ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 267 : กาลเวลาที่บิดเบี้ยว

จารึกที่ 267 : กาลเวลาที่บิดเบี้ยว : โทสะของราชันผู้หวนคืน


สายลมในป่าสนวิญญาณโลหิตที่เคยพัดพริ้วอย่างสงบ พลันหยุดนิ่งประหนึ่งถูกแช่แข็งด้วยรังสีสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของคณะวิปลาส

มหาราชรถแห่งสูญตาที่เพิ่งฝ่ามรสุมมิติและพุ่งตกลงมา บัดนี้ถูกล้อมรอบด้วยศิษย์สายในของ 'วิหารศัสตราสวรรค์' กว่า 10 ชีวิต อาภรณ์สีเงินสว่างที่ทอจากไหมฟ้าเจิดจรัส ตัดกับสภาพอันสะบักสะบอมและเปื้อนเลือดของพวกอาเจียอย่างสิ้นเชิง ทว่าสิ่งที่แตกต่างกันยิ่งกว่าเสื้อผ้า... คือกลิ่นอายแห่งความเป็นความตาย!


ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มวิหารศัสตราสวรรค์ ระดับแก่นทองคำขั้นปลาย ลอยตัวอยู่เหนือหัวราชรถ ใบหน้าของมันเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งยโส สายตาที่มองลงมาประหนึ่งเทพเจ้าที่กำลังมองดูขอทาน


"ไม่ได้ยินที่ข้าสั่งหรือไอ้พวกขยะที่หลุดมาจากรอยแยกมิติ! ปลดเปลื้องแหวนมิติและอาวุธทั้งหมดของพวกเจ้าออกมาซะ! แล้วข้าจะเมตตาจับพวกเจ้ามัดส่งไปให้สำนักอัสนีบาตแบบเป็นๆ เพื่อแลกกับศิลาปราณสิบล้านก้อน!"


คำประกาศนั้น ดังก้องกังวานไปทั่วป่า ทว่ามันกลับกลายเป็นชนวนเหตุที่ไปจุดชนวนระเบิดแห่งความบรรลัยที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด!


"สำนักอัสนีบาต... รางวัลนำจับ... ศิลาปราณสิบล้านก้อน..."


อาเจีย ก้มหน้าลงต่ำ เสียงพึมพำของเขาราบเรียบและแหบพร่าประหนึ่งเสียงกระซิบจากก้นบึ้งของขุมนรก ทว่าบรรยากาศรอบกายของเขากลับลดต่ำลงจนหยาดน้ำค้างบนใบสนวิญญาณกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีดำ!


"พวกขยะสำนักชายขอบอย่างอัสนีบาต... บังอาจตั้งค่าหัวข้า... และพวกสุนัขรับใช้ชั้นสูงอย่างวิหารศัสตราสวรรค์ กลับลดตัวลงมาเป็นนักล่าเงินรางวัลให้พวกมัน..."


อาเจียค่อยๆ เงยหน้าขึ้น นัยน์ตาสีเงินยวงที่เคยสุขุม บัดนี้กลับมีเส้นเลือดสีแดงฉานปูดโปนขึ้นมา มันมิใช่ความหวาดกลัว ทว่ามันคือ 'โทสะของความหน้าเงิน' ที่ถูกเหยียบย่ำ!


"พวกเจ้า... กล้าดียังไงมาประเมินค่าหัวของราชันเช่นข้า ไว้แค่สิบล้านก้อน! บิดาปล้นของจากมิตินรกมา ยังได้มากกว่านั้นนับร้อยเท่า! นี่มันเป็นการดูถูกฐานะทางการเงินของข้าอย่างอภัยให้ไม่ได้!"


คำตวาดของอาเจียดังก้องกัมปนาทประหนึ่งฟ้าผ่า! มันมิใช่คำด่าทอธรรมดา ทว่ามันแฝงไปด้วย 'เจตจำนงแห่งการกดข่ม' ของยอดคนระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ที่ผ่านการอาบเลือดมารบรรพกาล! คลื่นปราณที่มองไม่เห็นกระแทกใส่ร่างของศิษย์วิหารศัสตราสวรรค์ทั้ง 10 คนจนพวกมันเสียหลักแทบร่วงหล่นจากกระบี่บิน!


"กะ... แก่นทองคำขั้นสมบูรณ์! บัดซบ! กลิ่นอายของพวกมันทำไมถึงดุร้ายป่าเถื่อนเช่นนี้!" หัวหน้ากลุ่มหน้าซีดเผือด ความหยิ่งยโสเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น มันรีบสับมือประสานอิน "ตั้งค่ายกล! เบิกอักขระเทพ! สังหารพวกมันซะ!"


แผ่นหยกสีทองเจิดจรัส 10 แผ่นถูกปลดปล่อยออกมา ผสานกันกลางอากาศกลายเป็น 'ตาข่ายอักขระเทพกักวิญญาณ'ขนาดยักษ์ พุ่งทะยานลงมาหมายจะจับกุมคณะวิปลาส! กฎเกณฑ์แห่งแสงสว่างที่จอมปลอมพยายามจะกดทับสรรพสิ่ง!


"อักขระเทพของวิหารพวกเจ้า... ข้าเคยฉีกมันเล่นมาแล้วในนรก... คิดหรือว่าของเด็กเล่นแค่นี้จะหยุดข้าได้!"


อาเจียแสยะยิ้มที่เหี้ยมโหดที่สุด เขามิได้ถอยหนี และมิได้ชักพู่กันนิรันดร์ ชายหนุ่มเพียงแค่ตวัดมือสั่งการ


"ศิษย์พี่มู่หลาง! ศิษย์พี่เฟิง! แสดงให้พวกคุณหนูในหอคอยงาช้างเหล่านี้เห็นหน่อยสิ... ว่าการบำเพ็ญเพียรในนรกภูมิ มันต่างจากการนั่งจิบชาในวิหารของพวกมันอย่างไร! อย่าให้พวกมันตายสบาย และอย่าให้แหวนมิติของพวกมันมีรอยขีดข่วน!"


"รับบัญชา!" เสียงตวาดกร้าวของมิตรสหายดังกึกก้อง! พวกเขาเพิ่งรอดพ้นจากนรกและฝูงอสูรนับ 10000 ความอัดอั้นและรังสีสังหารของยอดคนแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ ปะทุระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัด!


"กระบี่นิรันดร์... ตัดแสงสวรรค์!"


ฉินมู่หลาง พุ่งทะยานขึ้นฟ้าประหนึ่งมังกรสีเงิน! กระบี่ในมือของเขามิใช่กระบี่ธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือกระบี่ที่อาบเจตจำนงแห่งความตายและอัคคีบรรพกาล! รังสีกระบี่สีเงินตวัดฉับเดียว ตาข่ายอักขระเทพกักวิญญาณที่พวกวิหารศัสตราสวรรค์ภาคภูมิใจ พลันถูกผ่าครึ่งประหนึ่งเศษผ้าขี้ริ้วที่เปื่อยยุ่ย!


"เป็นไปไม่ได้! อักขระเทพถูกทำลายด้วยกระบวนท่าเดียว!" พวกศิษย์วิหารกรีดร้องเสียงหลง


"ยังตกใจเร็วไปไอ้พวกสวะ!"


เฟิงอี้หราน พุ่งทะยานตามขึ้นมาดุจดาวหางสีทองแดง เขาอ้าปากพ่น 'เพลิงอัคคีบรรพกาล' ที่ดูดซับมาจากแมงป่องหินหลอมเหลว ทะเลเพลิงสีทองแดงแผดเผากลางเวหา หลอมละลายกระบี่บินและเกราะปราณของศิษย์วิหารศัสตราสวรรค์ 3 คนให้กลายเป็นน้ำเหล็กเหลวในเสี้ยววินาที!

"อ๊ากกกก!" เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม ศิษย์ทั้ง 3 ร่างถูกแผดเผาทั้งเป็น ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นดุจก้อนถ่าน!


หลินชิงเสวี่ย และ เย่ปิงอวิ๋น ไม่รอช้า พวกนางประสานมือเข้าด้วยกัน มหาเขตแดนเหมันต์พฤกษาถูกกางออกครอบคลุมรัศมี 10 ลี้! รากไม้วิญญาณที่คมกริบดุจหอก พุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดินแทงทะลุร่างศิษย์วิหารอีก 4 คนกลางอากาศ เลือดสีสดพุ่งกระฉูด ก่อนจะถูกปราณเหมันต์แช่แข็งให้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งสีเลือดอย่างวิจิตรตระการตาและเหี้ยมโหดที่สุด!


เพียงแค่การปะทะครั้งแรก... ศิษย์วิหารศัสตราสวรรค์ 7 คน สิ้นสภาพและดับสูญอย่างหมดจด!


ความต่างชั้นของพลังมันมหาศาลเกินไป! ยอดคนระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ที่รอดชีวิตจากการต่อสู้กับระดับวิญญาณแรกเริ่มมาได้ ย่อมมองพวกแก่นทองคำขั้นกลางของโลกภายนอกเป็นเพียงมดปลวกที่ไร้ค่า!


"ปีศาจ... พวกเจ้ามันไม่ใช่คน! พวกเจ้าเป็นปีศาจที่หลุดมาจากนรกชัดๆ!"


หัวหน้ากลุ่มวิหารศัสตราสวรรค์หน้าซีดเผือดประหนึ่งกระดาษ มันเห็นลูกน้องถูกสับฟันตายอย่างน่าอนาถในพริบตา ความกลัวเกาะกุมก้อนเนื้อในอกจนแทบหายใจไม่ออก มันรีบกระแทกศิลาปราณใส่ยันต์หลบหนี หมายจะเปิดรอยแยกมิติหนีเอาชีวิตรอด!


"คิดจะชิ่งหนีโดยไม่ได้จ่ายบิลค่ากวนประสาทข้าเรอะ? ฝันไปเถอะไอ้สุนัขรับใช้!"


เสียงเย็นเยียบดังก้องขึ้นที่ข้างใบหูของหัวหน้ากลุ่ม!


มันเบิกตากว้าง หันขวับไปมอง... ทว่าสิ่งที่พบ คือใบหน้าอันหล่อเหลาที่เปื้อนเลือดของอาเจีย ซึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างกายมันตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้! ความเร็วของอาเจียที่ผสานพลังกายเนื้อกระดูกอักขระ มันก้าวล่วงกฎเกณฑ์การเคลื่อนที่ของระดับแก่นทองคำไปไกลลิบ!


"อย่าเข้ามา! อักขระเทพ... โล่แสงสวรรค์ 9 ชั้น!" หัวหน้ากลุ่มกรีดร้อง ร่ายอาคมป้องกันขั้นสูงสุดของตนเอง!


"รำคาญโว้ย!"


อาเจียตวาดกร้าว เขามิได้ใช้วิชาอันใดให้ยุ่งยาก ชายหนุ่มเพียงแต่ง้างหมัดขวา ที่สลักด้วย 'อักขระมาร' ดั้งเดิม ซัดเปรี้ยงเข้าใส่โล่แสงสวรรค์ 9 ชั้นอย่างป่าเถื่อน!


"เพล้งงงงงงงงงงงง!!!"


เสียงกัมปนาทดังสนั่น โล่แสงศักดิ์สิทธิ์ที่ทนทานต่อการโจมตีระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ได้ แตกละเอียดเป็นผุยผงในหมัดเดียว! พลังทำลายล้างที่ทะลวงผ่านเศษแสงสีทอง พุ่งเข้ากระแทกอกของหัวหน้ากลุ่มอย่างจัง!


"อ่อก!" มันกระอักเลือดผสมเศษอวัยวะภายใน ร่างปลิวละลิ่วร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นป่าจนเกิดหลุมลึก!


อาเจียร่อนตัวลงมายืนอยู่ริมหลุมอย่างสง่างาม เขาใช้ปลายเท้าเหยียบลงบนยอดอกของหัวหน้ากลุ่มที่กำลังนอนจมกองเลือด หายใจรวยริน นัยน์ตาสีเงินยวงจ้องมองลงมาประหนึ่งมัจจุราชที่กำลังพิจารณาบัญชีบาป


"แฮ่ก... แฮ่ก... เจ้า... หากเจ้าฆ่าข้า... วิหารศัสตราสวรรค์... และสำนักอัสนีบาต จะล่าสังหารล้างโคตรพวกเจ้า..." หัวหน้ากลุ่มยังคงดื้อดึง พยายามงัดเอาชื่อขั้วอำนาจมาข่มขู่


"อ้อ... งั้นหรือ?"


อาเจียแสยะยิ้ม เขาออกแรงกดฝ่าเท้าลงไปจนกระดูกหน้าอกของมันลั่นกร๊อบ "ตาข้าสว่างแล้ว... ก่อนข้าจะส่งเจ้าไปคุยกับรากมะม่วง จงตอบคำถามข้ามา! ระยะเวลาที่พวกข้าหายเข้าไปในรอยแยกมิตินั่น... โลกภายนอกผ่านไปกี่ปีแล้ว!"


"อ๊ากกก! หะ... 5 ปี! พวกเจ้าหายสาบสูญไป 5 ปีเต็ม!" หัวหน้ากลุ่มกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ยอมสารภาพออกมาจนหมดเปลือก


"5 ปี..." อาเจียพึมพำ คิ้วขมวดเข้าหากัน กฎเกณฑ์กาลเวลาในแดนเนรเทศสูญญตามันบิดเบี้ยวจนน่ากลัว ในนั้นพวกเขาอยู่เพียงไม่นาน ทว่าโลกภายนอกกลับผันแปรไปถึงครึ่งทศวรรษ!


"แล้วสำนักชายขอบอย่างอัสนีบาต... เหตุใดมันจึงมีอำนาจสั่งการพวกวิหารศัสตราสวรรค์อย่างพวกเจ้าได้!" อาเจียเค้นเสียงถามต่อ รังสีสังหารยิ่งทวีความรุนแรง


"สะ... สำนักอัสนีบาต... เมื่อ 3 ปีก่อน พวกมันได้ค้นพบ 'มรดกอัสนีสวรรค์โบราณ' และทำข้อตกลงลับกับ 'นิกายมารโลหิต'... บัดนี้ ผู้นำสำนักของพวกมันทะลวงเข้าสู่ระดับ 'วิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์' แล้ว! พวกมันกลายเป็นขั้วอำนาจอันดับ 1 ในแถบนี้! วิหารศัสตราสวรรค์สาขาย่อยของพวกข้า... จึงต้องยอมศิโรราบเป็นพันธมิตร!"


คำสารภาพนั้น ทำให้ฉินมู่หลางและสหายคนอื่นๆ ที่เดินเข้ามาสมทบ ต้องแสดงสีหน้าเคร่งเครียด วิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์... นั่นคือระดับพลังที่ก้าวล่วงวิถีเต๋าทั่วไป และสามารถบดขยี้แผ่นดินได้ด้วยฝ่ามือเดียว!


"แล้วมีอะไรอีก..." อาเจียกดเท้าหนักขึ้น "ทำไมพวกมันถึงตามล่าพวกข้า! และรางวัลนำจับนั่นคืออะไร!"


"อั่ก! สะ... สำนักอัสนีบาต ประกาศกวาดล้างทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ 'อาเจีย' และ 'สำนักกระบี่นิรันดร์'! พวกมันบุกโจมตีหอสุวรรณดาราสาขาที่เคยเป็นแหล่งรับซื้อสินค้าของเจ้าจนต้องถอนตัวออกจากแคว้น... และที่เลวร้ายที่สุด... พวกมันบุกไปที่หมู่บ้านของเจ้า... พวกมันขุดทำลายสุสานของปู่หลิน! กระชากป้ายวิญญาณและเถ้ากระดูกของชายชรามาเผาประจานที่ยอดเขาอัสนี! พวกมันประกาศว่า หากคนขี้ขลาดอย่างเจ้ายังไม่ตาย... ให้ไปคุกเข่ามอบตัว ไม่เช่นนั้น พวกมันจะบดขยี้เถ้ากระดูกนั้นไม่ให้เหลือธุลี และจะตามล่าหุ้นส่วนของเจ้าทุกคนจนสิ้นซาก!"


"ตึงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!"


พริบตาที่คำว่า 'ตัดเส้นทางหาเงินกับหอสุวรรณดารา' และ 'ขุดทำลายสุสานปู่หลิน' หลุดออกจากปากของศัตรู...


มิติอากาศรอบกายของอาเจีย พลันระเบิดออกด้วยคลื่นพลังที่มองไม่เห็น! พื้นดินยุบตัวลงไปลึกกว่า 5 จั้ง! ป่าสนวิญญาณในรัศมี 100 ลี้ หักโค่นราบเป็นหน้ากลองในเสี้ยววินาที!


ปู่หลิน... ชายชราผู้ล่วงลับไปแล้ว ผู้ซึ่งเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่มอบความอบอุ่นให้แก่ทารกไร้เส้นชีพจร การลบหลู่คนตายในวิถีเซียนคือการตัดขาดไม่เผาผี และสำหรับอาเจีย มันคือการเหยียบย่ำ 'สมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต' ที่เขาไม่อาจซื้อคืนมาได้!


กลิ่นอายแห่งความโกรธเกรี้ยว... ความอาฆาต... และรังสีสังหารที่เยือกเย็นที่สุดนับตั้งแต่เริ่มการบำเพ็ญเพียร ปะทุออกมาจากร่างของเขา! นัยน์ตาสีเงินยวงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้ก้นบึ้งอย่างสมบูรณ์!


"ตัดรายได้ของข้ายังพอทน... แต่นำเถ้ากระดูกของตาแก่ที่เลี้ยงข้ามาเผาประจาน..."


น้ำเสียงของอาเจียแผ่วเบา ทว่ามันกลับดังก้องกังวานไปถึงก้นบึ้งวิญญาณของทุกคนในบริเวณนั้น "สวรรค์อยากให้พวกข้าตาย... พวกข้าก็รอดกลับมาได้... แต่ในเมื่อพวกสำนักอัสนีบาต รนหาที่ตายถึงเพียงนี้... บิดาก็จะสงเคราะห์ให้พวกมันได้ถูกลบสัจธรรมจนสูญพันธุ์!"


"ฉัวะ!"


ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ อาเจียตวัดมือเพียงครั้งเดียว ปราณรูปเคียวที่มองไม่เห็นตัดศีรษะของหัวหน้ากลุ่มวิหารศัสตราสวรรค์หลุดกระเด็นออกจากบ่า เลือดสีสดพุ่งทะลักดับสูญวิญญาณไปในพริบตา!


อาเจียก้มลงรูดแหวนมิติจากนิ้วของศพอย่างเชี่ยวชาญ ทว่าแววตาของเขายามนี้ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความตลกขบขัน หรือความหน้าเงินแบบหยอกล้ออีกต่อไป มีเพียงความอำมหิตที่รอการชำระล้างด้วยโลหิต!


"เจ้าถุงเงิน... เก็บกวาดแหวนมิติทุกวง!" อาเจียสั่งการราชันแมงมุมมิติสูญตา ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ 'นาวาสูญตา' ด้วยท่วงท่าที่ดุดันประหนึ่งเทพอสูร


ฉินมู่หลาง เฟิงอี้หราน หลินชิงเสวี่ย เย่ปิงอวิ๋น และเฟิงหลิงเอ๋อร์ มองหน้ากันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นเช่นเดียวกัน สำนักกระบี่นิรันดร์ของฉินมู่หลางก็ถูกคุกคาม บัญชีเลือดครั้งนี้ มันเกินกว่าจะเจรจาได้อีกแล้ว!


"ศิษย์พี่อาเจีย... พวกเราจะเอาอย่างไรต่อไป?" เฟิงหลิงเอ๋อร์ก้าวตามขึ้นไปบนราชรถ เอ่ยถามด้วยความแน่วแน่


อาเจียก้าวขึ้นยืนบนแท่นบัญชาการสูงสุดของมหานาวาสูญตา ปลดปล่อยพลังปราณแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ทั้งหมดเข้าสู่ค่ายกลขับเคลื่อน!

"เจ้าสัว! เผาผลาญศิลาปราณระดับสูง 1,000,000 ก้อนเป็นเชื้อเพลิง! เปิดค่ายกลระดับสูงสุด!"


อาเจียตวาดก้อง คำสั่งที่ยอมผลาญทรัพยากรมหาศาลอย่างไม่เสียดายนี้ บ่งบอกถึงความเอาจริงขั้นสุดยอดของราชันหน้าเงิน!


"ระ... รับทราบขอรับนายท่าน! เตาหลอมวิญญาณจะเผาผลาญทุกสัจธรรมเพื่อความแค้นของท่าน!" เจ้าสัวสั่นสะท้านไปทั่วร่าง มันเร่งเตาหลอมจนเปลวเพลิงสีทองแดงทะลักออกนอกตัวเรือเหาะ!


อาเจียตวัดพู่กันนิรันดร์ชี้ไปยังทิศทางของยอดเขาอัสนี!


"มิตรสหายทั้งหลาย... เตรียมพร้อมศัสตราของพวกเจ้าให้ดี! วันนี้... ราชันของเจ้ากลับมาแล้ว! ข้าจะนำมหานาวาลำนี้ บุกไปบดขยี้สำนักอัสนีบาตให้แบนเป็นหน้ากลอง และข้าจะตามไปเก็บดอกเบี้ยเลือดทบต้นจากพวกมัน... ทุก-ตัว-ตน!"


"ครืนนนนนนนนนน!!!"


มหาราชรถแห่งสูญตาส่งเสียงคำรามก้องฟ้า พุ่งทะยานแหวกมิติขึ้นสู่เมฆาด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด ทิ้งไว้เพียงซากความพินาศของป่าสนและศพของวิหารศัสตราสวรรค์!


การเดินทางไปทวงหนี้สวรรค์ และมหาสงครามแห่งการนองเลือดที่จะสั่นสะเทือนทวีปผู้แสวงมรรค... ได้เปิดฉากขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.13M 1288
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
4.21M 3107
ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
2.91M 3613
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
295K 786
ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

นิยาย แฟนตาซี
3.82M 1844
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.38M 1499