ไตเติ้ลมองเด็ก
เหล่านั้นอย่างพินิจพิจารณา
คิดดูแล้วหากเด็กพวกนี้เป็นเด็กของแก๊งขอทานก็คงจะไม่เคยได้กินขนมอร่อยๆ อย่างที่เด็กทั่วไปควรจะได้กิน ก็นับว่าน่าสงสาร
เติ้ลเอ๊ย... สาธุคุณพระคุณเจ้าขอไหว้ขอพรพระพรหมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับพระตรีมูรติที่อยู่ข้าง ๆ กับพระพิฆเนศที่อยู่อีกข้างกับพระ….
สารพัดพระอค์เทพในสี่แยกสงครามมหาเทวะนี้เลยก็แล้วกันว่าถ้าเด็กพวกนี้เป็นเด็กจากแก๊งขอทานจริง ๆ ขออย่าให้การเผือกแค่หวังดีเลี้ยงไอติมของเขาในครั้งนี้ไปเข้าตาเจ้าพวกแก๊งลักเด็กจนพาซวยมาถึงตัวลูกพลับเป็นอันขาดเลยนะสาธุ
ในตอนที่อธิษฐานในใจเสร็จอยู่ ๆ ชายหนุ่มก็รู้สึกได้ว่ามีแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นวูบหนึ่งจากทั้งสองศาลที่เขาระลึกถึงจะเป็นมาอย่างไรไม่รู้ล่ะแต่ขอเหมาเอาเป็นว่านั่นคือสัญญาณตอบรับจากหมายเลขแห่งสวรรค์ก็แล้วกัน
"อันนี้ฉันกินไปครึ่งหนึ่งแล้วนะ อย่าเอาเลยเอาอันใหม่ดีไหมเดี๋ยวซื้อให้"
ไตเติ้ลถอนหายใจก่อนจะพูดกับเจ้าเด็กตัวโตที่ดูเหมือนกับหัวหน้าแก๊ง
"เอา!" เด็กน้อยตอบเสียงดังทันควัน
แล้วจากนั้นก็กลายเป็นว่าภานุวัฒน์จูงมือลูกชายของตนนำไปพร้อมกับเด็กเล็กติดสอยห้อยท้ายขบวนอีกสามคนเหมือนอย่างกับแม่เป็ดที่มีลูกเป็ดเดินตามดุ๊ก ๆ
พ่อเป็ดและลูกเป็ดทั้งหลายต่างพากันไปที่ร้านขายไอศกรีมริมทางเขาให้เด็ก ๆ เลือกไอศกรีมรสที่อยากกินได้ตามใจชอบ ไอศกรีมตักแบบนี้ราคาขายลูกละเจ็ดบาทเด็กบางคนอยากกินสองลูกไตเติ้ลก็อนุญาตให้สั่งได้สองลูกตามใจอยาก
ลูกพลับเองพอเห็นเด็กคนอื่นสั่งไอศกรีมท่าทางสนุกสนานแล้วก็อยากได้สิทธิ์นั้นบ้างทั้งๆ ที่ตัวเองเพิ่งจะทานหมดไป เด็กชายจึงทำตาละห้อยอ้อนป๊ะป๋าแล้วป๊ะป๋าก็ยอมซื้อให้ลูกพลับทานอีกหนึ่งลูก
เจ้าแก๊งเด็กขอทานก็เลยกลายเป็นว่ามาขอทานแล้วได้ทานสมใจถือไอศกรีมกันไปคนละโคน เดินไปเจอเพื่อนร่วมแก๊งอีกสองคนก็เอาไปโชว์อวดเพื่อน
ภานุวัฒน์มองตามก็รู้สึกถึงเค้าลางว่างานจะเข้าแล้วก็เป็นอย่างที่คิด เจ้าเด็กสองคนที่ถูกอวดเรื่องไอศกรีมรีบหันไปเรียกเพื่อนที่นั่งซุ่มอยู่ในมุมมืดอีกสองคนแล้ววิ่งมาหาเขากลายเป็นว่าได้ซื้อไอศกรีมแจกเด็กอีก 4 คนก่อนที่จะขึ้นรถเมล์กลับบ้าน
มีจำนวนเด็กเยอะขนาดนี้สงสัยว่าอาจจะเป็นแก๊งขอทานจริงๆ ซะล่ะมั้ง คิดแล้วก็รู้สึกสงสารเด็ก เอาเถอะถึงจะช่วยอะไรไม่ได้มากแต่อย่างน้อยก็ถือว่าได้ Made Children's Day[1] ให้กับเด็กพวกนี้ได้มีขนมอร่อยๆ กินเหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ บ้างสักครั้งก็ยังดี
รถเมล์ตอนกลางคืนที่นั่งค่อนข้างว่างลูกพลับได้นั่งเบาะนั่งสองคนคู่กับป๊ะป๋า แล้วก็ได้แต่มองป๊ะป๋าตาปริบ ๆ อย่างไม่เข้าใจ
บางทีป๊ะป๋าก็ทำอะไรงง ๆ เนอะในเมื่อตอนแรกเด็กพวกนั้นมาขอเงินแท้ ๆ ถ้าป๊ะป๋าให้เงินเด็กพวกนั้นคนละบาทหรือสองบาทป๊ะป๋าก็จะจ่ายเงินไปแค่ 7-14 บาทแต่ป๊ะป๋ากลับบอกว่าไม่มีเงินแล้วไม่ยอมให้ไปทั้ง ๆ ที่ใส่เหรียญไว้เต็มกระเป๋า
ตอนที่ป๊ะป๋าเป็นคนขี้เมาแล้วลูกพลับต้องไปช่วยเจ๊ง้อทำงานลูกค้าที่ร้านเจ๊ง้อให้ทิปลูกพลับแค่หนึ่งบาทลูกพลับก็ดีใจมาก ๆ แล้ว
ป๊ะป๋าหลังจากสึกแล้วก็กลายเป็นป๊ะป๋าที่ใจดีมาก ๆลูกพลับคิดว่าป๊ะป๋าจะให้เงินเด็กพวกนั้นไปง่าย ๆ กันคนละบาทเสียอีกแต่กลับบอกว่าไม่มีแล้วก็เมินใส่แต่พอเด็กพวกนั้นขอไอศกรีมป๊ะป๋ากลับอารมณ์ดีแล้วก็พาไปซื้อง่าย ๆ บางคนก็กินตั้งหลายลูกแทนที่จะจ่ายเงินแค่เจ็ดบาทก็กลายเป็นว่าต้องจ่ายค่าไอศกรีมรวมแล้วเกือบร้อยบาททำไมป๊ะป๋าถึงคิดจะจ่ายเงินแพงกว่าเดิม ลูกพลับไม่เข้าใจจริง ๆ
"ตอนที่บ้านเราไม่มีเงินแล้วลูกพลับเห็นเด็กคนอื่นกินขนมอร่อยๆ ลูกพลับรู้สึกอยากกินบ้างไหมครับ"
ภานุวัฒน์เห็นลูกสงสัยก็เลยฉวยจังหวะใช้โอกาสนี้สั่งสอนเด็กชายให้รู้จักถึงการเผื่อแผ่ความสุขของตนเองให้คนอื่นบ้าง
"อยากสิครับแต่ว่าไม่มีเงินลูกพลับก็เลยได้แต่มอง" เด็กน้อยตอบบิดาแล้วก้มหน้ารู้สึกจ๋อยลงทันทีเมื่อคิดถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านั้น
"แล้วตอนไปช่วยงานที่ร้านเจ๊ง้อแล้วเจ๊ง้อให้เงินลูกพลับมายี่สิบบาทลูกพลับเอาเงินไปซื้อขนมที่อยากกินหรือเปล่าครับ"
"เปล่าครับลูกพลับเอามาให้ปะ… ให้พ่อพอลูกพลับให้เงินพ่อก็ชม ลูกพลับอยากโดนชมก็เลยเอามาให้บ่อย ๆ”
โอ๊ย! ไอ้เวงพ่องเดช ทำไปได้นะกับเด็กตัวแค่นี้!
ลูกพลับอยากโดนชมก็เลยเอาเงินมาให้มันแต่ในความทรงจำที่ไตเติ้ลมีเกี่ยวกับเจ้าของร่างเดิมนั้นสิ่งที่เดชาทำก็คือกระชากเงินไปจากมือของลูกพลับแล้วก็พูดแค่ว่า
'เออ! ดี ไอ้เด็กโง่นี่รู้จักหาเงินให้พ่อมันใช้'
ไอ้…&@##π^¢|£=^•™×π÷•€ ของแบบนั้นมันเรียกว่าคำชมได้ด้วยเหรอวะลูบหัวเอาใจลูกสักครั้งก็ยังไม่เคย
คนเป็นพ่อแทนที่จะให้ลูกได้กินขนมดี ๆ แต่ไอ้นี่เผือกเอาเงินเด็กมากินเหล้าไร้สาระต้องเจริญพรมันขนาดไหนถึงจะสาสมกับความเลวของมันเนี่ย!
ภานุวัฒน์คิดโมโหอยู่ในใจทั้งที่จริง ๆ ก็รู้คำตอบอยู่ก่อนแล้วแต่พอได้ฟังจากปากของลูกพลับโดยตรงก็ให้รู้สึกสะเทือนใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"เห็นไหมล่ะครับ เด็ก ๆ พวกนั้นเขาก็เหมือนกับลูกพลับเมื่อก่อนนี้นั่นแหละถ้าป๊ะป๋าให้เงินไป เด็กก็จะเอาเงินไปให้ผู้ใหญ่กินเหล้าและเหล้าก็เป็นของไม่ดีไร้สาระ ทำให้พ่อของลูกพลับขาดสติ มึนเมา แล้วก็ตบตีลูกพลับไม่ดีเลยใช่ไหมล่ะ"
ไตเติ้ลพยายามกลั้นน้ำตาสอนเด็กน้อยเห็นลูกชายของตัวเองดูซึมลงก็รู้แล้วว่าลูกพลับจะต้องรู้สึกไม่ดีแน่ ๆ เมื่อคิดถึงช่วงเวลาที่ตัวเองเคยโดนทุบตีในตอนนั้น
ลูกพลับฟังคำถามของป๊ะป๋านิ่งคิดอย่างตั้งใจก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ป๊ะป๋าบอก
"เพราะอย่างนั้นป๊ะป๋าก็เลยไม่ให้เงินไงครับแต่ให้เป็นขนมเพราะทุกคนจะได้ทานขนม และทุกคนก็รู้สึกมีความสุขดีใจที่ได้กินของอร่อยแล้วป๊ะป๋าก็เห็นว่าลูกพลับเองก็ดีใจที่เห็นเด็กพวกนั้นได้ทานไอศกรีมอร่อย ๆ ด้วยใช่ไหมครับ"
"แหะ แหะ ก็ทุกคนดีใจแล้วป๊ะป๋าก็ให้ลูกพลับทานด้วย ลูกพลับได้กินไอติมเยอะมากเป็นพิเศษลูกพลับก็ต้องดีใจสิครับ" เจ้าหนูตอบเงยหน้าขึ้นสบตาพ่อพร้อมกับยิ้มแฉ่ง
เป็นอย่างที่ป๊ะป๋าว่านั่นแหละแต่ก่อนตอนที่ไม่มีเงินแล้วลูกพลับได้แต่ดูดนิ้วนั่งดูคนอื่นกินขนมอร่อย ๆ ในใจก็แอบคิดว่าเขาจะกินขนมเหลือบ้างไหมนะจะแบ่งมาให้ลูกพลับได้ชิมสักคำบ้างได้ไหมนะ
ตอนนั้นน่ะบางทีพวกคุณป้าคุณลุงที่ตลาดก็จะให้ลูกอมมาบ้าง ได้มาแค่เม็ดเดียวลูกพลับก็ดีใจมากๆ แล้วเพราะอย่างนั้นเมื่อป๊ะป๋าอธิบายลูกพลับก็ยิ่งเข้าใจความรู้สึกของเด็กพวกนั้นตอนนี้เด็กชายจึงรู้สึกมีความสุขมากที่เด็ก ๆ พวกนั้นได้กินขนมอร่อย ๆ เหมือนกับที่ตอนนี้ลูกพลับก็ไม่ต้องคอยดูดนิ้วนั่งมองคนอื่นกินขนมแล้วก็ได้แต่น้ำลายหยดด้วยความอยากอีกต่อไป
ป๊ะป๋าเลี้ยงขนมเด็กพวกนั้นดีกว่าให้เงินหนึ่งบาทจริงๆ เสียด้วยสิ
"ใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้นค่าไอศกรีมลูกละเจ็ดบาทก็ไม่เสียเปล่าเพราะมันทำให้ลูกพลับดีใจจนแก้มปริได้ขนาดนี้เลยนี่ครับ"
ภานุวัฒน์ไม่เพียงแค่พูดยังใช้สองมือหยิกแก้มลูกชายดึงให้ยืดออกเบา ๆ หยอกล้ออย่างมันเขี้ยว
เจ้าหนูหัวเราะคิกคักแล้วก็ขยับตัวไปนั่งบนตักกอดเอวพ่อเอาไว้แน่นอ้อนพ่อจนหลับทั้งที่รถเมล์ยังขับไปไม่ถึงป้ายปลายทางที่จะต้องลงเสียด้วยซ้ำ
ภานุวัฒน์เห็นเจ้าตัวเล็กเหนื่อยจนหลับคาอกไปแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตกถึงตอนที่จะต้องแบกลูกชายลงรถเมล์แล้วเดินเข้าซอยที่กว่าจะไปถึงบ้านเพิงข้างวัดก็แทบจะสุดซอย
ระยะทางนับว่าห่างไกลไม่น้อยเลยทีเดียวถ้าเทียบกับว่าจะต้องแบกหมูตัวหนักๆ ไปด้วยตลอดทาง โชคดีจริง ๆ ที่ระยะหลังนี้เขาทำงานกึ่งใช้แรงงานด้วยการแบกเพลทหนักหลายสิบกิโลกรัมขึ้นลงซาเล้งทุกวันกำลังแขนก็เลยพอจะมีมาให้ขนหมูกลับบ้านได้
เอาเถอะ ขอแค่ให้เจ้าเด็กคนนี้กินอิ่มนอนหลับได้ยิ้ม ได้หัวเราะอย่างมีความสุขเหมือนกับเด็กทั่วไปอย่างนี้เพียงแค่นี้คนเป็นพ่อก็รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขจนถึงขนาดว่าจะให้แบกลูกชายวิ่งไปกลับจากปากซอยยันท้ายซอยสักสิบรอบก็ถือว่าคุ้มค่า
แต่แบบนั้นไม่เอาหรอก มันเหนื่อยเกินไปคิดดูแล้วลงรถเมล์ปุ๊บ เข้าบ้านปั๊บ แล้วรีบนอนหลับไปในทันทีเลยน่าจะดีกว่าจะได้สะสมแรงเอาไปใช้
ตกแต่งบ้านในวันพรุ่งนี้ได้อย่างเต็มที่ต่อไป.
[1]Made Children's Day อันนี้เราเล่นคำจากสำนวน Made my day นะคะ เป็นสำนวนที่ใช้กันทั่วไปค่ะแบบว่าถ้าเกิดมีใครทำอะไรให้เรารู้สึกว่าวันนี้ของเรามันพีคมันปังสุด ๆรู้สึกแฮปปี้สุด ๆ จากเหตุการณ์นั้นหรือจากคนคนนั้นเราก็จะบอกว่าเขาเมดมายเดย์ให้วันนี้เป็นวันของเราในกรณีนี้ก็คือพี่เติ้ลแกเมดวันเด็กให้กับเด็ก ๆ พวกนี้ค่ะ