สืบสู้ผี ภาค 1-3

    53 หุบเหวมรณะ !

    มูติชากับสิงห์และท่านจ้าวที่เดินนำหน้าพวกเราอยู่กลางขบวนต่างหันกลันมามองพวกเรา

      "อา... นี่ข้าคงยังไม่ได้บอกพวกท่านสินะ ว่าก่อนจะถึงหมู่บ้านของพวกเราท่านจะต้องได้พบกับสิ่งนี้ก่อน" ท่านจ้าวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าอันตื่นตะลึงของพวกเรา  "ท่านจ้าวคะ.. นี่มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมาก สิ่งที่เห็นนี้มันเกิดจากธรรมชาติจริงๆเหรอคะนี่ ?" ไอริณเอ่ยถามท่านจ้าวพร้อมกับชี้นนิ้วไปยังเบื้องล่างที่ได้ปรากฏเป็นภาพของทัศนียภาพอันสุดจะพิลึกพิลั่นและน่าหวาดหวั่นแม้แต่แค่มองไป  เลยออกไปจากหน้าปากถ้ำมันก็คือชง่อนผาที่เมื่อมองลงไปยังเบื้องล่างแล้วผมก็อดจะรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนจนใจหวิวๆขึ้นมาอีกไม่ได้  เพราะลึกลงไปข้างล่างที่ไม่รู้ว่าจะลึกสักกี่สิบเมตรหรืออาจจะลึกเป็นร้อยเมตร มันก็คือทะเลหินอันแหลมคมที่ได้ชูปลายของยอดที่เป็นหินปลายแหลมนับเป็นพันๆหรืออาจจะเป็นหมื่นๆขึ้นสู่อากาศเบื้องบนอย่างไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นการสรรค์สร้างของธรรมชาติแห่งนี้  "ฮ่าๆๆ "ท่านจ้าวหัวเราะออกมาราวกับรู้สึกขำขันกับท่าทางหรือสีหน้าของพวกเราที่ต่างก็ดูไม่จืดกันสักคน   "สิ่งที่พวกท่านได้เห็นนี้ ไม่ใช่ภาพมายาแต่อย่างใด หินอันแหลมคมที่อยู่เบื้องล่างนับไม่ถ้วนนั้นล้วนเป็นหินจริงๆ หากว่ามีผู้ใดได้พลัดตกลงไปข้างล่างก็เป็นที่แน่นอนว่าจะต้องถูกหนามหินอันแหลมคมนั้นเสียบทะลุร่างอย่างไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว"  "เอื้อก..." เสียงจันกลืนน้ำลายจนได้ยินชัด "พี่กิต... ถ้าจะให้ผมข้ามหน้าผานี้ไปผมก็ขอเลือกกลับไปทางเก่าดีกว่านะพี่กิต อูย... หุบเหวข้างล่างนี่มันไม่แตกต่างอะไรกับขุมนรกเลยนะพี่กิต" จันพูดออกมาเบาๆโดยหวังให้ผมได้ยินคนเดียว แต่แล้วท่านจ้าวก็กลับหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นราวกับว่าเขาได้ยินที่จันพูดทั้งหมด  "น้องชายรู้ไม๊ว่า หุบเหวอันน่าหวาดกลัวแห่งนี้นี่ล่ะ ที่ได้เป็นปราการอันสำคัญแห่งหนึ่งที่ได้ทำให้หมู่บ้านของชาวมิตทราห์เราได้อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงปัจจุบันนี้เลยนะ" ท่านจ้าวบอกออกมาอย่างยิ้มๆ  "ครับ ผมพอจะเข้าใจแล้ว " ผมกลับเป็นฝ่ายตอบท่านจ้าว "แต่หมู่บ้านของชาวมิตทราห์นั้นตอนนี้อยู่ที่ไหนล่ะครับท่านจ้าว หรือว่าจะอยู่เลยหุบเหวนี้ไปครับ ?" ผมถามท่านจ้าวพร้อมกับพยายามหรี่ตามองข้ามหุบเหวนี้ไปทางด้านตรงข้ามที่มองเห็นเป็นแค่กลุ่มม่านหมอกอันหนาแน่นจนไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะมีแผ่นดินอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามด้วย  "ถูกต้อง..." แล้วท่านจ้าวก็หันหน้าไปทางด้านนั้น "หลังกลุ่มหมอกอันหนาหนักนี้ก็คือทางเข้าหมู่บ้านของชาวมิตทราห์เราที่ได้ตั้งอยู่บนหน้าผาอีกด้านหนึ่ง และกลุ่มหมอกอันมากมายเหล่านี้ที่จริงก็เป็นม่านหมอกบังตาที่ได้เกิดจากเวทมนต์ของท่านมหาดาบสที่ได้เสกบันดาลไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งที่พวกเราได้อพยพหนีภัยมาจากพวกศัตรูเมื่อครั้งแรกๆ"  "อะไรนะคะ...? หมอกเวทมนต์อย่างนั้นหรือคะท่านจ้าว ?!!" สีหน้าของไอริณดูจะตื่นตะลึงยิ่งขึ้่นกว่าเดิม "มัน... มันแทบไม่น่าจะเชื่อเลยนะคะท่านจ้าว คือ... ถ้าท่านมหาดาบสสามารถใช้เวทมนต์สร้างหมอกบังตาได้ถึงขนาดนี้ ก็ถือได้ว่าท่านเป็นผู้ที่มีเวทมนต์อาคมอันแรงกล้ายิ่งกว่าผู้ใดที่ริณได้เคยได้ยินหรือได้รู้จักมาอีกนะคะ ?"  ท่านจ้าวยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก "การใช้เวทมนต์สร้างหมอกบังตาอันหนาแน่นนี้ขึ้นมาอาจจะไม่ใช่เรื่องยากนักสำหรับท่านมหาดาบส แต่การทำให้หมอกนี้คงอยู่ชั่วหน้าตาปีเช่นนี้ได้ ก็ไม่แน่นักว่าท่านมหาดาบสจะเอาอยู่ซะทีเดียว..."  "ผมคิดว่า นี่คงจะมีทริกประกอบเข้าด้วยกันด้วย..." พี่เมฆเอ่ยขึ้นมาขณะที่ใช้นิ้วชี้ถูข้างจมูกอย่างกับชอลิ้วเฮียง แต่ท่านจ้าวกลับเลิกคิ้วขึ้นสูงเพราะคำที่พี่เมฆใช้  "ทริกอย่างนั้นหรือ...?"  "อ๋อ... ผมหมายถึงกลหรือเครื่องมือวัตถุอะไรบางอย่างน่ะครับท่านจ้าว" พี่เมฆรีบอธิบาย  "อ๋อ เข้าใจล่ะ... ฮ่าๆๆ" ท่านจ้าวถึงกับเงยหน้าหัวเราะ "ท่านเมฆานับว่ามีความฉลาดหลักแหลมจริงๆ แต่ก็ถูกของท่านแล้ว ลำพังเวทมนต์ของท่านมหาดาบสอย่างเดียวนั้นก็ไม่สามารถจะดลบันดาลให้เกิดม่านหมอกบังตาอยู่ชั่วนาตาปีได้หรอกท่านเมฆา แต่สิ่งที่เสริมพลังเวทมนต์ของท่านมหาดาบสนี้ก็คือ ศิลาฤดูกาล ที่ท่านมหาดาบสได้เอามาตั้งไว้รอบหมู่บ้านทั้งสี่ทิศทาง...!"  ศิลาฤดูกาล...? อา... ในโลกที่ประหลาดแห่งนี้กลับมีสิ่งที่แปลกประหลาดเหลือเชื่อปรากฏออกมาให้ผมได้งวยงงอีกอย่างหนึ่งแล้วสินะ  แล้วมูติชาห์ที่กำลังยืนคุยอยู่กับสิงห์ในร่างนุชอยู่ที่ริมหน้าผาก็รีบเดินกลับมาหาท่านจ้าว  "พ่อจ้าว นี่ท่านแทบจะบอกความลับของชนเผ่าเราให้กับคนพวกนี้แทบจะทุกอย่างแล้วนะ..." เขาติงท่านจ้าวขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่เงียบไปพักใหญ่  ท่านจ้าวโบกมืออย่างยิ้มๆ "เอาเถอะน่า ข้ามองคนเหล่านี้ไม่ผิดหรอก ข้ามั่นใจว่าพวกเขาเป็นคนดีกันทุกคน ท่านสิงหโรจน์เองก็เคยได้ยืนยันรับประกันให้พวกเขาแล้วมิใช่หรือ...?"  แล้วมูติชาห์ก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปอีกครั้ง เขาจึงเดินกลับไปที่สิงห์ด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างหงุดหงิด ขณะที่สิงห์กลับมองมาที่มูติชาห์ด้วยสีหน้าที่ขันๆเล็กน้อย  ท่านจ้าวชายตามองมูติชาห์ด้วยหางตาอยู่วูบหนึ่งก่อนจะหันหน้ากลับมาทางพวกเรา  "เป็นไง บุตรแห่งข้าผู้เป็นว่าที่ผู้นำของชนเผ่าเราในวันที่ไม่มีข้าอยู่ ที่จริงแล้วก็เป็นคนรอบคอบดีอยู่นะ เสียแต่ว่าอารมณ์อาจจะปรวนแปรขี้ระแวงจนเกินเหตุอย่างที่ได้เห็นกัน" ท่านจ้าวส่ายหัวเบาๆแล้วก็อดที่จะถอนใจออกมาเฮือกหนึ่งไม่ได้  แล้วไอริณก็ทำท่าเหมือนจะถามอะไรออกมา แต่พี่เมฆกลับส่งซิกขยิบตาไปให้ไอริณ เธอจึงหุบปากลงอย่างทันควัน  เธอคิดจะถามอะไรท่านจ้าวกันนะ ? แล้วทำไมพี่เมฆถึงรู้ว่าเธอขยับจะถามอะไรกันล่ะนั่น...? ผมเองคิดว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้และเอาไปถามไอริณในภายหลัง  แต่ท่านจ้าวนั้นกลับมีทีท่าเหมือนไม่ได้สังเกตุเห็นปฏิกิริยาของไอริณกับพี่เมฆเมื่อกี้นี้ แต่กลับพูดต่อไปว่า  "เอาล่ะ... ข้าคิดว่าพวกท่านคงจะสงสัยกันแล้วใช่ไหมว่า แล้วทางที่เราจะใช้ข้ามไปที่ฝั่งตรงข้ามนั้นอยู่ที่ใดกัน...?"   แล้วท่านจ้าวก็หันไปประกาศกับพวกทหารที่ยืนรอคำสั่งกันอยู่ "จงเดินทางกันต่อไปได้ เหล่าทหารหาญแห่งข้า...!"  สิ้นคำสั่งท่านจ้าว เหล่าทหารที่ได้ตั้งแถวรอท่านจ้าวอยู่ที่ริมหน้าผาก็ค่อยๆเคลื่อนพลต่อไปยังด้านหน้าของริมหน้าผาทันที  แต่... แต่ให้ตายสิ ก็ตรงจุดที่อยู่เลยริมหน้าผานั่นไป มั่นเป็นเพียงอากาศที่ว่างเปล่าเท่านั้นไม่ใช่เหรอ แล้วผมก็มองไม่เห็นว่ามันจะมีสะพานอะไรที่จะช่วยให้พวกทหารเดินขึ้นไปได้เลย ?   แต่แล้วกองหน้าของทหารท่านจ้าวก็กลับก้าวขาลงไปบนอากาศที่ว่างเปล่ากันอย่างหน้าตาเฉยราวกับจะปลิดชีพตัวเองกันถ้วนทั่วทุกคน...!  "เหวอ...!" จันถึงกับกระโดดเข้ามากอดผมทันที "ตายแหล่ว...! เขาฆ่าตัวตายกันแล้วพี่กิต...?!! ผมเองนั้นก็แทบกลั้นใจมองกองทหารก้าวเดินไปบนอากาศ เพราะตอนแรกก็คิดว่าอย่างไรก็คงจะทยอยกันร่วงหล่นไปสู่หุบเหวเบื้องล่างจนถ้วนทั่วทุกคน แต่ที่ไหนได้ พวกทหารของท่านจ้าวกลับก้าวเดินไปในอากาศโดยที่ไม่ได้ร่วงหล่นลงไปที่หุบเหวเบื้องล่างกันสักคนเดียว นี่มันราวกับว่าจะมีสะพานหรือเชือกล่องหนพาดอยู่ระหว่างหน้าผาซีกนี้กับหน้าผาซีกโน้นซะอย่างนั้นล่ะ....? ผม ไอริณ พี่เมฆ ต่างก็หันมามองหน้ากันเองอยู่ชั่ววูบเหมือนกับจะตั้งคำถามกันเองว่า สิ่งที่พวกเราได้เห็นกันอยู่ข้างหน้านี้มันเป็นเวทมนต์หรือกลบังตาอีกอย่างหนึ่งใช่หรือไม่ ?  แล้วท่านจ้าวก็หัวเราะร่วน "ไปกันเหล่าท่านอาคันตุกะแห่งข้า อย่าเพิ่งได้สงสัยอะไร จงเดินตามข้าไปเถอะ" ท่านจ้าวกล่าวแล้วก็เดินนำไปข้างหน้าทันที  ขณะนั้นมูติชาห์กับสิงห์ได้ก้าวเดินกันไปถึงตรงกลางระหว่างหน้าผาทั้งสองข้างแล้ว ขาทั้งสองของคนทั้งคู่ก็กำลังก้าวอยู่บนอากาศอยู่เนิบๆราวกับจอมยุทธสองคนจากหนังจีนที่กำลังล่องลอยอยู่ในอากาศด้วยวิชาตัวเบาชั้นยอดก็ปาน  แล้วท่านจ้าวก็ออกเดินไปในอกาศเป็นคนต่อมาโดยที่ก่อนก้าวออกไปท่านจ้าวก็ยังอุตส่าห์หันมายิ้มและยักคิ้วให้กับพวกเราครั้งหนึ่ง  "ไปกันเถอะ..." พี่เมฆพยักพเยิด "เขาข้ามไปกันได้ เราก็ต้องข้ามไปกันได้เช่นกัน"  "ห๋า... เอาจริงดิ ?" ดวงตาของจันเหลือกลานขณะยังกอดแขนผมแจ "แล้วถ้าผมเป็นคนเดียวที่ร่วงตกลงไป ใครจะรับผิดชอบล่ะ ?" พี่เมฆส่ายหัวดิก "ไม่มีใครรับผิดชอบหรอก ถ้าเอ็งทำเลวมาเยอะ หรือเป็นคนชั่วช้าเหลือประมาณก็สมควรที่จะตกลงไปให้หินเสียบนะ"  ว่าแล้วพี่เมฆก็หันตัวไป แล้วก้าวฉับๆนำไปทันที ส่วนจันก็ถึงกับอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออกอีกเลย  "ไปกันจัน อย่ามากลัวอะไรตอนนี้ อะไรๆเราก็ผ่านก็ผจญกันมาตั้งหลายอย่างแล้วจะมากลัวอะไรกับเรื่องแค่นี้ล่ะ จันเชื่อฉันอย่างนะ ตรงนั้นน่ะมันต้องมีสะพานล่องหน เรามองไม่เห็นสะพานแต่มันมีสะพานอยู่อย่างแน่นอนล่ะ"  จันทำหน้าเหมือนจะร้องให้ "แต่พี่กิตครับ พี่กิตรู้ไม๊ว่า ผมน่ะเป็นคนกลัวความสูงที่สุดเลย ถึงผมจะไม่ตกลงไป แต่แค่ผมมองลงไปข้างล่างแล้วเห็นแต่หินแหลมๆนั่น ผมก็แทบหัวใจวายแล้วล่ะครับ ฮือๆ"  จันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ขึ้นมาจริงๆ จนผมเริ่มรู้สึกรำคาญขึ้นมาอีก  "เอางี้นะ จันหลับตาเดินก็ได้ แล้วคอยจับแขนฉันไว้อย่างนี้ แล้วเราก็ค่อยๆเดินกันไป"  แล้วผมก็หันไปที่ไอริณ "น้องริณ เดินตามพี่เมฆไปก่อนเลย เดี๋ยวพี่กับจันจะค่อยๆตามไป  "ค่ะพี่กิต... เดินตามมาเร็วๆนะจัน อย่างงอแงนักล่ะ" ไอริณว่าแล้วก็ก้าวตามพี่เมฆไปทันที  ครู่ต่อมาผมกับจันก็ค่อยๆเดินมาจนถึงตรงกลางระหว่างหน้าผาทั้งสองฝั่งขณะที่จันยังคงหลับตาปี๋  "ถะ... ถึงอีกฝั่งหรือยังพี่กิต ทำไมผมรู้สึกว่าเราเดินกันมาตั้งนานแล้วล่ะนี่ ?" จันถามออกมาเบาๆ  "โธ่เอ๊ย.. ก็จันน่ะเดินช้ามากเลยรู้หรือเปล่า ?" แล้วผมก็เกิดคิดพิเรนท์ขึ้นมา ไม่... ผมต้องทำให้จันเข้มแข็งขึ้นอีกหน่อย  "จัน ลืมตาได้ เรามาถึงอีกฝั่งกันแล้วล่ะ..." ผมตัดสินใจบอกจันไปอย่างนั้น  และพอจันลืมตาขึ้นมา และเห็นว่าตัวเองเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ เขาก็ถึงกับตาเหลือกร้องจ้ากทันที...!  "พ... พี่กิต หลอกผม ! เหวอ...! ข้างล่างมีแต่หินแหลมๆ ผ... ผมจะเป็นลมล่ะทีนี้..."   "จัน ! อย่ามองลงไปข้างล่างสิ มองไปตรงๆทางฝั่งโน้น เห็นไม๊นั่น น้องริณเดินถึงฝั่งโน้นแล้วนะ" ผมชี้ให้จันมองไปที่ฝั่งตรงข้ามที่เหล่าคนที่ึเดินไปก่อนหน้าเราทั้งหมดได้ยืนอยู่ริมหน้าผาทางด้านนั้นท่ามกลางหมอกหนาจนผมเองก็ยังมองเห็นใครไม่ชัดซะทีเดียว  "อยากจะไปให้ถึงฝั่งโน้นเร็วๆก็อย่าหลับตาอีก แล้วรีบเดินให้ไวๆหน่อย มา ก้าวตามฉันมาให้ติดๆเลย" ผมไม่เสียเวลาพูดอีกต่อไป รีบก้าวออกไปทันที "ว๊าก...! พี่กิตรอผมด้วยสิคร้าบ" จันเกาะเอวผมและก็เดินตามมาอย่างเร็วจนได้  แต่ขณะที่ผมก้าวเดินไปใกล้จะถึงฝั่งตรงข้าม ผมก็ได้ยินเสียงคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามส่งเสียงดังโวยวายเอะอะราวกับมีเหตุอะไรเกิดขึ้นสักอย่าง  "พี่กิต...! ระวังตัวด้วยค่ะ !" เสียงของไอริณดังออกมาจากหลังหมอกหนาอย่างร้อนรน "มีศัตรูปรากฏอยู่ทางด้านนี้ค่ะพี่กิต ระวังค่ะๆ...!"  แล้วเสียงเฟี้ยวของวัตถุอะไรบางอย่างก็พุ่งผ่านหน้าผมไปทันที  ผมรีบดึงจันให้ก้มตัวลงโดยเร็ว "หมอบลงก่อนเร็วจัน !"  "ม... มันเกิดอะไรขึ้นอีกล่ะพี่กิต...!" จันหมอบลงอย่างรวดเร็วพลางละล่ำละลักถามผม ที่ฝั่งตรงข้ามอันเต็มไปด้วยม่านหมอกอันหนาแน่นมีเสียงเอะอะโวยวายมากขึ้นกว่าเดิม แล้วตามมาด้วยเสียงร้องแสดงความเจ็บปวดของคนกลุ่มหนึ่ง จากนั้นเสียงเหมือนลูกธนูแหวกอากาศก็ดังขึ้นมาอีกถี่ๆ จนผมต้องรีบก้มหัวให้ต่ำที่สุดเพราะเกรงว่าจะมีดอกธนูพุ่งมาทางด้านนี้อีก และต่อมามันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ !  ดอกธนูดอกหนึ่งได้พุ่งตกลงมาปักจึ้กยังพื้นเบื้องหน้าของผมขณะที่ผมยังคงฟุบหมอบร่างไว้ให้ต่ำที่สุดกับพื้นล่องหนที่ผมมองไม่เห็นแต่รู้สึกได้ว่ามีมันอยู่ตรงนี้  แล้วผมก็ได้พบกับสิ่งที่ทำให้ผมแทบช็อค...! ก็คือเมื่อผมได้มองดอกธนูที่ได้ปักเด่อยู่กับพื้นสะพานล่องหนนี้ดูดีๆแล้ว ผมก็ได้เห็นว่า  นี่มันเป็นดอกธนูสีเขียวที่เหล่าทหารของท่านจ้าวได้ใช้กันอยู่นี่เอง...?!  คุณพระช่วย...! นี่พวกทหารของท่านจ้าวต้องการจะยิงพวกเรางั้นเหรอ...?!!

         (โปรดติดตามในบทต่อไป เร็วๆนี้นะครับ)

    คล้ายกับเรื่องสืบสู้ผี ภาค 1-3 ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613