เมื่อได้ยินคำพูดของฉินซู่ บนใบหน้าของหลี่เจียวเจียวปรากฏแววความยินดีขึ้นมาทันทีแววตาของเธอเต็มความหวัง
ในที่สุดพี่ฉินก็เหลืออดความไร้ยางอายของต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้วสินะ!เขาจะหย่ากับยัยนั่น!
ขอแค่พี่ฉินหย่าขาดกับต่งเสี่ยวเสี่ยวเธอก็มีโอกาสแล้ว!
ถ้าได้แต่งงานกับพี่ฉินเธอจะดูแลเขาให้ดีที่สุด!
ต่งเสี่ยวเสี่ยว เธอไม่คู่ควรกับคนดีๆอย่างพี่ฉินเลยแม้แต่น้อย!
ขณะที่หัวใจหลี่เจียวเจียวกำลังเบิกบานอีกด้านหนึ่งสมองของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ทำงานอย่างรวดเร็ว
บ้านฉินยากจน แทบจะอดมื้อกินมื้อทุกคนต้องพึ่งพาฉินซู่ที่ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวอยู่คนเดียวทรัพย์สินในบ้านทั้งหมดคงมีไม่เกินห้าสิบหยวน!
ในยุคสมัยนี้ เงินห้าสิบหยวนจะทำอะไรได้!เธอไม่รู้เื่ราวเกี่ยวกับโลกภายนอกเลยแม้แต่น้อยแม้แต่ความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวเดิมของร่างเดิมก็ยังเลือนรางเพราะถูกส่งมาอยู่ชนบทถึงห้าปี...
ถ้าจะกลับบ้านตอนนี้เกรงว่าเงินที่มีคงไม่พอจ่ายค่าเดินทางเสียด้วยซ้ำ
ส่วนเื่แต่งงานใหม่...ไม่มีทางที่เธอจะแต่งงานใหม่แน่นอน
เฮ่อเจี้ยนิเป็ผู้ชายที่น่ารังเกียจอีกอย่างเขายังหวีผมปะแป้งจนหน้าเยิ้ม ไม่ใชสเปคของเธอเลยสักนิด!
ดังนั้น สำหรับเธอแล้ววิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการอยู่ในบ้านฉินเธอจะลองดูว่าจะรักษาขาของฉินซู่ได้หรือไม่ถือเสียว่าเป็การชดใช้กรรมที่ร่างเดิมเคยทำเอาไว้
"ต่งเสี่ยวเสี่ยว!พี่ฉินตกลงหย่ากับเธอแล้ว! เธอจะได้แต่งงานใหม่ นี่ถือว่าเป็เื่ดีนะในใจเธอมีแต่เฮ่อเจี้ยนิไม่ใช่เหรอ พอหย่า เธอก็จะได้อยู่กินกับเขาแล้ว!"หลี่เจียวเจียวเหลือบมองต่งเสี่ยวเสี่ยวน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสะใจ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวจะยอมให้ใครขึ้นมาขี่คอชี้นิ้วสั่งเธอได้ยังไงกัน?
เป็เื่ตลกสิ้นดี
ในความทรงจำของร่างเดิมหลี่เจียวเจียวมักจะประจบประแจงฉินซู่อยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะตอนที่ฉินซู่อยู่บ้าน
ฉินซู่ไม่ได้ตั้งใจรับของจากเธอเขามักจะปฏิเสธทุกครั้ง สุดท้ายเธอก็ต้องหอบของพวกนั้นกลับไป
ไม่ได้ลงทุนหรือลงแรงอะไรแต่ได้ชื่อเสียงกลับไปมากมาย
ตอนที่เด็กๆ หิวโหยจริงๆทำไมเธอถึงไม่แสดงตัวออกมาล่ะ?
เธอเกลียดกองเื่ยุ่งเหยิงที่ร่างเดิมสร้างทิ้งไว้และไม่ได้คิดที่จะใช้ชีวิตกับฉินซู่ไปตลอดชีวิต
การแต่งงานเป็เื่ง่ายแต่การหย่าไม่ใช่เื่ที่จะมาตัดสินใจกันง่ายๆ แบบนี้
และภาพที่ฉินซู่และหลี่เจียวเจียวคาดหวังว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะตอบรับด้วยความยินดีกลับไม่เกิดขึ้น
ตรงกันข้าม ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับน้ำตาคลอเบ้าเธอชี้หน้าฉินซู่ แล้วพูดว่า "ฉินซู่!ฉันยอมรับนะว่าั้แ่ฉันแต่งเข้ามาในบ้านฉิน ฉันไม่ได้ทำหน้าที่ภรรยาที่ดี!ทั้งี้เี ขี้โมโห มักจะแสดงสีหน้าไม่พอใจใส่นาย!แถมยังก่อเื่อื้อฉาวขึ้นมา! แต่นายลองคิดดูสิ การที่ฉันกลายเป็แบบนี้นายไม่มีส่วนรับผิดชอบเลยงั้นเหรอ?"
"ปกตินายเคยใส่ใจฉันบ้างไหมเคยสนใจฉันบ้างหรือเปล่า? ในใจของนายเคยมีฉันสักนิดบ้างไหม!แล้วนายยังปล่อยให้หลี่เจียวเจียวมากวนใจฉันทุกวัน!นายยังมีหน้ามาพูดเื่หย่ากับฉันอีกงั้นเหรอ? นายอยากจะให้ฉันหย่าเพื่อเปิดทางให้พวกนายสินะ?นายฝันไปเถอะ!"
หลี่เจียวเจียวและฉินซู่ไม่เคยคิดเลยว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะมีปฏิกิริยาแบบนี้ทั้งสองจึงได้แต่ตกตะลึง
ความไร้ยางอายของต่งเสี่ยวเสี่ยวทำให้หลี่เจียวเจียวโกรธจนแทบคลั่ง!เธอไม่เคยคิดเลยว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะหน้าด้านได้ถึงขนาดนี้!
ยัยนั่นกล้าที่จะตลบหลังใส่ร้ายว่าเธอกับพี่ฉินมีความสัมพันธ์ไม่เหมาะสม!
ส่วนฉินซู่ถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ
เมื่อเผชิญหน้ากับคำกล่าวหาที่มาพร้อมกับน้ำตาของต่งเสี่ยวเสี่ยวเขาเม้มริมฝีปากแน่น และเริ่มคิดทบทวนอย่างเงียบๆ
ในตอนแรกการแต่งงานของเขากับต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็เื่ที่ทั้งสองไม่อาจหลีกเลี่ยงหลังแต่งงานทั้งสองแทบจะไม่ชอบหน้ากันเสียด้วยซ้ำ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดถูก เขาไม่เคยใส่ใจไม่เคยสนใจ หรือแม้แต่คิดถึงความรู้สึกของเธอเลย...
ในฐานะสามี เขามีส่วนที่บกพร่องจริงๆ
ดังนั้นการที่ชีวิตคู่เป็แบบนี้จึงไม่สามารถโทษต่งเสี่ยวเสี่ยวคนเดียวได้ทั้งหมด
"พี่ฉิน อย่าไปฟังเธอพูดเหลวไหล!พวกเราต่างบริสุทธิ์ใจ! ต่งเสี่ยวเสี่ยวหน้าไม่อายเกินไปแล้ว!พี่อย่าใจอ่อนเด็ดขาดนะ พี่ต้องหย่ากับเธอ!" หลี่เจียวเจียวมองสีหน้าเ็าของฉินซู่และอดไม่ได้ที่จะยุยง
ต่งเสี่ยวเสี่ยว"เื่หย่าหรือไม่หย่า มันเป็เื่ของพวกเราเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย? เธอร้อนตัวขนาดนี้คงไม่ใช่ว่ากะจะเขี่ยฉันทิ้ง แล้วเข้ามาเป็นายหญิงของบ้านหลังนี้แทนสินะ?"
หลี่เจียวเจียว"..."
ถึงแม้จะคิดแบบนั้น แต่เธอก็ไม่กล้าพูดออกมา
ในสมัยนี้ หากมีเื่ชู้สาวเกิดขึ้นอนาคตของเธอคงจบสิ้นแล้ว
ฉินซู่ไม่รอให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดอะไรต่อเขามองหลี่เจียวเจียวด้วยสีหน้าเ็า และพูดว่า "หลี่เจียวเจียว ความหวังดีของเธอฉันจะรับเอาไว้ แต่ที่หล่อนพูดก็ถูกการรับของจากเธอมันไม่เหมาะสมจริงๆ เอาไข่ไก่นี่กลับไปเถอะ"
หลี่เจียวเจียวกระทืบเท้าด้วยความโกรธแล้วพูดว่า "พี่ฉิน!"
"กลับไปเถอะต่อไปก็ไม่ต้องเอาอะไรมาให้ที่บ้านฉันอีก" ฉินซู่ปฏิเสธด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ถึงแม้ในใจของหลี่เจียวเจียวจะมีแต่ฉินซู่แต่สุดท้ายเธอก็เป็ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความละอาย เมื่อถูกฉินซู่ปฏิเสธต่อหน้าก็ทนไม่ไหว น้ำตาไหลออกมาและหอบตะกร้าวิ่งหนีไปในทันที
เมื่อแก้ไขปัญหาภายนอกได้แล้วสิ่งที่ต้องแก้ไขต่อไปก็คือปัญหาภายใน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหันไปมองฉินซู่ และพูดว่า"วันนี้ในเมื่อนายพูดออกมาหมดแล้ว และยังแสดงท่าทีชัดเจนฉันก็ควรจะปรับปรุงตัว ต่อไปฉันจะรักษาระยะห่างจากเฮ่อเจี้ยนิ ตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อแก้ไขปัญหาเื่ข่าวลือในหมู่บ้าน จะดูแลลูกๆ ทั้งสองคนให้ดีและจะใช้ชีวิตคู่กับนายให้ดี พวกเราต่างปรับปรุงนิสัยของตัวเองให้อภัยซึ่งกันและกัน แล้วใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันต่อไปเถอะ"
ฉินซู่ไม่เคยคิดเลยว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะพูดออกมาแบบนี้
ดวงตาของเขาดำมืดราวกับน้ำหมึกมันทั้งลึกลับและแปรเปลี่ยนไปมา ทำให้ไม่สามารถมองเห็นอารมณ์ที่แท้จริงได้แต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้า ตอบรับว่า "ตกลง"
ในที่สุดเขาก็ไม่พูดเื่หย่าแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อแก้ไขปัญหาเื่การแต่งงานไปได้ชั่วคราวแล้ว เธอพูดต่อว่า"ถ้าอย่างนั้นฉันจะทำความสะอาดบ้าน แล้วก็ไปทำอาหาร"
บ้านหลังนี้สกปรกเกินไปแล้วได้โปรดเข้าใจเธอหน่อยเถอะ ว่าเธอทนอยู่ในสภาพนี้ไม่ได้จริงๆ
ฉินซู่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเขาหันไปมองฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่ และพูดว่า "พวกลูกสองคนช่วยกันหน่อยอะไรที่พอทำได้ก็หัดทำไว้"
เด็กทั้งสองคนเชื่อฟังฉินซู่ถึงแม้จะไม่เต็มใจนัก แต่ก็ยอมเดินตามหลังต่งเสี่ยวเสี่ยวไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเองก็ไม่เกรงใจสั่งให้พวกเขาทำสิ่งต่างๆ ที่พอจะทำได้
เธอใช้ไม้กวาด กวาดบ้านทั้งหลังทำความสะอาดสิ่งสกปรกและฝุ่นบนพื้น และนำไปทิ้งข้างนอก
จากนั้นจึงใช้ขี้เถ้าขัดโต๊ะ เก้าอี้ หม้อและไหที่ขึ้นราให้สะอาด
ร่างเดิมที่เป็คนี้เีไม่ค่อยทำความสะอาดเตาทำให้ขี้เถ้าข้างในอัดแน่นเต็มไปหมด
เมื่อล้างของพวกนี้จนสะอาดและเช็ดให้แห้งแล้วสิ่งสุดท้ายที่ต้องจัดการคือผ้าปูที่นอน มุ้ง และเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซัก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวซักของพวกนี้จนสะอาดและนำไปตากเต็มลานบ้าน ในที่สุดบ้านก็ค่อยดูเหมือนบ้านขึ้นมาหน่อย