หนึ่งรัตติกาล

    หนึ่งรัตติกาล ตอนที่ 30 : โจรหมาป่าหิมะ

    หานลี่กวาดตามองยังเหล่าโจรทั้งหลาย " ขั้นหลอมรวมวิญญาณทุกคน สูงสุดขั้นห้า ต่ำสุดขั้นหนึ่ง " หานลี่พึมพำ


    " ถอยไปอย่าขวางทางข้า " หานลี่เอ่ยออกมา


    " ไอ้หนู เร็วเข้า " ชายวัยกลางคนเอ่ยออกมา


    " หึ " หานลี่แสยะยิ้มออกมา 


    หานลี่ทะยานร่างเข้าหาชายผู้นั้นพลางเหวี่ยงหมัดออกสุดแรง 


    " เปรี้ยงง " หมัดของหานลี่พุ่งทะยานออกอย่างรวดเร็ว


    " ครืนน " มวลอากาศบีบอัดพุ่งทะยานเข้าหาชายผู้นั้น 


    " อือ " ชายผู้นั้นถึงกับกัดกรามแน่น พลางเหยียดร่างถอยอย่างรวดเร็ว


    ชายผู้นั้นเหวี่ยงดาบใหญ่ในมือฟันฉับออกสุดแรง " เปรี้ยงง " 


    " ครืนน " คมดาบพุ่งทะยานเข้าต้านหมัดของชายหนุ่มอย่างเร็วรี่


    " ตูมม " ร่างของชายหนุ่มเหยียดถอยไปหลายก้าว 


    " อึก " เขากระอักโลหิตออกมาเล็กน้อย เพราะเลือดลมในร่างป่วนปั่น 


    " มันเป็นผู้ใด เหตุใดจึงทานทนดาบของข้าได้ " ชายผู้นั้นพึมพำ


    ชายผู้นั้นมิอยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น เพราะมิว่าจะมองเช่นใดชายหนุ่มที่อยู่ต่อหน้าก็เป็นเพียงแค่ขั้นหลอมรวมปราณระดับห้า 


    แต่เหตุใดชายหนุ่มจึงต้านทานเพลงดาบของตนได้ " มันเป็นตัวอะไร " ชายผู้นั้นพึมพำ 


    " วู๊มม " ขวานผ่าฟืนพลันปรากฎขึ้นในมือของชายหนุ่ม มวลอากาศรายรอบขวานพลันบิดเบี้ยว


    " สมบัติเต๋า " ชายผู้นั้นร้องออกมา เมื่อพบเห็นลักษณ์เต๋าล่องลอยรายรอบขวานผ่าฟืน


    " ดี " ชายผู้นั้นพยักหน้าช้าๆ พลางส่งสายตาให้กับเหล่าสมุน 


    " พรึ่บ " เหล่าสมุนเร่งเข้าห้อมล้อมชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว 


    " หาที่ตาย " หานลี่เอ่ยออกมา 


    หานลี่ระเบิดพลังพลางฟาดขวานผ่าฟืนออกสุดแรง " เปรี้ยง " 


    คมขวานพุ่งทะยานออกทุกทิศด้าน คมขวานหมุนโค้งตามแนวที่หวาดเหวี่ยง


    " ไม่ " เหล่าลิ่วล้อทั้งหลายต่างร้องออกสุดเสียง 


    " ตูมม " ลิ่วล้อทั้งหกคนตัวระเบิดตกตายลงในทันใด


    หมอกโลหิตฟุ้งกำจายอาบย้อมหิมะขาวบริสุทธิ์จนแดงฉาน 


    " เจ้า " หานลี่ชี้ขวานผ่าฟืนออกไปเบื้องหน้า 


    " ไอ้สาระเลว " ชายผู้นั้นกัดกรามแน่น 


    " ตายย " มันร้องคำรามลั่น พลางฟาดฟันดาบออกสุดแรง


    " เปรี้ยงง " คมดาบพุ่งทะยานตัดผ่ามวลอากาศตรงดิ่งเข้าหาชายหนุ่ม 


    " หึ " หานลี่แสยะยิ้มออกมา พลางหมุนควงแขนเหวี่ยงขวานออกไป


    " เปรี้ยงง " คมขวานพุ่งทะยานตัดผ่าหิมะแยกออกเป็นสอง ล่องลอยเข้าหาชายผู้นั้น


    " เคร้ง " สัมผัสแรกราวกับเหล็กแข็งกล้าสองชิ้นกระทบกัน


    " แกร่ก " ดาบใหญ่ของชายผู้นั้นแตกหักลงในทันใด 


    " ไม่ " ชายผู้นั้นร้องตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง 


    " ตูมม " คมขวานตัดผ่าร่างของชายผู้นั้นก่อนจะระเบิดกลายเป็นหมอกเลือด 


    หิมะขาวโพลนกลายกลับเป็นแดงฉาน มองเห็นได้แต่ไกล


    " คุณชายท่านนี้เก่งกาจยิ่งนัก เพียงขั้นหลอมรวมปราณกลับสามารถสังหารขั้นหลอมรวมวิญญาณได้ "


    " ทั้งยังเป็นการสังหารชนิดที่มิหลงเหลือสิ่งใดให้สืบทราบ " 


    " โจรพวกนั้นก่อกรรมมานานหลายปีนัก ในที่สุดก็มีคนกำจัดทิ้งแล้ว " 


    ฝูงชนที่ยืนมองจากเบื้องล่าง ต่างพากันพูดคุยอย่างออกรส 


    หานลี่เร่งเก็บกวาดทรัพย์สมบัติของเหล่าโจรอย่างรวดเร็ว แลพุ่งทะยานไต่ไปตามความลาดชันอย่างรวดเร็ว


    ราวสิบวัน หานลี่เดินทางมาถึงยังกึ่งกลางของภูเขา สองตาของเขามองสูงขึ้นไป 


    " นี่เป็นเพียงเขาลูกแรกเท่านั้น " หานลี่พึมพำ 


    " พักฟื้นฟูพลังสักหน่อย " หานลี่พึมพำ 


    ลานที่พักกลางภูเขามีบ้านหินอยู่หลายหลัง แต่ละหลังนั้นถูกสร้างขึ้นอย่างมั่นคงแข็งแรง


    " ดูจากสภาพแล้วน่าจะถูกสร้างมาเนิ่นนาน แม้นจะเก่าแก่แต่ความแข็งแรงยังมีอยู่ " หานลี่พึมพำ แลเดินเข้าไปในบ้านหิน 


    หานลี่สำรวจโดยรอบของบ้านหิน พบเพียงเตียงไม้เก่าๆ แลกองเถ้าถ่าน


    " ผู้ที่มาที่นี่แม้นจะเป็นยอดยุทธที่สามารถทานทนต่อความหนาวเหน็บได้ แต่หากต้องอยู่เป็นระยะเวลายาวนาน คงถูกโรคหนาวเหน็บเล่นงาน " หานลี่พึมพำ


    แม้นความหานวเหน็บจะเสียดแทงเข้าไปถึงกระดูก แต่หานลี่ก็มิได้หวั่นเกรงเพราะเขามีภาพมังกรไว้คอยให้ความอบอุ่น 


    " ภาพมังกรนี้หากมิบอกว่าข้าเป็นผู้วาดออกมา คงต้องบอกได้เพียงอย่างเดียวว่าเป็นสมบัติล้ำค่าสมัยโบราณ " หานลี่พึมพำ


    " ว่าแต่ว่า เหตุใดข้าจึงสามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้ " หานลี่พึมพำ 


    " เสมือนว่าร่างนี้มิใช่ของข้า ตั้งแต่จำความได้ ข้าก็จำได้เพียงชื่อของตน แลที่เหลือมิมีอะไรเลยที่จำได้ " หานลี่เอ่ยออกมา


    " ฮื่อห์ " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง 


    หลังจากดื่มกินจนแล้วเสร็จ หานลี่นำเอาหินฟ้าดินออกมาแลเริ่มทำการดูดซับพลังฟ้าดิน


    " แกร่ก " 


    หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้น เขาเรียกขวานผ่าฟืนออกมาอย่างอย่างรวดเร็ว พลางหยัดกายลุกยืน 


    " มันอยู่ในนี้ " เสียงแผ่วเบาดังขึ้น 


    " ไอ้สาะเลว บังอาจสังหารพี่น้องของข้า " เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างเคียยดแค้น 


    หานลี่พยักหน้าช้าๆ เขาผลักประดูออกไปอย่างแรง พลางทะยานร่างพุ่งทะยานออก


    " มันหนีไปแล้ว " เสียงหนึ่งร้องตะโกนลั่น 


    หานลี่ผินกายกลับพลางระเบิดพลังออก " เปรี้ยงงง " 


    คมขวานพุ่งทะยานตัดขวาง ตรงดิ่งเข้าหาเหล่าโจรที่ทะยานร่างตามติด


    " อือ " เหล่าโจรขั้นต่ำต่างสั่นเทิ้มไปทั่วร่าง 


    " อั้ก " โลหิตของพวกมันพ่นพรวดออกในทันใด 


    " ตูมมม " คมขวานระเบิดออกฉีกกระชากร่างเหล่านั้นเป็นหมอกโลหิต 


    " ไอ้ชั่วววว " เสียงร้องตะโกนดังก้องทั่วขุนเขา เสียงสะท้อนก้องกังวานดังลงเบื้องล่าง 


    " รึว่า " 


    " หัวหน้าโจรหมาป่าหิมะออกมาเอง " 


    " หากเป็นเช่นนี้คุณชายนั่นตายแน่ " 


    ผู้คนที่อยู่ตีนเขาพลันนิ่งงัน แต่ละคนต่างใช้ความคิดของตน 


    " ตูมม " แต่เสียงระเบิดกลับดังขึ้นทำลายความคิดของพวกเขาสลายสิ้น 


    " อ้ากกก " เสียงกรีดร้องดังระงมทั่วขุนเขา


    " ตูมม " เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครา 


    เหล่าชาวบ้านเดินออกมาดู ปรากฎแสงสีฟ้าแลขาว สว่างวาบอาบย้อมรัตติการ 


    ทั้งเสียงระเบิดดังต่อเนื่องอย่างเป็นจังหวะ ทั้งเสียงร่ำร้องครวญครางระงมดังลั่น


    " รึว่าจะสู่ได้ " 


    " ข้าว่าคุณชายน่าจะมีสมบัติล้ำค่าติดกายมาด้วยเป็นแน่ จึงสามารถยืดหยัดได้นานขนาดนี้ "


    " เสียงเงียบไปแล้ว " 


    " มิรู้ว่าผลเป็นเช่นใด " 


    " แฮ่ก แฮ่ก " หานลี่ลากสังขารหลบหนีโจรหมาป่าหิมะเข้าไปในแนนต้นไม้ที่ไร้ใบ 


    " ไอ้ชั่ว " หัวหน้าโจรหมาป่าหิมะกัดกรามแน่น มองจ้องแผ่นหลังของชายหนุ่ม


    มันเองแม้นจะอยากสังหารชายหนุ่มให้ตกตาย แต่มันเองก็มิอาจทำได้ เพราะตัวมันเองก็ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก 


    ทั้งสมุนที่มากึ่งหนึ่งตกตายสิ้น อีกกึ่งหนึ่งบาดเจ็บอย่างสาหัส 


    " ท่อนสีฟ้านั่นคือสิ่งใดกันแน่ เหตุใดจึงทรงพลังยิ่งนัก " หัวหน้าโจรหมาป่าหิมะเอ่ยออกมา


    " ลูกพี่เอาเช่นใดดี " 


    " กลับ " หัวหน้าโจรหมาป่าหิมะร้องออก 


    หานลี่ลากสังขารของตนจนมาถึงถ้ำแห่งหนึ่ง สองตากวาดมองฝ่าความมืดเข้าไปภายใน 


    " หมีขาวขั้นสาม " หานลี่พึมพำ 


    " ฟุดฟิด " หมีขาวที่อยู่ภายในถ้ำใช้จมูกสูดดมกลิ่นที่ลอยเข้ามา 


    " โฮกกก " มันร้องคำรามลั่น