จารึกที่ 267 : กาลเวลาที่บิดเบี้ยว : โทสะของราชันผู้หวนคืน
สายลมในป่าสนวิญญาณโลหิตที่เคยพัดพริ้วอย่างสงบ พลันหยุดนิ่งประหนึ่งถูกแช่แข็งด้วยรังสีสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของคณะวิปลาส
มหาราชรถแห่งสูญตาที่เพิ่งฝ่ามรสุมมิติและพุ่งตกลงมา บัดนี้ถูกล้อมรอบด้วยศิษย์สายในของ 'วิหารศัสตราสวรรค์' กว่า 10 ชีวิต อาภรณ์สีเงินสว่างที่ทอจากไหมฟ้าเจิดจรัส ตัดกับสภาพอันสะบักสะบอมและเปื้อนเลือดของพวกอาเจียอย่างสิ้นเชิง ทว่าสิ่งที่แตกต่างกันยิ่งกว่าเสื้อผ้า... คือกลิ่นอายแห่งความเป็นความตาย!
ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มวิหารศัสตราสวรรค์ ระดับแก่นทองคำขั้นปลาย ลอยตัวอยู่เหนือหัวราชรถ ใบหน้าของมันเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งยโส สายตาที่มองลงมาประหนึ่งเทพเจ้าที่กำลังมองดูขอทาน
"ไม่ได้ยินที่ข้าสั่งหรือไอ้พวกขยะที่หลุดมาจากรอยแยกมิติ! ปลดเปลื้องแหวนมิติและอาวุธทั้งหมดของพวกเจ้าออกมาซะ! แล้วข้าจะเมตตาจับพวกเจ้ามัดส่งไปให้สำนักอัสนีบาตแบบเป็นๆ เพื่อแลกกับศิลาปราณสิบล้านก้อน!"
คำประกาศนั้น ดังก้องกังวานไปทั่วป่า ทว่ามันกลับกลายเป็นชนวนเหตุที่ไปจุดชนวนระเบิดแห่งความบรรลัยที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด!
"สำนักอัสนีบาต... รางวัลนำจับ... ศิลาปราณสิบล้านก้อน..."
อาเจีย ก้มหน้าลงต่ำ เสียงพึมพำของเขาราบเรียบและแหบพร่าประหนึ่งเสียงกระซิบจากก้นบึ้งของขุมนรก ทว่าบรรยากาศรอบกายของเขากลับลดต่ำลงจนหยาดน้ำค้างบนใบสนวิญญาณกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีดำ!
"พวกขยะสำนักชายขอบอย่างอัสนีบาต... บังอาจตั้งค่าหัวข้า... และพวกสุนัขรับใช้ชั้นสูงอย่างวิหารศัสตราสวรรค์ กลับลดตัวลงมาเป็นนักล่าเงินรางวัลให้พวกมัน..."
อาเจียค่อยๆ เงยหน้าขึ้น นัยน์ตาสีเงินยวงที่เคยสุขุม บัดนี้กลับมีเส้นเลือดสีแดงฉานปูดโปนขึ้นมา มันมิใช่ความหวาดกลัว ทว่ามันคือ 'โทสะของความหน้าเงิน' ที่ถูกเหยียบย่ำ!
"พวกเจ้า... กล้าดียังไงมาประเมินค่าหัวของราชันเช่นข้า ไว้แค่สิบล้านก้อน! บิดาปล้นของจากมิตินรกมา ยังได้มากกว่านั้นนับร้อยเท่า! นี่มันเป็นการดูถูกฐานะทางการเงินของข้าอย่างอภัยให้ไม่ได้!"
คำตวาดของอาเจียดังก้องกัมปนาทประหนึ่งฟ้าผ่า! มันมิใช่คำด่าทอธรรมดา ทว่ามันแฝงไปด้วย 'เจตจำนงแห่งการกดข่ม' ของยอดคนระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ที่ผ่านการอาบเลือดมารบรรพกาล! คลื่นปราณที่มองไม่เห็นกระแทกใส่ร่างของศิษย์วิหารศัสตราสวรรค์ทั้ง 10 คนจนพวกมันเสียหลักแทบร่วงหล่นจากกระบี่บิน!
"กะ... แก่นทองคำขั้นสมบูรณ์! บัดซบ! กลิ่นอายของพวกมันทำไมถึงดุร้ายป่าเถื่อนเช่นนี้!" หัวหน้ากลุ่มหน้าซีดเผือด ความหยิ่งยโสเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น มันรีบสับมือประสานอิน "ตั้งค่ายกล! เบิกอักขระเทพ! สังหารพวกมันซะ!"
แผ่นหยกสีทองเจิดจรัส 10 แผ่นถูกปลดปล่อยออกมา ผสานกันกลางอากาศกลายเป็น 'ตาข่ายอักขระเทพกักวิญญาณ'ขนาดยักษ์ พุ่งทะยานลงมาหมายจะจับกุมคณะวิปลาส! กฎเกณฑ์แห่งแสงสว่างที่จอมปลอมพยายามจะกดทับสรรพสิ่ง!
"อักขระเทพของวิหารพวกเจ้า... ข้าเคยฉีกมันเล่นมาแล้วในนรก... คิดหรือว่าของเด็กเล่นแค่นี้จะหยุดข้าได้!"
อาเจียแสยะยิ้มที่เหี้ยมโหดที่สุด เขามิได้ถอยหนี และมิได้ชักพู่กันนิรันดร์ ชายหนุ่มเพียงแค่ตวัดมือสั่งการ
"ศิษย์พี่มู่หลาง! ศิษย์พี่เฟิง! แสดงให้พวกคุณหนูในหอคอยงาช้างเหล่านี้เห็นหน่อยสิ... ว่าการบำเพ็ญเพียรในนรกภูมิ มันต่างจากการนั่งจิบชาในวิหารของพวกมันอย่างไร! อย่าให้พวกมันตายสบาย และอย่าให้แหวนมิติของพวกมันมีรอยขีดข่วน!"
"รับบัญชา!" เสียงตวาดกร้าวของมิตรสหายดังกึกก้อง! พวกเขาเพิ่งรอดพ้นจากนรกและฝูงอสูรนับ 10000 ความอัดอั้นและรังสีสังหารของยอดคนแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ ปะทุระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัด!
"กระบี่นิรันดร์... ตัดแสงสวรรค์!"
ฉินมู่หลาง พุ่งทะยานขึ้นฟ้าประหนึ่งมังกรสีเงิน! กระบี่ในมือของเขามิใช่กระบี่ธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือกระบี่ที่อาบเจตจำนงแห่งความตายและอัคคีบรรพกาล! รังสีกระบี่สีเงินตวัดฉับเดียว ตาข่ายอักขระเทพกักวิญญาณที่พวกวิหารศัสตราสวรรค์ภาคภูมิใจ พลันถูกผ่าครึ่งประหนึ่งเศษผ้าขี้ริ้วที่เปื่อยยุ่ย!
"เป็นไปไม่ได้! อักขระเทพถูกทำลายด้วยกระบวนท่าเดียว!" พวกศิษย์วิหารกรีดร้องเสียงหลง
"ยังตกใจเร็วไปไอ้พวกสวะ!"
เฟิงอี้หราน พุ่งทะยานตามขึ้นมาดุจดาวหางสีทองแดง เขาอ้าปากพ่น 'เพลิงอัคคีบรรพกาล' ที่ดูดซับมาจากแมงป่องหินหลอมเหลว ทะเลเพลิงสีทองแดงแผดเผากลางเวหา หลอมละลายกระบี่บินและเกราะปราณของศิษย์วิหารศัสตราสวรรค์ 3 คนให้กลายเป็นน้ำเหล็กเหลวในเสี้ยววินาที!
"อ๊ากกกก!" เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม ศิษย์ทั้ง 3 ร่างถูกแผดเผาทั้งเป็น ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นดุจก้อนถ่าน!
หลินชิงเสวี่ย และ เย่ปิงอวิ๋น ไม่รอช้า พวกนางประสานมือเข้าด้วยกัน มหาเขตแดนเหมันต์พฤกษาถูกกางออกครอบคลุมรัศมี 10 ลี้! รากไม้วิญญาณที่คมกริบดุจหอก พุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดินแทงทะลุร่างศิษย์วิหารอีก 4 คนกลางอากาศ เลือดสีสดพุ่งกระฉูด ก่อนจะถูกปราณเหมันต์แช่แข็งให้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งสีเลือดอย่างวิจิตรตระการตาและเหี้ยมโหดที่สุด!
เพียงแค่การปะทะครั้งแรก... ศิษย์วิหารศัสตราสวรรค์ 7 คน สิ้นสภาพและดับสูญอย่างหมดจด!
ความต่างชั้นของพลังมันมหาศาลเกินไป! ยอดคนระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ที่รอดชีวิตจากการต่อสู้กับระดับวิญญาณแรกเริ่มมาได้ ย่อมมองพวกแก่นทองคำขั้นกลางของโลกภายนอกเป็นเพียงมดปลวกที่ไร้ค่า!
"ปีศาจ... พวกเจ้ามันไม่ใช่คน! พวกเจ้าเป็นปีศาจที่หลุดมาจากนรกชัดๆ!"
หัวหน้ากลุ่มวิหารศัสตราสวรรค์หน้าซีดเผือดประหนึ่งกระดาษ มันเห็นลูกน้องถูกสับฟันตายอย่างน่าอนาถในพริบตา ความกลัวเกาะกุมก้อนเนื้อในอกจนแทบหายใจไม่ออก มันรีบกระแทกศิลาปราณใส่ยันต์หลบหนี หมายจะเปิดรอยแยกมิติหนีเอาชีวิตรอด!
"คิดจะชิ่งหนีโดยไม่ได้จ่ายบิลค่ากวนประสาทข้าเรอะ? ฝันไปเถอะไอ้สุนัขรับใช้!"
เสียงเย็นเยียบดังก้องขึ้นที่ข้างใบหูของหัวหน้ากลุ่ม!
มันเบิกตากว้าง หันขวับไปมอง... ทว่าสิ่งที่พบ คือใบหน้าอันหล่อเหลาที่เปื้อนเลือดของอาเจีย ซึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างกายมันตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้! ความเร็วของอาเจียที่ผสานพลังกายเนื้อกระดูกอักขระ มันก้าวล่วงกฎเกณฑ์การเคลื่อนที่ของระดับแก่นทองคำไปไกลลิบ!
"อย่าเข้ามา! อักขระเทพ... โล่แสงสวรรค์ 9 ชั้น!" หัวหน้ากลุ่มกรีดร้อง ร่ายอาคมป้องกันขั้นสูงสุดของตนเอง!
"รำคาญโว้ย!"
อาเจียตวาดกร้าว เขามิได้ใช้วิชาอันใดให้ยุ่งยาก ชายหนุ่มเพียงแต่ง้างหมัดขวา ที่สลักด้วย 'อักขระมาร' ดั้งเดิม ซัดเปรี้ยงเข้าใส่โล่แสงสวรรค์ 9 ชั้นอย่างป่าเถื่อน!
"เพล้งงงงงงงงงงงง!!!"
เสียงกัมปนาทดังสนั่น โล่แสงศักดิ์สิทธิ์ที่ทนทานต่อการโจมตีระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ได้ แตกละเอียดเป็นผุยผงในหมัดเดียว! พลังทำลายล้างที่ทะลวงผ่านเศษแสงสีทอง พุ่งเข้ากระแทกอกของหัวหน้ากลุ่มอย่างจัง!
"อ่อก!" มันกระอักเลือดผสมเศษอวัยวะภายใน ร่างปลิวละลิ่วร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นป่าจนเกิดหลุมลึก!
อาเจียร่อนตัวลงมายืนอยู่ริมหลุมอย่างสง่างาม เขาใช้ปลายเท้าเหยียบลงบนยอดอกของหัวหน้ากลุ่มที่กำลังนอนจมกองเลือด หายใจรวยริน นัยน์ตาสีเงินยวงจ้องมองลงมาประหนึ่งมัจจุราชที่กำลังพิจารณาบัญชีบาป
"แฮ่ก... แฮ่ก... เจ้า... หากเจ้าฆ่าข้า... วิหารศัสตราสวรรค์... และสำนักอัสนีบาต จะล่าสังหารล้างโคตรพวกเจ้า..." หัวหน้ากลุ่มยังคงดื้อดึง พยายามงัดเอาชื่อขั้วอำนาจมาข่มขู่
"อ้อ... งั้นหรือ?"
อาเจียแสยะยิ้ม เขาออกแรงกดฝ่าเท้าลงไปจนกระดูกหน้าอกของมันลั่นกร๊อบ "ตาข้าสว่างแล้ว... ก่อนข้าจะส่งเจ้าไปคุยกับรากมะม่วง จงตอบคำถามข้ามา! ระยะเวลาที่พวกข้าหายเข้าไปในรอยแยกมิตินั่น... โลกภายนอกผ่านไปกี่ปีแล้ว!"
"อ๊ากกก! หะ... 5 ปี! พวกเจ้าหายสาบสูญไป 5 ปีเต็ม!" หัวหน้ากลุ่มกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ยอมสารภาพออกมาจนหมดเปลือก
"5 ปี..." อาเจียพึมพำ คิ้วขมวดเข้าหากัน กฎเกณฑ์กาลเวลาในแดนเนรเทศสูญญตามันบิดเบี้ยวจนน่ากลัว ในนั้นพวกเขาอยู่เพียงไม่นาน ทว่าโลกภายนอกกลับผันแปรไปถึงครึ่งทศวรรษ!
"แล้วสำนักชายขอบอย่างอัสนีบาต... เหตุใดมันจึงมีอำนาจสั่งการพวกวิหารศัสตราสวรรค์อย่างพวกเจ้าได้!" อาเจียเค้นเสียงถามต่อ รังสีสังหารยิ่งทวีความรุนแรง
"สะ... สำนักอัสนีบาต... เมื่อ 3 ปีก่อน พวกมันได้ค้นพบ 'มรดกอัสนีสวรรค์โบราณ' และทำข้อตกลงลับกับ 'นิกายมารโลหิต'... บัดนี้ ผู้นำสำนักของพวกมันทะลวงเข้าสู่ระดับ 'วิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์' แล้ว! พวกมันกลายเป็นขั้วอำนาจอันดับ 1 ในแถบนี้! วิหารศัสตราสวรรค์สาขาย่อยของพวกข้า... จึงต้องยอมศิโรราบเป็นพันธมิตร!"
คำสารภาพนั้น ทำให้ฉินมู่หลางและสหายคนอื่นๆ ที่เดินเข้ามาสมทบ ต้องแสดงสีหน้าเคร่งเครียด วิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์... นั่นคือระดับพลังที่ก้าวล่วงวิถีเต๋าทั่วไป และสามารถบดขยี้แผ่นดินได้ด้วยฝ่ามือเดียว!
"แล้วมีอะไรอีก..." อาเจียกดเท้าหนักขึ้น "ทำไมพวกมันถึงตามล่าพวกข้า! และรางวัลนำจับนั่นคืออะไร!"
"อั่ก! สะ... สำนักอัสนีบาต ประกาศกวาดล้างทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ 'อาเจีย' และ 'สำนักกระบี่นิรันดร์'! พวกมันบุกโจมตีหอสุวรรณดาราสาขาที่เคยเป็นแหล่งรับซื้อสินค้าของเจ้าจนต้องถอนตัวออกจากแคว้น... และที่เลวร้ายที่สุด... พวกมันบุกไปที่หมู่บ้านของเจ้า... พวกมันขุดทำลายสุสานของปู่หลิน! กระชากป้ายวิญญาณและเถ้ากระดูกของชายชรามาเผาประจานที่ยอดเขาอัสนี! พวกมันประกาศว่า หากคนขี้ขลาดอย่างเจ้ายังไม่ตาย... ให้ไปคุกเข่ามอบตัว ไม่เช่นนั้น พวกมันจะบดขยี้เถ้ากระดูกนั้นไม่ให้เหลือธุลี และจะตามล่าหุ้นส่วนของเจ้าทุกคนจนสิ้นซาก!"
"ตึงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!"
พริบตาที่คำว่า 'ตัดเส้นทางหาเงินกับหอสุวรรณดารา' และ 'ขุดทำลายสุสานปู่หลิน' หลุดออกจากปากของศัตรู...
มิติอากาศรอบกายของอาเจีย พลันระเบิดออกด้วยคลื่นพลังที่มองไม่เห็น! พื้นดินยุบตัวลงไปลึกกว่า 5 จั้ง! ป่าสนวิญญาณในรัศมี 100 ลี้ หักโค่นราบเป็นหน้ากลองในเสี้ยววินาที!
ปู่หลิน... ชายชราผู้ล่วงลับไปแล้ว ผู้ซึ่งเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่มอบความอบอุ่นให้แก่ทารกไร้เส้นชีพจร การลบหลู่คนตายในวิถีเซียนคือการตัดขาดไม่เผาผี และสำหรับอาเจีย มันคือการเหยียบย่ำ 'สมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต' ที่เขาไม่อาจซื้อคืนมาได้!
กลิ่นอายแห่งความโกรธเกรี้ยว... ความอาฆาต... และรังสีสังหารที่เยือกเย็นที่สุดนับตั้งแต่เริ่มการบำเพ็ญเพียร ปะทุออกมาจากร่างของเขา! นัยน์ตาสีเงินยวงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้ก้นบึ้งอย่างสมบูรณ์!
"ตัดรายได้ของข้ายังพอทน... แต่นำเถ้ากระดูกของตาแก่ที่เลี้ยงข้ามาเผาประจาน..."
น้ำเสียงของอาเจียแผ่วเบา ทว่ามันกลับดังก้องกังวานไปถึงก้นบึ้งวิญญาณของทุกคนในบริเวณนั้น "สวรรค์อยากให้พวกข้าตาย... พวกข้าก็รอดกลับมาได้... แต่ในเมื่อพวกสำนักอัสนีบาต รนหาที่ตายถึงเพียงนี้... บิดาก็จะสงเคราะห์ให้พวกมันได้ถูกลบสัจธรรมจนสูญพันธุ์!"
"ฉัวะ!"
ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ อาเจียตวัดมือเพียงครั้งเดียว ปราณรูปเคียวที่มองไม่เห็นตัดศีรษะของหัวหน้ากลุ่มวิหารศัสตราสวรรค์หลุดกระเด็นออกจากบ่า เลือดสีสดพุ่งทะลักดับสูญวิญญาณไปในพริบตา!
อาเจียก้มลงรูดแหวนมิติจากนิ้วของศพอย่างเชี่ยวชาญ ทว่าแววตาของเขายามนี้ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความตลกขบขัน หรือความหน้าเงินแบบหยอกล้ออีกต่อไป มีเพียงความอำมหิตที่รอการชำระล้างด้วยโลหิต!
"เจ้าถุงเงิน... เก็บกวาดแหวนมิติทุกวง!" อาเจียสั่งการราชันแมงมุมมิติสูญตา ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ 'นาวาสูญตา' ด้วยท่วงท่าที่ดุดันประหนึ่งเทพอสูร
ฉินมู่หลาง เฟิงอี้หราน หลินชิงเสวี่ย เย่ปิงอวิ๋น และเฟิงหลิงเอ๋อร์ มองหน้ากันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นเช่นเดียวกัน สำนักกระบี่นิรันดร์ของฉินมู่หลางก็ถูกคุกคาม บัญชีเลือดครั้งนี้ มันเกินกว่าจะเจรจาได้อีกแล้ว!
"ศิษย์พี่อาเจีย... พวกเราจะเอาอย่างไรต่อไป?" เฟิงหลิงเอ๋อร์ก้าวตามขึ้นไปบนราชรถ เอ่ยถามด้วยความแน่วแน่
อาเจียก้าวขึ้นยืนบนแท่นบัญชาการสูงสุดของมหานาวาสูญตา ปลดปล่อยพลังปราณแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ทั้งหมดเข้าสู่ค่ายกลขับเคลื่อน!
"เจ้าสัว! เผาผลาญศิลาปราณระดับสูง 1,000,000 ก้อนเป็นเชื้อเพลิง! เปิดค่ายกลระดับสูงสุด!"
อาเจียตวาดก้อง คำสั่งที่ยอมผลาญทรัพยากรมหาศาลอย่างไม่เสียดายนี้ บ่งบอกถึงความเอาจริงขั้นสุดยอดของราชันหน้าเงิน!
"ระ... รับทราบขอรับนายท่าน! เตาหลอมวิญญาณจะเผาผลาญทุกสัจธรรมเพื่อความแค้นของท่าน!" เจ้าสัวสั่นสะท้านไปทั่วร่าง มันเร่งเตาหลอมจนเปลวเพลิงสีทองแดงทะลักออกนอกตัวเรือเหาะ!
อาเจียตวัดพู่กันนิรันดร์ชี้ไปยังทิศทางของยอดเขาอัสนี!
"มิตรสหายทั้งหลาย... เตรียมพร้อมศัสตราของพวกเจ้าให้ดี! วันนี้... ราชันของเจ้ากลับมาแล้ว! ข้าจะนำมหานาวาลำนี้ บุกไปบดขยี้สำนักอัสนีบาตให้แบนเป็นหน้ากลอง และข้าจะตามไปเก็บดอกเบี้ยเลือดทบต้นจากพวกมัน... ทุก-ตัว-ตน!"
"ครืนนนนนนนนนน!!!"
มหาราชรถแห่งสูญตาส่งเสียงคำรามก้องฟ้า พุ่งทะยานแหวกมิติขึ้นสู่เมฆาด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด ทิ้งไว้เพียงซากความพินาศของป่าสนและศพของวิหารศัสตราสวรรค์!
การเดินทางไปทวงหนี้สวรรค์ และมหาสงครามแห่งการนองเลือดที่จะสั่นสะเทือนทวีปผู้แสวงมรรค... ได้เปิดฉากขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ!