ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 334 : คุกใต้หล้าตรึงวิญญาณ

จารึกที่ 334 : คุกใต้หล้าตรึงวิญญาณ : ค่ายกลผลาญเต๋าเบิกเนตรผู้กำหนดกฎ


ความครึกครื้นอันเปี่ยมด้วยไอเต๋าจากสำนักหมื่นอักขระเบื้องบน คล้ายเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกกางกั้นไว้ด้วยชั้นดินอันหนาเหน็บ ลึกลงไปใต้ก้นทะเลสาบหมึกวารี ณ หุบเหวใต้ดินอันไพศาลซึ่งเป็นคุกมืดคุมขังจิตวิญญาณบรรพชน บรรยากาศกลับทวีความตึงเครียดและกดดันจนมวลอากาศบิดเบี้ยวประดุจเหล็กไหลที่ถูกแผดเผา


ภายหลังจากที่อาเจียใช้สมอแห่งเต๋าและสมการปฐมกาลรื้อถอนโซ่ตรวนชุดแรก ปลดปล่อยดวงวิญญาณอักษรบรรพชนนับร้อยดวงให้หลุดพ้นจากพันธนาการ ท้องฟ้าเพดานศิลาสีดำทมิฬเบื้องบนก็พลันส่งเสียงครืนครั่นราวกับอสนีบาตนับหมื่นสายจะถล่มลงมา แรงสะเทือนจากการพังทลายของค่ายกลสะกดข่มชั้นแรก ส่งผลให้โซ่ตรวนอักขระสวรรค์สีทองคำม่วงที่เหลืออีกนับพันนับหมื่นเส้นซึ่งล่ามพันสายแร่ปราณปฐมกาลอยู่ เริ่มบิดตัวสั่นสะท้อนอย่างบ้าคลั่ง


แกร็ก! แกร็ก! แกร็ก!


เสียงโซ่ตรวนกระทบกันดังก้องสะท้อนไปทั่วหุบเหวอันมืดมิด ลวดลายอักขระสวรรค์ที่สลักอยู่บนเนื้อโซ่สีทองคำม่วงพลันเปลี่ยนจากสีสว่างสดใสเป็นสีแดงฉานประดุจโลหิต ค่ายกลบังคับขนาดยักษ์ของวิหารเทพอนันตกาลที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด สัมผัสได้ถึงการสูญเสียตัวแปรในสมการสะกดข่ม มันจึงเริ่มกลวิธานป้องกันตนเองด้วยการเปิดใช้งาน 'ค่ายกลเทวะผลาญวิญญาณ' โซ่ตรวนเหล่านั้นเริ่มรัดรึงแน่นขึ้น แทงทะลวงลึกลงไปในจุดตันเถียนและวิญญาณตกค้างของบรรพชนนับหมื่นร่างที่ยังคงถูกล่ามอยู่ บีบคั้นเสียงกรีดร้องโหยหวนอันแสนทรมานให้ดังระงมขึ้นอีกครา


"พวกมัน... กำลังจะเร่งการเผาผลาญวิญญาณบรรพชนเพื่อกอบกู้สมดุลของค่ายกล!" มู่เฉิน ปรมาจารย์ผู้เฒ่ายืนหยัดอย่างมั่นคง ร่างเนื้ออักขระบรรพกาลอันทรงพลังของท่านแผ่พุ่งปราณเซียนแท้ออกมาคุ้มครองมหานาวาปราณสูญตาอย่างสุดกำลัง ฝ่ามือของท่านกำแน่นจนข้อนิ้วสั่นเทา แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเมื่อเห็นดวงวิญญาณของศิษย์พี่ศิษย์น้องในอดีตต้องทนทุกข์ทรมานทวีคูณ


วูบ!


แสงสีเงินฉายวาบขึ้นที่ปลายพู่กันนิรันดร์ องค์หญิงน้อย จิตวิญญาณแห่งพู่กันระดับตำนาน โผล่พรวดออกมาลอยอยู่กลางอากาศธาตุ ใบหน้างดงามของนางซีดเผือด ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนก "อาเจีย! ค่ายกลนี้มันฉลาดขึ้น! มันไม่ได้เพียงแค่ขัดขืนพลังของเจ้า ทว่ามันกำลังเปลี่ยนโครงสร้างสมการจาก 'สะกดข่ม' เป็น 'ทำลายล้าง' หากโซ่พวกนั้นเผาผลาญวิญญาณบรรพชนจนหมดสิ้น พลังงานทำลายล้างระดับราชันย์เซียนขั้นสูงสุดจะระเบิดออกบดขยี้ทุกสิ่งใต้ผืนดินนี้ให้กลายเป็นจุณ!"


บนดาดฟ้าเรือ ฉินมู่หลาง เฟิงอี้หราน หลินชิงเสวี่ย และเย่ปิงอวิ๋น ต่างรีบโคจรปราณบ่มเพาะของตนเพื่อต้านทานแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นมหาศาล เจตจำนงกระบี่ของฉินมู่หลางพยายามจะพุ่งออกไปตัดโซ่ตรวน ทว่าเพียงแค่เจตจำนงแผ่ไปสัมผัสกับรัศมีสีแดงของค่ายกล มันก็ถูกความร้อนแห่งสัจธรรมแผดเผาจนสลายไปในทันที


"ห้ามวู่วามลงมือเด็ดขาดขอรับ ทุกท่าน" อาเจียเอ่ยเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงความเยือกเย็นอันลึกล้ำ


เด็กหนุ่มก้าวเดินไปที่หัวเรืออย่างเชื่องช้า ท่ามกลางกระแสพลังงานทำลายล้างที่สาดซัดเข้ามาประดุจพายุคลั่ง ผ้าคลุมสีเทาของเขาสะบัดพลิ้ว ดวงตาแห่งความว่างเปล่ากวาดมองภาพความทรมานของบรรพชนและเจตจำนงสวรรค์อันโหดเหี้ยม ใบหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นความโศกเศร้า รันทดใจอย่างที่สุด แววตาเต็มไปด้วยความเมตตาและรันทดต่อโศกนาฏกรรมตรงหน้า


"ฟ้าดินกว้างใหญ่ สรวงสวรรค์อ้างตนเป็นผู้ถือครองความเมตตาและลิขิตสัจธรรม..." อาเจียเอื้อนเอ่ย วาจาของเขาถูกขยายด้วยเจตจำนงแห่งสมอเต๋า ก้องกังวานเสียดแทงทะลุผ่านเสียงกรีดร้องของค่ายกล "ทว่าเบื้องล่างความงดงามของทวีปเซียน กลับซ่อนเร้นไว้ซึ่งโรงฆ่าสัตว์อันต่ำช้า ล่ามโซ่ตรวนบรรพชนผู้บุกเบิก ขูดรีดดวงวิญญาณเพื่อหล่อเลี้ยงบัลลังก์ทองคำของตนเอง... สวรรค์ที่สร้างความชอบธรรมบนความทุกข์ทรมานชั่วนิรันดร์ของผู้บริสุทธิ์ ช่างเป็นความเที่ยงแท้ที่น่าสมเพชและขลาดเขลายิ่งนัก!"


ถ้อยคำอันเปี่ยมด้วยความชอบธรรมและอุดมการณ์ปกป้องผู้คน ดังก้องสะท้อนเข้าไปถึงส่วนลึกของจิตวิญญาณบรรพชนที่กำลังบ้าคลั่งด้วยความแค้น เจตจำนงรวมของคนตายเริ่มสงบลงชั่วคราว พวกเขาสัมผัสได้ถึง 'สายเลือดแห่งมรรคาอักขระ' ที่บริสุทธิ์และเที่ยงตรงจากเด็กหนุ่มเบื้องหน้า


เมื่อเจตจำนงของคนตายแปรเปลี่ยน สมการควบคุมของค่ายกลสวรรค์ที่พึ่งพาความเคียดแค้นเป็นเชื้อเพลิงก็พลันเกิดรอยร้าวและสะดุดลงชั่วลมหายใจ!


"และนั่นคือช่องว่างที่ข้าต้องการ... องค์หญิงน้อย เตรียมเปิดค่ายกลบังคับภายในพู่กัน!" อาเจียส่งกระแสจิต สลัดความโศกเศร้าทิ้งไปหลงเหลือเพียงความเจ้าเล่ห์และเด็ดขาด


"รับทราบ! ข้ากางโครงข่ายสมการปฐมกาลรออยู่แล้ว!" องค์หญิงน้อยตอบรับอย่างแข็งขัน นางประสานมือเล็กๆ ปลดปล่อยพลังวิญญาณระดับตำนานเข้าควบคุมแกนกลางพู่กันนิรันดร์ในทันที


อาเจียไม่ได้พุ่งตัวออกไปปะทะ ทว่าเขาทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิกลางดาดฟ้าเรือ พู่กันนิรันดร์ในมือขวาตวัดวาดอักขระอย่างพลิ้วไหวลื่นไหลประดุจสายน้ำที่ไร้รูป ครั้งนี้เขาดึงเอาความรู้ 'สมการปฐมกาล' ทั้งหมดที่ย่อยสลายมาจากวิหารไร้รูป ออกมาทำการทดลองและวิเคราะห์โครงสร้างของโซ่ตรวนสวรรค์ในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม


"อักขระล่ามสวรรค์เหล่านี้ ขับเคลื่อนด้วยสัจธรรมธาตุทองและธาตุไฟ..." อาเจียพินิจวิเคราะห์ นัยน์ตาสะท้อนภาพเส้นสายพลังงาน "พวกมันใช้ธาตุทองเป็นโครงสร้างแข็งเกร็งเพื่อกักขัง และใช้ธาตุไฟแผดเผาเพื่อรีดเค้นพลัง หากข้าใช้ความว่างเปล่าเข้าไปตัดขาดตรงๆ ค่ายกลจะเปลี่ยนโครงสร้างไปพึ่งพาธาตุปฐพีเพื่อฝังกลบระบบ... ข้าต้องไม่รื้อถอน ทว่าต้อง 'เขียนความหมายใหม่' ครอบทับลงไป"


เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึก โคจรปราณเซียนแท้ที่อัดแน่นด้วยสมอแห่งเต๋าไปที่ปลายนิ้ว เขากรีดเลือดของตนเองหยดลงบนปลายขนพู่กันนิรันดร์ น้ำหมึกสีเทาเงินเจือประกายโลหิตพุ่งทะยานออกไปกลางอากาศธาตุ จารึกวงกลมมหาภาวะซวี ( ⦾ ) ขนาดกว้างนับลี้ ครอบคลุมเสาค่ายกลหลักต้นที่สองของคุกใต้ดิน


"มหาค่ายกลสูญตา... เปลี่ยนแปลงสถานะ สับเปลี่ยนสัจธรรม!"


อาเจียตวัดพู่กันอย่างเฉียบขาด จารึกอักขระ 'วารีปฐมกาล' และอักขระ 'พฤกษาก่อเกิด' ซ้อนทับลงไปในแกนกลางของสมการความว่างเปล่า เขาไม่ได้ใช้พลังเข้าข่ม ทว่าเขาใช้หลักการธรรมชาติอันเที่ยงแท้: วารีสยบไฟ และพฤกษาซึมซับทอง!


เปรี๊ยะ! บรึ้ม!


ทันทีที่อักขระชุดแรกแทรกซึมเข้าสู่โซ่ตรวนสวรรค์ ค่ายกลป้องกันของวิหารเทพพลันตอบโต้อย่างบ้าคลั่ง! ประกายไฟสัจธรรมสีทองคำม่วงระเบิดสวนกลับมาตามเส้นสายหมึก พลังทำลายล้างระดับราชันย์เซียนกระแทกเข้าที่หน้าอกของอาเจียจนร่างของเขาสั่นสะท้าน เลือดสีสดพุ่งกระฉอกออกจากปาก ร่างกายโอนเอนเกือบสิ้นสติ


"อาเจีย!" เย่ปิงอวิ๋นร้องเสียงหลง พยายามจะถลันเข้ามา


"อย่าเพิ่งเข้ามาขอรับ!" อาเจียยกมือห้าม แววตาของเขาไม่ได้ท้อแท้ ทว่ากลับลุกโชนด้วยประกายแห่งการตระหนักรู้ "ล้มเหลว... ข้าเข้าใจข้อบกพร่องแล้ว ค่ายกลของสวรรค์มิได้ขับเคลื่อนด้วยธาตุธรรมชาติธรรมดา ทว่ามันแฝงไว้ด้วย 'เจตจำนงควบคุม' ของราชันย์เซียน ข้าพยายามจะเปลี่ยนธาตุ ทว่าเจตจำนงนั่นกลับปฏิเสธความลื่นไหล!"


"เช่นนั้นจะทำอย่างไร? มันกำลังจะระเบิดแล้วนะ!" องค์หญิงน้อยร้องเตือน แสงสีเงินบนด้ามพู่กันเริ่มกะพริบวิปริตจากการแบกรับพลังสะท้อนกลับ


"ในเมื่อเจตจำนงของมันคือการควบคุม... ข้าก็จะไม่ควบคุม ทว่าข้าจะมอบ 'อิสรภาพ' ให้แก่สรรพสิ่ง!"


อาเจียหยัดกายขึ้นยืนตรง แผ่นหลังตั้งตรงประดุจทวนท้าทายฟ้าดิน เขาไม่ได้ตื่นตระหนกต่อความล้มเหลว เพราะทุกความผิดพลาดคือบันไดสู่ความเที่ยงแท้ เขารวบรวมปราณเซียนแท้เฮือกใหญ่ ผสานเข้ากับเจตจำนงของบรรพชนดวงวิญญาณอักษรที่เพิ่งปลดปล่อยมาในตอนก่อน ซึ่งกำลังลอยล้อมรอบตัวเขาประดุจเกราะคุ้มกัน


เขากรีดเลือดเพิ่มลงบนพู่กัน คราวนี้เขาตวัดวาดอักขระหลิง 零 (หลิง) ตัวแทนแห่งต้นกำเนิดอันไร้รูป ซ้อนทับลงไปบนสมอแห่งเต๋าที่สลักอยู่ในกระดูกของเขาเอง แผ่ขยายรัศมีออกไปโอบอุ้มดวงวิญญาณบรรพชนที่กำลังถูกแผดเผา


"บรรพชนทุกท่าน... จงมอบเจตจำนงดั้งเดิมของพวกท่านให้แก่พู่กันของข้า! สวรรค์ปิดปากพวกท่าน ทว่าข้าจะมอบเสียงสะท้อนให้พวกท่านประกาศสัจธรรม!"


ดวงวิญญาณอักษรบรรพกาลนับร้อยดวงส่งเสียงกังวานประสานสอด พากันพุ่งทะยานเข้าหลอมรวมกับน้ำหมึกโลหิตปฐมกาลบนพู่กันนิรันดร์ ปลายพู่กันแปรเปลี่ยนเป็นสีทองเงินอันวิจิตรและศักดิ์สิทธิ์อย่างถึงที่สุด อาเจียสะบัดข้อมือตวัดจารึกมหาอักขระชุดใหม่ลงบนโซ่ตรวนสวรรค์อีกครา!


"มหาจารึกสูญตา... คลายลิขิตฟ้า ปลดแอกวิญญาณบรรพชน!"


วูบ!


ครั้งนี้ คลื่นพลังงานที่แผ่ออกไปมิใช่การโจมตี ทว่ามันคือ 'การละลายพื้นที่ดำรงอยู่' ของค่ายกลสวรรค์! อักขระหลิงที่ผสานเจตจำนงบรรพชนและสมอแห่งเต๋า ทำหน้าที่ลบเลือน 'สิทธิ์ในการควบคุม' ของวิหารเทพอนันตกาลออกไปจากโซ่ตรวนเหล่านั้น เมื่อไร้ซึ่งสิทธิ์ควบคุม โซ่ตรวนสีทองคำม่วงที่แข็งแกร่งก็กลายเป็นเพียงสสารไร้ค่าในพริบตา!


เปรี้ยงงงงงง!


เสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาทเลื่อนลั่นไปทั่วชั้นใต้ดิน! โซ่ตรวนอักขระสวรรค์นับพันเส้นที่ล่ามพันเสาหลักต้นที่สองพลันหักสะบั้นและพังทลายลงมาประดุจภูเขาถล่ม ค่ายกลเทวะผลาญวิญญาณถูกรื้อถอนโครงสร้างจนหมดสิ้นความขลัง ดวงวิญญาณบรรพชนนับพันร่างได้รับการปลดปล่อย ร่างเนื้อที่แห้งเหี่ยวกลายเป็นละอองธุลี ทว่าดวงวิญญาณตกค้างกลับแปรสภาพเป็น **"ดวงวิญญาณอักษรปฐมกาล"** สีทองอร่ามเจิดจ้านับพันดวง ลอยล่องขึ้นเต็มหน้าประดับเพดานถ้ำประดุจหมู่ดารากลางรัตติกาล


"สำเร็จแล้ว... เจ้าทำสำเร็จอีกครั้งแล้ว อาเจีย!" มู่เฉินรำพึงด้วยความตื้นตัน ปราณจากร่างเนื้ออักขระของท่านสอดประสานเข้ารองรับพลังงานที่กระจายออก


ครืนนน!


เมื่อโซ่ตรวนชุดที่สองพังทลาย พลังปราณปฐมกาลอันมหาศาลลึกล้ำที่ถูกกักขังมานานนับพันปี ก็พลันปะทุทะลักสวนกลับขึ้นไปตามรอยแยกมิติ มุ่งตรงสู่สำนักหมื่นอักขระบนผืนดินเบื้องบนในทันที ระลอกพลังงานสีเงินยวงเข้มข้นกว่าคราแรกนับสิบเท่า พุ่งทะลวงผ่านชั้นดินขึ้นไปสั่นสะเทือนฟ้าดิน!


ณ สำนักหมื่นอักขระบนผืนดินเบื้องบน ในช่วงเวลาที่แสงตะวันทอแสงโรยราปกคลุมขุนเขา ท้องฟ้าเหนือสำนักพลันเกิดปรากฏการณ์อัศจรรย์ แสงรัศมีสีทองเงินสว่างวาบกระจายออกไปนับร้อยลี้ มวลปราณธรรมชาติในอากาศธาตุหนาแน่นขึ้นจนกลายเป็นหมอกมลคลสีรุ้งไหลเวียนเข้าสู่ร่างของบรรดาศิษย์และอาวุโสทุกคน ผู้อาวุโสหลายคนที่ติดอยู่ในคอขวดพลังมานานนับร้อยปี พลันสัมผัสได้ถึงสัจธรรมเต๋าที่กระจ่างแจ้ง พากันทะลวงผ่านขอบเขตพลังขึ้นไปทีละคน เสียงโห่ร้องด้วยความปีติยินดีดังระงมไปทั่วทั้งสำนัก โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า ความโชคดีมหาศาลนี้ แลกมาด้วยหยาดเลือดและการชิงไหวชิงพริบของเด็กหนุ่มผู้ถือพู่กันที่อยู่ลึกลงไปใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา!


ภายในหุบเหวใต้ดิน อาเจียทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจอย่างหนัก ร่างกายสั่นสะท้านจากการฝืนรับพลังงานย้อนศร แต่อักขระสวรรค์นับพันตัวที่เพิ่งหลุดพ้นจากค่ายกล กลับถูกสมอแห่งเต๋าในร่างของเขาดึงดูดและบีบอัด จัดเรียงเข้าสู่ 'ชั้นหนังสือวิญญาณ' ภายในจุดตันเถียนอย่างเป็นระเบียบ รากฐานเต๋าของเขาก้าวหน้าขึ้นอีกขั้นอย่างมั่นคง แข็งแกร่งจนผิวพรรณทอประกายเร้นลับลึกล้ำ


องค์หญิงน้อยลอยตัวมาหยุดอยู่ตรงหน้าใบหน้าที่เปื้อนเลือดของเขา นางเอื้อมมือเล็กๆ ไปเช็ดคราบเลือดที่มุมปากให้เยี่ยงผู้เฝ้าพิทักษ์ที่ซื่อสัตย์ แววตาขี้เล่นหายไปหลงเหลือเพียงความจริงใจและเชื่อฟัง "เจ้าคนบ้าระห่ำ... สมการของเจ้าครานี้ช่างเที่ยงตรงและสง่างามยิ่งนัก ข้าจะช่วยเจ้าสะสมพลังงานเหล่านี้เองต่อจากนี้"


อาเจียแย้มยิ้มบางเบา พยักหน้าให้แก่จิตวิญญาณพู่กันและอาจารย์ผู้ล่วงรู้สัจธรรม ก่อนจะเลื่อนสายตาจับจ้องไปยังส่วนลึกที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิมของหุบเหว ที่ซึ่งโซ่ตรวนชุดต่อไปกำลังสั่นไหวและแผ่กลิ่นอายอันลึกลับและน่ากลัวขึ้นตามลำดับ


"ศัตรูฉลาดขึ้นและสมการก็ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ขอรับท่านอาจารย์..." อาเจียเอ่ยกระซิบ แววตาสาดประกายความอหังการท้าทายลิขิตฟ้า "ทว่า ตราบใดที่สมอแห่งเต๋าของข้ายังปักแน่น ข้าจะรื้อถอนคุกสวรรค์แห่งนี้ให้ราบคาบ ทวงคืนความยิ่งใหญ่ที่เที่ยงแท้ให้แก่สำนักหมื่นอักขระของพวกเราให้จงได้!"


กงล้อแห่งการสะดุดของค่ายกลสวรรค์ใต้ดินถูกเปิดออกแล้ว และผู้ถือพู่กันนิรันดร์พร้อมด้วยบรรพชนร่างเนื้อและจิตวิญญาณระดับตำนาน กำลังก้าวเดินต่อไปข้างหน้าเพื่อสั่นคลอนทุกทำเนียบสัจธรรมบนสรวงสวรรค์!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน