จารึกที่ 465 : รากฐานแห่งพฤกษาดารา : ดินบรรพกาลหลอมวิญญาณ
แรงสั่นสะเทือนมหาศาลปะทุขึ้นจากใจกลางโถงใต้ดินแห่งหอคริสตัลม่วง มันมิใช่การสั่นสะเทือนที่มุ่งทำลายล้างโครงสร้างศิลา ทว่ามันคือการสั่นสะเทือนในระดับ 'กฎเกณฑ์' กลิ่นอายแห่งการกลืนกินและก่อกำเนิดที่แผ่ซ่านจาก 'ดินบรรพกาล' ปะทะเข้ากับปราณพฤกษาเซียนสูญตาของหลินซิงเสวี่ยอย่างเกรี้ยวกราดประดุจสัตว์ร้ายสองตัวที่กำลังแย่งชิงความเป็นใหญ่
ฝ่ามือเรียวงามของหลินซิงเสวี่ยที่รองรับก้อนดินบรรพกาลไว้ สั่นระริกจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ ปราณสีเขียวมรกตที่เคยบริสุทธิ์และสงบเงียบ บัดนี้กำลังถูกดินสีดำสนิทดูดกลืนเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
"พลังของมัน... ดุดันเกินไป!" หลินซิงเสวี่ยกัดริมฝีปากแน่น หยาดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากเนียน "มันกำลังพยายามกลืนเจตจำนงพฤกษาของข้า เพื่อแปรสภาพตนเองให้เป็นต้นไม้แห่งหายนะ!"
"อย่าตื่นตระหนก ซิงเสวี่ย" เสียงของอาเจียดังกังวาน แฝงไว้ด้วยบารมีที่ทำให้จิตใจที่กำลังปั่นป่วนของหญิงสาวสงบลง ชายหนุ่มมิได้ก้าวเข้าไปช่วยรับแรงกระแทก ทว่าเขายืนกอดอก ทอดสายตามองการหลอมรวมนั้นอย่างสงบนิ่ง "ดินบรรพกาลคือจุดเริ่มต้นของสสาร มันหิวโหยเจตจำนงที่จะมอบรูปร่างให้แก่มัน... เจ้าจงเลิกต่อต้านมัน ทว่าจงใช้ 'ความว่างเปล่า' เป็นภาชนะรองรับมัน"
เฟิงอวี้หรานที่ยืนระวังภัยอยู่ด้านข้าง ขมวดคิ้วด้วยความตึงเครียด เปลวเพลิงสีทองม้วนตัวรอบปลายนิ้ว "เจ้าให้ซิงเสวี่ยรับของพรรค์นี้เข้าไป หากนางพลาดท่าเล่า?"
"หากนางปรารถนาจะก้าวข้ามขีดจำกัดของโลกเบื้องล่าง นางย่อมต้องแบกรับความเสี่ยงแห่งดาราจักร" อาเจียตอบเสียงเรียบ "ทว่า ข้าเชื่อมั่นในวิถีเต๋าของนาง"
หลินซิงเสวี่ยสูดลมหายใจลึก นางผ่อนคลายการป้องกันของเส้นชีพจร ปล่อยให้ปราณพฤกษาเซียนถูกดินบรรพกาลดูดกลืนเข้าไป ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ดินสีดำกำลังจะเข้ายึดครองตันเถียนของนาง หญิงสาวพลันใช้วิชาที่อาเจียเคยถ่ายทอดให้
"สูญญตา... ไร้ขอบเขต!"
วงจรปราณในร่างของนางเปลี่ยนรูปแบบกะทันหัน จากการเป็นผู้ให้กำเนิด กลายเป็นการว่างเว้น ดินบรรพกาลที่พุ่งกระแทกเข้ามาด้วยความดุดัน พลันพบเพียงความว่างเปล่าอันไร้ก้นบึ้ง มันสูญเสียเป้าหมายในการทำลายล้าง และตกหลุมพรางแห่งวิถีอักขระ!
เมื่อความบ้าคลั่งของดินบรรพกาลถูกความว่างเปล่าเจือจาง หลินซิงเสวี่ยก็เริ่มตอบโต้ นางใช้เจตจำนงพฤกษาเซียนที่แท้จริง 'หยั่งราก' ลงไปในก้อนดินสีดำนั้นอย่างแผ่วเบาและมั่นคง
วิ้งงงง!
แสงสีเขียวมรกตและสีดำสนิทเริ่มหมุนวนและหลอมรวมกัน ก้อนดินบรรพกาลที่เคยแข็งกระด้าง ค่อยๆ ละลายซึมซาบเข้าสู่ฝ่ามือของนาง ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจร และไปสงบนิ่งอยู่ที่ใจกลาง 'จักรวาลภายใน' ในตันเถียนของนาง
กลิ่นอายของหลินซิงเสวี่ยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันมิใช่ปราณพฤกษาที่อ่อนโยนอีกต่อไป ทว่ามันแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นและเก่าแก่ประดุจผืนแผ่นดินแรกของจักรวาล ดอกไม้ปราณในมือของนางบัดนี้มีรากฐานเป็นดินสีดำ มันสามารถเติบโตและดำรงอยู่ได้แม้ในสภาวะที่ไร้ซึ่งปราณธรรมชาติ!
"ยอดเยี่ยม... สำเร็จแล้ว" หลินซิงเสวี่ยลืมตาขึ้น นัยน์ตาทอประกายสีมรกรตล้ำลึก นางค้อมศีรษะให้อาเจีย "ขอบคุณเจ้า อาเจีย หากปราศจากการชี้แนะ ข้าคงถูกมันกลืนกินไปแล้ว"
"มันคือความเข้มแข็งของเจ้าเอง" อาเจียแย้มยิ้มบางๆ
ขณะเดียวกัน กู่หยวน เถ้าแก่แห่งหอคริสตัลม่วง ผู้ซึ่งเพิ่งฟื้นคืนสติจากการถูก 'ประทับ' อักขระแห่งการสร้างสรรค์ลงในวิญญาณ ก็รีบคุกเข่าลงเบื้องหน้าอาเจียอีกครั้ง ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มด้วยความเลื่อมใสสูงสุด
"ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่! วิชาที่ท่านมอบให้... มันคือแก่นแท้แห่งวิถีเต๋าที่ข้าน้อยตามหามาทั้งชีวิต!" กู่หยวนโขกศีรษะลงกับพื้นศิลา "ท่านอาเจีย ท่านมิใช่ผู้แสวงโชคธรรมดา ท่านต้องเป็นตัวตนระดับผู้บัญญัติกฎจากโลกที่ยิ่งใหญ่เป็นแน่!"
"ลุกขึ้นเถิด เถ้าแก่กู่" อาเจียก้าวเข้าไปประคองกู่หยวนให้ลุกขึ้น ท่าทีของเขาเยือกเย็นและแฝงด้วยบารมี "ข้ามิได้โหยหาความเคารพจอมปลอม สิ่งที่ข้ามอบให้ท่าน คือค่าตอบแทนสำหรับดินบรรพกาลก้อนนี้ การค้าของเราถือว่ายุติธรรม... ทว่า ข้ายังมีเรื่องที่ต้องการสนทนากับท่านอีกเล็กน้อย"
กู่หยวนรีบพยักหน้ารัวๆ "เชิญท่านอาเจียบัญชามาได้เลยขอรับ! หอคริสตัลม่วงของข้าน้อย ยินดีรับใช้ท่านอย่างสุดความสามารถ!"
"เรากลับขึ้นไปสนทนากันด้านบนเถิด กลิ่นอายใต้ดินนี้อุดอู้เกินไป" อาเจียหมุนตัวเดินนำขึ้นบันไดศิลา เฟิงอวี้หรานและหลินซิงเสวี่ยเดินตามประกบ
เมื่อกลับมาถึงห้องรับรองพิเศษชั้นบนสุด ทาสรับใช้เผ่าครึ่งนกรีบนำชาชุดใหม่มาถวาย กู่หยวนยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านข้าง ไม่กล้าแม้แต่จะนั่งลงจนกว่าจะได้รับอนุญาต
"นั่งลงเถิด" อาเจียผายมือ ก่อนจะจิบชาอย่างเชื่องช้า "ข้าและสหาย เพิ่งเดินทางออกมาจากโลกที่ถูกปิดตายมาเนิ่นนาน พวกเรากำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางของดาราจักรหมื่นภพ ทว่าเส้นทางนั้น ย่อมเต็มไปด้วยพายุและผู้ที่แข็งแกร่ง... ข้าต้องการ 'แผนที่ดาราจักร' ที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่หอคริสตัลม่วงของท่านจะมี"
กู่หยวนหน้าถอดสีเล็กน้อย "ท่านอาเจีย... แผนที่ดาราจักรนั้นมิใช่สิ่งของหายากในนครหินอุกกาบาต ทว่าแผนที่ที่ 'สมบูรณ์' นั้น ไม่มีผู้ใดครอบครองหรอกขอรับ... ห้วงดาราจักรนั้นกว้างใหญ่และแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา พายุมิติสามารถลบดวงดาวให้หายไป หรือสร้างหลุมดำขึ้นมาใหม่ได้ในชั่วข้ามคืน... แผนที่ที่ดีที่สุดที่เรามี เป็นเพียงแผนที่ของ 'เขตแดนรกร้าง' และพิกัดของ 'เก้านครการค้าใหญ่' เท่านั้น"
"เก้านครการค้าใหญ่?" อาเจียเลิกคิ้ว
"ขอรับ นครหินอุกกาบาตแห่งนี้ เป็นเพียงหนึ่งในเก้านครที่ตั้งอยู่ชายขอบของจักรวาล" กู่หยวนอธิบายด้วยความนอบน้อม "ยิ่งลึกเข้าไปในใจกลาง ขั้วอำนาจก็จะยิ่งแข็งแกร่ง มีตำนานเล่าขานถึงเผ่าพันธุ์โบราณที่สามารถกลืนกินดวงดาวเป็นอาหาร หรือสำนักเซียนดาราที่สืบทอดวิถีเต๋ามาตั้งแต่ยุคกำเนิดจักรวาล... พวกเขาไม่ลงมาเกลือกกลั้วกับพวกเราที่อยู่ชายขอบหรอกขอรับ"
"ช่างน่าสนใจยิ่งนัก..." เฟิงอวี้หรานยิ้มกริ่ม เปลวเพลิงในดวงตาลุกโชน
"ข้าขอรับแผนที่ฉบับนั้น" อาเจียวางจอกชาลง "และอีกเรื่องหนึ่ง... ตลอดทางที่เดินทางมา ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ถูกทิ้งไว้ของเผ่าหินดำ พวกมันมีกองกำลังที่ใหญ่โตเพียงใดในเขตแดนนี้?"
เมื่อได้ยินชื่อ 'เผ่าหินดำ' กู่หยวนก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที "พวกท่านปะทะกับเผ่าหินดำมาหรือขอรับ?... นั่นมิใช่เรื่องดีเลย พวกมันเป็นสลัดอวกาศที่โหดเหี้ยมและมีจำนวนมหาศาล แม้ระดับพลังรายบุคคลจะไม่สูงนัก ทว่าพวกมันทำงานเป็นฝูง และที่สำคัญ... ผู้นำสูงสุดของพวกมัน 'อสูรศิลากลืนดาว' เป็นตัวตนที่อยู่ระดับข้ามผ่านมหายานขั้นสูงสุด และมีข่าวลือว่ามันครอบครอง 'เศษซากศัสตราเทวะ' จากจักรวาลชั้นใน"
อาเจียหรี่ตาลง นัยน์ตาสูญตาทอประกายลึกล้ำ "เศษซากศัสตราเทวะงั้นหรือ..."
ครืนนนน!
ทันใดนั้นเอง อาคารคริสตัลสีม่วงหม่นพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ประหนึ่งถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าใส่! เสียงคำรามกึกก้องดุจฟ้าผ่าดังมาจากภายนอก ทะลวงผ่านค่ายกลป้องกันของหอการค้าเข้ามา
"กู่หยวน! ส่งตัวพวกมนุษย์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ให้ข้าเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนนั้นอัดแน่นไปด้วยปราณมารและรังสีฆ่าฟันที่เหนือกว่าผู้นำเผ่าหินดำหลายเท่า "พวกมันกล้าสังหารกองลาดตระเวนของเผ่าหินดำข้า! วันนี้ ข้าจะฉีกเนื้อพวกมันมาเซ่นไหว้บรรพชน!"
กู่หยวนหน้าซีดเผือด รีบวิ่งไปที่หน้าต่างระเบียง "ทะ... ท่านอาเจีย! แย่แล้วขอรับ! นั่นคือ 'ขุนพลหินเหล็ก' หนึ่งในสี่ขุนพลใหญ่ของอสูรศิลากลืนดาว! มันนำทัพเกาะกระดูกนับสิบลำมาล้อมหอคริสตัลม่วงไว้หมดแล้ว!"
เฟิงอวี้หรานลุกพรวดขึ้นทันที "มาได้จังหวะพอดี! ข้ากำลังคันไม้คันมืออยากจะทดสอบพลังหลังจากสร้างจักรวาลภายในอยู่เชียว!"
"ใจเย็นก่อน อี้หราน" อาเจียลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ชายหนุ่มมิได้มีท่าทีตื่นตระหนก เขาก้าวเดินไปที่ระเบียง ทอดสายตามองขุนพลหินเหล็กที่ลอยตัวอยู่เหนือเกาะกระดูกเบื้องนอก
"พวกมันมากันถึงหน้าประตูบ้าน... หากเราซ่อนตัว ย่อมเสียเกียรติของวิถีแห่งอักขระ" อาเจียยกพู่กันนิรันดร์ปฐมกาลขึ้น ลวดลายสีทองบนด้ามพู่กันเปล่งประกายสว่างจ้า
"กู่หยวน... แผนที่ดาราจักรของท่าน ถือเสียว่าข้าจ่ายล่วงหน้าด้วยการ 'ทำความสะอาด' หน้าบ้านให้ท่านก็แล้วกัน"
สิ้นคำกล่าว อาเจียทะยานร่างทะลุม่านค่ายกลของหอคริสตัลม่วงออกไป ลอยตัวอย่างสง่าผ่าเผยอยู่เบื้องหน้าทัพศัตรู มิตรสหายทั้งสองตามติดออกไปขนาบข้าง
กระดานหมากในนครหินอุกกาบาต ถูกพลิกกระดานอย่างรวดเร็ว และการแสดงพลังแห่งราชันหมื่นอักขระในสายตาของเผ่าพันธุ์ต่างดาว... กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง!