่างกระแทกใส่หัวของมัน จนในที่สุดมันก็หยุดนิ่งหายพยศ  ยืนนิ่งๆ ไม่ทำอะไร เฟยหลงเลยค่อยๆ ลงจากหลังของมัน แล้วมายืนต่อหน้ามันแล้ว ใช้จิตสื่อสารกับมัน จนในที่สุดมันก็ยอมแพ้  ไม่สู้อีก เฟยหลงเลยคลายยันต์ที่สะกดมันเอาไว้  ขีดที่แขนเพิ่มมาอีกหนึ่ง เฟยหลงผ่านด่านฝึกที่ 6 แล้ว

    “ ม้ามังกรนี่มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน?” อาจารย์ฮุ่ยหลิน เข้ามาใกล้ๆ แล้วถามอย่างสงสัย

    “ มันถูก บางคนสั่งให้เฝ้าประตูศิลานี้” เฟยหลงบอกตามที่ ม้ามังกรเล่าให้ฟัง

    “ มันจะทำร้ายพวกเราไหม” หยงเอ๋อค่อยเดินมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

    “ ไม่แล้ว ข้าคลายมนต์คำสั่งของมันแล้ว ต่อไปนี้มันก็มีอิสระ ไม่ต้องอยู่ใต้อำนาจของใครแล้ว”

    เฟยหลงพูดจบก็เดินมาที่หน้าประตูศิลา ซึ่งเป็นประตูกล  เฟยหลงกำลังหาทางเปิดอยู่   ทุกคนก็ได้แต่เงียบไม่อยากรบกวนสมาธิ ของเฟยหลง

    ประตูกลนี้เป็นประตูที่มีลวดลาย อักษร รูน ทั้ง 24 ตัว เขียนเอาไว้ครบอยู่

    สามารถขยับเข้าออก แล้วนำไปวางไว้ สลับกันได้ ในคู่มือบอกว่า จะต้องเรียงตัวอักษรูน แล้วแปลความหมายว่า เปิด ให้ตัวอักษรอยู่ด้านหน้า แล้วประตูหินก็จะเปิดทันที

     เฟยหลง หยิบอักษรรูนออกมา แล้วเรียงให้มีความหมายว่า เปิด ประตูศิลาก็ค่อยๆ เคลื่อนขึ้นไปด้านบน ประตูเปิดออกแล้ว  ทุกคนปรบมือดีใจยิ่ง เฟยหลงเดินนำหน้าเข้าไป ข้างใน ซึ่งกลายเป็นถ้ำ แต่ว่า โล่งกว้าง มีกลิ่นหอมของผลไม้หมักและ น้ำผึ้งหอมโชยไปทั่ว มีบ่อน้ำไหลผุดขึ้นมา มีกลิ่นหอม น่าชิมมาก แต่ว่า ด้านหน้านั้นมี ซากกระดูกมนุษย์นอนอยู่ด้านข้างบ่อน้ำ ซึ่งน่าจะตายมาเป็นสิบปีแล้ว   อาจารย์ฮุ่ยหลินเห็นชุด ของซากศพก็สงสัยยิ่ง แล้วเอ่ยอย่างตกใจว่า

    “ นี่มันชุดของเจ้าสำนักของเรานี่”

    “ ท่านจอมเวทย์เมฆาน่ะหรือ?” หยงเอ๋อเอ่ยอย่างตกใจเช่นกัน

    เฟยหลงกลับมองนิ่ง เพราะว่า เขาเห็นวิญญาณ ของศพที่ตายแล้ว นั่งสมาธิอยู่ข้างๆ ศพนั่นเอง.....

    คล้ายกับเรื่องยอดยุทธ์จ้าวจักรวาล เทียนภาค 5 (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน