อี้เฉินเขาคลี่ยิ้มออกมากว้างด้วยความยินดีที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้ เมื่อรับรู้ถึงเส้นลมปราณเซียน เส้นที่สองกำลังก่อร่างถือกำเนิดขึ้นมา ทว่าสตรีที่อยู่ด้านข้างอี้เฉินกลับเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์ ส่งกำปั้นกระแทกโขดหินที่พวกเขานั่งอยู่ อย่างรุนแรง จนรอบๆ เกิดการสั่นไหว "บัดซบ! บัดซบ! ไอ้เส้นลมปราณเซียนเฮงซวย เหตุใดเจ้าถึงไม่เลือกข้า หรือจะเป็นเจ้าที่เป็นตัวซวยของข้ากันอี้เฉิน"
อี้เฉินที่ได้ยินน้ำเสียงเมี่ยนจือ กล่าวพูดออกมาด้วยความเดือดดาล โทษทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว เขาเพียงยิ้มบางออกไปให้นางเท่านั้น ก่อนกล่าวพูดออกไป "เจ้าต้องแสดงความยินดีกับข้าสิเมี่ยนจือ ไม่ใช่มาทำตัวเช่นนี้" ทว่าฉับพลันอี้เฉินกลับต้องรีบหยุดคำพูดกลับมามีสีหน้าจริงจัง เมื่อรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วกายา
เมี่ยนจือนางเม้มริมฝีปากแดงน้อยไว้แน่นในทันใด ก่อนจะถอยห่างออกจากอี้เฉิน ครั้นนางเห็นใบหน้าอี้เฉิน ยิ่งทำให้นางไม่สบอารมณ์ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่แววตาของนางเห็น ร่างอี้เฉิน เกิดการแปรปรวนอย่างหนัก ราวกับร่างที่ค่อยๆ แตกสลาย กายค่อยๆ เกิดรอยแตกร้าว ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว ประหนึ่งเป็น กระเบื้องแก้วที่แตกร้าวพร้อมจะพังทลาย เลือดในกายหลั่งไหลออกมาไม่ขาด จนอี้เฉินต้องแบกรับกับความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก เสียงกัดกรามแตกหักดังออกมาลั่น
เมี่ยนจือที่เฝ้าดูอยู่ไม่ห่าง ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ เอ่ยพูดพึมพำออกมาในทันที "ข้าเตือนเจ้าแล้วนะอี้เฉิน เจ้าจะฝืนชะตาฟ้าเกินไป หากเจ้าเปิดเส้นลมปราณเซียน เส้นที่สองสำเร็จ"
อี้เฉินที่รู้สึกว่าร่างของเขากำลังจะพังทลายลงช้าๆ มันก็ทำให้ดวงตาที่กลับมาเป็นปกติ แปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดแดงฉานดุร้ายขึ้นมาอีกครา จากความเจ็บปวดที่ได้รับสุดแสนพรรณนา กายาสั่นเทิ้มอย่างรุนแรงไม่มีหยุดส่งเสียงแตกร้าวดังออกมาก้องไม่ขาด ริมฝีปากกระอักเลือด แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงปนทองจนเด่นชัด
เมี่ยนจือที่เห็นเลือดอี้เฉินที่ถูกขัดเกลาจนส่องสว่างพร่างพราว นางตกใจไม่น้อยเช่นกัน ทว่าเมื่อเห็นกายเนื้ออี้เฉิน หลุดลอกออกมาเป็นแผ่นๆ จากการสูบกลืนปราณพลังเซียน ส่งให้ร่างกายแตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี มองเห็นอวัยวะภายในเต้นตุบๆ เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝ่อยสีทอง ทั่วร่างอี้เฉินพร้อมกับกองเลือดกองใหญ่ไม่จากร่างเนื้อไปไหน
ประหนึ่งเลือดพวกนั้นพวกมัน ไม่ยินยอมให้อี้เฉินตายตก ราวกับเมี่ยนจือในยามนี้ เห็นก้อนเนื้อที่ แตกออกเป็นเสี่ยงๆ แต่พวกมันพยายามจะรวมกลุ่มก้อนเพื่ออยู่รอด
มันจึงทำให้เมี่ยนจือที่เห็นเบิกตาออกกว้าง จนรูม่านตาขยายออกจนสุดด้วยความตกตะลึงสุดแสน หากอี้เฉิน เลือดภายในกายไม่ถูกขัดเกลาไปอยู่ระดับสูง อี้เฉินได้ตายตกไปแล้วเป็นแน่
"อี้เฉินเจ้าต้องแบกรับกับความเจ็บปวดมากมายถึงเพียงใด" ครั้นเมี่ยนจือ กล่าวพูดพึมพำขึ้นมาได้ ใบหน้าของนาง ก็เริ่มมีสีหน้ากังวล กลัวว่าอี้เฉินจะตายตกลงไปจริงๆ แต่ชั่วขณะ มันก็ต้องทำให้เมี่ยนจือต้องหดดวงตาจนเล็กแคบ เมื่อสัมผัสได้ถึงห้วงมิติเปิดแยก พร้อมสตรีงามเพริศพริ้งผู้หนึ่ง มาเยือน
ก่อนเยว่ชิงเซียน จะสืบฝีเท้าออกมาจากห้วงมิติที่แตกร้าว หมายจะมาตรวจดูให้เห็นเองกับตาว่า อี้เฉินรุดหน้า ไปมากถึงเพียงใดในยามนี้ ครั้นที่นางเห็นสภาพอี้เฉิน ราวกับเป็นก้อนเนื้อสีทอง เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ห่อหุ้มร่างเนื้ออี้เฉินเอาไว้ นางเบิกตาออกกว้างด้วยความตกตะลึง ดวงตาหดแคบในฉับพลัน
"หืม!!! เจ้าเปิดเส้นลมปราณเซียน เส้นที่สองได้อย่างนั้นหรืออี้เฉิน เป็นไปได้อย่างไร เช่นนั้นก็หมายความว่า เมื่อ5ปีก่อนที่พายุปราณพลังเซียนของเจ้าหดหายไปเสียดื้อๆ เจ้าก็ไม่ได้ล้มเหลวสินะ" เยว่ชิงเซียนนางไม่อยากเชื่อสายตาตนเองเท่าใดนัก แต่นางก็ต้องยอมรับความจริง เมื่อรับรู้ว่า อี้เฉินกำลังฝืนกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ที่น่าประหลาดคืออี้เฉินไม่ตายตก แม้ว่านางจะไม่อยากยอมรับว่าศักยภาพของอี้เฉิน อยู่เหนือตัวนางก็ตาม มันจึงทำให้ฝ่ามือของนางกำหมัดไว้จนแน่นเอ่ยพูดพึมพำออกมาในทันใด
"เจ้าคิดจะรุดหน้า ข้าไปอีกแล้วงั้นหรืออี้เฉิน ชะตาของข้าจะต้องอยู่ใต้ร่มเงาของเจ้าเช่นนั้นหรือ" หญิงสาวกล่าวด้วยความไม่จำยอม
ฉับพลันเสียงดาบทมิฬของเมี่ยนจือก็ถูกกวัดแกว่ง แพร่รัศมีเข่นฆ่า ออกมาอย่างบ้าคลั่ง "เจ้าถอยห่างออกจากสหายของข้าเสีย" ตู้ม!! ครั้นเยว่ชิงเซียนที่หลบเลี่ยงการโจมตีมายืนประจันหน้าเมี่ยนจือ ทั้งสองต่างก็มีใบหน้าประหลาดใจ โดยเฉพาะเมี่ยนจือ ที่จดจำใบหน้า เยว่ชิงเซียนในยามที่ไปเยือน ยังดินแดนเบื้องล่างได้ดี

"เจ้า! เจ้า!" เมี่ยนจือใบหน้าของนางมีสีหน้าครุ่นคิดไม่ตก ไม่รู้ว่าหญิงสาวผู้นี้จะมาดีหรือมาร้าย สิ่งประดิษฐ์ดาบดำทมิฬในมือนาง สั่นไหวน้อยๆ ในทันใด เมื่อเห็นใบหน้าของ เยว่ชิงเซียน ที่เขาคุ้นตา 'ช่างคลับคล้ายคลับคลา เยว่ฉานคนที่นางเคยรักษาเสียเหลือเกิน'
ด้านของเยว่ชิงเซียนนางเองก็ไม่สบอารมณ์เช่นกัน เมื่อมีคนเอาอาวุธมีคมมาชี้หน้านาง ฉับพลันปราณพลังของนางก็ปะทุขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อฝ่ามือของนางหมุนโคจร เข้าใส่กระบี่หยกที่ยกขึ้นมา ปราณพลังที่ล้นทะลักทลาย ก่อร่างเป็นผีเสื้อแสงจันทร์นับแสน พุ่งเข้าใส่ร่างเมี่ยนจือด้วยความฉวัดเฉวียน ราวกับแสงคมกระบี่ อากาศเกิดการบิดเบี้ยวแตกร้าวอย่างรุนแรงในฉับพลัน
เมี่ยนจือถึงกับต้องหรี่ตาจนเล็กแคบ หนังตากระตุกน้อยๆ ระเบิดปราณพลังสีดำภายในร่างขึ้นมาโพยพุ่งสู่ชั้นฟ้า ก่อร่างเป็นดวงจันทร์สีดำที่หลังลอยเด่นขึ้นมาทันใด เพิ่มพูนศักยภาพตนเองขึ้นมาในชั่วขณะ จนรอบๆ ตัวนางเต็มไปด้วยปราณพลังสีดำ ขมุกขมัวพรั่งพรูขึ้นมาเก้าชั้นฟ้า หมายมั่นจะกลืนกินผีเสื้อแสงสว่างพร่างพราวของ เยว่ชิงเซียนลง
เมื่อทั้งสองวัดพลังกันไม่กี่ชั่วอึดใจ ความมืดของแสงจันทร์สีดำ ก็ค่อยๆ เกิดการแตกร้าว จากแสงสว่างพร่างพราวที่สอดแทรก ส่งให้เมี่ยนจือนางริมฝีปากกระอักเลือดออกมาในทันใด รับรู้ถึงความห่างชั้นที่ นางมีต่อหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าโดยพลัน
"บัดซบ! บัดซบ! ข้าเคยผ่าเปลี่ยนดวงตาให้กับเจ้า นี่หรือสิ่งที่เจ้าตอบแทนข้า" เมี่ยนจือนางกล่าวทวงบุญคุณในทันที แม้จะรู้ว่า สตรีทั้งสอง เป็นคนละคนกันก็ตาม แต่นางมั่นใจทั้งสองจะต้องมีบางสิ่งเป็นจุดเชื่อมโยงกัน
"หืม!! เจ้าพูดอะไรของเจ้า ข้าไม่เห็นจะเข้าใจ" เยว่ชิงเซียนนางรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ทว่าสร้อยคอลูกปัดที่สร้างมาจากกระดูก ที่นางสวมใส่ กับมีการตอบสนองสั่นไหวขึ้นมาไม่หยุด
อี้เฉินที่ต้องแบกรับกับความเจ็บปวด เขาคำรามก้องออกมาในทันที เมื่อเห็นเมี่ยนจือเอ่ยพูดเรื่องเก่าๆ ออกมา เขากลัวว่าจะทำให้ความคิดของเยว่ชิงเซียนเกิดการพังทลาย เมื่อรับรู้ว่าความคิดของเยว่ชิงเซียนไม่คงที่จากการ แบ่งแยกลบความทรงจำ "เมี่ยนจือเจ้าเลิกพูดเรื่องพวกนี้เสีย!!"
ทว่าไม่ทันใด เยว่ชิงเซียน เข่าข้างหนึ่งของนางก็ทรุดลงกับพื้นอย่างฉับพลัน ฝ่ามือบีบหน้าอกไว้แน่นด้วยความเจ็บปวด ลมหายใจที่หนักอึ้ง ทำให้หน้าอกของนางกระเพื่อมไหว พร้อมกับริมฝีปากแดงน้อย ที่กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ เมื่อภายในโสตประสาทของเยว่ชิงเซียนถูกกระตุ้น ภาพหญิงสาวที่ไม่ใช่ตัวนาง ถูกแบ่งแยกออกไปอยู่ภายในไฟเทพเกิดการปะทุขึ้นมา ทำให้ปราณพลังของนางปั่นป่วนขึ้นมาโดยพลัน
ก่อนจะถูก เมี่ยนจือ จ่อดาบเข้าคอหอย ของนาง ทว่าแววตาของเยว่ชิงเซียน กับแฝงไว้ด้วยความสับสนที่ไม่อาจปิดบังได้
ก่อนเยว่ชิงเซียน จะเอ่ยคำพูดออกไปหาเมี่ยนจือ "เจ้าปล่อยข้าไปได้หรือไม่? ข้าจะส่งปราณพลังศักดิ์สิทธิ์ไปช่วยอี้เฉิน" ทว่าคำพูดของนางกลับไม่มีระลอกคลื่น แถมยังไม่รู้สึกถึงการขอร้องแม้เพียงนิด
เมี่ยนจือ ที่ขยับดาบเข้าไปใกล้ คอของนางอีกนิดจนคอขาวราวหงส์ เยว่ชิงเซียนมีเลือดไหลซึม แต่นางก็ยังคุกเข่านิ่งไม่ขยับหลบเลี่ยงดาบ แม้แต่น้อย มันก็ทำให้หัวใจของเมี่ยนจือเจ็บแปลบๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก นึกถึงยามอดีตที่นางเคยมีคนรักในทันใด เหมือนว่าทั้งอี้เฉิน และนางผู้นี้ จะมีความดื้อรั้นที่เหมือนกัน
ครั้นเมี่ยนจือ นางหันไปหาอี้เฉิน ที่อยู่ในสภาพไม่สู้ดีนัก ก่อนนางจะพยักหน้าให้เยว่ชิงเซียน เอ่ยพูดพึมพำออกมา ครั้นเห็นแววตาของหญิงสาวอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด "อี้เฉินเจ้าจะอยู่หรือตาย ให้สตรีผู้นี้เป็นคนกำหนดชะตาของเจ้าแล้วกัน" ก่อนเมี่ยนจือจะเก็บดาบ ปล่อยเยว่ชิงเซียนเป็นอิสระ