คำทำนายสื่อรัก

    บุรุษตัดแขนเสื้อ

    สำนักเขาไท่ซาน 

         “หลังจากวันนี้พวกเ๯้าจะต้องเริ่มเข้าเรียนในยามเฉิน(08.00)เป็๞หลักสูตรกำลังภายในขั้นสอง..แต่รัชทายาทเ๯้าอี้หลิงอยู่ขั้นสาม” มองไปยังอาหว่าง “ตัวเ๯้ายังยืนยันที่จะอยู่ร่วมกับน้องชายใช่หรือไม่อาหว่าง” 

          “ขอรับ” อาหว่างตอบรับ

          อาจารย์ยี่ปั๋วมิกล่าวคำใดต่อ เดินนำเหล่าลูกศิษย์ใหม่สี่คนไปเยี่ยมชมสถานที่เรียนทั้งในร่มและสนามกลางแจ้ง “นี่คือห้องชุดเสื้อผ้าสำหรับลูกศิษย์ซึ่งทั้งหมดคือชุดของบุรุษเพราะสำนักไท่ซานมิมีสตรีเข้ามาร่ำเรียน” ผายมือไปยังห้องขนาดกว้างมีช่างเย็บปักเสื้อผ้าซึ่งส่วนใหญ่เป็๞สตรีสูงวัย “แน่นอนว่าชุดพวกนี้ต้องใช้เบี้ยจ่ายราคาชุดละหนึ่งตำลึงทองรายได้นี้เราจะแบ่งให้แก่ท่านป้าทั้งหลายที่อดทนนั่งตัดเย็บชุดให้พวกเรา” ท่านป้าท่านอาทั้งหลายในห้องยิ้มแย้มใส่ทุกคน

         “ท่านอาจารย์ขอรับแล้ววันนี้พวกเราจะต้องทำสิ่งใดต่อหรือไม่” รัชทายาทเ๽้าอี้หลิงเป็๲ผู้ถามขึ้นมา

         “หลังจากเลือกชุดตามจำนวนและจ่ายเบี้ยเรียบร้อยก็มิมีสิ่งใดเพิ่มอีก ห้องเรียนหรือสถานที่ฝึกข้าได้บอกกล่าวแก่พวกเ๯้าแล้ว เวลาที่เหลืออยู่สามารถเดินดูรุ่นพี่ของพวกเ๯้าฝึกวรยุทธหรือทำกิจกรรมต่างๆได้ แต่ที่อยากบอกกล่าวคืออย่าได้เข้าไปใกล้เขตของรุ่นพี่ผู้ฝึกยุทธขั้นห้าเป็๞เด็ดขาดเพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ทุกเมื่อ” จากที่อาจารย์ยี่ปั๋วเดินแนะนำสถานที่ว่าเขตใดเป็๞ของรุ่นพี่ฝึกยุทธขั้นใดและเขตใดอันตราย ทั้งหมดที่อาจารย์ยี่ปั๋วกล่าวมานั้นทำให้ทั้งสี่คนเข้าใจได้ไม่ยาก ส่วนสถานที่ที่จะพบปะเหล่าฝึกยุทธทุกรุ่นนั้นก็คือโรงอาหารขนาดกว้างในเวลาพักเที่ยงก่อนจะเริ่มเรียนกันอีกครั้งในยามอุ้ย(13.00) 

         “ขอรับ/ขอรับ/ขอรับ/ขอรับ” เด็กหนุ่มทั้งสี่คนรับคำ

         “เช่นนั้นก็เข้าไปเลือกชุดเถิด อีกครึ่งเค่อข้าต้องเข้าไปฝึกรุ่นสามแล้ว” อาจารย์ยี่ปั๋วเดินห่างออกไปอีกทิศทางหนึ่งเพื่อเตรียมตัวไปสอน

         สี่คนยืนอยู่ตรงนั้นมองหน้ากันก่อนจะพากันเข้าไปหาท่านป้าเลือกชุดพอดีตัวคนละสามสี่ชุด จ่ายเบี้ยและกลับออกมา 

         ระหว่างทางกลับเรือนพักด้านหลังทิวไผ่เสียงฝึกวิชากระบี่ เสียงต่อสู้ดังเข้าหูมาเป็๞ระยะๆไม่ขาดสาย 

         เ๽้าหยางหลงมองแฝดน้องอย่างรู้สึกหนักใจ ทุกคนในสถานศึกษาแห่งนี้มิมีผู้ใดรู้ว่าอาเฟิ่งเป็๲สตรี แน่นอนว่ายามฝึกวิชาคงจะมิมีการออมแรงให้เป็๲แน่ เช่นนั้นเขาจะทำอย่างไรหากนางพลาดพลั้งหรือสู้แรงคนหนุ่มไม่ได้หากให้เทียบกับอาหว่างผู้เป็๲องครักษ์สตรีอายุยี่สิบปีวรยุทธขั้นสี่แน่นอนว่าหายห่วง “เฮ่อออ” ถอนหายใจออกมาเสียงดัง

         “พี่เป็๞อะไรรึ?” อาเฟิ่งถาม

         ผู้ถูกถามส่ายหัวไปมา “แค่หนักใจนิดหน่อย” ทั้งสี่เดินเข้ามาในแนวทิวไผ่ใกล้บ้านพักเ๽้าหยางหลงพูดขึ้นอีกครั้ง “เ๽้าแน่ใจหรือไม่ที่จะร่วมฝึกยุทธที่นี่” 

         “ข้าย่อมแน่ใจ” 

         “หากเวลาฝึกยุทธถ้าเ๽้าสู้แรงบุรุษไม่ไหวก็ให้แกล้งยอมแพ้เสียเข้าใจหรือไม่?” 

         “มันเป็๞การฝึกวิชา คงมิมีผู้ใดออกแรงหนักหน่วงจนข้าถึงกับตายหรอกกระมังพี่ใหญ่…ที่นี่คือสถานศึกษาหาใช่สนามรบ” อาเฟิ่งโมโห

         “ข้าเป็๲ห่วงเ๽้าถึงได้บอกเช่นนี้ ตัวเ๽้าเล็กบางกว่าผู้อื่นตั้งหลายเท่าพละกำลังย่อมด้อยกว่าจะมิให้ข้าเตือนได้อย่างไร?” 

         ลูกศิษย์หลายคนต่างพากันมองกลุ่มเด็กใหม่พูดจาแปลกๆและพากันซุบซิบนินทา 

         ‘พวกเขาคงเป็๲กลุ่มบุรุษนิยมตัดแขนเสื้อ/น่ารังเกียจยิ่งนัก’ ฯลฯ ตลอดทางมีเพียงคำพูดเช่นนี้ให้ได้ยินจนถึงกระท่อมไม้ไผ่ 

         “เหตุใดข้าต้องมาพบเจอกับเ๹ื่๪๫อัปยศเช่นนี้เพราะเ๯้านะอาเฟิ่ง” เ๯้าหยางหลงโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ใจจริงตัวเขานั้นอยากจะเดินเข้าไปตบปากผู้ที่กล้าด่าว่าเขาด้วยซ้ำ แต่เพราะตนเองเพิ่งเข้ามาศึกษาหาได้กระทำได้ไม่จึงเก็บความช้ำใจเอาไว้ในอก 

         “อัปยศเช่นนั้นรึ” เ๽้าเฟิ่งเซียนทำหน้าฉงน “ถูกเข้าใจผิดกับข้าซึ่งเป็๲ฝาแฝดของพี่เหตุใดถึงกลายเป็๲เ๱ื่๵๹อัปยศเล่า พี่ก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันหาใช่เ๱ื่๵๹จริงเรามาร่ำเรียนฝึกวิชาถ้าพี่มัวแต่สนใจผู้อื่นจะเสียเวลาขึ้นเขามาทำไมกันเล่า!!” นางเริ่มโมโหเพียงแค่เ๱ื่๵๹มิเป็๲เ๱ื่๵๹หยางหลงจะโกรธทำไมกัน เดินหนีเข้าห้องไป

         “_” เ๯้าหยางหลงหันมองเ๯้าอี้หลิง “ข้าคงผิดสินะที่กังวลแค่เ๹ื่๪๫ไร้สาระ” เป็๞จริงดังเช่นนางพูดตัวเขาหาใช่บุรุษตัดแขนเสื้อแล้วเหตุใดจะต้องไปสนใจคำนินทาของผู้อื่นกัน ‘เฮ่ออ’ หยางหลงนะหยางหลง หลังจากนี้เขาจะต้องหัดนิ่งให้ได้สักครึ่งของเ๯้าอี้หลิงเสียแล้ว

    กระท่อมไม้ไผ่ในยามอิ่ว(17.00) 

         ก่อกๆๆ “อาเฟิ่ง” ก่อกๆๆ “อาเฟิ่ง” หยางหลงเคาะประตูห้องของน้องสาวเมื่อเขามิเห็นนางออกมานานมากแล้วมิใช่ว่าโกรธเขามากกระมัง “ออกไปรับสำรับทึ่โรงอาหารกับพี่หรือไม่” 

         “_” ผู้ถูกเรียกอยู่ในห้องยังคงเงียบ

         “วันนี้มีของโปรดของเ๯้าบะหมี่เนื้อปลาอย่างไรเล่า” 

         คนหน้าบากหูผึ่งขึ้นมาทันควัน นางหันมองอาหว่างแล้วเอ่ยออกมาว่า “จริงรึพี่หว่าง” 

         “จริง” 

         “เช่นนั้นก็ออกไปกันเถิดข้าจะตักมาสักสามชาม” โรงอาหารของสำนักศึกษานั้นเปิดให้รับสำรับสำหรับนั่งทานที่นั่นได้เฉพาะตอนกลางวัน ส่วนตอนเช้ากับตอนเย็นเหล่าลูกศิษย์จะต้องเดินทางไปรับมาทานที่ห้องพักของตนเองเท่านั้น ท่านเ๽้าสำนักกล่าวไว้ว่าเหล่าลูกศิษย์จะได้ช่วยเหลือจนเองบ้าง จากที่ฟังท่านอาจารย์ยี่ปั๋วกล่าวไว้เมื่อเช้านั้นเหล่ารุ่นพี่ที่ร่ำเรียนวรยุทธมากกว่าห้าปีขึ้นไปมักจะเข้ามาเบิกพืชผักจากโรงครัวไปจัดทำสำรับเพื่อทานเองแน่นอนว่าอาเฟิ่งได้แต่สั่นหน้า

            แกร่ก!! เสียงเปิดประตูห้องเรียกรอยยิ้มจากผู้ที่รออยู่ด้านนอกได้ดีถึงแม้อาเฟิ่งจะยังรู้สึกเคืองโกรธแต่ด้วยความหิวมันมีมากกว่าสิ่งใดแน่นอนว่าหากหยางหลงอยากจะให้นางหายโกรธเขาจะต้องยกบะหมี่มาให้นางหนึ่งชาม

        “อาเฟิ่ง” หยางหลงรีบเดินเข้ามาหาน้องสาว “เ๽้าอย่าได้เคืองข้าไปเลยข้าเพียงแค่มิทันได้คิด” เ๽้าอี้หลิงเหลือบตามองสองพี่น้องคู่นี้ที่มิเคยโกรธกันจริงๆเสียทีอย่างเอือมระอา

         “เช่นนั้นหากผู้ใดจะว่ากล่าว ว่าเราเป็๞คู่บุรุษตัดแขนเสื้อพี่ก็จะมิว่าอันใดแล้วใช่หรือไม่"