เื่:ข้าเกิดใหม่ในร่างเถ้าแก่เนี้ยใจร้าย
ตอนที่11:จากเถ้าแก่เนี้ยเป็แค่เสี่ยวเอ้อ
ผู้แต่ง:รัตนาภรณ์
ป่ายถิวเชียวที่เดินมารอมู่หยวนซีอยู่แถวๆ รถม้าที่จอดรออยู่หน้าจวนแล้วพักใหญ่ๆ เขาก็ไม่เห็นหญิงสาวเดินออกมาสักที จนเวลาผ่านไปสักพักร่างบอบบางของมู่หยวนซีก็เดินออกมา ป่ายถิวเชียวเลยอดที่จะต่อว่าหญิงสาวออกมาไม่ได้จึงเอ็ดออกไปว่า
"ข้าบอกเ้าแล้วไม่ใช่หรือ ว่าข้าให้เวลาเ้าเเค่1 เค่อ เ้ามัวทำอะไรอยู่ชักช้าเสียเวลา"
"ข้าก็มาแล้วนี่ แล้วท่านจะบ่นอะไรนักหนา รีบไม่ใช่รึ ก็ไปเสียสิ" ว่าออกมาพร้อมกับเดินมาคว้าถุงข้าวจี่และหมูย่างมาถือเอาไว้ในมือ
ป่ายถิวเชียวที่นั่งรออยู่บนรถม้าก่อนแล้วจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงติดรำคาญ
"แล้วเ้าจะยืนอยู่อย่างนั้นอีกนานไหม ทำไมถึงไม่รีบขึ้นรถม้ามาเสียที เราจะได้ไปกันเสีย ข้าเสียเวลาเพราะเ้ามานานแล้ว"
มู่หยวนซีจึงรีบก้าวขาขึ้นไปนั่งบนรถม้าด้านใน แล้วหยิบเอาข้าวจี่ออกจากถุงมากัดกินก้อนหนึ่ง แล้วตามด้วยหมูย่างนางกินของนางเช่นนั้นจนหมดก้อนแรก ร่างบางที่เอาแต่เคี้ยวข้าวจี่ช้าๆ ท่าทางน่าอร่อยอยู่เช่นนั้น โดยไม่สนใจป่ายถิวเชียวเลย ทำเอาป่ายถิวเชียวอดมองหน้าหญิงสาวไม่ได้ พร้อมกับกลิ่นหอมของหมูย่างและข้าวจี่ทำเอาป่ายถิวเชียวถึงกับน้ำลายสอ
"กินแบบไม่ชวนผู้อื่นเลยนะ เ้าจะตะกละตะกลามไปถึงไหน?"
"จะให้ข้าชวนผู้ใดกัน ท่านงั้นรึ ก็ไหนคราแรกท่านว่าไม่กิน"
"น้ำใจนะเ้ามีบ้างไหมล่ะ"
หลังจากมู่หยวนซีได้ยินเช่นนั้น ก็หยิบข้าวจี่ที่เหลือออกมาจนหมดทั้งสองชิ้น แล้วยื่นให้ป่ายถิวเชียวชิ้นหนึ่ง พร้อมกับถุงหมูย่างที่หญิงสาวหยิบออกมาสี่ห้าชิ้นมากำใส่มือไว้อีกข้าง
ป่าวถิวเชียวที่รับมาแลัวกัดคำหนึ่ง ทันทีที่ลิ้นรับรสของข้าวจี่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ข้าวก้อนกลมๆ ในมือ นั้นอร่อยมาก ยิ่งกินกับหมูย่างยิ่งเข้ากันไปใหญ่
"เป็ไงบ้างเ้าค่ะ กินได้รึไม่" ถามออกไปอย่างนั้น เพราะเห็นอีกคนเล่นกัดจนแทบจะหมดก้อนอยู่แล้ว
"ก็งั้นๆ ล่ะเ้า" ปากเเข็งไปอีก จนมู่หยวนซีอดที่จะพูดล้อเลียนขึ้นมาไม่ได้อีกว่า
"ระหว่างปากท่าน กับเบื้องล่างอันไหนมันแข็งกว่ากันรึเ้าค่ะ รึว่าจะพอๆ กัน"
"เบื้องล่างอันใดรึ เท้ารึว่าอาวุธคู่กายของข้า?"
"..." ไม่ตอบ เพราะไม่คิดว่าอี่ตาหน้าเคร่งนี่จะย้อนศรคืนเช่นนี้ และที่ถามออกไปแบบนั้น เป็เพราะความปากไวล้วนๆ มู่หยวนซีที่เอาแต่นั่งเงียบและทำทีมองข้างทางที่บรรยากาศนั้นเเปลกตานักจนรถม้าวิ่งมาถึงหน้าโรงเตี๊ยม
"ถึงแล้ว เดินตามข้ามา หน้าที่เถ้าแก่เนี้ยที่คอยนั่งเฉยๆ แล้วคอยรับเงิน คนเช่นเ้าข้าคงคิดว่าคงไม่เหมาะสมแล้วแหละ ข้าเลยให้เเม่นางเทียนเฟยไปทำหน้าที่แทนเ้า ส่วนเ้าก็ไปสลับหน้าที่กันกับนางแทนก็แล้วกัน"
"ไม่สลับให้นางเป็เมียไปเลยว่ะ หึย!" เมษาในร่างสองว่าให้อย่างประชด
"เ้าว่าอะไรนะเมื่อครู่ ข้าได้ยินไม่ค่อยชัด"
"ปะ! เปล่าเ้าค่ะ" ว่าพร้อมกับสาวเท้าตามหลังป่ายถิวเชียวเข้าไปข้างใน
"เอาล่ะทุกคน วันนี้ข้ามีเสี่ยวเอ้อคนใหม่มาแนะนำให้ทุกคนรู้จักคนหนึ่ง ข้าฝากพวกเ้าทุกคยด้วยน่ะ ใช้งานนางได้ตามสบาย ตอนนี้นางก็เหมือนทุกคนนั่นแหละ ส่วนเ้าเทียนเฟย ไปทำหน้าที่ของเ้าต่อ เดี๋ยวข้ารอในห้องทำงาน" ว่าออกมาพร้อมกับเทียนเฟยที่มองมู่หยวนซีด้วยสายตาเย้ยหยัน แล้วรีบเดินนวยนาดตามหลังป่ายถิวเชียวออกไป
"ท่านจะทำไหวไหมเ้าค่ะเถ้าแก่เนี้ย" นางหยางเหยียนที่เป็ฉูชือของโรงเตี๊ยมได้ถามมู่หยวนซีออกมา พร้อมกับมองหญิงสาวอย่างเห็นใจ
"ข้าทำไหว มา! มีอะไรให้ข้าช่วยบ้าง" ขันอาสาอย่างขันแข็งออกมา เพราะดูจากสายตาที่เห็นตอนนี้ก็เห็นว่าทุกอย่างถูกตระเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
"ไม่มีอะไรแล้วเ้าค่ะ เถ้าแก่เนี้ยไปนั่งรอรับลูกค้ามาก็ได้"
"ข้าไม่ใช่เถ้าแก่เนี้ยเเล้ว เรียกข้าว่ามู่หยวนซีก็พอแล้ว"
"เอาแบบนี้เลยรึเ้าค่ะ"
"เอาแบบข้าว่านั่นแหละดีแล้ว"
"เ้าค่ะ"
ตัดภาพมาที่ห้องทำงาน้า
ภายในห้องทำงานที่อยู่้าสุด ตอนนี้ป่ายถิวเชียวกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ที่สามารถมองลงไปเย็นบรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมข้างล่างได้ สายตาคม ที่ตอนนี้มองตามร่างบางของมู่หยวนซีที่กำลังเดินเสิร์ฟอาหารตามโต๊ะต่างๆ ภายในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ทันทีที่ประตูด้านหน้ามีเสียงเคาะดังขึ้น ป่ายถิวเชียวจึงหันไปตามเสียงแล้วะโตอบรับ
"เข้ามาได้เลย ข้าไม่ได้ล๊อก" สิ้นเสียงตอบรับ ร่างบอบบางของเทียนเฟยก็เดินเข้ามาข้างในห้องช้าๆ ใบหน้างดงามนั้นส่งยิ้มให้อย่างยั่วๆ ในสายตาของป่ายถิวเชียวคราแรก ก็มองแม่นางผู้นี้เพียงแค่คนงานในโรงเตี๊ยม แต่วันนี้ชายหนุ่มคงต้องคิดเสียใหม่ เพราะเหมือนกระต่ายน้อยตัวนี้จะเสนอตัวอย่างไรไม่รู้ สายตาผู้ชายมันบอกป่ายถิวเชียวเช่นนั้น
"มีอะไรรึเ้าเทียนเฟย?"
"เทียนเฟยเเค่จะเข้ามาถามว่าเถ้าแก่ทานอะไรมารึยังเ้าค่ะ ถ้ายังไม่ได้ทานอะไรมา เดี๋ยวเทียนเฟยจะไปหามาให้ทานเ้าค่ะ"
"ข้าทานรองท้องมาจากจวนแล้วล่ะ ขอบใจเ้ามากนะที่อุตส่าห์เป็ห่วงข้า"
"ข้าน้อยเต็มใจเ้าค่ะ แล้วนี่เถ้าแก่เนี้ย..."ยังคงพูดยังไม่จบ แต่ป่ายถิวเชียวชิงขัดขึ้นเสียก่อน
"ชั่งนาง ตอนนี้นางก็แค่คนงานในโรงเตี้ยมคนหนึ่งเอง เ้าไม่ต้องไปสนใจนางหรอก ข้าจะไปทำงานแล้ว ข้าฝากเ้าดูแลโรงเตี๊ยมด้วยแล้วกัน ถามคนงานให้ข้าที ว่าใครประสงค์รับเงินเป็รายวัน หรือรายเดือน หรืออยากได้แบบไหนกัน ให้แจ้งข้ามาอีกที ส่วนมู่หยวนซีไม่ต้องให้ เดี๋ยวข้าจะหักจากเงินที่นางแอบขโมยไปเอง"
"ได้เ้าค่ะเถ้าแก่"
"ส่วนข้าวถ้าหากมีพอเหลือ รึว่ากับข้าวมีเหลือก็แบ่งๆ คนงานไปได้เลยน่ะ ฝากบอกมู่หยวนซีให้ข้าด้วยว่าเย็นนี้หาทางกลับจวนเอาเอง "
"เ้าค่ะ" แล้วเทียนเฟยก็เดินออกจากห้องไป แล้วไปทำงานของนางต่อ ส่วนป่ายถิวเชียวก็เดินตามหลังออกไปบ้าง แล้วเดินไปขึ้นรถม้าที่จอดรอก่อนแล้ว
วันนี้ลูกค้ามีพอสมควร มู่หยวนซีแทบไม่ได้นั่งเลย เดินทั้งวันจนแทบเป็ลม จนเวลาผ่านไปนางก็ยังไม่เห็นป่ายถิวเชียวกลับมาสักที จนถึงเวลาที่โรงเตี๊ยมปิด ทุกคนช่วยกันเก็บกวาดล้างของจนเรียบร้อย เทียนเฟยที่เดินนวยนาดออกมาจากโต๊ะที่เดิมที่มันเป็ที่ของมู่หยวนซีเอง แล้วพูดขึ้นเสียงดังทำนองวางอำนาจ
"ทุกคนฟังทางนี้ ข้าเองได้รับมอบหมายจากเถ้าแก่ให้มาถามความ้าของทุกคนว่าใครประสงค์จะรับเงินค่าแรงเป็รายวัน รายเดือนให้แจ้งมาที่ข้าได้เลย เดี๋ยวข้าแจ้งเถ้าแก่ให้อีกที"
"ข้าเอาเป็เดือนเหมือนเดิมนั่นแหละดีแล้ว" สรุปทุกคนรับเงินเป็เดือนเหมือนเดิม"
"ส่วนเ้าเถ้าแก่ฝากข้ามาบอกว่าเย็นนี้ให้หาทางกลับจวนเอง"
"แล้วทำไมเขาถึงไม่มาบอกข้าเอง ทำไมต้องให้คนอื่นมาบอกข้าแทนเช่นนี้?"
"ท่านคงไม่ได้สำคัญเหมือนเดิมแล้วล่ะ ที่เถ้าแก่จะไปไหมมาไหนต้องรายงานแบบเมื่อก่อน คราวนี้ใครสำคัญเถ้าแก่ก็คงบอกคนนั้น" ว่าพร้อมสะบัดก้นเดินจากีไปทันที
"อย่าไปฟังคนลืมตนเช่นนั้นเลยเ้าค่ะ เถ้าแก่เนี้ยรีบกลับจวนเถอะไป พวกข้าก็จะกลับบ้านแล้วเหมือนกัน"
"ถ้าอย่างนั้นข้าขอลาทุกคนกลับเลยน่ะ เดียววันพรุ่งเราค่อยเจอกันใหม่"