จารึกที่ 213 : ตลาดมืดกู่เฉิง : ค่าหัวมหาศาลและนักพรตจอมปลิ้นปล้อน
ดวงตะวันคล้อยต่ำลงจนแตะขอบฟ้าทิศตะวันตก สาดแสงสีแสดอมแดงอาบย้อมผืนทรายแห้งแล้งและกำแพงหินผุกร่อนของเมืองชายแดนเบื้องหน้า สายลมร้อนระอุพัดม้วนเอาฝุ่นทรายและกลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กผสมกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาแตะจมูก
ที่นี่คือ 'กู่เฉิง' เมืองชายแดนที่ตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่างแคว้น ดินแดนเถื่อนที่กฎหมายของราชสำนักและกฎเกณฑ์ของเจ็ดสำนักมหาอำนาจไม่อาจเอื้อมมือมาถึง แหล่งซ่องสุมชั้นดีของเหล่า ยอดคนบำเพ็ญอิสระ 散修 (ส่านซิว) พ่อค้าเถื่อน นักฆ่าหนีคดี และพวกนอกรีตที่กระหายความมั่งคั่ง
ท่ามกลางฝูงชนที่เดินเบียดเสียดกันขวักไขว่ ชายหนุ่มในชุดคลุมสีเทามอซอ สวมหมวกฟางสานใบเก่าที่ขาดรุ่งริ่งกดต่ำปิดบังใบหน้าครึ่งบน กำลังเดินขากะเผลกไปตามถนนดินลูกรังแคบๆ สภาพของเขาดูอิดโรยและซอมซ่อราวกับขอทานที่อดข้าวมาหลายวัน มือข้างหนึ่งกุมท้องตัวเองไว้แน่น ทุกย่างก้าวที่ทิ้งน้ำหนักลงบนพื้น จุดตันเถียน 丹田 (ตันเถียน) ที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวจะส่งความเจ็บปวดแปลบปลาบขึ้นมาจนเขาสูดปากด้วยความทรมาน
"โอย... โลกภายนอกมันกันดารและขูดรีดกันขนาดนี้เลยรึ น้ำเปล่าธรรมดาครึ่งน้ำเต้ายังกล้าคิดราคาตั้ง 5 ศิลาปราณระดับล่าง 下级灵石 (เซี่ยจี๋หลิงสือ)! พวกมันปล้นกันหน้าด้านๆ ชัดๆ!"
อาเจียบ่นอุบอิบอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บปวดปนเสียดายเงิน ตั้งแต่ก้าวออกจาก เขตหวงห้ามหุบเขาพันอักขระ เขาต้องเผชิญกับความยากลำบากแสนสาหัส เขาไม่กล้าใช้ พู่กันนิรันดร์ 永恒之笔 (หย่งเหิงจือปี่) หรือวาด อักขระหลิง 零 (หลิง) ใดๆ ตามคำสั่งเด็ดขาดของปรมาจารย์มู่เฉิน เพื่อไม่ให้ภาชนะร่างกายที่เปราะบางอยู่แล้วต้องแตกสลายไปเสียก่อน
(นายท่าน... สภาพของท่านในตอนนี้ช่างกลมกลืนกับพวกสุนัขจรจัดข้างถนนยิ่งนักขอรับ) เสียงทุ้มต่ำติดตลกและกวนประสาทขั้นสุดของเจ้าสัวในร่าง พยนต์เทวะ 神机 (เสินจี) ดังผ่านกระแสจิตมาจากภายใน แหวนมิติ 空间戒指 (คงเจียนเจี้ยจื่อ) (หากพวกนักฆ่าจาก หอเร้นเงา 影阁 (อิ่งเก๋อ) มาเห็นเข้า พวกมันคงสมเพชจนเว้นชีวิตให้ท่านกระมัง หรือไม่ท่านก็ลองเอาขันกระเบื้องบิ่นๆ ออกมาวางนั่งขอทานตรงหัวมุมถนนสิขอรับ เผื่อจะได้เศษศิลาปราณมาประทังชีวิตให้อยู่รอดไปได้อีกสักวัน)
"หุบปากไปเลยไอ้ก้อนเหล็กทรพี! ข้ากำลังทำตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมต่างหากเล่า! นี่คือสุดยอดวิชาพรางตัวของมหาเศรษฐีเว้ย!" อาเจียสวนกลับทางจิตด้วยความโมโห "อีกอย่าง เงินของข้ามีค่าทุกอีแปะ ข้าจะไม่ยอมจ่ายค่าอะไรโง่ๆ ให้พวกพ่อค้าหน้าเลือดในเมืองนี้เด็ดขาด!"
(แล้วถ้าท่านหิวจนตาย ข้าจะเอาเงินในแหวนท่านไปซื้อธูปมาจุดไว้อาลัยให้นะขอรับ) เจ้าสัวยังคงทับถมไม่เลิก จน 'เจ้าถุงเงิน' ราชันแมงมุมเงาจันทราสลายวิญญาณ ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดใต้ฝ่าเท้าของอาเจีย ต้องส่งเสียงขู่ฟ่อๆ เตือนสติหุ่นกลศิลาว่าอย่ามาแช่งเจ้านายสุดที่รักของมัน
อาเจียส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่าย เขากระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้นและก้าวเดินต่อไป ทว่าทันใดนั้นเอง เขาก็ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเดินผ่านลานกว้างกลางเมือง
ผู้คนจำนวนมากในชุดผู้ฝึกตนหลากหลายรูปแบบกำลังมุงดูแผ่นป้ายประกาศที่ทำจากหนังอสูรแผ่นใหญ่ เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ดังระงม อาเจียแฝงตัวใช้ความกะทัดรัดแทรกตัวเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นสไตล์พ่อค้าที่ชอบสอดส่องข่าวสาร ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างจนแทบถลนออกมานอกเบ้า!
บนแผ่นป้ายหนังอสูรนั้น สลักรูปใบหน้าของเขาไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง! แม้จะเป็นภาพวาดด้วยพู่กัน แต่กลับเก็บรายละเอียดความเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มหน้าเงินของเขาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซ้ำยังมีตราประทับกะโหลกไขว้สีดำอาบยาพิษของ หอเร้นเงา 影阁 (อิ่งเก๋อ) ตอกหมุดไว้อย่างเด่นหรา
[ประกาศจับตาย : อาเจีย อาชญากรแห่งสำนักหมึกวารี]
[ข้อหา : ลบหลู่เกียรติของหอเร้นเงา และสังหารยอดนักฆ่าระดับแก่นทองคำ]
[ค่าหัว : 500,000 ศิลาปราณระดับกลาง!]
"ห้า... ห้าแสนก้อน!"
อาเจียอ้าปากค้าง ขาที่สั่นอยู่แล้วเพราะความเจ็บปวด ยิ่งสั่นพั่บๆ หนักกว่าเดิมจนแทบจะยืนไม่อยู่ "สวรรค์! นี่ข้ามีค่าหัวแพงขนาดนี้เชียวรึ! 500,000 ศิลาปราณระดับกลาง 中级灵石 (จงจี๋หลิงสือ) เลยนะ! ขะ... ข้าอยากจะตัดหัวตัวเองไปขึ้นเงินรางวัลที่หอเร้นเงาเสียเดี๋ยวนี้เลย! กำไรบานเบอะ!"
(ความคิดบรรเจิดมากขอรับนายท่าน!) เจ้าสัวรีบสนับสนุนทันทีอย่างกระตือรือร้น (ให้ข้าเป็นคนบิดคอท่านให้หลุด แล้วนำหัวท่านไปขึ้นเงินที่สาขาของหอเร้นเงา จากนั้นเราค่อยนำเงิน 500,000 ก้อนมาแบ่งกัน... อ้อ ข้าลืมไป ท่านตายแล้วคงใช้เงินไม่ได้ เช่นนั้นข้าขอรับเหมาเงินทั้งหมดไปซื้อแร่ขัดปีกเลยนะขอรับ! ยุติธรรมที่สุด!)
"ไอ้พยนต์ทรพีหน้าเลือด! ข้าตาย แกก็ตรอมใจตายอยู่ในแหวนนั่นแหละ!" อาเจียสบถด่าในใจ พลางรีบดึงปีกหมวกฟางลงมาปิดหน้าให้มิดชิดยิ่งขึ้น เหงื่อเย็นผุดเต็มแผ่นหลังจนเสื้อคลุมชุ่มโชก
ตอนนี้เขากลายเป็น 'ก้อนทองคำเดินได้' ในสายตาของยอดคนบำเพ็ญอิสระและนักล่าค่าหัวทั้งเมืองแล้ว! หากมีใครจำหน้าเขาได้ ในสภาพที่จุดตันเถียนแตกร้าวและไร้ซึ่งค่ายกลคุ้มกัน เขาต้องถูกสับเป็นหมื่นๆ ชิ้นเพื่อนำไปขึ้นเงินแน่นอน!
แกรก...
ทันใดนั้น สัมผัสเย็นเยียบก็แตะลงที่ข้อเท้าของอาเจียเบาๆ ‘เจ้าถุงเงิน’ ที่ซ่อนตัวอยู่ในมิติแห่งเงา ขยับขาอันคมกริบของมันขูดกับรองเท้าเจ้านาย ราวกับจะเตือนว่า สัญชาตญาณสัตว์อสูรของมันสัมผัสได้ถึง 'สายตาประสงค์ร้าย' บางคู่ที่กำลังจ้องมองมาทางนี้!
(สำรวมจิตของเจ้าซะ อาเจีย!) เสียงอันเยียบเย็นและทรงอำนาจของปรมาจารย์มู่เฉิน ดังก้องขึ้นในห้วงจิตวิญญาณเพื่อเตือนสติ (เจ้ากำลังปล่อยรังสีความหวาดกลัวและความตื่นตระหนกออกมามากเกินไป พวกนักล่าค่าหัวจมูกไวเหมือนสุนัขล่าเนื้อ รีบเดินออกจากลานกว้างนี่ซะ แล้วตามหา 'คนผู้นั้น' ให้พบโดยเร็วที่สุด!)
"ข้าทราบแล้วขอรับอาจารย์..." อาเจียตอบกลับทางจิตด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก้มหน้าก้มตาเดินแทรกตัวออกจากฝูงชนอย่างแนบเนียน ลัดเลาะเข้าไปในตรอกแคบๆ ที่เหม็นอับและมืดสลัวเพื่อหลบเลี่ยงสายตาผู้คน "แต่เมืองกู่เฉิงกว้างใหญ่และวุ่นวายขนาดนี้ ข้าจะไปตามหา ‘นักพรตหมื่นอีแปะ’ ที่ท่านว่าได้ที่ไหนกันเล่าขอรับ เขาหน้าตาเป็นเช่นไร ข้าก็ไม่เคยเห็น แถมตอนนี้ข้ายังถูกตั้งค่าหัวแพงหูฉี่อีก!"
(เจ้าไม่ต้องมองหาผู้ที่มีกลิ่นอายเซียนสูงส่ง หรือใส่ชุดหรูหราหรอก...) มู่เฉินแง้มพรายในห้วงความคิด (วิถีของตาเฒ่านั่นคือการกลืนกินและพลิกแพลงทรัพย์สินผู้อื่น จงใช้สัญชาตญาณพ่อค้าของเจ้า มองหาผู้ที่ ‘หน้าเลือด’ ‘หน้าด้าน’ และ ‘ปลิ้นปล้อน’ ยิ่งกว่าเจ้าสิ!)
"ปลิ้นปล้อนและหน้าด้านกว่าข้า? ในโลกนี้มีคนแบบนั้นอยู่ด้วยรึขอรับ!" อาเจียเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ (และแอบภูมิใจในความหน้าเงินของตัวเองอยู่ลึกๆ)
อาเจียลากสังขารเดินทะลุตรอกซอกซอยอันสลับซับซ้อนมาได้สักพัก เขาก็มาโผล่ที่หัวมุมถนนแคบๆ แห่งหนึ่ง เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากกลุ่มคนบำเพ็ญอิสระร่างยักษ์ 4-5 คน ที่กำลังมุงดูบางอย่างอยู่บนพื้นดิน
ด้วยสัญชาตญาณอยากรู้อยากเห็น อาเจียชะโงกหน้าเข้าไปดู
ตรงกลางวงล้อมนั้น ชายชราผมเผ้ารุงรัง หนวดเคราสีเทาสกปรกชี้ฟู ในชุดนักพรตสีเทาที่ปะชุนจนมองไม่เห็นสีเดิม กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อไม้ไผ่เก่าๆ ที่ขาดวิ่น เบื้องหน้าเขามีถ้วยกระเบื้องเคลือบสีดำ 3 ใบคว่ำอยู่ ชายชรากำลังใช้มือเหี่ยวๆ สับเปลี่ยนถ้วยทั้งสามใบไปมาบนเสื่อด้วยความเร็วที่แม้แต่สายตาของยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานยังมองตามแทบไม่ทัน
"เร่เข้ามาๆ! เร่เข้ามาเลยเหล่าสหายยุทธผู้โชคดี! เสี่ยงทายหาศิลาปราณแห่งโชคชะตา ทายถูกรับไปเลย 10 เท่า! ทายผิดเสียแค่ 1 ก้อนเท่านั้น! นี่คือวิถีแห่งความมั่งคั่งที่ฟ้าประทานมาให้พวกท่าน โอกาสรวยข้ามคืนอยู่ตรงหน้าแล้ว!"
เสียงแหบพร่าของชายชราตะโกนเรียกลูกค้า รอยยิ้มของเขาเผยให้เห็นฟันหลอๆ ที่ดูไร้พิษสงและเป็นมิตร ทว่าดวงตาของเขากลับกลิ้งกลอกราวกับสุนัขจิ้งจอกเฒ่า
ชายร่างยักษ์ผู้บำเพ็ญอิสระคนหนึ่งที่มีรอยแผลเป็นเต็มหน้า ทนความโลภไม่ไหว โยนศิลาปราณระดับล่างลงไป 1 ก้อนเสียงดัง 'แปะ' แล้วชี้ท่อนแขนล่ำสันไปที่ถ้วยใบกลาง
"ข้าเอาใบนี้! ข้าเพ่งสัมผัสวิญญาณดูแล้ว ข้าเห็นกับตาว่าศิลาปราณมันอยู่ตรงกลาง!" ชายร่างยักษ์คำรามอย่างมั่นใจ
ชายชราฟันหลอหัวเราะคิกคัก ก่อนจะค่อยๆ เปิดถ้วยใบกลางออก...
ว่างเปล่า! ไม่มีอะไรอยู่ข้างใต้เลย!
"โอ้... น่าเสียดายยิ่งนัก! ฟ้ายังไม่เข้าข้างท่านพ่อหนุ่ม! ดวงชะตาท่านวันนี้อาจจะยังไม่เปิดรับทรัพย์!" ชายชราทำหน้าเศร้าสร้อยอย่างเสแสร้ง พลางใช้มือตวัดกวาดศิลาปราณของชายร่างยักษ์เข้าพกเข้าห่อของตนเองอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ
ชายร่างยักษ์หน้าดำคล้ำด้วยความโกรธ "โกง! แกโกงข้าตาเฒ่า! ข้ามั่นใจว่ามันอยู่ถ้วยกลาง!"
"ใจเย็นๆ สหายยุทธ การพนันย่อมมีแพ้มีชนะ หากท่านไม่เชื่อ ลองดูนี่สิ!" ชายชราเปิดถ้วยใบขวาสุดออก ปรากฏศิลาปราณก้อนหนึ่งวางอยู่อย่างสงบ "เห็นหรือไม่ มันอยู่ตรงนี้ต่างหาก ท่านแค่ตาฝาดไปเอง เอาล่ะๆ ใครอยากลองเสี่ยงโชคอีกเชิญเลย!"
อาเจียที่แอบดูอยู่หรี่ตาลง สัญชาตญาณความเป็นพ่อค้าทำงานทันที แม้เขาจะบาดเจ็บและถูกสั่งห้ามใช้อักขระหลิง ทว่า 'เนตรบรรพจารึก' อันเป็นความสามารถพื้นฐานที่หลอมรวมกับดวงตาของเขายังคงใช้งานได้! เขารีดเร้นปราณอันน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่ส่งไปที่ดวงตา นัยน์ตาสีเข้มทอประกายลึกล้ำวูบหนึ่ง ทะลวงผ่านภาพมายาเบื้องหน้าอย่างหมดจด
ตาเฒ่านี่... ไม่ได้ใช้ความเร็วมือสับเปลี่ยนถ้วย! อาเจียลอบวิเคราะห์ในใจอย่างตื่นตะลึงเมื่อเนตรบรรพจารึกเผยให้เห็นความจริง ปลายนิ้วของเขามีร่องรอยของการบีบอัด ปราณเซียนแท้ 真仙气 (เจินเซียนชี่) จนเกิดเป็น 'ค่ายกลลวงตาขนาดจิ๋ว' ที่ซ้อนทับมิติของศิลาปราณ! เขาสามารถย้ายวัตถุผ่านมิติระยะสั้นๆ ใต้ถ้วยได้อย่างแนบเนียน นี่มันโกงกันหน้าด้านๆ โดยใช้ความรู้ระดับปรมาจารย์เลยนี่หว่า!
(ใช่แล้ว... นั่นแหละ นักพรตหมื่นอีแปะ) เสียงของมู่เฉินดังขึ้นยืนยันในห้วงความคิด (ตาเฒ่าผู้นี้คือยอดฝีมือเร้นกายที่บีบอัด ปราณเซียนแท้ 真仙气 (เจินเซียนชี่) ของตนเองจนเข้าสู่ขั้นสุดยอด เขาสามารถควบคุมพลังงานไม่ให้รั่วไหลแม้อีแปะเดียว เข้าไปหาเขาซะ หรือจะทำยังก็ได้เพื่อเรียนรู้วิธีสร้างภาชนะของเจ้า... แต่จำไว้ให้ดี อย่าให้เขารู้เด็ดขาดว่าเจ้าคือมหาเศรษฐีที่มีค่าหัว 500,000 ก้อน! ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะขายเจ้ากินเสียเอง!)
อาเจียกลืนน้ำลายฝืดคอ "เข้าใจแล้วขอรับ... คนผู้นี้อันตรายและปลิ้นปล้อนสมคำร่ำลือจริงๆ"
เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึก ข่มความเจ็บปวดที่ท้องน้อย เตรียมจะก้าวเดินเข้าไปหาชายชราจอมโกงเพื่อเจรจา ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...
วูบ!
ความรู้สึกหนาวสะท้านแล่นปราดตั้งแต่กระดูกสันหลังจรดท้ายทอย! สัมผัสวิญญาณอันเย็นเยียบ ดุดัน และคมกริบดุจมีดพกที่อาบยาพิษ ล็อกเป้าหมายมาที่แผ่นหลังของเขาโดยตรง! มันไม่ได้มาจากพวกนักเลงข้างถนน แต่มันพุ่งตรงมาจากบนหลังคาโรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้าม!
กลิ่นอายสังหารอันคุ้นเคยที่เขาเพิ่งหนีรอดมาได้เมื่อคืน... กลิ่นอายของนักฆ่า หอเร้นเงา 影阁 (อิ่งเก๋อ) ตามมาทันแล้ว!
"มารดามันเถอะ! เพิ่งเห็นป้ายประกาศจับเมื่อครู่ พวกแกก็มารับเงินรางวัลเลยรึ!" อาเจียสบถลั่นในใจ เบิกตากว้างด้วยความหวาดผวา
ในตรอกที่ไร้ทางหนี กับจุดตันเถียนที่แตกร้าว และกฎเหล็กที่ห้ามใช้อักขระหลิง... มหาเศรษฐีถังแตกกำลังถูกต้อนเข้ามุมมืดเสียแล้ว!