จารึกที่ 74 : หินลับมีดบรรพกาล : เปลือกนอกและเนื้อใน
บรรยากาศภายในวิหารศาสตราโบราณเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตนเอง
มันช่างแตกต่างจากภายนอกที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของวิญญาณและความวุ่นวาย ที่นี่มีความขลังและแรงกดดันที่มองไม่เห็นกดทับลงมาที่หัวไหล่ หากเป็นศิษย์ระดับสร้างรากฐานทั่วไปคงเข่าอ่อนทรุดลงไปแล้ว แต่สำหรับอาเจียที่มี 'พู่กันนิรันดร์' คอยต้านทานแรงกดดันทางจิตวิญญาณ เขากลับเดินผิวปากได้อย่างสบายใจ
"โอ้โห..."
อาเจียกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงกว้าง ดวงตาของเขาเปล่งประกายระยิบระยับยิ่งกว่าดวงดาว
บนแท่นบูชาหินนับสิบแท่นที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง มีศาสตราวุธระดับสูงวางสงบนิ่งอยู่ ไม่ว่าจะเป็นทวนยาวสีเงินยวง ดาบใหญ่ที่สลักลวดลายพยัคฆ์ หรือแส้เหล็กที่ดูคล้ายกระดูกงู
"ทวนระดับมนุษย์ขั้นสูง... ดาบระดับปฐพีขั้นต้น... รวย! รวยเละ!" อาเจียแทบจะกระโจนเข้าไปกวาดทุกอย่างลงถุงมิติ
"ช้าก่อนเจ้าโง่!" เสียงมู่เฉินตวาดขัดจังหวะความโลภ "อย่าเพิ่งเก็บเศษเงินเศษทอง เป้าหมายที่แท้จริงอยู่ตรงกลางนั่น!"
อาเจียชะงัก แล้วหันไปมองยังแท่นบูชาประธานที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง
ที่นั่น... มีกระบี่เล่มหนึ่งลอยคว้างอยู่เหนือแท่นหิน
มันคือ 'กระบี่เจ็ดสังหาร' ตัวกระบี่เป็นสีแดงฉานดุจโลหิต ความยาวสามศอก ปล่อยกลิ่นอายสังหารที่รุนแรงจนอากาศรอบๆ บิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น เพียงแค่มองตาก็รู้สึกแสบพร่ายิ่งนัก
"นั่นน่ะหรือ... ของที่ศิษย์พี่หลี่ตามหา?" อาเจียกลืนน้ำลาย "ดูอันตรายชะมัด แต่ถ้าเอาไปขายคงได้ราคาถล่มทลาย"
เขาย่องเข้าไปใกล้ หมายจะคว้ากระบี่เล่มนั้น
"หยุด!" มู่เฉินสั่งเสียงเครียด "ถ้าเจ้าแตะมัน เจ้าตายแน่... กระบี่นั่นมี 'คำสาปโลหิต' ผู้ที่ครอบครองมันจะต้องสังเวยเลือดเนื้อทุกวัน มิเช่นนั้นมันจะกินผู้ใช้เป็นอาหาร เจ้าอยากจะเป็นทาสกระบี่หรือไง?"
อาเจียชักมือกลับทันทีราวกับถูกไฟลวก "กินผู้ใช้? ของแบบนี้ให้ฟรีข้าก็ไม่เอา! ข้าต้องการเงินไปเสพสุข ไม่ใช่ไปเป็นอาหารดาบ!"
"งั้นข้าควรเอาอะไรไปดี? หรือจะกวาดพวกอาวุธรอบๆ นี้ไป?"
"มองต่ำลงมา..." มู่เฉินแนะนำเสียงเรียบ "มองไปที่สิ่งที่ 'รองรับ' กระบี่นั่นอยู่"
อาเจียก้มลงมองแท่นหินสีดำทึมๆ ที่ดูเหมือนก้อนหินธรรมดาซึ่งวางอยู่ใต้กระบี่เจ็ดสังหาร มันดูไร้ราคา ผิวหยาบกระด้าง และไม่มีแสงสีใดๆ เปล่งออกมาเลย
"ก้อนหิน?" อาเจียเลิกคิ้ว "ท่านจะให้ข้าแบกก้อนหินกลับบ้านเนี่ยนะ?"
"สายตาเจ้ามันมีแต่ตากล" มู่เฉินแค่นเสียง "นั่นไม่ใช่หินธรรมดา แต่มันคือ 'หินลับมีดบรรพกาล' ...เจ้าคิดว่ากระบี่เจ็ดสังหารคมกล้าขึ้นมาได้เพราะอะไร? เพราะมันถูกวางอยู่บนหินก้อนนี้มานับพันปี!"
"หินก้อนนี้ดูดซับ 'จิตสังหาร' ส่วนเกิน และขัดเกลา 'จิตกระบี่' ให้บริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา... ตัวกระบี่คือ 'เปลือก' ที่ทรงพลัง แต่หินก้อนนี้คือ 'เบ้าหลอม' ที่สร้างความทรงพลังนั้น! หากเจ้าได้มันไป เจ้าสามารถใช้มันขัดเกลาอาวุธใดก็ได้ให้กลายเป็นศาสตราระดับสูง... หรือแม้แต่ใช้ขัดเกลาจิตใจของเจ้าเอง!"
อาเจียตาลุกวาวทันที "เครื่องผลิตอาวุธระดับเทพ!"
สมองพ่อค้าคำนวณกำไรขาดทุนเสร็จสรรพภายในเสี้ยววินาที หลี่มู่กู่ต้องการกระบี่ (ซึ่งเป็นของอันตรายและภาระ) ส่วนเขาจะได้เครื่องมืออัปเกรดสินค้า (ที่เป็นบ่อเงินบ่อทองระยะยาว)
"เอาล่ะ... แต่ถ้าข้าหยิบหินออก กระบี่มันจะร่วงไหม? หรือค่ายกลจะทำงาน?"
"ใช้ 'อักขระหลิง' ของเจ้าสิ" มู่เฉินแนะนำ "สร้าง 'ความว่างเปล่า' ขึ้นมาแทนที่ก้อนหิน หลอกค่ายกลว่าวัตถุยังอยู่ที่เดิม แล้วสลับเอาก้อนหินออกมา... นี่คืองานถนัดของเจ้าไม่ใช่รึ?"
อาเจียแสยะยิ้มมุมปาก เขาหยิบก้อนหินธรรมดาๆ ก้อนหนึ่งออกมาจากถุงมิติ (เตรียมพร้อมเสมอ)
เขาวาดนิ้วกลางอากาศอย่างแผ่วเบา อักขระ 'ศูนย์ (0)' ปรากฏขึ้น มันไม่ได้ส่องแสงสว่างจ้า แต่กลับดูดกลืนแสงรอบข้างจนมืดมิด
วิถีแห่งสูญตา : สลับตรรกะ
อาเจียยื่นมือเข้าไปใต้กระบี่ที่ลอยอยู่ แสงสีดำของอักขระห่อหุ้ม 'หินลับมีดบรรพกาล' และ 'หินธรรมดา' เอาไว้
วูบ!
ในพริบตาเดียว หินลับมีดบรรพกาลก็มาอยู่ในมืออาเจีย ส่วนหินธรรมดาก็ไปวางแทนที่อยู่ใต้กระบี่
ค่ายกลไม่สั่นไหว... กระบี่ไม่ร่วงหล่น... ไม่มีสัญญาณเตือนภัยใดๆ ดังขึ้น เพราะสำหรับอักขระสูญตา "ความมี" และ "ความไม่มี" คือสิ่งเดียวกัน
"หนักชะมัด!" อาเจียบ่นอุบอิบขณะรีบยัดหินลับมีดลงถุงมิติ "แต่นี่แหละน้ำหนักของความรวย!"
ครืนนนน!
ทันใดนั้น ประตูวิหารบานใหญ่ก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงกลไกปลดล็อกดัง แกร็ก! มาจากด้านนอก
"แย่แล้ว... ศิษย์พี่หลี่ทำลายค่ายกลเสร็จแล้ว!" อาเจียหันซ้ายแลขวา "ถ้าข้าออกทางเดิมต้องสวนกับพวกเขาแน่"
"ไปทางหลังวิหาร!" มู่เฉินสั่งการ "ข้าสัมผัสได้ถึงทางลับที่เชื่อมต่อไปยัง 'บ่อทิ้งศาสตรา' ...แม้มันจะเป็นทางระบายของเสีย แต่ก็เป็นทางเดียวที่จะหนีออกไปได้โดยไม่มีใครเห็น"
"บ่อทิ้งศาสตรา? ฟังดูสกปรกพิลึก" อาเจียเบ้ปาก แต่ขาก็รีบวิ่งไปทางด้านหลังแท่นบูชาทันที
"เจ้าสัว! เจ้าถุงเงิน! ถอย!"
อาเจียเรียกสมุนทั้งสองกลับเข้าถุงมิติ แล้วพุ่งตัวเข้าไปในช่องทางลับมืดๆ หลังรูปปั้นเทพเจ้านักรบ ทันเวลาพอดีกับที่ประตูวิหารด้านหน้าถูกเปิดออกเสียงดังสนั่น
ปัง!
หลี่มู่กู่และหลินชิงเสวี่ยก้าวเข้ามาในห้องโถงด้วยท่าทีระมัดระวัง
"สำเร็จ!" หลี่มู่กู่มองไปที่แท่นบูชา แล้วหัวเราะร่าด้วยความดีใจ "กระบี่เจ็ดสังหารยังอยู่! ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่มีใครตัดหน้าข้าได้!"
เขาไม่รู้เลยว่า... ของดีที่สุดในห้องนี้ได้อันตรธานหายไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงก้อนหินไร้ค่าที่อาเจียสลับไว้ดูต่างหน้า
และที่สำคัญ... เขากำลังจะได้เผชิญหน้ากับ "คำสาปโลหิต" ของกระบี่เจ็ดสังหาร โดยไม่มี "หินลับมีด" คอยกดข่มพลังมารอีกต่อไป!