Age of war

    ตอนที่ 99 [บทที่ 7 ยุคสงครามเย็น] ตอน บานากับแครอท

    วันที่ 90 ของเกมส์แห่งสงคราม

    เป็นเวลาสองวันนับจากวันมหาสงครามที่จบลงและจัดงานรื่นเริงติดต่อกัน

    เหล่าผู้ที่ตายในสนามรบได้กลับมาคืนชีพอีกครั้ง

    แต่เนื่องจากสภาพบ้านเมืองของทุกฝ่ายพังป่นปี้ไม่มีชิ้นดี อาวุธเองก็เริ่มขาดแคลน ซ้ำร้ายแหล่งทรัพยากรธรรมชาติยังเริ่มจมหายไปในความมืดที่กัดกินทวีป

    สิ่งเหล่านี้ทำให้ทุกคนต่างรู้สึกสับสนและไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อไป

    ดังนั้นสิ่งที่ผู้นำแต่ละเผ่าลงมือทำเป็นอย่างแรกคือการฟื้นฟูบ้านเมืองและกองทัพมากกว่าการทำสงครามไปแทน

    พวกเขาหวาดกลัวว่าหากทำสงครามต่อ มันอาจเป็นการเปิดช่องให้มือที่สามเข้ามาบุกโจมตีได้

    และคราวนี้ถ้าหากบุกถูกโจมตีอีกครั้งในสภาพบ้านเมืองที่ไร้ซึ่งทางป้องกันเช่นนี้ คงไม่แคล้วได้พ่ายแพ้จริง ๆ แน่นอน

    ในตอนนั้นเองที่ผู้กล้าทั้งสี่ (บวกหนึ่ง) จากทั้งห้าเผ่าได้ยื่นข้อเสนอให้มาสานสัมพันธ์ระหว่างเผ่าเข้าด้วยกัน

    ต้นคิดคือเปอร์ไซด์ ส่วนคนที่สร้างให้เป็นรูปธรรมคือเอสเทอกับสเลบ

    ไม่ใช่ว่าเอสเทอกับสเลบมองโลกสวยเหมือนกับเปอร์ไซด์ แต่เป็นเพราะว่ามันคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาและเผ่าของตัวเองในเวลานี้ต่างหาก

    เพราะการร่างสนธิสัญญาสงบศึก มันคือโอกาสอันดีในการเตรียมกองทัพและฟื้นฟูสภาพบ้านเมืองนั่นเอง

    เอรีสเข้าติดต่อกับผู้นำกัง

    เอสเทอที่รีบแจ้นไปหาประธานาธิบดีลิลลี่ทันทีที่เห็นเธอขนคริสตัลมากลางงานปาร์ตี้

    สเลบที่พากองทัพกลับไปหาราชินีของตนเองเพื่อเสนอแนวทางในหลังจากนี้

    และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทั้งสามเผ่าซึ่งเป็นต้นเหตุของมหาสงครามโลก ต่างยินดีพร้อมใจกันที่จะหันหน้ามาคุยกัน

    แต่สนธิสัญญานี้จะสมบูรณ์แบบไม่ได้ ถ้าหากอีกสองเผ่าที่หลบซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาทางตอนเหนือของทวีปไม่ยอมมาร่วมเข้าประชุมด้วย...



    ***อัศวินสีแดง [โซเดียม]

    "สรุปคือเอ็งจะให้ฉันเป็นจ่าฝูงสูงสุดแล้วไปร่วมประชุมร่างสนธิสัญญาเนี่ยนะ? "

    "ไม่มีใครเหมาะเท่าแกแล้วละไฮเจน"

    "ทำไมไม่ให้เปอร์ไซด์รับทำหน้าที่แทนยะ! ยัยนั่นคือตัวตั้งตัวตีเลยไม่ใช่เรอะ? "

    "สมองอย่างเปอร์ไซด์ไม่น่าจะไหวมั้ง…"

    "จริงของแก"

    สองหนุ่ม...ไม่สิ หนึ่งหนุ่มกับหนึ่งสาว กำลังยืนคุยกันอยู่ในค่ายอพยบของเผ่าสองเขากันอยู่

    แน่นอนว่าฝ่ายตรงข้ามคือเจ้าไฮเจนที่เป็นคู่กัดของเรา

    "ว่าแต่แกเริ่มชักจะมีนิสัยเป็นผู้หญิงมากขึ้นทุกทีแล้วนะ"

    "มะ… ไม่ได้ต้องการแบบนี้เสียหน่อย! "

    ก็รู้อยู่หรอก แต่การแหย่แกเล่น มันได้กลายเป็นความสนุกของเราไปแล้วนี่สิ

    พอเห็นคนที่อดีตเคยหยิ่งและถือตัวกลายเป็นสตรีแบบนี้ เลยยิ่งรู้สึกอยากแหย่มากยิ่งขึ้นไปอีก

    เผ่าปักษาของพวกเรามีสองเพศในคนเดียวกัน ถ้าหากใครเลือกที่จะเดินในวิถีชีวิตเพศหญิง พวกเราก็จะตัดเจ้าน้องชายออกในพิธีเลือกเพศ แล้วปล่อยให้ฮอร์โมนเพศทำหน้าที่ของมันต่อไปเอง

    ด้วยผลลัพธ์ของฮอร์โมนเพศหญิง เลยทำให้เจ้าไฮเจนกลายเป็นสตรีที่งดงามอย่างที่เห็น

    มีแววตาที่คมกริบ ขนสีขาวบริสุทธิ์ และมีรูปร่างดินระเบิดที่ยากจะห้ามใจไหว

    ถ้าหากว่าวันนั้นเจ้าไฮเจนไม่รีบร้อนตัดไอนั่นออกตามแผนนารีพิฆาต ก็คงจะไม่มีวันได้เห็นเจ้าไฮเจนในร่างผู้หญิงที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

    “ว่าแต่คนอื่นในเผ่าไม่มีใครสนใจขึ้นเป็นจ่าฝูงสูงสุดสักคนเลยเรอะ? ”

    “อย่าลืมสิว่ามีแค่พวกเราที่รอดมาได้หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นนะ…”

    หลังจากเหตุการณ์ที่ถูกกวาดล้างเผ่าพันธุ์และถูกทำลายคริสตัลโดยเผ่ามนุษย์ ประชากรของพวกเราก็เหลือเพียงแค่ห้าหมื่นกว่าคนเท่านั้น

    จ่าฝูงทั้งแปดเองก็ตายห่านกันหมดและเหลือเพียงแค่เราสองคนที่รอดมาได้

    แม้แต่ปักษาแห่งการพยากรณ์ [คาร์เนต] เองก็ยังเอาชีวิตไม่รอด

    “ไม่เป็นไร ถึงแกจะโง่ แต่เดียวเราจะไปช่วยยืนเคียงข้างคอยสนับสนุนให้เอง”

    “ขอบคุณมาก ฉันมันโง่จริง ๆ นั่นละ บางทีอาจถูกหลอก.. นี่แกหลอกด่าฉันหรือยะ! ”

    เจ้าไฮเจนโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแล้วเริ่มบินไล่กระทืบ

    แน่นอนว่าตัวเราต้องรีบบินหนีให้ไวที่สุด

    “ฮะ ฮะ ฮะ! นี่เป็นการเอาคืนที่เมื่อก่อนชอบดูถูกเราไง! ”

    “หน่อย! แค่สู้เก่งกับบินเก่งขึ้นแล้วอย่ามาทำเป็นได้ใจนะยะ! ”

    พูดตามตรงว่าการแหย่เจ้าไฮเจนมันสนุกมาก

    เมื่อก่อนถูกมันแกล้งและดูถูกเอาไว้เยอะ ตอนนี้เลยต้องเอาคืนเยอะ ๆ หน่อย

    ว่าแต่การประชุมเพื่อร่างสนธิสัญญาสงบศึกอย่างงั้นหรือ?

    สำหรับเผ่าที่คริสตัลพังทลายไปแล้วอย่างพวกเรานั้น หวังว่าจะมีน้ำหนักเสียงต่อรองอยู่บ้างไม่มากก็น้อยละนะ



    ***ว่าที่ผู้กล้าเผ่ายักษาในอนาคต (?) [บานา]

    “ในอีกห้าวันข้างหน้า จะมีการประชุมร่วมทุกเผ่าด้วยกัน หัวข้อคือการร่างสนธิสัญญาสงบศึกและหาทางหยุดความมืดที่ทำลายโลกนี้ เผ่าของเราเองก็ได้รับคำเชิญไปร่วมด้วยเช่นกัน รบกวนองค์กษัตริย์แห่งยักษา ท่าน [ดูเรียน] ตอบรับคำเชิญนี้ด้วยครับ”

    ข้ากำลังยืนอยู่ในกระโจมขนาดใหญ่ของกษัตริย์แห่งยักษา [ดูเรียน]

    หลังจากที่ข้าปรึกษากับพวกเอรีสเกี่ยวกับการเสนอผู้นำตัวเองให้เข้าร่วมประชุมสร้างสนธิสัญญาแล้ว ข้าก็รีบบึ่งกลับมาหากษัตริย์ดูเรียนเพื่อส่งคำชวนนี้ในทันที

    ส่วนสถานที่ประชุมที่จะใช้ร่างสนธิสัญญานั้น จะถูกจัดขึ้น ณ ทุ่งหญ้าแห่งการก่อกำเนิดที่ใจกลางทวีป

    หรือก็คือตำแหน่งแรกที่พวกเราถูกส่งมาเกิดในโลกใบนี้โดยเทพเจ้ามารทั้งสามองค์

    ขุนนางเผ่ายักษาที่ถูกเรียกมารวมตัวประชุมในกระโจม ต่างกำลังจับจ้องมาที่ข้าเป็นสายตาเดียวกันหลังจากที่ข้าอธิบายรายละเอียดออกไปจนหมดแล้ว

    แน่นอนว่ายัยแครอทเองก็อยู่ที่นี่ด้วย

    แต่ข้าไม่อาจหาญกล้าสบตานางได้ เพราะว่าข้ายังไม่ได้กล่าวขอโทษนางเลยแม้แต่น้อย

    “ขุนนางบานา มันคือกับดักหรือเปล่า? ไม่ใช่เป็นแผนล่อพวกเราออกไปเพื่อจับตัวหรอกหรือ? ”

    ขุนนางแอปเปิลยังคงแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย

    ขุนนางส่วนใหญ่ในที่นี้เองก็คิดเหมือนกับเขา

    มันไม่แปลก เพราะเผ่าเราเคยถูกทรยศจากเผ่ามนุษย์ และถูกเผ่าภูติขายอาวุธให้เพื่อหวังใช้เป็นรัฐกันชนกับศัตรูมาก่อน

    แต่ข้าอยากให้ทุกคนเปิดใจเชื่อพวกเขา เชื่อในเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาเหมือนกัน

    “ฉันเห็นด้วยกับบานา”

    ในที่สุดก็มีคนเห็นด้วยกับข้า

    คนนั้นคือขุนนางแครอท สตรีที่ข้าสาบานว่าต้องไปขอโทษนางให้ได้ในหลังจากนี้

    “แครอท… ขอบคุณเจ้ามาก! ”

    ขนาดข้าเผลอลงมือรุนแรงตบหน้านางไป แต่นางก็ยังสามารถแยกงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้

    ผิดกับข้าที่มักใช้อารมณ์นำหน้าเสมอ

    ข้านี่แย่จริง ๆ

    “ข้าเองก็เห็นด้วยกับบานา”

    ขุนนางมาเรียมพลัมยกมือสนับสนุนข้าอีกเสียง

    ดีละ ได้เพิ่มมาเป็นสามจากสิบคนแล้ว

    ข้าต้องการอีกแค่สามเสียงเท่านั้น

    “แล้ว… เจ้าพวกมีปีกพวกนั้นมันว่ายังไง? ”

    “เห็นว่าจะเข้าร่วมด้วยนะครับ”

    “ทั้งที่พวกมันถูกเผ่ายักษาน้อยทำลายคริสตัลกับฆ่าล้างจนเหลือประชากรไม่ถึงครึ่งแสนนะหรือ? ต้องใช้ความเข้มแข็งแค่ไหน ถึงจะยอมตัดซึ่งความแค้นลงได้กันนะ? ”

    ท่านดูเรียนพึมพำกับตนเองอยู่หลังหน้ากากที่น่าเกรงขามของเขา

    ไม่หรอก หากพิจารณาจากนิสัยของเปอร์ไซด์แล้ว ข้าว่าเผ่าของนางคงโดนความเป็นแม่พระและความซื่อตรงของเปอร์ไซด์ชักจูงให้คล้อยตามเห็นด้วยมากกว่าละมั้ง?

    “อะไร… แบบนี้พวกเราก็ไม่มีทางหนีแล้วสิ”

    ขุนนางแอปเปิลคร่ำครวญออกมาอย่างหัวเสีย

    “ไม่เหลือทางเลือกอื่นแล้วหรือ… ช่วยไม่ได้ เผ่าเราควรเข้าร่วมการร่างสนธิสัญญาสงบศึกนี้”

    ส่วนกษัตริย์ดูเรียนก็พูดออกมาเช่นนั้นด้วยท่าทางที่หนักใจ

    “ขุนนางแอปเปิล ท่านองค์ราชาดูเรียนครับ!? ”

    “คิดดูให้ดีก่อนนะคะ! เดียวก็ถูกทรยศอีกรอบหรอกค่ะ! ”

    “พวกเราไม่มีพลังมากพอจะอยู่โดดเดี่ยวในโลกนี้ได้ ขอให้ขุนนางทุกท่านเข้าใจด้วย”

    ด้วยคำตัดสินเด็ดขาดของกษัตริย์แห่งยักษา จึงทำให้ขุนนางที่ไม่เห็นด้วยต้องปิดปากเงียบเสียงลง

    หลังจากเงียบมาได้ราวหนึ่งนาที ในที่สุดก็ไม่มีใครคิดยกมือคัดค้านอีก

    "งั้นเป็นอันตกลง เผ่ายักษาของพวกเราจะเข้าร่วมงานประชุมนี้ด้วยเช่นกัน"



    หลังจากการประชุมมาได้ครึ่งชั่วโมง

    "แครอท…"

    ข้าก็รีบวิ่งตามยัยแครอทมาถึงหน้าเต็นท์พักผ่อนของนาง

    ความจริงข้าต้องการจะขอโทษทันทีที่จบการประชุม แต่นางไม่ยอมสบตาหรือคุยกับข้า แล้วเดินหนีกลับมาอย่างที่เห็น

    แถมไม่รู้ว่าเป็นรสนิยมของเธอหรืออะไร ถึงได้มาตั้งเต็นท์พักแรมในจุดห่างไกลจากขบวนอพยบขนาดนี้

    ข้าต้องปีนเขา เดินผ่านดงหญ้าทึบ ลุยแม่น้ำที่เชี่ยวกราก กว่าจะมาถึงเต็นท์ของนางได้

    "แครอท ข้า…"

    "..."

    แครอทไม่แม้แต่จะหันมามองข้าแล้วเดินเข้าไปในเต็นท์ทันที

    "แครอท! เดียวก่อน ข้านะ… ข้าขอ---"

    "เข้ามาก่อนสิบานา"

    แต่ทว่านางกลับยื่นมือออกมากวักเรียกข้าเข้าไปก่อนที่จะได้ทันเอยขอโทษ

    ข้าเข้าไปข้างในตามคำชวนของนาง

    ภายในเต็นท์ของเธอนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นฉุนของยาสมุนไพร

    และที่ตรงหน้าข้าก็มีสตรีผิวสีเขียวรูปร่างบอบบางปรากฏอยู่

    ผมสีม่วงที่ยาวเหยียดตรงของเธอกำลังส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเครื่องยาหอมลอยโชยไปทั่วเต็นท์

    เธอถอดชุดขุนนางที่ทำจากหนังสัตว์สุดหรูออก แล้วสวมด้วยชุดผ้าไหมตัวบางที่ดูเบาสบายแทน

    ผิวหนังหัวไหลที่เนียนสวยงามได้เผยให้ข้าเห็นเป็นครั้งแรก

    ถึงจะมองว่าเป็นสหายศึก แต่ว่านางก็เป็นสตรีเผ่ายักษาที่สวยงามติดอันดับต้นของเผ่า

    เอาเถอะ สำหรับข้าแล้ว ข้าชอบสตรีร่างเล็กแบบเอรีสหรือเปอร์ไซด์มากกว่าละนะ

    นี่ข้าคิดเรื่องบ้าอะไรอยู่เนี่ย? ตอนนี้ควรรีบขอโทษก่อนมิใช่เรอะ!

    "แครอท ข้าขอโทษ! ที่เคยตบหน้าเจ้าไปตอนนั้น ข้าผิดไปแล้วจริง ๆ! "

    ข้าล้มทั้งตัวโดยเอาข้างหน้าฟาดลงกับพื้น

    นี่คือการแสดงความขอโทษระดับสุดยอดของเผ่าเรา เพราะต้องใช้ความกล้ามากทีเดียว ถึงจะล้มตัวหน้าฟาดพื้นแบบไร้ซึ่งความลังเลได้

    เกิดเสียงและแรงสั่นสะเทือนไปทั่วเต็นท์หลังนี้

    "บานา… เจ้านะลุกขึ้นมาก่อนเถอะ"

    "ไม่! จนกว่าเจ้าจะยอมยกโทษ--"

    "ฉันไม่เคยโกรธเจ้าเลยนะ"

    แครอทก้มตัวลงมาจับใบหน้าของข้า

    ลมหายใจของพวกเราทั้งสองคนแทบจะรดต้นคอกัน

    นี่มันจะใกล้เกินไปแล้ว!

    ดวงตาสีเทาที่เรียวคมของนางกำลังจับจ้องเข้ามาที่ดวงตาของข้า

    และเป็นครั้งแรกที่หัวใจของข้าสั่นไหวอย่างรุนแรงเพราะเสน่ห์ของนาง

    วันนี้มันเกิดอะไรขึ้น ปกติแครอทไม่ใช่คนที่ดูดีมีเสน่ห์ขนาดนี้นี่…

    "ลุกขึ้นมาดื่มน้ำก่อนสิ ฉันเตรียมน้ำสมุนไพรเอาไว้ให้แล้ว"

    ที่บนโต๊ะไม้สูงหนึ่งเมตรครึ่ง ที่บนนั้นมีถ้วยน้ำสมุนไพรสีม่วงอ่อนน่าดื่มวางรอเอาไว้อยู่

    "ถึงจะไม่โกรธ แต่ฉันดีใจมากที่บานามาเอยปากขอโทษ"

    "ข้า… ผิดไปแล้ว…"

    ข้าลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ซุงตัวใหญ่ ก่อนจะหยิบน้ำสมุนไพรขึ้นมาดื่ม

    รสชาติของมันอร่อยมาก มีความขมที่ช่วยขับรสหวานธรรมชาติได้อย่างลงตัวทีเดียว

    แต่ว่ารสแบบนี้… ข้าไม่เคยได้ริ้มรสมาก่อนในชีวิตเลย

    หรือว่านางไปค้นพบเครื่องดื่มสมุนไพรชนิดใหม่เข้าอย่างงั้นเปล่า?

    "ฉันนะ… คิดมานานแล้วละบานา"

    แครอทไม่ยอมหยิบสมุนไพรขึ้นมาดื่ม แต่ทำเพียงแค่จับจ้องตัวข้าแบบไม่ละสายตา

    "คิดเรื่องอะไรหรือ? "

    แครอทไม่ยอมตอบแต่กลับฉีกยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริแทน

    ในช่วงพริบตานั้น ข้ารู้สึกว่าแครอทดูน่าขนลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

    "ก็คิดเรื่องระหว่างบานากับฉันยังไง~"

    แล้วพริบตานั้นร่างกายของข้าก็ฉับพลันเหน็บชาขึ้นมา

    แก้วดินเผาในมือของข้าหล่นลงมาแตกกระจายอยู่ที่พื้น ร่างกายเริ่มไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจนกระทั้งไม่อาจขยับได้แม้แต่ปลายนิ้ว

    "อึ๊ก!? "

    แม้แต่จะเปล่งเสียงออกไปก็ยังทำไม่ได้

    "ออกฤทธิ์แล้วสินะ หุ หุ หุ~"

    ยัยแครอทพึมพำด้วยน้ำเสียงที่ชวนขนหัวลุก

    ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ อีกทั้งยังฉีกยิ้มมากขึ้นจนชวนขนหัวลุก

    "รู้มั้ย ฉันนะรักบานา รัก รัก รัก! รักจนคิดมาตลอดว่าอยากจะอยู่กับบานา อยู่กันแค่สองคน อยากอยู่กับเจ้า ใช้ชีวิตกับเจ้า และตายไปพร้อมกับเจ้า"

    นี่เจ้า…

    "แต่เพราะว่ากลัวเจ้าจะเกลียด เลยทำได้แค่สร้างความประทับใจแบบปกติผู้หญิงทั่วไปเท่านั้น..."

    แครอทพูดไปพร้อมกับเปลืองผ้าของตัวเองออก ก่อนจะเหลือเพียงแค่ชุดชั้นในสีเทาตัวบาง

    "แต่บานาน่ะไม่เคยมองฉันเป็นมากกว่านั้น แถมโลกนี้ก็ยังมุ่งหน้าไปสู่จุดจบ มีแต่สงคราม ถ้าเป็นแบบนี้ คนอ่อนโยนอย่างบานาคงไม่รอดแน่"

    นางพูดอย่างรวดเร็วพร้อมกับเอาร่างกายมาแนบกับร่างกายของข้า

    ถึงจะให้สัมผัสนุ่มนวล แต่เวลานี้ข้ากลับรู้สึกสยองมากกว่า

    "พอถูกเจ้าตบหน้า ฉันเลยรู้สึกตัว ว่าถ้าเป็นแบบนี้ ด้วยนิสัยแบบนี้ของบานา บานาคงต้องนำตัวเองไปตายสักวันแน่นอน"

    ดวงตาสีเทาของแครอทจับจ้องมาที่ใบหน้าข้าอีกครั้ง ก่อนจะแลกจุมพิตอย่างรุนแรงใส่ข้าเพียงฝ่ายเดียว

    "เพราะฉะนั้น ฉันจึงตัดสินใจ บานานะไม่ต้องไปออกรบอีกแล้ว ฉันจะสร้างโลกที่มีเพียงแค่พวกเราสองคน แค่พวกเราสองคนเท่านั้น ส่วนคนอื่น เผ่าอื่น ทุกคนที่เป็นศัตรู ฉันจะฆ่าพวกมันแทนบานาผู้อ่อนโยนเอง ฉันจะยอมแปดเปื้อนแทนเจ้าเองนะ"

    แครอทพูดด้วยแววตาที่น่ากลัว

    "ฉันว่าสนธิสัญญาสงบศึกนั้นสุดยอดมาก เพราะว่ามันทำให้ฉันมีเวลาเต็มที่กับการฟื้นฟูกองกำลังอสูรอีกครั้ง ไม่สิ ต่อให้มีอสูรเป้นล้านตัวก็ไม่อาจเทียบเท่ากับอสูรในตำนานตัวนั้นได้ ใช่แล้ว ฉันจะพาเจ้าไปกับฉัน ออกไปตามล่า [อสูรผู้กลืนกิน] ในตำนานที่เจ้าไล่มันไปเมื่อสองวันก่อน จับมันกลับมาฝึกให้เป็นอสูรที่แข็งแกร่งที่สุด ฉันทำมันได้แน่นอน มันที่มีพลังระดับนั้น ถ้าหากจับมาฝึกให้ฉลาดและติดตั้งอาวุธกับชุดเกราะให้มัน มันจะต้องกลายเป็นอสูรที่น่ากลัวที่สุดในโลกได้แน่นอน ฉัน… ฉันจะเป็น [ผู้กล้า] ของเผ่ายักษา จะปกป้องเจ้าให้ดูเอง! "

    คล้ายกับเรื่องAge of war ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586