ตอนที่ 1 นายกเทศมนตรีกู้ชิง (5)
ราวกับว่าแตะต้องกระแสไฟฟ้า ความรู้สึกของเขาพลันสะดุ้งโหยง...ขอให้ไม่มีใครจำเขาได้
“คุณอา...” เสี่ยวเจวี๋ยดีดตัว ยื่นแขนขอความช่วยเหลือ
เขาไม่ขยับ ทั้งยังไม่ได้เอ่ยคำ ในเมื่อเสี่ยวเจวี๋ยเป็ครอบครัวตระกูลหยวน ก็อย่ายุ่งเกี่ยวไปมากกว่านี้เลย ไม่อย่างนั้นคงจะเกิดเหตุพลิกผันที่ไม่อาจล่วงรู้ และตัวแปรที่ไม่อาจยับยั้งได้
หลังจากมองเขาไปที ชายหนุ่มก็แบกเด็กชายเข้าไปในรถยนต์คันหนึ่ง เด็กชายที่ดีดกายไม่หยุดก็ต่อว่าอย่างเดือดดาล “อารองแย่มาก”
ขณะที่รถคันนั้นขับออกไปจากซอยเสี่ยวโหลว เขาก็เข้าไปยังชั้นสองของร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงบริเวณเทอร์เรซนอกร้าน แล้วสั่งกาแฟลาเต้มาหนึ่งที่
เมื่อประเมินจากปัจจุบัน การได้มีปฏิสัมพันธ์กับเซินฝานจีตระกูลเซินรวมถึงเด็กชายตระกูลหยวนรวมสองคนคงไม่ส่งผลกระทบมากนัก ตราบใดที่เขาไม่เข้าร่วมงานแต่ง และเสี่ยวเจวี๋ยไม่มาหาอีก ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้
ส่วนหยวนจุนจะรู้จักเขาหรือเปล่าน่ะเหรอ เฉลยของคำถามนี้ เขาคิดว่ามันเป็เื่แน่อยู่แล้ว หรืออาจจะรู้กระทั่งว่า หลานชายโดนซ้อมและได้เขาช่วยไว้ แถมยังพักที่บ้านเขาไปหนึ่งคืน ซึ่งก็หมายความว่า อีกฝ่ายส่งคนสะกดรอยตามเสี่ยวเจวี๋ยอยู่ตลอด
ถ้าเมื่อคืนเขาไม่ได้ยื่นมือเข้าช่วย ก็คงมีใครเผยตัวเข้าขัดขวางอย่างแน่นอน พอนึกถึงประเด็นนี้ เขาก็ขมวดคิ้วเป็ปม
ดื่มกาแฟเสร็จ เขาก็กลับบ้าน ใช้เวลาสุดสัปดาห์ที่ผ่อนคลายสมดังหวัง
เพียงแต่ขณะที่หยิบเสื้อผ้าที่โยนเข้าเครื่องซักผ้าพร้อมซักอบแห้งไว้เมื่อคืนออกมา ก็เก็บกุญแจจากภายในเครื่องมาได้หนึ่งดอก เขาจำได้ว่าตนเองไม่มีกุญแจดอกนี้ พอนึกได้ว่าเมื่อคืนนี้ซักเสื้อผ้าให้เสี่ยวเจวี๋ยคงจะหลุดมาจากกระเป๋าเสื้อผ้าของเขา
หลังจากวางกุญแจลงบนโต๊ะ เขาก็นำเสื้อผ้าที่รีดเรียบร้อยแขวนกับไม้แขวนเสื้อ วันจันทร์จะได้สะดวกสวมไปทำงาน
รุ่งเช้าวันจันทร์ เขาสวมชุดสูทสีดำ ผูกเนกไทลายทางสีไวน์เส้นโปรด ยืนจัดผมทรงผมแสกข้างอยู่หน้ากระจก เมื่อจัดการให้เป็ระเบียบเรียบร้อยแล้ว สีหน้าของเขากลับมาสู่ท่าทีเข้มงวด หลังลงบันไดและเข้าไปในรถยนต์ราชการ ก็เห็นการ์ดเชิญงานแต่งที่เซินฝานจีทิ้งไว้ในรถ เขาจึงฉีกทิ้งและโยนเข้าไปในกล่องเก็บของสำหรับใส่ขยะ
รถยนต์ออกไปจากซอยเสี่ยวโหลว ผ่านไปสิบนาทีก็มาถึงสำนักงานเทศบาลนคร เขาถือกระเป๋าเอกสารเข้าไปยังห้องโถงชั้นหนึ่ง เ้าหน้าที่รัฐภายในต่างเป็ฝ่ายกล่าวทักทายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีมารยาท “อรุณสวัสดิ์ครับ/ค่ะท่านนายกเทศมนตรี” เขายิ้มบางพลางพยักหน้ารับคำทักทาย
หลังเขาขึ้นลิฟต์มาถึงห้องทำงานนายกเทศมนตรีที่ชั้นห้า และเซ็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโยธาธิการของเทศบาลนครได้ไม่ทันไร หยางเตี่ยนซือผู้เป็เลขาก็เคาะประตูพร้อมถือเอกสารเข้ามา ก่อนจะรายงานกำหนดการการทำงานของสัปดาห์นี้กับเขา
วันนี้เวลาเก้านาฬิกา กล่าวสุนทรพจน์พิธีเปิดงานสำหรับห้องวิจัยในย่านวิทยาศาสตร์โดยนายกเทศมนตรี ต่อด้วยพิธีเปิดงานที่เข้าร่วมโดยเลขานุการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นักวิชาการสถาบันวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และสถาบันระดับอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้อง
สิบสี่นาฬิกา เข้าพบเอกอัครราชทูตจากประเทศขนาดเล็กแห่งหนึ่งในยุโรปตะวันออกประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมพิธีลงนามสนธิสัญญาโครงการทางโยธาธิการ เศรษฐกิจการพานิชย์ การท่องเที่ยวและโครงการอื่นๆ
สิบเก้านาฬิกา เข้าต้อนรับเอกอัครราชทูตจากประเทศขนาดเล็กในยุโรปตะวันออกประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ โรงแรมแกรนด์นครเจียง โดยมีรองนายกเทศมนตรีหลัว รองนายกเทศมนตรีเหลา หยวนจุนประธานกรรมการเครือบริษัทตงฟาง ผู้เป็นักเศรษฐศาสตร์ใหญ่ประจำคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ และผู้ร่วมวางแผนและมีส่วนร่วมในความร่วมมือทางธุรกิจระดับนครเจียงและระดับประเทศ รวมถึงเซวียติ้งประธานกรรมการเครือบริษัทเจียงสือและนักธุรกิจรายอื่นๆ มาร่วมการต้อนรับภายในงานกาล่าดินเนอร์
หลังรายงานจบ หยางเตี่ยนซือก็ร่างกล่าวสุนทรพจน์พร้อมข้อมูลเอกอัครราชทูตที่จะเข้าพบใน่ค่ำไว้ให้ แล้วเดินออกจากห้องทำงานนายกเทศมนตรี
สองงานในวันนี้ นอกจากหน่วยงานตามประกาศที่เกี่ยวข้อง สื่อมวลชนก็จะเข้ารายงานข่าวในสถานที่ด้วยเช่นกัน
หลังดูนาฬิกาข้อมือไปทีหนึ่ง เขาก็อ่านร่างกล่าวสุนทรพจน์และข้อมูลเอกอัครราชทูตที่จะเข้าพบไปรอบหนึ่ง เมื่อสมควรแก่เวลา หยางเตี่ยนซือก็เข้ามาเคาะประตู เขาจึงลุกออกไปจากห้องทำงาน เดินทางไปยังย่านวิทยาศาสตร์พร้อมอีกฝ่าย
หยางเตี่ยนซือทำหน้าที่ขับรถ เนื่องจากยังอยู่ในเวลางาน นี่จึงเป็หนึ่งในหน้าที่หลักของเขา
สำหรับเลขานุการวัยหนุ่มอายุยี่สิบแปดปีผู้นี้ กู้ชิงไม่ได้ขัดใจแต่อย่างใด ไม่ว่างานใดไปถึงมือของเขาก็ล้วนแต่สำเร็จได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งยังไม่มีการทำเกินหน้าที่โดยพลการ เป็ที่น่าสบายใจทีเดียว
โดยปรกติระหว่างอยู่ที่รถ ทั้งสองก็ไม่มีเื่ให้สนทนานอกเสียจากเื่งาน
ย่านวิทยาศาสตร์ตั้งอยู่ในเขตตงอู่ จำเป็ต้องผ่านสะพานฮั่นโจวข้ามแม่น้ำฉางไปถึงละแวกทะเลสาบตงหูเลียบเมืองอ้านเฉิง ที่นั่นคับคั่งไปด้วยสถาบันระดับอุดมศึกษากว่ายี่สิบแห่งและสถาบันค้นคว้าของหน่วยงานต่างๆ โดยย่านวิทยาศาสตร์ตั้งติดกับสถาบันวิทยาศาสตร์
หลังจากมาถึงอาคารวิจัยแห่งหนึ่งในย่านวิทยาศาสตร์ เ้าหน้าที่หน้าประตูก็ต้อนรับพวกเขาเข้าไปยังด้านใน เมื่อนักวิชาการสถาบันวิทยาศาสตร์ที่อยู่ด้านในเห็นเขาเข้า ก็เดินมาจับมือด้วยความตื่นเต้นอย่างกระตือรือร้น ยืนกรานจะนำทางเขาไปเข้าชมห้องวิจัยในสถาบันแห่งนี้ ที่สร้างขึ้นสำหรับการค้นคว้านาโนเทคโนโลยีขั้นสูงโดยเฉพาะ ระหว่างทางเลขานุการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงผู้ลงทุนกับกิจการอื่นๆ ก็เข้าร่วมขบวนเยี่ยมชม