“เมื่อโรงเรียนก้าวเข้าสู่ภาคใหม่ ผู้สมัครคนใหม่กำลังนำความลับระดับสูงเข้ามาด้วย…”
*****
นิ้วมือเรียวของผมกรีดไล่ผ่านแนวซองจดหมายสมัครเรียนขลิบทองหนาเนื้อฉบับที่สะดุดตาที่สุดที่วางอยู่บนกองพะเนินบนโต๊ะทำงานส่วนตัวในห้องพักครู โรงเรียนลับบทเรียนรักบัดนี้ได้แปรสภาพจากโรงเรียนสอนวิชาััเสน่หาลับๆ ทั่วไปสู่การเป็สมาคมใต้ดินที่มีเครือข่ายความลับและอำนาจควบคุมกิเลสตัณหาของเหล่าผู้มีอิทธิพล ชนชั้นสูง และนักการเมืองระดับประเทศอย่างแท้จริง ซองจดหมายรอบนี้มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งจากนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ดาราหนุ่มชื่อดัง หรือแม้กระทั่งนักการทูตต่างประเทศ แต่ไม่มีฉบับใดที่น่าสนใจและท้าทายจิตวิทยาเท่าซองจดหมายของชายผู้คุมกฎบัลลังก์ศาลคนนี้
ผมและศรช่วยกันทบทวนใบสมัครของลูกค้ารายอื่นๆ ด้วยความรอบคอบในสำนักงาน "อาจารย์ครับ ่นี้มีจดหมายสมัครเรียนประเภทแลกคู่สลับคู่กันในหมู่ดาราชื่อดังส่งเข้ามาบ้างแล้วนะครับ" ศรเอ่ยปากเสนอด้วยรอยยิ้ม "นับเป็สัญญาณที่ดีว่าคลาสเรียนสลับสวาทนอกสถานที่ครั้งก่อนสร้างชื่อเสียงในหมู่คนรวยได้ไม่น้อยเลยทีเดียว" ผมหัวเราะอย่างพึงพอใจ แต่อาณาจักรราคะแห่งนี้เพิ่งเริ่มต้อนรับชนชั้นสูงในเมืองใหญ่ และผู้พิพากษาเมธาคือประตูด่านแรกที่เราจะต้องทำผลสัมฤทธิ์ให้ออกมางดงามยิ่งยวดสะท้านวงการกฎหมาย เพื่อรับรองความปลอดภัยและรักษาสถาบันความลับ
ซองจดหมายที่ผมเปิดออกในเช้าวันนี้ทำให้อารมณ์ของผมตื่นตัวด้วยความท้าทายเคสใหม่ทันตาเห็น จ่าหน้าซองและประวัติระบุตัวตนเขียนอธิบายอย่างประณีตระบุไว้ดังนี้:
*"คุณเมธา หัวหน้าตุลาการศาลระดับประเทศ วัยห้าสิบปี ผู้ขึ้นชื่อเื่ความซื่อสัตย์ ยุติธรรม และภาพลักษณ์ขรึมตึงเคร่งครัดในกฎหมายอย่างที่สุด สังคมทั่วไปรู้จักเขาในนาม 'ตุลาการเหล็ก' ผู้ไม่เคยผ่อนปรนให้ความผิดใดๆ แต่เื้ัชีวิตการทำงานข้าราชการตุลาการอันยาวนานที่กุมชะตาชีวิตความถูกต้องของคนในประเทศ กลับสร้างความกดดันระบบประสาทและอีโก้จนจิตใต้สำนึกโหยหาขั้วตรงข้ามอย่างรุนแรง เมธามีความปรารถนาลับที่จะตกเป็ 'ผู้ยอมจำนน' ภายใต้กติกาวิถีพันธนาการและบทลงทัณฑ์ หรือบีดีเอสเอ็ม ้าถูกตัดสินคดี ลงทัณฑ์ และขัดเกลาเนื้อตัวจากคนรักเพื่อละทิ้งหัวโขนสังคมและภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง โดยในคลาสนี้เขามาพร้อมกับ 'ริน' เลขานุการส่วนตัวและคู่นอนคนสนิทวัยยี่สิบแปดปีที่สมยอมช่วยอำนวยความ้า แต่รินยังขาดทักษะการสวมบทบาทเป็ผู้ควบคุมหรือผู้คุมกฎเสน่หา และทักษะการลงโทษสยิวกายที่ถูกหลักวิธีบำบัดทางจิตวิทยา"*
จดหมายเขียนด้วยถ้อยคำภาษาราชการที่เป็ระเบียบประณีต แสดงถึงความตั้งใจจริงที่ผ่านการคิดทบทวนมาอย่างดี: *"ข้าพเ้าปรารถนาจะลงทะเบียนวิชาปฏิบัติวิถีบีดีเอสเอ็มเพื่อบำบัดรักษาความเครียดส่วนตัว หวังว่าอาจารย์นรเดชจะช่วยจัดสรรบทเรียนที่ตอบโจทย์จิตวิทยาล้ำลึกนี้ได้"*
"เคสนี้ถือเป็เคสระดับวีไอพีสูงสุดเลยครับอาจารย์เดช" เสียงศรทุ้มเข้มกล่าวขึ้นจากริมประตู ศรเดินถือแก้วกาแฟดำขยับเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน จ้องมองประวัติประธานศาลด้วยสายตาสงสัยระคนตื่นเต้น "ผู้พิพากษาใหญ่อยากโดนตัดสินโทษทัณฑ์เองเนี่ยนะ ช่างเป็ความย้อนแย้งที่น่าสนใจจริงๆ ครับ การที่เขามาเรียนกับเราแสดงว่าเขาไว้ใจระบบเก็บรักษาความลับและความปลอดภัยของสถาบันเรามากทีเดียว แต่เราก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังเื่ความลับรั่วไหลเช่นกันนะครับ่นี้ เพราะเขามีหน้ามีตาในสังคมระดับประเทศอย่างสูงสุด"
"ถูกต้องศร สถาบันเราเติบโตเร็วขึ้น มีคนนอกคอยจ้องมองเยอะขึ้น เราต้องตรวจเช็คกล้องวงจรปิดรอบสถาบันและระบบล็อกให้แ่าอยู่เสมอ" ผมบอกก่อนจะหันมาเข้าเื่ด้วยสายตาคมกริบ "ผู้มีอำนาจล้นพ้นในชีวิตจริงมักจะเหนื่อยล้ากับการต้องเป็ผู้ตัดสินและควบคุมทุกสิ่งรอบตัว การได้สวมบทบาทนักโทษผู้ยอมจำนนคือการปลดปล่อยสารเคมีตื่นตัวในสมองและมอบความเบาสบายใจอย่างที่วิถีชีวิตผู้หลักผู้ใหญ่ไม่สามารถหาได้ คลาสเรียนวันนี้เราจะจัดทำหลักสูตร 'ศาลจำลองพิพากษาสวาท' ในการละเล่นเล่นสวมบทบาทจำลองบทลงทัณฑ์แนวบีดีเอสเอ็ม เพื่อสอนให้รินรู้วิธีการคุมเกมสยบอัตตาคุณเมธาอย่างเบ็ดเสร็จและเผ็ดร้อนอย่างปลอดภัย" ผมอธิบายขั้นตอนอย่างประณีตและจริงจัง
่บ่ายวันนั้น รถยนต์ซีดานสีดำหรูขัดเงาแล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถส่วนตัวด้านหลังตึกพิเศษที่มิดชิดปลอดภัย คุณเมธา วัยห้าสิบปี ก้าวเดินเท้าลงจากรถพร้อมริน เลขาสาวสวยสะพรั่ง เมธาสวมชุดสูทสากลสีเทาเข้มเนี้ยบกริบ ผูกเนคไทผ้าไหมแท้และสวมนาฬิกาข้อมือแบรนด์หรูหรา แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นจากความตึงเครียดสะสม ดวงตาสะท้อนความเหนื่อยล้าอึดอัดจิตใจเป็อย่างยิ่ง ส่วนรินสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวและกระโปรงทรงเอสีดำรัดรูปอวดหุ่นทรงสะคราญเอวคอดสะโพกผายแน่น ผิวขาวผุดผ่องใบหน้าหวานคมคายสะกดสายตาผู้พบเห็นทุกคน
ทั้งสองก้าวเข้ามาในห้องรับรองพิเศษส่วนตัวของผมด้วยท่าทีสุภาพนอบน้อมและสงวนท่าทีพึงระวังตัวสูงสุด คุณเมธานั่งหลังตรงตึงเกร็งไม่ยอมเอนพิงเก้าอี้จนกระทั่งผมผายมือให้เขาผ่อนคลายความเกร็งเครียดในจิตใจช้าๆ
"ยินดีต้อนรับครับคุณเมธา คุณริน สู่สถาบันของเราครับ" ผมเอ่ยทักทายน้ำเสียงทุ้มต่ำละมุนอบอุ่นสร้างความเชื่อใจและเป็กันเอง "ทำตัวตามสบายนะครับ ที่นี่ไม่มีกฎหมายภายนอก มีเพียงกฎเกณฑ์แห่งตัณหาราคะและการบำบัดความอึดอัดใจบนเตียงนอนเท่านั้นครับ ทุกกระบวนความที่นี่เป็ความลับสูงสุดของชีวิตข้าราชการของคุณ"
เมธาถอนหายใจยาวเหยียดไหล่ลู่ลงช้าๆ พลางปลดกระดุมสูทออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยเื่เล่าที่กดทับมานานปี "ขอบคุณอาจารย์เดชมากครับ... ผม... ผมกดดันและตึงเครียดมากจริงๆ ตลอดเวลายี่สิบกว่าปีที่ยืนบนบัลลังก์ศาลคอยประเมินความผิดคนอื่น ผมต้องเกร็งกล้ามเนื้อรักษามาดหน้าตา ความเที่ยงตรงจนปวดหัวประสาทส่วนหลัง ร่างกายผมมันไม่เคยผ่อนคลายเลยจนเตียงนอนของผมกับรินจืดชืดเย็นเฉียบไปหมด ผมพบว่าความ้าลึกๆ ของผมคือการได้สลัดชุดสูทข้าราชการลงมา คุกเข่า คอยรองรับการลงโทษตัดสินของคนรักบ้างเพื่อระบายความเก็บกดในจิตใต้สำนึก"
"รินเคยลองตีคุณเมธาตามที่เขาขอค่ะอาจารย์เดช แต่รินมักจะใจอ่อนและตีไม่ถูกวิธี รินกลัวว่าคุณเมธาจะเ็ปจริงจนรินสับสนไปหมด รินอยากเรียนรู้วิธีการคุมเกมน่าเชื่อถือและลงโทษสยิวกายให้เด็ดขาดเหมือนผู้พิพากษาจริงๆ ค่ะ เพื่อตอบสนองความฝันของเขาอย่างมีความสุขโดยไม่เกิดอันตรายต่อผิวกายจริงของเขา" รินสารภาพแววตาสั่นระริกเอียงอายแก้มแดงซับสีระเรื่อน่าเอ็นดูด้วยความสัตย์จริง
"ความแตกต่างระหว่างการทำร้ายร่างกายกับการลงโทษวิถีบีดีเอสเอ็ม คือความยินยอมร่วมกันและการกำหนดกติกาครับคุณริน วันนี้เราตกลงใช้คำปลอดภัยหรือคำรหัสเพื่อเตือนสติว่า 'ความจริง' เพื่อรักษาระดับขอบเขตความเ็ป คลาสเรียนวันนี้จะสอนวิชา 'ผู้คุมกฎและนักโทษจำเลยแห่งตัณหา' โดยให้คุณรินเรียนรู้ทักษะยั่วยวนเชิงรุก สั่งการบงการร่างกายของคุณเมธาอย่างถูกวิธีเพื่อจุดไฟเสน่หาความสยิวกายให้รุ่มร้อนขึ้นมาใหม่" ผมอธิบายขั้นตอนบำบัดรักษาจิตวิทยาอย่างอบอุ่นเป็ระเบียบ
"ตามผมมาที่ตึกปีกซ้ายได้เลยครับ ผมเตรียมห้องศาลจำลองไว้พร้อมแล้ว" ศรกล่าวพลางเชื้อเชิญยิ้มเข้มหล่อเหลาพลางหิ้วกระเป๋าอุปกรณ์บทลงทัณฑ์และเครื่องพันธนาการบีดีเอสเอ็มเดินนำทางอย่างกระฉับกระเฉงแข็งขัน
ห้องปฏิบัติการวิถีบีดีเอสเอ็มปีกซ้ายถูกจัดเตรียมไว้อย่างน่าเกรงขามดึงดูดใจและหรูหรา ตกแต่งเป็ฉากศาลจำลองกึ่งลึกลับ มีโต๊ะบัลลังก์ยกสูงปูผ้ากำมะหยี่สีครีมเข้ม ค้อนไม้ผู้พิพากษาแท่นวางเหล็กขัดเงา และคอกจำเลยไม้สีมะฮอกกานีหนาหนัก โซ่ตรวนกุญแจมือเหล็กกล้าและแส้หนังขลิบแดงแขวนระยับล้อแสงไฟสีน้ำเงินสลับส้มสลัวรางอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันมะลิป่าร้อนแรงชวนเคลิบเคลิ้ม ปราศจากเสียงรบกวนภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อรักษามาตรการความลับขั้นสูงสุด
ผมนำรินเข้าไปในห้องแต่งตัวพิเศษ มอบเสื้อครุยผู้พิพากษาผ้าไหมเนื้อดีสีดำสนิทตัวใหญ่สวมทับบ่าของเธอ รินสลัดเชิ้ตขาวออกสวมเพียงชุดชั้นในลูกไม้สีดำวาบหวิวตัวสั้นทับครุยผู้พิพากษาอวดหน้าอกอวบใหญ่ซ้ายขวาขาวเต่งตึงล้นทะลักเด่นชัดสะดุดสายตา ในมือกระชับค้อนไม้ผู้พิพากษาแ่า แววตาของหญิงสาวเริ่มขึ้นประกายความมั่นใจและอำนาจครอบงำดุจดั่งราชินีผู้คุมกฎจอมบงการแห่งกิเลสตัณหาในเงามืด
ส่วนคุณเมธาสลัดเสื้อสูท เสื้อเชิ้ต และกางเกงสากลทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแผ่นหลังเปลือยและสวมใส่ชุดนักโทษผ้าฝ้ายสีอ่อนเรียบง่ายสีเทาอ่อน ข้อมือทั้งสองถูกล็อกตรึงกุญแจมือเหล็กขัดเงาที่เชื่อมกับแท่นเสาไม้กึ่งกลางลานคอกจำเลยของห้องปฏิบัติการพิเศษ
ศรเอื้อมมือไปตรวจเช็คความปลอดภัยของกุญแจมือเหล็กกล้าที่รัดข้อมือของคุณเมธาอย่างหนาแ่า "กุญแจมือสวมใส่พอดีครับคุณเมธา ไม่รัดข้อมือจนระบบโลหิตติดขัด และสามารถขยับตัวได้บ้างเพื่อสุขอนามัยในคลาสฝึกปฏิบัติตามหลักวิถีบีดีเอสเอ็ม" เมธาพยักหน้ารับ แววตาสั่นระริกปนขอบคุณภายใต้แสงไฟส้มสลัวรางของห้องศาลจำลองแห่งนี้
เมธาทรุดตัวคุกเข่าลงบนพื้นปูนเย็นเฉียบหน้าโต๊ะบัลลังก์ศาลยกสูง จ้องมองรินเลขาคนสวยที่บัดนี้ก้าวขึ้นไปยืนบนบัลลังก์ผู้พิพากษาอวดความเซ็กซี่ดุดันเด็ดขาด รินขยับเสื้อครุยดำให้เรียบร้อย เธอก้มลงมองคุณเมธาจำเลยหนุ่มใหญ่ด้วยสายตาเ็าและน้ำเสียงหนักแน่นทรงพลังดุจผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในห้องศาลนี้ ลมหายใจของเมธาเริ่มติดขัดสะท้านด้วยความเสียวเกร็งราคะสะสมพุ่งสูงริ้วจนเหงื่อซึมตามแผ่นหลังเปลือย ร่างกายสั่นระริกกระหายอยากได้ยินบทพิพากษาของเธอที่จะมาปลดแอกชีวิตข้าราชการที่แสนตึงเครียดของเขาลง
ผมและศรยืนอยู่ในเงามืดหลังม่านห้องควบคุม ผมกระซิบคำสั่งแรกส่งตรงถึงรินผ่านไมโครโฟนหูฟังไร้สายอย่างแ่ต่ำเพื่อควบคุมระดับอารมณ์และเริ่มบทเรียนปฏิบัติจริง:
"จับค้อนไม้ผู้พิพากษาในมือให้แ่าครับคุณริน... เคาะคำตัดสินลงทัณฑ์เนื้อตัวและลงอาญาสยบจำเลยคนโปรดในฐานะตุลาการแห่งราคะและตัณหาได้แล้วครับ... นำความสุขอันลึกซึ้งของการยอมสยบมาสู่หัวใจของเขาได้เลย..."