ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 64 สตรีโง่เขลาผู้นี้

            “ท่านอ๋องอันใดเสี่ยวหานเจ้าอย่าได้คิดยกท่านอ๋องมาข่มขู่ข้า ข้ากินข้าวไม่ลงเกี่ยวอันใดกับท่านอ๋องเจ้ารีบยกอาหารออกไปได้แล้ว” มู่จื่อหลิงบิดเอวอย่างหมดความอดทนแขนรองใบหน้าพลางพึมพำอย่างอารมณ์ไม่ดี

            ทุกครั้งที่นางทำเรื่องเสื่อมเสียฐานะเสี่ยวหานล้วนนำหลงเซี่ยวอวี่ออกมาพูด ครั้งนี้แม้แต่นางกินข้าวไม่ลงก็ยังสามารถยกหลงเซี่ยวอวี่ออกมาได้เสี่ยวหานที่เป็นเช่นนี้นับวันถูกนางชินชาเสียจนไร้ความหวาดเกรงขึ้นเรื่อยๆ

            “บ่าวคารวะท่านอ๋อง”เสี่ยวหานเหลือบมองมู่จื่อหลิงอย่างกังวล จากนั้นรีบทำความเคารพหลงเซี่ยวอวี่ที่เข้าประตูมาแล้ว

            “เสี่ยวหานถ้าเจ้ายังเรียกไร้สาระอีกข้าจะโมโหจริงๆ แล้วนะ ยามนี้ยังกล้า...อ่า” มู่จื่อหลิงเห็นเสี่ยวหานยังไม่ยอมแพ้ยังกล้าข่มขู่นาง ก็ทำท่าจะเงยศีรษะขึ้นมาต่อว่าเสี่ยวหานด้วยความไม่พอใจ

            เพียงแต่ยังมิทันพูดจบก็ตกใจกับสายตาของเงาร่างสูงใหญ่เบื้องหน้า ทั้งคนและเก้าอี้ก็ส่งเสียง ‘ตุบ’ หนักๆ ล้มหงายหลังไปมือเท้าชี้ไปกลางอากาศ ท่าทางเช่นนี้คิดว่าขบขันเท่าใดก็ยิ่งขบขันมากไปกว่านั้น

            ใบหน้าของหลงเซี่ยวอวี่ในยามนี้ยังคงมีใบหน้าเฉยชาถือดีแท้จริงแล้วยามที่มู่จื่อหลิงตกลงไปนั้น หลงเซี่ยวอวี่สามารถหยุดยั้งไว้ได้ทว่าเขายังอยู่เช่นเดิมไม่ไหวติงแล้วมองมู่จื่อหลิงตกลงไปอย่างไร้ภาพลักษณ์ด้วยสายตาเย็นเยียบ

            กระทั่งมู่จื่อหลิงหงายลงไปบนพื้นอย่างแรงคิ้วกระบี่ราวน้ำหมึกของหลงเซี่ยวอวี่ขมวดน้อยๆ

            สตรีโง่เขลาผู้นี้!

            “นายน้อยท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่” เสี่ยวหานร้องขึ้นมาอย่างตื่นตระหนกรีบร้อนวิ่งเข้าไปพยุงมู่จื่อหลิงขึ้นมา

            นายน้อยไม่ระมัดระวังเช่นนี้ได้อย่างไรเหตุใดพบท่านอ๋องจึงลุกลี้ลุกลนยิ่งกว่านางเสียอีกเล่า

            ยามนี้มู่จื่อหลิงมีความคิดอยากตายขึ้นมาแล้วหากรู้ว่าตนเองจะล้มไปด้านหลัง นางจะต้องแสดงท่าทางที่สวยงามกว่านี้ล้มลงไปเป็นแน่

            ถุยๆถ้ารู้ก่อนว่าจะเป็นเช่นนี้นางคงตระหนักได้ตั้งแต่ที่เสี่ยวหานเรียกก่อนหน้านี้แล้ว

            มู่จื่อหลิงใช้สายตาขุ่นเคืองเหลือบมองเสี่ยวหานที่กำลังห่วงใยนางราวกับกำลังพูดว่า เจ้าดูสิ หงายหลังจนตกอยู่ในสภาพนี้ จะไม่เป็นไรหรือเหตุใดเจ้าไม่เตือนข้าให้เร็วกว่านี้ ทำร้ายข้าจนหงายหลังอย่างน่าเวทนา!

            ในใจเสี่ยวหานพลันรู้สึกไม่ยุติธรรมทั้งน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งนางเตือนนายน้อยไปตั้งนานแล้ว ทั้งๆ ที่นายน้อยไม่เชื่อเองแล้วจะมาโทษนางได้อย่างไร

            มู่จื่อหลิงกุมก้นที่กระแทกจนเจ็บยิ่งนักปีนขึ้นมาจากพื้นอย่างเชื่องช้าใบหน้าเล็กที่บิดเบี้ยวนั้นอยากจะร่ำไห้โดยไร้น้ำตา

            แต่ว่าหลงเซี่ยวอวี่หมอนี่เหตุใดวันนี้ตอนเดินจึงไม่มีเสียงแม้แต่น้อยทำให้นางคิดว่าเมื่อครู่เสี่ยวหานหลอกนาง นางถึงได้ตกใจโดยมิทันตั้งตัวตกลงไปโดยไร้ภาพลักษณ์ปานนี้ น่าขายขี้หน้าจริงๆ

            หลังจากที่มู่จื่อหลิงถูกเสี่ยวหานพยุงขึ้นมาใบหน้าก็แดงก่ำด้วยความอับอายปัดฝุ่นขี้ดินตามตัว ทำความเคารพหลงเซี่ยวอวี่ “หม่อมฉันคารวะท่านอ๋อง”

            ไม่ว่าอย่างไรมู่จื่อหลิงในขณะนี้ก็มิกล้าเงยหน้าขึ้นมองคนเบื้องหน้าอีกและนางก็มิกล้ามองว่าหลงเซี่ยวอวี่ในขณะนี้ทำสีหน้าเช่นใด ณขณะนี้นางแทบทนไม่ไหวที่จะหารูบนพื้นมุดเข้าไป

            จบสิ้นแล้วยามนี้ภาพลักษณ์สาวงามมากคุณธรรมล้วนไม่มีแล้ว อับอายขายขี้หน้าถึงเพียงนี้หกล้มต่อหน้าหลงเซี่ยวอวี่ แล้วยังล้มได้น่าสมเพชเช่นนี้

            “เจ้าถอยออกไป!”เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของหลงเซี่ยวอวี่ดังขึ้น นัยน์ตาเย็นเยียบมองไปยังมู่จื่อหลิงแต่ว่าวาจากลับพูดกับเสี่ยวหาน

            “เจ้าค่ะ บ่าวขอตัวลา” เสี่ยวหานเอ่ยปากขอตัวด้วยความเงอะงะ

            ท้ายสุดก็ยังคงเหลือบมองมู่จื่อหลิงที่กำลังลูบก้นอย่างกังวลนายน้อย ท่านรักษาตัวดีๆ นะ!

            มู่จื่อหลิงไหนเลยจะไม่รู้สายตาที่เสี่ยวหานมองนางถลึงตาใส่เสี่ยวหานอย่างดุร้าย ก็แค่ล้มจนทำลายภาพลักษณ์ มีอันใดกัน

            หรือว่าหลงเซี่ยวอวี่จะยังต่อว่านางเพราะเรื่องหยุมหยิมนี้ได้อีกนอกจากนี้เมื่อครู่นางก็ขายหน้าต่อหน้าหลงเซี่ยวอวี่ ที่แห่งนี้ไม่มีผู้อื่นภาพลักษณ์ของฉีหวางเฟยก็ยังอยู่ดี

            หลังจากเสี่ยวหานจากไปหลงเซี่ยวอวี่ก็ก้าวตรงไปยังที่นั่งหลักแล้วนั่งลงอย่างสง่างามเสมือนว่าเมื่อครู่นี้ไม่เห็นเรื่องน่าขบขันเช่นเรื่องที่มู่จื่อหลิงล้มลง

            แม้จะขายหน้าก็ขายหน้ามู่จื่อหลิงก็ยังกลับคืนสู่ปกติอย่างฉับไว นางจึงดึงมือที่กุมก้นกลับมามองหลงเซี่ยวอวี่ที่นั่งอยู่บนที่นั่งหลักเต็มตา ถามด้วยความสงสัย “ท่านอ๋องมีธุระใดกับหม่อมฉันหรือไม่เพคะ?”

            หลายครั้งก่อนหน้านี้หลงเซี่ยวอวี่ล้วนมาหานางโดยไม่มีที่มาที่ไปยามนี้นางมิกล้ายืนยันว่าที่หลงเซี่ยวอวี่มาหานางวันนี้มีธุระหรือไม่

            แต่ว่านี่ก็เย็นมากแล้วดูท่าทีเช่นนี้ของหลงเซี่ยวอวี่นั้นดูเหมือนว่าจะไม่คิดพูดสองสามประโยคก็จากไปคงจะมีธุระกับนางจริงๆ

            “เจ้ามีความสามารถด้านกู่?” หลงเซี่ยวอวี่เอ่ยขึ้นมาทันทีประโยคไร้สาระสักประโยคก็ไม่ยอมพูด

            มู่จื่อหลิงอึ้งตะลึงไปในชั่วพริบตานั้นทว่ามีการตอบสนองกลับทันที เปิดปากตามความจริง “หม่อมฉันไม่มี”

            ที่นางพูดนั้นเป็นความจริงนางไม่มีความสามารถด้านกู่อันใดจริงๆ นั่นเป็นเรื่องที่ระบบซิงเฉินทำได้นางจะไม่คุยโวโอ้อวดอย่างอวดดีว่าตนเองแข็งแกร่งเพียงใด ไม่หาเรื่องใส่ตัวถ่อมตนเล็กน้อยคงเป็นเรื่องดีกว่า

            มู่จื่อหลิงรู้ว่าต้องเป็นเพราะหนที่แล้วนางมองหนอนกู่ควบคุมใจในรังนกออกหลงเซี่ยวอวี่จึงถามเช่นนี้ ว่าแต่ทำไมหลงเซี่ยวอวี่ต้องถามนางเช่นนี้ด้วย?

            ดวงตาของหลงเซี่ยวอวี่ทอประกายความสงสัยสายหนึ่งไล่ถามต่อไป “เช่นนั้นเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าในรังนกเป็นกู่ควบคุมใจ”

            ครานี้มู่จื่อหลิงถูกถามจนอับจนวาจานางรู้ว่าคงมิได้ง่ายดายเพียงนั้น หลงเซี่ยวอวี่มาหานางเพราะเรื่องกู่ควบคุมใจ แต่นางก็ไม่สามารถพูดได้นี่ว่าเป็นระบบซิงเฉินตรวจสอบออกมา

            นอกจากนี้เรื่องนี้ก็ผ่านมานานหลายวันแล้วหลงเซี่ยวอวี่ยังคิดถามไปทำอันใด หนอนกู่เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวทั้งยังเป็นสิ่งที่ฮองเฮาจัดการขึ้นมา หลงเซี่ยวอวี่คิดสืบหาจากนางหรือแต่ว่าหลงเซี่ยวอวี่มาหาผิดคนแล้ว นางนอกจากรู้ว่าเป็นกู่ชนิดใดนางก็ไม่รู้อันใดเลย

            ทว่าในเมื่อหลงเซี่ยวอวี่ถามนางจะไม่ตอบก็มิได้

            “วันนั้นในวังหม่อมฉันเพียงสัมผัสได้ว่ารังนกมีความผิดปกติแต่หาอย่างไรก็หาไม่พบว่าผิดปกติอย่างไร ภายหลังจึงได้นึกถึงหนอนกู่ขึ้นมาก่อนนี้หม่อมฉันเคยได้ยินอาจารย์พูดความรู้เกี่ยวกับหนอนกู่มาบางส่วนหม่อมฉันอ้างอิงจากสภาพภายในรังนก จึงยืนยันได้ว่าเป็นหนอนกู่ควบคุมใจ” มู่จื่อหลิงพูดอย่างไม่ประหม่าด้วยสีหน้าจริงจังทำให้ผู้อื่นจับสังเกตปัญหาใดไม่ได้

            มู่จื่อหลิงพูดจบในใจก็ยินดีเงียบๆมีอาจารย์ไร้ตัวตนผู้หนึ่งก็มีประโยชน์ เอะอะก็สามารถยกออกมาได้แถอย่างไรก็ไม่มีคนหาเขาพบ ทั้งปลอดภัยทั้งพึ่งพาได้ต่อไปพูดโป้ปดก็มิต้องแต่งเรื่องอีก

            เพียงแต่มู่จื่อหลิงรออยู่ครู่หนึ่งก็ยังไม่เห็นหลงเซี่ยวอวี่จะเอ่ยปากอีกทันใดนั้น จู่ๆมู่จื่อหลิงก็รู้สึกหนาวเยือกค่อยๆ ไล่ขึ้นมาจากปลายเท้าเหน็บหนาวขึ้นมาโดยพลัน

            นางเงยสายตาขึ้นไปมองหลงเซี่ยวอวี่อย่างไม่ทันรู้ตัวสบเข้ากับดวงตาลุ่มลึกที่ทอประกายเย็นเยียบของหลงเซี่ยวอวี่

            ใจของมู่จื่อหลิงเองก็สั่นระริกตามไปด้วยซวยแล้ว ดูจากสายตาหมอนี่แล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อคำพูดของนางแต่ว่านางก็พูดอย่างจริงจัง และไม่มีช่องโหว่ใดๆ

            ดูเหมือนเล่อเทียนก็เดาหนอนกู่ออกมาทันทีเพียงแค่เล่อเทียนไม่ได้คาดเดาว่าเป็นกู่ตัวใด เช่นนั้นนางจะฉลาดกว่าเล่อเทียน เดาออกมาได้ว่าเป็นหนอนกู่ในครู่เดียวมิได้หรือก็ไม่ได้มีอันใดแปลกประหลาด

            มู่จื่อหลิงถูกดวงตาเย็นเยียบของหลงเซี่ยวอวี่มองจนเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาแต่ว่านางก็ยังกัดฟันเงียบๆแสร้งทำเป็นสงบนิ่งเผชิญหน้ากับสายตาของหลงเซี่ยวอวี่ดังเดิม ไม่แสดงอาการประหม่าแม้แต่น้อย

            ใจของนางเต้นระรัวอยู่ตลอดนางก็มิได้ทำเรื่องเลวร้ายใด เหตุใดต้องประหม่าด้วยเล่า

            ในโลกนี้ผู้ที่ยังสงบเยือกเย็นหลังจากสบสายตาลุ่มลึกของฉีอ๋องดังเดิมเช่นนี้เกรงว่าจะมีเพียงฉีหวางเฟยเท่านั้น!

            หลงเซี่ยวอวี่เป็นคนฉลาดระดับใดเขาในยามนี้ไม่เชื่อเรื่องอาจารย์อันใดนั่นที่มู่จื่อหลิงพูดขึ้นอย่างไร้สาระโดยสิ้นเชิงและเขาก็เข้าใจว่ากู่ควบคุมใจนี้ไม่เหมือนกู่ทั่วไป

            เหตุผลที่ดูสวยหรูของมู่จื่อหลิงเขาไม่เชื่อถือ แต่ว่าเขากลับกล้ามั่นใจเล็กน้อยสตรีผู้นี้เข้าใจกู่มิใช่เพียงด้านนี้แน่

            หลงเซี่ยวอวี่รู้ว่าถามต่อไปคำตอบก็ต้องเหมือนกัน ดังนั้นจึงคิดว่าจะไม่ตอแยถามคำถามนี้กับมู่จื่อหลิงอีก

            เพียงแต่เขาไม่คิดว่าสตรีผู้นี้จะกล้ากล่าวคำเท็จต่อหน้าเขาแล้วหน้าไม่แดงลมหายใจไม่ติดขัดยังคงมีสีหน้าเรียบสงบดังเดิม

            ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเพียงใดในขณะที่มู่จื่อหลิงเกือบจะหายใจไม่ออกจนเตรียมทำลายบรรยากาศหลงเซี่ยวอวี่จึงเอ่ยปากอย่างเรียบเฉย “รังนกล่ะ?”

            ยามนี้มู่จื่อหลิงไหนเลยจะสนใจว่าหลงเซี่ยวอวี่ถามอันใดนางขอเพียงแค่หลงเซี่ยวอวี่ไม่สงสัยอีกต่อไปก็พอดังนั้นหลงเซี่ยวอวี่ถามคำถามนี้นางจึงตอบออกมาโดยไม่ทันผ่านสมองคิด “กินแล้ว”

            “กินแล้ว?” ดวงตาของหลงเซี่ยวอวี่จ้องกลับไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

            มู่จื่อหลิงพลันชะงักค้างแล้วจึงได้มีสติกลับมาว่าหลงเซี่ยวอวี่ถามสิ่งใดไปเมื่อครู่ แล้วนางตอบสิ่งใดไป จึงเปิดปากอธิบายใหม่“คางคกพิษที่หม่อมฉันเลี้ยงไว้กินเข้าไปแล้ว”

            มู่จื่อหลิงจึงสงบใจลงรังนกถูกเสี่ยวไตกูกิน รอบนี้นางพูดจริงแล้ว หลงเซี่ยวอวี่คงไม่สงสัยนางแล้วกระมัง

            ไม่รู้เลยว่านางยิ่งจับยิ่งดำยิ่งพูดยิ่งออกทะเล

            “เปิ่นหวางกลับประหลาดใจนักคางคกพิษเช่นใดถึงสามารถดื่มรังนกได้ ทั้งยังกระหายอาหารไม่น้อย ดื่มหมดทั้งถ้วย” ภายนอกหลงเซี่ยวอวี่ราบเรียบแต่น้ำเสียงกลับเผยให้เห็นอันตรายบางส่วน

            สตรีผู้นี้นับวันยิ่งทำให้ตกตะลึงคางคกพิษยังสามารถเลี้ยงได้ ดูท่าความลับในตัวนางคงไม่น้อย!

            ตอนนี้มู่จื่อหลิงแทบทนไม่ไหวที่จะกัดลิ้นตนเองทิ้งนักเมื่อครู่ทำไมต้องพูดว่ากินแล้ว พูดไปว่าเททิ้งก็สิ้นเรื่องแล้วหลงเซี่ยวอวี่ในยามนี้เห็นได้ชัดว่ากำลังสงสัยนาง

            มู่จื่อหลิงในขณะนี้อยากถามหลงเซี่ยวอวี่สักประโยคนี่เป็นเรื่องของข้าเอง ทำไมฉีอ๋องเช่นท่านต้องถามมากมายเพียงนั้น

            แต่ว่านางถูกหลงเซี่ยวอวี่ตักเตือนมาสองรอบแล้วหากนางยังพูดอีก ว่านี่เป็นเรื่องของตนเองไม่รู้ว่าหลงเซี่ยวอวี่จะตบนางในที่นี้เลยหรือไม่

            แม้จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมหลงเซี่ยวอวี่พูดได้มากมายเพียงนี้แต่หมอนี่อารมณ์แปรปรวน นางยั่วโทสะให้น้อยจะดีกว่า

            ในคำพูดของหลงเซี่ยวอวี่มีความหมายที่ถามนั้นก็มิใช่ความหมายของคำถามข้างนอกทว่ามู่จื่อหลิงกลับมิได้คิดมากมายเพียงนั้น คิดเพียงอย่างเดียวว่าหลงเซี่ยวอวี่แปลกใจเพราะเสี่ยวไตกูสามารถกินรังนกได้จริงๆดังนั้นนางจึงอธิบายไปอย่างโง่งม

            “คางคกพิษมิได้กินรังนกได้แต่รังนกมีหนอนกู่อยู่ในนั้น มันกินเพียงแค่หนอนกู่ หม่อมฉันแบ่งป้อนมันหลายๆ ครั้งมิได้กินหมดในครั้งเดียว” มู่จื่อหลิงรับคำตามปกติด้วยสีหน้าจริงจังเช่นเดิม

            ยามนี้นางเพียงได้แต่พูดเช่นนี้แล้วเสี่ยวไตกูตัวเล็กเช่นนั้น หากมิใช่นางเห็นด้วยตาตนเองนางเองก็ไม่เชื่อว่าเสี่ยวไตกูจะดื่มรังนกหมดถ้วยภายในครู่เดียว

            หลงเซี่ยวอวี่สงสัยเช่นนี้นางก็ไม่แปลกใจลำตัวคางคกทั่วไปต่อให้ใหญ่ก็ใหญ่ไม่ถึงไหนนับประสาอันใดกับเสี่ยวไตกูที่เพิ่งหนึ่งชุ่นกัน

            หลงเซี่ยวอวี่มองท่าทางแสร้งจริงจังอย่างโง่งมของมู่จื่อหลิงในดวงตาที่ลุ่มลึกก็ทอประกายความผิดปกติที่ผู้อื่นจับสังเกตไม่ได้ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็วจากนั้นเขาทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยคด้วยความเย็นเยียบแล้วจึงจากไป

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247