ระหว่างที่พวกเขาทั้งสี่คนกำลังเดินเล่นกันอยู่นั้น นาข้าวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังฟังจีน่าเล่าเื่ของกริฟฟินไม่จบ
นาข้าว: “เอ่อ จีน่า ฉันว่าเราไปเดินเล่นแถวลำธารกันดีกว่ามั้ย” แล้วนาข้าวก็หันไปมองเ้าชายแล้วพูดขึ้นว่า
“เ้าชาย! งั้นฉันขอตัวไปเดินเล่นกับจีน่าที่ลำธารก่อนนะคะ”
เ้าชาย: “พวกเ้าไปกันเถอะ ข้าก็อยากจะพักผ่อนพอดี”
เ้าชายกล่าวเสร็จก็เดินกลับขึ้นไปบนปราสาทพร้อมกริฟฟิน
เมื่อนาข้าวและจีน่าเดินมาถึงลำธาร ที่อยู่ห่างออกมาจากปราสาทไม่ไกลมากนัก ทั้งสองคนก็ได้ยินเสียงพุ่มไม้ดังขึ้น เหมือนมีอะไรมาทำให้มันขยับ นาข้าวและจีน่ามองตามเสียงด้วยความสงสัย
“จีน่า นั่นพุ่มไม้มันขยับได้ มันต้องมีอะไรอยู่ในนั้นแน่ๆ เลย เราไปดูกันหน่อยมั้ย” นาข้าวพูดด้วยความตื่นเต้น
“แล้วเ้าไม่กลัวหรือ นาข้าว? ถ้านั่นเป็สัตว์ร้ายขึ้นมาจะทำยังไง” จีน่าตอบ แต่ไม่ทันที่จีน่าจะพูดจบ นาข้าวก็เดินตรงไปยังพุ่มไม้นั้นแล้ว
จีน่า: “นี่นาข้าว! เดินไปตอนไหนเนี่ย รอข้าด้วยสิ” จีน่าจึงรีบวิ่งตามนาข้าวเข้าไปในป่าข้างลำธาร เพื่อตามเสียงที่ดังมาจากพุ่มไม้นั่น
นาข้าวมุ่งตรงมาที่พุ่มไม้อย่างไม่เกรงกลัวอะไร เพราะเธอรู้สึกได้ว่ามันไม่มีอันตราย แต่เมื่อมาถึงเสียงก็เงียบไป นาข้าวเลยลองเอากิ่งไม้ขว้างไปที่พุ่มไม้ แล้วมันก็มีเสียงร้องดังออกมา
“โอ้ย!!!” นาข้าวใมาก
“เฮ้ย! พุ่มไม้มันพูดได้” ในขณะที่จีน่าตามมาถึง นาข้าวหันไปพูดกับจีน่า “จีน่า ดูนี่สิ พุ่มไม้มันพูดได้ด้วย” แล้วนาข้าวก็ขว้างกิ่งไม้ไปอีกครั้ง
“โอ้ย!!!”
นาข้าว: “นั่นไง เห็นมั้ย มันพูดได้”
จีน่า: “จริงๆ ด้วยนาข้าว งั้นข้าขอลองดูบ้างนะ” จีน่าจึงได้หยิบกิ่งไม้ขึ้นมาแล้วขว้างไปที่พุ่มไม้นั้นอีกครั้ง
“โอ้ย! พอได้แล้ว ข้าเจ็บ” เสียงจากพุ่มไม้ดังขึ้น แล้วก็มีร่างชายคนหนึ่งลุกขึ้นยืนออกมาจากพุ่มไม้ จีน่าจึงรีบหยิบมีดดาบที่พกติดตัวมาชี้ไปตรงหน้าชายคนนั้น
“นี่เ้าเป็ใคร ทำไมถึงมาซ่อนตัวอยู่ตรงนี้” จีน่ากล่าว ชายคนนั้นยืนเอามือสองข้างยกขึ้นไว้ข้างหน้าและกล่าวออกมา
“อย่าๆ! อย่าทำอะไรข้าเลย ข้าไม่ได้มีประสงค์ร้ายอะไร” นาข้าวมองด้วยความสงสัยแล้วคิดว่า “หรือผู้ชายคนนี้จะมาแบบเดียวกันกับเรา” นาข้าวจึงเอ่ยถาม
“ไหนนายลองบอกมาซิ ว่านายมาที่นี่ได้ยังไง” ผู้ชายคนนั้นเมื่อเห็นนาข้าวก็มองหน้าเธอไม่ละสายตา
“นี่นาย! ได้ยินที่ฉันพูดมั้ยเนี่ย” นาข้าวพูดซ้ำ
จีน่า: “นาข้าว ข้าว่าเราพาตัวชายคนนี้ไปที่ปราสาทก่อนจะดีกว่านะ” จีน่าจึงใช้มีดดาบจี้ตัวชายคนนั้นให้เดินไปที่ปราสาท เมื่อมาถึงบริเวณปราสาท จีน่าให้ทหารคุมตัวไว้ แล้วก็ให้คนไปตามท่านกริฟฟินมา
ระหว่างนั้นนาข้าวจึงถามชายคนนั้นอีกครั้ง “นายมาที่นี่ได้ยังไง”
ชายคนนั้นมองหน้าแล้วตอบ
“ข้ามาตามหาเ้าชายกริฟฟิน”
จีน่าเมื่อได้ยินอย่างนั้นจึงหันไปถาม
“นี่เ้าเป็คนของอาณาจักรคริสตัลหรือ”
ชายคนนั้นพยักหน้า
“ใช่แล้ว ข้ามีเื่จะมาแจ้งให้เ้าชายทราบ”
ทันใดนั้นกริฟฟินก็เดินมาถึงพอดี ชายคนนั้นมองกริฟฟินด้วยความดีใจ
“บารอน! เ้ามาที่นี่ได้อย่างไร มีเื่อะไรเกิดขึ้นที่อาณาจักรหรือ”
(บารอนคือคนสนิทของเอเลน)
“เ้าชายกริฟฟิน ท่านเอเลนป่วยหนัก อาการไม่ดีขึ้นเลย ข้าจึงออกเดินทางมาหาท่าน”
“งั้นเดี๋ยวข้าขอปรึกษากับท่านฟินิกซ์ก่อนนะ ยังไงข้าก็ต้องกลับไปที่อาณาจักรแน่นอน” กริฟฟินกล่าว
หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไป กริฟฟินพาบารอนไปพักผ่อน ส่วนจีน่าและนาข้าวก็กลับที่พักของตัวเอง
ในหนึ่งวันมันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว ใน่ค่ำๆ นาข้าวมายืนคิดอะไรเพลินๆ อยู่คนเดียวที่ระเบียงปราสาท ทุกคนที่นี่ช่างใจดีกับเธอมาก เ้าชายฟินิกซ์กับกริฟฟินก็หล่อเหลาจนมองยังไงก็ไม่เบื่อ ส่วนจีน่าก็สวยอย่างกับนางฟ้าแถมใจดีอีกต่างหาก แต่สักวันเธอคงต้องจากไป เพราะที่นี่ไม่ใช่ที่ของเธอ
“นี่นาข้าว ดึกมากแล้วเ้ามายืนทำอะไรตรงนี้คนเดียวหรือ”
เสียงของเ้าชายฟินิกซ์เอ่ยถาม
นาข้าวหันไปตามเสียงแล้วตอบกลับ “อ้าว! เ้าชายนี่เอง ท่านยังไม่เข้านอนอีกเหรอ”
“ข้านอนไม่หลับน่ะ เลยออกมาเดินเล่นข้างนอก อากาศเย็นดีนะ” เ้าชายตอบ
นาข้าวพยักหน้าตอบ “อืม! อากาศเย็นสบายดีจริงๆ ด้วย” เ้าชายมองหน้านาข้าวแล้วรู้สึกได้ว่าเธอกำลังไม่สบายใจ
“นาข้าว นี่เ้าเป็อะไรรึเปล่า คิดถึงบ้านหรือ” เ้าชายถาม
นาข้าวมองหน้าเ้าชายแล้วคิดในใจ “คนอะไรยิ่งมองใกล้ๆ ก็ยิ่งหล่อ”
เ้าชาย: “เ้าไม่ต้องกลัวนะ ข้าจะดูแลเ้าเองนาข้าว” นาข้าวได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกเขินจนหน้าแดง
เ้าชาย: “เ้าจะร้องไห้หรือ นี่ข้าทำอะไรให้เ้าไม่สบายใจหรือเปล่า” เ้าชายถามด้วยความห่วงใย
นาข้าว: “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะเ้าชาย ฉันดีใจที่ได้พบเจอกับท่าน”
เ้าชายรู้สึกโล่งใจ แต่ก็สงสัยอะไรบางอย่างจึงเอ่ยถาม “ทำไมเ้ามองหน้าข้าไม่กระพริบตาเลย หรือหน้าข้ามีอะไรติดอยู่”
นาข้าวอมยิ้มเขินอายแล้วตอบ “ไม่มีค่ะ ฉันแค่อยากมองเฉยๆ เอ่อ คือฉันมีเื่อยากจะถามเ้าชาย”
เ้าชาย: “เื่อะไรหรือ เ้าลองว่ามาสิ”
“ทำไมท่านกับกริฟฟินถึงมีหน้าตาที่ดูคล้ายกันเลยล่ะคะ” นาข้าวถามด้วยความสงสัย
เ้าชาย: “เ้าอยากรู้จริงๆ เหรอ งั้นข้าบอกให้ก็ได้ ข้ากับกริฟฟินเป็พี่น้องกันน่ะ”
นาข้าวได้ยินอย่างนั้นก็มีสีหน้าอึ้งไปสักพัก
นาข้าว: “เป็ความจริงเหรอเนี่ย แล้วทำไมถึงอยู่กันคนละที่เลย”
“กริฟฟินดูแลอาณาจักรของท่านแม่ ส่วนข้าดูแลอาณาจักรของท่านพ่อ” เ้าชายอธิบาย
นาข้าว: “อ่อ เป็แบบนี้นี่เอง แต่นิสัยของท่านทั้งสองคนต่างกันเลยนะ อ้อ! เ้าชาย ข้ามีอีกเื่จะถาม”
“เื่อะไร ไหนเ้าว่ามาสิ” เ้าชายถามด้วยความสงสัย
นาข้าว: “คนของท่านกริฟฟินที่ชื่อบารอน ตอนที่ฉันไปเจอ เขามองหน้าฉันไม่ละสายตาเลย”
“อ่อ! บารอนนั่นเอง เขาคงไม่เคยเห็นหน้าเ้ามาก่อน เลยมองแบบนั้น” เ้าชายตอบ
จู่ๆ นาข้าวก็หาวปากกว้าง จนเ้าชายมองเห็นพอดี เขาแอบยิ้มด้วยความเอ็นดู
เ้าชาย:“ข้าว่าเ้าคงง่วงแล้วล่ะ นาข้าว”
นาข้าว: “แล้วเ้าชายง่วงนอนรึยังคะ ให้ฉันไปส่งมั้ย”
เ้าชาย: “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวข้าเป็คนไปส่งเ้าเองดีกว่านะ”
เ้าชายจึงเดินไปส่งนาข้าวที่ห้อง เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูห้อง เ้าชายเอ่ยขึ้นว่า “ราตรีสวัสดิ์นะ นาข้าว อย่าลืมห่มผ้าด้วยล่ะ คืนนี้อากาศค่อนข้างเย็น”
นาข้าวยืนบิดตัวด้วยความเขิน “เ้าชายก็เช่นกัน ฝันดีนะคะ” แล้วเ้าชายก็เดินอมยิ้มกลับที่พัก
เช้าวันต่อมา กริฟฟินมาหาเ้าชายฟินิกซ์เพื่อปรึกษาเื่ต้องกลับไปที่อาณาจักรคริสตัล
“ท่านฟินิกซ์ ข้าคงต้องกลับอาณาจักรไปสักระยะหนึ่งก่อน ท่านเอเลนคนสนิทของข้าได้ป่วยหนัก” กริฟฟินกล่าว
เ้าชาย: “เ้าไปเถอะ ข้ามียารักษาเ้าเอาติดไปด้วยนะ ท่านเอเลนจะได้ดีขึ้น”
กริฟฟิน: “งั้นข้าไปก่อนนะ ท่านฟินิกซ์ แล้วข้าจะรีบกลับมา” ทันใดนั้นก็มีเสียงวิ่ง (ตึก ตึก ตึก)
“นี่! นาย รอฉันก่อน” เสียงของนาข้าวดังมาแต่ไกล กริฟฟินและเ้าชายหันไปมองตามเสียง
กริฟฟิน: “นี่เ้า! เสียงดังโวยวายมาแต่ไกลเลยเชียวนะ”
“ก็! ก็ฉันกลัวจะมาไม่ทันนายนี่” นาข้าวพูดพร้อมเสียงหอบๆ เพราะรีบวิ่งมาจนหายใจไม่ทัน
“แล้วมีธุระอะไรกับข้าล่ะ” กริฟฟินถาม
“ฉันขอให้นายเดินทางปลอดภัยนะ และก็รีบๆ กลับมาด้วยล่ะ” นาข้าวตอบ
กริฟฟินมองนาข้าวแล้วยิ้มเล็กน้อย “ได้สิ ข้าจะรีบกลับมา จะได้ไปหาของวิเศษด้วยกัน”
นาข้าวยิ้มดีใจ มองหน้าเ้าชายแล้วก็มองหน้ากริฟฟิน “จริงๆ นะ นายต้องกลับมาเร็วๆ ด้วย รับปากแล้วนะ”
กริฟฟินพยักหน้ารับ แล้วก็ออกเดินทางทันที
** ติดตามต่อในตอนที่ 5 **