รถสปอร์ตสีดำเงาค่อยๆ เคลือนตัวมาจอดที่หน้าทางเข้างาน ทำให้เสียงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปดังขึ้นเป็จังหวะ เมื่อประตูรถถูกเปิดออก ภพก้าวขาลงจากรถด้วยท่าทีสง่างาม เขาสวมสูทสีดำเปิดคอกว้าง เผยให้เห็นผิวบริเวณลำคอและแผงอก ใบหน้าคมชัด ผิวสองสี จมูกโด่งเป็สัน ผมดำขลับ เขายิ้มบางๆ ให้สื่อและแฟนคลับ ทุกสายตาจับจ้องมองมาที่เขา
ภพดาราหนุ่มไฟแรง เขาเป็ที่รู้จักจากละครหลายเื่ที่เขาได้รับ ทั้งบทนักแสดงนำหรือนักแสดงสมทบ ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาของภพ ทำให้เขามีแฟนคลับทั้งหญิงและชายเป็จำนวนมาก
“สวัสดีพี่ๆ สื่อและแฟนคลับทุกคนนะครับ” พูดจบเสียงกรี๊ดของแฟนคลับก็ดังขึ้นอย่างทันที
“ขอบคุณที่มาร่วมงานเปิดตัวละครเื่ใหม่ของผมนะครับ” เขากล่าวขึ้นด้วยเสียงที่นุ่มนวน
“อยากให้คุณแนะนำตัวสักหน่อยได้มั้ยคะ ว่ารับบทเป็ใคร”
“ครับ ผมภพ หฤษฎ์ เทวะอนันสิริกุล ครับ รับบทเป็ จิระครับ” เมื่อทุกคนได้ยินนามสกุลภพทุกคนต่างพากันสงสัยเพราะนามสกุล เทวะอนันสิริกุล เป็ตระกูลผู้ดีที่เก่าแก่
“เห็นว่าบทบาทนี้จะแตกต่างจากหลายๆ บทที่คุณเลยเล่นมาก สิ่งที่ท้าทายที่สุดของเครื่องนี้คืออะไรครับ”
“ก็คงจะเป็การดำน้ำครับ ผมไม่เคยดำน้ำเลย ต้องเรียนดำน้ำก็นานอยู่นะครับ”
“เื่นี้ผมทุมเทมากๆ เลยครับ ฝากทุกคนติดตามกันไปเรื่อยๆ จนละครจบเลยนะครับ”
“ตอนนี้เราและพี่ๆ ทีมงานกำลังเร่งถ่ายกันอยู่ทุกคนจะได้ดูกันไม่เกินปีนี้แน่นอนครับ”
“แล้วตอนนี้สถานะหัวใจเป็ยังไงบ้างครับ” รพีถามขึ้นอย่างชัดเจนคำถามของเขาเรียกความสนใจให้บรรยากาศในการสัมภาษณ์ฮือฮาขึ้นมาทันที นักข่าวหลายคนจับจ้องไปที่ภพ
“อืม...ก็โสดครับ ตอนนี้ผมขอโฟกัสเื่งานก่อนครับ” เสียงกรี๊ดเบาๆ ดังขึ้นเมื่อแฟนคลับได้ยินคำตอบที่น่าพึงพอใจ
“อ้าวแล้วคุณเพ็นนีละครับ” รพีถามขึ้นมาอีกครั้งทำให้ภพเริ่มรู้สึกอึดอัดกับบทสัมภาษณ์เขาจ้องมองรพีอย่างไม่ละสายตา
“ผมกับเพ็นนี เราเป็แค่เพื่อนร่วมงานกันครับ” ภพตอบออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและชัดเจน เขาไม่อยากให้ใครมาเข้าใจผิดเื่ของเขาและเพ็นนี
บรรยากาศรอบๆ ตอนนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดเล็กๆ ภพยืดตัวตรง เขายิ้มออกมาอย่างฝืนใจ รพีที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขารับรู้ถึงสายตาที่ภพมองมา ชานนท์เองก็เริ่มทำตัวไม่ถูก
“อ๋ออ......เพื่อนร่วมงาน” เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา สายตาของเขาหยุดอยู่ที่รูปรูปหนึ่ง
“แล้วคุณจะอธิบายรูปนี้ยังไงครับ” รพีโชว์รูปที่เขาบังเอิญถ่ายได้นั้นคือ ภาพของภพและเพ็นนีที่ยืนอยู่ข้างล่างคอนโดของภพด้วยท่าสนิทสนม ทุกสายตาตอนนี้ต่างคาดหวังคำตอบจากภพ น้ำเสียงและรอยยิ้มที่สง่างามก่อนหน้านี้ หายไปทันที เขายืนนิ่ง ใจเต้นแรง ภายใต้สายตาที่ถูกจับจ้องจากทุกคน
“ต้องขอโทษด้วยนะครับคงต้องหยุดสัมภาษณ์แค่นี้” นวินผู้จัดการส่วนตัวของภพก้าวเข้ามาในวงสมภาษณ์ ดขารีบพาภพออกไปจากฝูงชนที่กำลังจับจ้อง เสียงแฟลชจากกล้องดังตามหลังไม่หยุด ทำให้นวินต้องรีบพาภพขึ้นรถโดยเร็ว
“พี่รพี พี่ไปเอารูปมาจากไหนอะ” ชานนท์ถามขึ้นด้วยความสงสัยเพราะแต่ละวันเขาอยู่กับรพีตลอด
“บังเอิญเจออะ” รพีพูดพลางเก็บไมค์เข้ากระเป๋า
“แต่ก็งงเนอะพี่ คบก็บอกว่าคบสิ ประเทศเรายังไงงเขาก็รับกันได้อยู่แล้วถ้าศิลปินจะมีแฟน” ชานนท์ก้มลงช่วยรพีเก็บของใส่กระเป๋า
“ตอนนี้ทุกคนก็รู้แล้วว่าคุณภพอะไรนั่นน่าจะมีกุ๊กกิ๊กกับคุณเพ็นนี” รพีเดินนำชานนท์ออกมาจากงาน
“แต่จะไม่เป็ไรใช่มั้ยพี่ เราแอบถ่ายเขาอะ” รพียักไหลขึ้นแบบไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะเดินขึ้นรถไป
กลับมาที่ปัจจุบัน
“แล้วเขารู้จักเราได้ยังไงอะพี่ สำนักข่าวเราก็สำนักข่าวเล็กๆ” เมื่อรพีได้ยินเขาก็สงสัยขึ้นมาทันที รพีหันไปมองหน้าชานนท์ แล้วยิ้มออกมา
“พี่ยิ้มอะไรของพี่ เป็บ้าหรอครับ ได้หมายศาลละยิ้ม” ชานนท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาเต็มไปด้วยความงง และไม่เข้าใจ รพีหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเอนตัวพิงเก้าอี้
“บางที....เื่แบบนี้มันก็ต้องยิ้มเอาไว้ก่อน ถ้าไม่ยิ้ม พี่ได้เป็บ้าจริงๆ แน่” ชานนท์ถอนหายใจแรง สายตาเหลือบมองร่างรพีที่ดูไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
“ไปๆ เก็บของ” รพีลุกพลวดขึ้นจากเก้าอี้และรีบเก็บของใช้ของเขาลงในกระเปาเป้
“เก็บไปไหนพี่” ชานนท์นั่งเกาหัวด้วยความมึนงง
“เอ้า ก็ไปอยู่ที่อื่นไง ในเมื่อที่นี่เขาไม่ให้เราอยู่ เราก็ไปอยู่ที่อื่น”
“แล้วๆ อุปกรณ์ละพี่ เราไม่มีละนะอันนี้ก็ของที่นี่” รพีกวาดสายตามองอุปกรณ์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของพวกเขา
“ชั่งมันเถอะน่า เลิกถามไปๆ” รพีอ่ยเสียงเรียบพลางใช้มือดันไหล่ชานนท์ให้ออกจากห้องทำงานไปด้วยกันทั้งสองเดินลงมาจากตึกจนถึงโรงจอดรถ รพีพาชานนท์เดินมาที่รถสีดำเงาที่ถูกจอดอยู่ในโรงจอดรถ ชานนท์ชะงักทันทีที่เห็นรพีหยิบกุญแจรถขึ้นมา โลโก้รถแบรนด์ดังสะท้อนแสงอย่างสวยงาม เขารีบหันไปมองรพีด้วยดวงตาเบิกกว้าง
“รถพี่หรอ” ชานนท์ถามเสียงสูง ดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดว่ารพีที่ทำงานอยู่ในสำนักข่าวเล็กๆ จะมีรถหรูราคาหลายร้านขับ
“หึ ไม่ใช่อะ”
“เพื่อนกูเขาไปต่างประเทศ มันไม่อยากเอารถจอดไว้เฉยๆ มันเลยเอาให้พี่มาขับ” ความประหลาดใจ สังสัย ของชานนท์ค่อยๆ คลายลงเปลี่ยนเป็รอยยิ้มขำๆ”
“โห.....ผมนึกว่าพี่รวยล้นฟ้าซะอีก”
“55555 ถ้าเป็แบบนั้นก็ดีดิ” รพีพูดขึ้นอย่างติดตลกด้วยน้ำเสียงกึ่งเล่นกึ่งจริง