เมื่อมาถึงโรงเรียนแล้วเธอก็เห็นผู้คนมากมายกำลังเตรียมการกันให้วุ่นทั้งรุ่นพี่ม.ปลายที่กำลังจัดระเบียบรุ่นน้องให้ขึ้นอัฒจันทร์กันอย่างเป็ระเบียบอากาศเองก็ค่อย ๆ ร้อนขึ้น สแลนด์ที่ขึงออกมาจากบนอัฒจันทร์ซึ่งเอาไว้ช่วยบังแดดก็ไม่ค่อยบรรเทาความร้อนอะไรมากนักเพราะไอร้อนยังคงคุกรุ่นอยู่โดยรอบ
เด็กสาวร่างอวบเดินมาจากหน้าโรงเรียนสวมเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อนกันแดดมา สวมหมวกแก๊ป เดินคนเดียวมายังอัฒจันทร์โดยผ่านสีชมพูอย่างพวกห้องหนึ่ง อดคิดถึงต้นไม่ได้
‘ตานั่นจะมากีฬาสีหรือเปล่าน้า ถ้ามาก็ดีจะได้ขอบคุณเื่ช่วยติวไปเลยจะได้ไม่มีบุญคุณต่อกันอีก’
“สวัสดีจ้า” เด็กสาวทักทายเพื่อน ๆ ที่กำลังจัดข้าวของอย่างอารมณ์ดี“มีอะไรให้เราช่วยไหม”
“เออนี่ ฟ้า เอาหมวกแจกน้อง ๆ ที่เหลือที”
หลังจากแจกหมวกเสร็จเธอก็ไปช่วยเขาเตรียมน้ำมาแจก พอข้างล่างเสร็จธุระแล้วเธอจึงไปยืนรออยู่ข้างหลังเพื่อหาอะไรทำ
“นี่ฟ้า เดี๋ยวเธอตามพวกที่เหลือไปนั่งกับน้อง ๆ บนอัฒจันทร์ทีนะ”หวานซึ่งเป็หัวเรี่ยวหัวแรงในการนำเชียร์สีฟ้ากล่าวขึ้น
‘รู้งี้ไม่น่ารับปากเลยเรา’
เธอค่อยๆ ขึ้นเอาขาอวบข้างหนึ่งพร้อมกับแขนจับที่นั่งไม้ขึ้นไป ให้ตายสิไม้ที่จับก็ร้อนเสียด้วย
จนในที่สุดเด็กสาวก็ขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทร์ได้สำเร็จโดยเธอไปนั่งชั้นที่สองเพื่อจะได้หาโอกาสลงมาได้ง่าย ๆ นั่นเอง
ในขณะที่รุ่นน้องทุกคนกำลังวุ่นวายกับการดื่มน้ำพร้อมกับพร็อพที่รุ่นพี่ทุกคนแจกจ่าย อิงฟ้าก็มองหาเพื่อนรักของเธอแต่มองเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เธอจึงโทรศัพท์หา
“ไง ฟ้า” ดอกไม้ตอบกลับมา หลังจากรอสายสักครู่ใหญ่
“เธออยู่ไหน ไม่ได้มาที่อัฒจันทร์หรอ”
“รถติดนิดหน่อยอ่ะ แต่เกือบถึงละ มีอุบัติเหตุ ถ้าไปถึงฉันอาจจะไปอัฒจันทร์ก่อนแหละ เผื่อกินอะไรกัน”
“เธอแข่งรอบบ่ายนี่ประมาณกี่โมง”
“บ่ายสองประมาณนั้นน่ะ”
“งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ”
งานกีฬาสีดำเนินไปได้อย่างราบรื่นใน่เช้ามีการเปิดเชียร์อย่างอลังมลังเมลืองแข่งกันเหมือนเช่นทุกปีทั้งะโร้องเพลงเชียร์ที่ฝึกซ้อมน้อง ๆ กันมา โดยเฉพาะห้องของเธอที่จัดชุดใหญ่ไฟกะพริบทั้งกองเชียร์และเชียร์ลีดเดอร์
สักพักใหญ่ดอกไม้ก็วิ่งกระหืดกระหอบมาในชุดสตาฟฟ์สีฟ้าเหมือนเธอ อีกมือหิ้วกระเป๋าเป้มาด้วยคงจะเป็อุปกรณ์ใช้ผลัดเปลี่ยนสำหรับการวิ่ง
“มาถึงจนได้นะเนี่ย” อิงฟ้ากล่าวขึ้น ก่อนจะลงมาจากสแตนด์เชียร์ก่อนหน้านี้ เธอเองก็มัวมันกับการร้องเพลงเชียร์จนลืมร้อนและลืมเพื่อนไปเลย
“รถติดบ้ามาก ตรงนี้มีอะไรให้กินป่ะ”เนื่องจากตอนเช้าดอกไม้ยังไม่ได้กินอะไรมาเลย เพราะรถติด เธอจึงหิวมาก
“มี ๆ ฉันเห็นแวบ ๆ ว่ามีข้าวกล่องนะ”
ทั้งคู่เดินไปด้านหลังกองเชียร์ดอกไม้บอกกับพวกที่ดูแลพวกสวัสดิการขอข้าวกล่องและเธอก็เป็นักกีฬาไม่จำเป็ต้องขึ้นเชียร์หรืออยู่กองเชียร์ก็ได้
“แต่คนที่ไม่ได้เป็นักกีฬาต้องอยู่นะ” เพื่อนคนดังกล่าวว่าเสียงขรึม
“อืม ๆ รู้แล้วล่ะ” ทิพย์ลดารับคำผ่าน ๆ ก่อนจะหยิบข้าวมาสองห่อ เผื่อเพื่อนของเธอด้วยนั่นเอง
อิงฟ้ารีบฉวยโอกาสที่เพื่อนเธอเปิดทางให้เดินตีเนียนออกจากตรงนั้นไปเลยทั้งคู่
“แล้วนี่เราจะไปไหนกันเนี่ย” เด็กสาวร่างอวบถามขึ้น
“เดี๋ยวเธอไปอยู่เป็เพื่อนฉันที่ซุ้มนักกีฬานิดหนึ่งนะ ฟ้า”
“ฮ่า ๆ ดีเลย ฉันเอาการ์ตูนเอย นิยายเอยมาอ่านเพียบแถมซุ้มนักกีฬายังอยู่ไม่ไกลจากห้องสมุดด้วย”เธอเอ่ยอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงสถานที่ที่จะไปแอบกบดานจากสายตาคนอื่นๆ
“ต่อไปก็อย่าไปรับปากส่ง ๆ นะยะ เงียบ ๆ ไว้”
“เออ รู้แล้วล่ะน่า ขอบใจเธอมากที่ช่วยดึงฉันออกมา เฮ้อนั่งอยู่บนนั้นร้อนแทบแย่ ดีนะ ที่ตอนแหกปากร้องเพลง มันทำให้ฉันลืมร้อนได้บ้าง”อิงฟ้าว่าพลางเอาผ้าเช็ดหน้าซับหน้าตนไปด้วย“โชคดีที่ที่เขาเอากีฬาวิ่งไปไว้ตอนบ่าย ๆ ไม่งั้นได้เกิดฆาตกรรมหมู่กันแน่ ๆอากาศแบบนี้”
ณซุ้มนักกีฬา
ซุ้มนักกีฬาถูกจัดไว้ใกล้ๆ กับอาคารเรียน4 ซึ่งเป็ตึกเรียนพวกเด็กสายวิทย์และเป็ตึกเรียนปัจจุบันของเด็กสาวด้วยมีเต็นท์โค้ง ๆ กางเป็แถบยาวพอสมควร ภายในมีเก้าอี้ มีมุมให้วางของนิดหน่อยเพราะเป็แค่เต็นท์ชั่วคราว
อิงฟ้าถึงกับตาโตเมื่อเห็นนักกีฬาชายบางคน ถอดเสื้อเพราะร้อน เผยให้เห็นกล้ามเป็มัด ๆหน้าท้องบางคนเผยให้เห็นกล้ามท้องเป็ซิคแพ็ค
“เฮ้ย ยัยฟ้า เช็ดน้ำลายเดี๋ยวนี้” ดอกไม้แซว
“จะบ้าหรอ ฉันไม่ได้สนใจอะไรแบบนั้นสักหน่อย”เด็กสาวร่างอวบทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ รีบหยิบนิยายในกระเป๋ามาอ่านทันที
“อ๋อหรอออออ”
ไม่นานเพื่อนที่เป็นักวิ่งด้วยกันก็มาชวนดอกไม้เพื่อนของเธอไปคุยเื่อะไรนิดหนึ่ง
“เออ ฟ้า เดี๋ยวเรามานะ”
“ไปไหนอ่ะ”
“พอดี เพื่อนชวนไปซื้อของที่ร้านสวัสดิการเป็เพื่อนหน่อยน่ะ แป๊บนะเดี๋ยวกลับมา”
“ได้สิ เอาเลย ฉันก็อยู่นี่” คอยเหล่ซิคแพ็ครอละกันนะจ๊ะ อิอิ
ในตอนนั้นเองขณะที่เธอกำลังนั่งอ่านนิยายอยู่นั้น เสียงแว่ว ๆของพวกผู้หญิงในซุ้มกีฬาก็ดังขึ้น
“นี่ ๆ ต้นกำลังแข่งบาสอยู่เลย ไปดูกันเปล่า”
“ต้นห้อง 1 อ่ะหรอ”
“ใช่ ๆ เนี่ย พวกรุ่นน้องไปดูกันเต็มเลยล่ะ”
อะไรกันยัยพวกนี้แค่คนคนหนึ่งแข่งบาสจะอะไรกันนักหนา
---------------------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อเด็กสาวไปถึงบริเวณสนามแข่งบาสซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากซุ้มนักกีฬานักเธอก็เห็นปรากฏการณ์ ‘สาวมุง’ คือจริงๆ ผู้ชายที่ดูมันก็มีแต่ถูกผู้หญิงส่วนใหญ่กลบกันหมด
“พี่ต้นเท่เวอร์อ่า แก”
“แกๆ”
“แกๆ ...”
โอยมันจะวุ่นวายอะไรกันหนักหนา นี่มาดูบาสหรือมาดูอะไรกันยะ
เด็กสาวค่อยๆ เขย่งตัวยืนดู ตอนนี้สีชมพูห้องหนึ่งกำลังแข่งกับสีม่วงห้องห้าโดยทั้งสองทีมมีคะแนนเสมอกันอยู่1-1
ตรงกลางของทีมสีชมพูมีร่างสูงของคชายืนเดาะลูกบาสอยู่ก่อนจะวิ่งล่อให้ทีมตรงข้ามวิ่งตามไปตามมาสักพัก เขามาถึงแป้นบาสฝ่ายตรงข้ามมีคนอื่น ๆ ในทีมตรงข้ามคอยจะแย่งลูกบาสจากเขาและแย่งไปได้สำเร็จแต่ไม่นานเขาก็เอาคืนกลับมาได้พร้อมกับชู้ตลงห่วงลงไปอย่างสวยงาม
‘ว้าว เท่ไม่เบาเหมือนกันแฮะ แต่ โอ๊ย หนวกหูจังเลย จรลีดีกว่าเรา’ ถึงจะอยากอยู่เชียร์แต่เสียงกรี๊ดรอบตัวช่างน่ารำคาญนัก เด็กสาวใช้ร่างอวบของเธอดันคนออกมาจนสำเร็จในที่สุด
---------------------------------------------------------------------------------------
หลังจากกินข้าวที่ซุ้มนักกีฬากับดอกไม้จนเสร็จก็รอถึงเวลาประมาณบ่ายสองถึงจะเริ่มแข่งวิ่ง อิงฟ้าหันมาพูดกับดอกไม้ที่กำลังผูกเชือกรองเท้าอยู่
“สู้ไหม เพื่อน”
“สู้ดิ” เธออุตส่าห์ซ้อมวิ่งมาตั้งหลายวันเพื่อคว้าชัยชนะในวันนี้โดยเฉพาะ
“ดูมั่นใจจังเลยนะ”
ทั้งสองคนหันต่างหันไปมองเ้าของเสียงข้างหลัง
“เฮ้ย นี่นายวิ่งด้วยหรอ” ดอกไม้ว่าพลางมองดูตัวที่ไม่ผอมไม่อ้วนจนเกินไปของคชา
“ทำไม เธอมีปัญหาอะไรงั้นหรือ”
“ไม่กล้ามีหรอก กลัวโดนด่าเหมือนยัยฟ้า” ทิพย์ลดาอดเหน็บแนมเด็กหนุ่มกลับไม่ได้เพราะยังเคืองไม่หายที่เขามาว่าอิงฟ้าเพื่อนของเธอ
เขานิ่งไปนิดนึง
“เฮ้ย ต้น เดี๋ยวเขาจะเรียกตัวแล้ว ไปกันเถอะ” หนึ่งในเพื่อนนักกีฬาที่อยู่แถวนั้นพูดขึ้น
“ดอกไม้ เธอก็ไปได้แล้ว” ต้นหันมาบอกเด็กสาวร่างเล็กต่อ
เธอมองหน้าหล่อๆ นั้นนิดนึงก่อนจะพยักหน้าตอบรับและเดินออกมา
“สู้ ๆ นะ เพื่อน” อิงฟ้าพูดให้กำลังใจเพื่อนสาว
“แน่นอน ฉันจะต้องชนะให้ได้ ฟ้า” เธอพูดเสียงดังเพื่อเป็การข่มเด็กหนุ่มที่ยืนรออยู่แถวนั้นไปด้วยในตัว
“แล้วเธอล่ะ แข่งอะไร” หลังจากดอกไม้เดินออกไปเขาก็เอ่ยถามเธอขึ้น
“กล้าคุยกับฉันแล้วหรือ” อิงฟ้าถามอย่างแปลกใจที่เขามาชวนเธอคุยแบบนี้เพราะก่อนหน้านี้เขาคอยหลบหน้าเธอตลอด
“ก็เธอบอกว่าเจอกันก็ทักกันบ้าง ฉันก็มาคิดดูว่าคนเราเคยคุยกันไม่ทักกันบ้างก็ดูแปลก ๆ”
“แล้วก่อนหน้านี้ทำไมต้องหลบหน้าหลบตา”
“ก่อนหน้านี้ไม่ได้คิด แต่ไม่กี่วันมานี้ฉันก็คิดว่าที่เธอพูดก็ดูมีเหตุผลอีกอย่างเธอก็ไม่ใช่คนนิสัยเลวร้าย” เขาว่าขึ้น
“อยากจะเป็เพื่อนกับฉันแล้วสิ” เธอเอ่ยยิ้ม ๆ
“ไม่ ก็แค่มาคุยดี ๆ ด้วย ไม่ได้อยากมาเป็เพื่อน”
“อ๋อ เออ ๆ” เธอรับคำอย่างงงๆ
“เธอยังไม่ได้ตอบฉันเลยว่าแข่งอะไร” เมื่อเห็นเธอนิ่งไปเขาก็เอ่ยถามขึ้น
“ไม่อ่ะ ฉันไม่ได้แข่งอะไร แล้วนี่ว่าแต่แข่งบาสฯ เมื่อเช้าสรุปแพ้หรือชนะ”
“ชนะ” เขาตอบสั้นๆ ตามเคย
“อ๋อ ก็ดี” เด็กสาวว่าพลางยักไหล่นิด ๆ ไม่อยากชมเขามากนัก
“เธอเองก็มีกีฬาเหมาะ ๆ จะลงอยู่นะ ฉันแนะนำให้ไหม”
“อืม อะไรงั้นหรอ”
“กีฬาวิ่ง แต่มีเปลี่ยนอะไรนิดหน่อย”
“หาา วิ่ง? ฉันเนี่ยนะ”
“แค่เปลี่ยนจาก running เป็ rolling เธอก็ลงแข่งได้ไม่ต้องคัดตัวแล้วล่ะ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างกับสีหน้าและก็เดินออกไปจากตรงนั้นทิ้งให้เธอยืนงงกับคำพูดของเขา
เดี๋ยวนะ running rolling อะไรวะ
Runวิ่ง Roll กลิ้ง
ให้เราไป rolling ให้เราไปกลิ้ง
เดี๋ยวนะนี่ด่าฉันหรอเนี่ย
“หึยยย ตาบ้า นายนี่มัน เดี๋ยวเหอะ”
และแล้วการแข่งวิ่งผลัดระดับมัธยมปลายก็เริ่มขึ้นเสียงนกหวีดดังขึ้นขัดจังหวะเชียร์ลีดเดอร์และกองเชียร์ที่กำลังร้องเพลงกันอย่างเมามันให้หยุดลงเป็การชั่วคราว
‘ตานั่น ไม้สุดท้าย ก็เหมือนดอกไม้น่ะสิ’ อิงฟ้ามองไปที่ลู่วิ่งบนสนามกีฬาขนาดใหญ่กลางโรงเรียน‘สู้เค้านะ ยัยดอกไม้เพื่อนเลิฟ ชนะตานั่นให้ได้เลยนะ’
ทันใดนั้นเองหลังสิ้นเสียงสัญญาณนกหวีดครั้งที่สองนักวิ่งทั้งหกสีต่างวิ่งออกตัวกันออกไปอย่างรวดเร็วคราวนี้เสียงเชียร์บนอัฒจันทร์กลับมากึกก้องกระหึ่มน่าหนวกหูเหมือนเดิมแล้ว
ไม้หนึ่งไม้สอง ไม้สามผ่านไปได้ด้วยดี ตอนนี้สีที่นำคือสีชมพู ตามมาด้วยสีฟ้า สีเหลืองสีม่วง สีส้มและสีเขียวตามๆ กันมา
ไม้มาถึงมือของต้นซึ่งอยู่สีชมพูต่อด้วยดอกไม้ซึ่งทันทีที่ได้รับไม้ ทั้งหมดก็ต่างออกวิ่งสุดกำลังของตัวเองแต่รอบนี้เสียงกระหึ่มเชียร์สีชมพูกลับดังขึ้นกว่านาทีก่อนๆ เพราะตัวนักกีฬาที่วิ่งนั่นเอง
เด็กสาวร่างบางทีมสีฟ้าเองก็ไม่ยอมแพ้เธอห่างกับเขาไม่กี่เมตรและนี่ไม้สุดท้ายแล้ว เธอจะต้องเอาชนะเ้าคนแบบนี้ให้ได้ถ้าชนะตานี่ได้เธอจะหัวเราะดัง ๆ ใส่หน้าตานี่จนกว่าตัวเองจะสะใจไปเลยเป็การแก้แค้นที่มาว่าเพื่อนเธอด้วย
แต่ทันใดนั้นเองสีเขียวที่อยู่หลังสุดกลับวิ่งสุดกำลังราวกับจะเค้นแรงสุดท้ายที่ตนมีนำสามสีมาได้ในที่สุดจนกระทั่งตอนนี้ใกล้จะถึงตัวดอกไม้แล้ว
ทิพย์ลดาเองก็วิ่งสุดกำลังจนในที่สุดเธอก็สามารถวิ่งนำคชาได้เป็ผลสำเร็จ และอดไม่ได้ที่จะหันหน้ามาเยาะเย้ย
ในขณะเดียวกันนักวิ่งหญิงสีเขียวม้ามืดก็วิ่งขึ้นมา ไม่สนว่าจะนอกลู่แล้วหรือไม่ด้วยความเร็วที่วิ่งมาสุดชีวิต บวกกับความประมาทและคาดไม่ถึงของเด็กสาวร่างบางเธอจึงโดนชนอย่างแรงจนล้มลงกลางสนาม ทั้ง ๆ ที่อีกครึ่งทางก็จะถึงเส้นชัยแล้ว
ทั้งสนามใกันไปแป๊บหนึ่งแต่กลองตามกองเชียร์ต่างๆ ก็ยังคงรัวกันเสียงดัง แล้วไม่นายทุกคนก็เชียร์กันต่อ
“เฮ้ย ดอกไม้ ทำไมยังไม่ลุกขึ้นเลยล่ะ” อิงฟ้าพึมพำกับตนเองเมื่อเห็นว่าเพื่อนของเธอยังล้มฟุบไม่ลุกขึ้นอยู่สักพักแล้ว
เด็กสาวร่างบางกุมหัวไหล่ร่างเธอถูกชนอย่างแรงจนปวดหนึบไปซีกหนึ่ง จุกและเจ็บจนลุกไม่ไหว คนแต่ละคนวิ่งผ่านเธอไปโดยไม่ได้สนใจอะไรเสียนอกจากเส้นชัย
เด็กหนุ่มเองที่ยังคงวิ่งอยู่แอบชำเลืองมองข้างหลังก็เห็นเพียงแค่สีอื่น ๆที่วิ่งตามมายกเว้นร่างเล็กที่วิ่งตามเขามาติด ๆ และเมื่อเขาหันไปเด็กหนุ่มก็เห็นเด็กสาวชุดกีฬาสีฟ้ายังคงฟุบลงกับพื้นไม่ยอมลุกเสียที
เมื่อเห็นดังนั้นแทนที่จะวิ่งพุ่งเข้าไปยังเส้นชัยเขากลับเลือกที่จะวิ่งย้อนกลับไปที่ร่างของดอกไม้ที่ล้มอยู่ คชายื่นมือไปให้เธอจับก่อนจะเอ่ยเบา ๆ
“ลุกไหวไหม”
“นาย ช่วยหน่อยก็ดี”
เขาค่อยๆ ประคองร่างของทิพย์ลดาขึ้นมาอย่างช้า ๆ สักพัก ทีมหน่วยปฐมพยาบาลจึงวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุราวกับเพิ่งรู้หน้าที่ว่าต้องทำอะไร
“ไม่ ฉันจะวิ่งต่อ” ดอกไม้ว่าขึ้นอย่างไม่ยอม
ในที่สุดสีเขียวก็วิ่งเข้าเส้นชัยเป็ที่เรียบร้อย ตามด้วยสีม่วง สีเหลืองและสีส้มตามลำดับ กองเชียร์สีเขียวร้องเชียร์ ลั่นกลองอย่างดีใจ
“เธอไม่ไหวแล้ว ขึ้นเปลเถอะ” ต้นว่าเมื่อเห็นสีหน้าเหยเกของร่างเล็กที่ใครหลายคนช่วยประคองมา
ในเมื่อการแข่งสิ้นสุดลงแล้วเธอจึงทำตามที่เด็กหนุ่มบอกโดยดี ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ขอบใจนายมากจริงๆ” เด็กสาวพูดอย่างซึ้งใจ
ที่นั่นอิงฟ้าเองที่ยืนอยู่ก็รีบเดินเข้ามายังเปลที่หามเพื่อนรักของตนมา
“ดอกไม้ ๆ” เด็กสาวพูดเสียงลน ๆ อย่างเป็ห่วงภาพที่เธอเห็นก่อนหน้านี้ นักวิ่งสีเขียววิ่งชนเพื่อนเธอเข้าอย่างแรงจนเธอใและยิ่งใหนักขึ้น เมื่อผ่านไปซักพักแล้ว เพื่อนเธอก็ยังคงฟุบอยู่ตรงนั้นนี่ถ้าไม่ได้ต้นช่วยไว้ ก็ไม่รู้ว่าเพื่อนเธอจะลุกเองไหวหรือเปล่าเหมือนกัน “เธอเป็ไงบ้าง” เธอเอ่ยถามเพื่อนสนิทสาวที่นอนอยู่บนเปล
“จุกอ่ะดิ แม่งวิ่งมาชนได้ เจ็บโคตร”
“แกเจ็บตรงไหนบ้าง”
ทุกคนที่เป็ฝ่ายปฐมพยาบาลรวมถึงอิงฟ้าต่างช่วยหายาทา ยานวด หาผ้าเช็ดเนื้อเช็ดตัวคนไม่สบายทันที
และในขณะที่เธอกำลังทายาให้เพื่อนนั่นเองดอกไม้ก็พูดขึ้นมาว่า
“เสียดายอ่ะ ฟ้า ถ้าไม่โดนมันชนล่ะก็ ป่านนี้ชนะไปแล้ว อีกอย่างต้นเขาก็มีน้ำใจมากเลยนะที่มาช่วยฉัน ไม่น่าเชื่อเลย”
“รอดมานอนบ่นตรงนี้ได้ก็น่าดีใจแล้วน่า ระหว่างเพื่อนกับรางวัลที่ 1สำหรับฉัน เธอน่ะสำคัญที่สุด รู้ไหม”
“โหวว นี่ถ้าเปลี่ยนแกเป็ผู้ชายมาพูดแบบนี้กับฉันล่ะก็ ฉันจะดีใจสุด ๆไปเลย”
“แหม ให้มีแรงเดินก่อนเถอะย่ะ”
ไม่นานเสียงเสียงหนึ่งก็ดังมาจากข้างหลังเสียงแตกหนุ่มแต่แหลมเล็กดังแหวกขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มคน
“โอ๊ย หลบ ๆ ๆ หลบหน่อยจ้า” แนทตี้วิ่งมาในชุดเชียลีดเดอร์ขนนกสีเขียวกรุยกรายแหวกคนเข้ามาหาดอกไม้ น้ำเสียงร้อนรนเพราะต้องแหวกคนที่ไม่ค่อยจะหลบทางให้“นังดอก แกอยู่ไหน๊”
“อยู่นี่ ดอกไม้อยู่นี่จ้ะ” อิงฟ้าว่าขึ้นก่อนจะชูมือขึ้นให้เขาเห็น
แนทตี้รีบเข้ามาหาเพื่อนสาวคนสนิทคุยอย่างกังวลใจ
“แกเป็ไงบ้างเนี่ย บ้าจริง ไอนั่นวิ่งเข้ามาชนแกเฉย โชคดีที่ต้นมาช่วยไว้”
เพื่อนชายสาวรัวคำพูดเป็ชุดน้ำเสียงเป็ห่วงเป็ใยจากใจจริง
“ดีขึ้นหน่อยแล้วล่ะ แต่ยังจุก ๆ อยู่เลย”
“คนหรือช้างวะน่ะ ตัวก็ผอม ๆ แห้ง ๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะชนหล่อนล้มแบบนั้น”
ในขณะที่ฟังทั้งคู่คุยกันอยู่เธอเองที่รู้สึกปวดปัสสาวะจึงขอออกตัวไปห้องน้ำ
“เดี๋ยวสัก 15 นาทีนะ แนทตี้ยังไม่ถึงเวลาหลีดแสดงใช่ไหม”
“ตั้งบ่ายสามครึ่ง นี่อีก 30 นาทีเดี๋ยวถ้าฟ้ามาไม่ทัน ฉันต้องฝากนังดอกนี่กับคนแถวนี้ล่ะ”
“โอเคๆ ยังไงฉันจะรีบมานะ” อิงฟ้าเองก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่งเมื่อเห็นว่าแถวนี้ก็เป็ซุ้มนักกีฬาแผนกปฐมพยาบาล มีคนคอยดูแลเธออยู่
หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเธอก็เดินออกมาข้างหน้าห้องน้ำเพื่อล้างมือ แต่ในขณะที่ล้างอยู่เสียงค่อนข้างดังจากฝั่งห้องน้ำชายด้านขวามือก็แว่วขึ้นมาให้ได้ยิน
“อะไรของนายเนี่ย ต้น เกือบจะถึงเส้นชัยอยู่แล้วนะ”
“พวกนายจะให้ฉันไม่สนใจคนที่ล้มจนลุกไม่ไหวแบบนั้นได้ไง” คชาพูดอย่างไม่พอใจนัก
“ฉันก็ไม่ได้ไม่เห็นด้วยกับที่นายไปช่วยคนเจ็บหรอกนะ แต่กองปฐมพยาบาลก็มีเกิดอะไรขึ้นมา พวกเขาต้องมาช่วยอยู่แล้ว นายจะทะเล่อทะล่าเข้าไปช่วยทำไม”
“นั่นน่ะสิ เราให้นายลงแข่งแทนเจเพราะอยากให้ชนะ ไม่ได้อยากให้แพ้แบบนี้ถ้าเจยังอยู่ สีเราก็คงชนะเหมือนทุกปีน่ะแหละ”
เด็กสาวร่างอวบที่แอบยืนฟังอยู่นึกสงสารเด็กหนุ่มขึ้นมาจับใจ คนพวกนั้นต่างพูดด้วยความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ความอยากชนะด้วยกันทั้งนั้นไม่เห็นมีใครชมว่าต้นเขาทำดีที่ช่วยเหลือคนเลยสักคน ทั้ง ๆ ที่สิ่งนี้เธอมองว่ามันมีค่ามากกว่ารางวัลที่ 1 ที่จะได้รับแท้ ๆ
“เฮ้อ ถ้าแบบนั้นฉันก็ต้องขอโทษพวกนายทุกคนจริง ๆที่ทำให้ห้องเราพลาดรางวัลในปีนี้ ฉันขอตัวก่อนล่ะนะ” ว่าจบเด็กหนุ่มก็เดินเลี่ยงออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์
จะด้วยความโกรธเป็ตัวผลักดันหรือเปล่ามิอาจทราบได้เด็กสาวที่มักยอมคน เป็คนง่าย ๆ อย่างเธอจึงก้าวเดินฉับ ๆ ออกไปที่คนพวกนั้น พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“ฉันรู้นะ ว่าชัยชนะเป็สิ่งที่พวกนายปรารถนาและนั่นก็ช่างน่าผิดหวังจริง ๆ”
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------