ตอนที่ 16
เสียงดาบปะทะโลหะดัง เคร้ง!! เคร้ง!! เคร้ง!! ต่อเนื่องราวกับเสียงระฆังมรณะที่กำลังตีบอกเวลาสุดท้ายของชีวิต
จิณยืนหอบหายใจหนักหน่วงอยู่กลางวงล้อมของศัตรู แผ่นเกราะทองบางเบาที่ปกป้องเรือนร่างแตกร้าวเป็รอยยาวจากการพลาดท่าถูกอัดกระแทก ในขณะที่ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือขวาก็เริ่มทื่อลงจากการฟาดฟันเนื้อหนาและเกราะเหล็กของพวกออร์คนับร้อย
“บ้าเอ๊ย…ไม่หมดไม่สิ้นสักที!!” พาลาดินสาวสบถลั่น
เธอหมุนตัวตวัดดาบตัดหัวออร์คตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามา เืสีเขียวข้นสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าสวยคมคายที่บัดนี้เต็มไปด้วยคราบเหงื่อและฝุ่นทราย
เรี่ยวแรงที่เคยเอ่อล้นจากการเติมพลังเมื่อวาน เริ่มถูกสูบหายไปกับการต่อสู้ยืดเยื้อ เกราะแสงคุ้มกายที่เคยสว่างจ้าเริ่มริบหรี่ลงทุกที ราวกับเทียนไขที่กำลังจะมอดดับท่ามกลางพายุทราย
ฝูงออร์คที่เหลืออีกนับร้อยส่งเสียงคำรามกึกก้องด้วยความหิวกระหาย พวกมันรู้ดีว่าเหยื่อตรงหน้ากำลังอ่อนแรง และพร้อมจะขย้ำเธอให้แหลกคามือ
จิณกัดฟันแน่น ดวงตาสีฟ้าครามยังคงจ้องเขม็งอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ในใจลึกๆ กลับเริ่มมองเห็นเงามัจจุราชที่ก้าวเข้ามาใกล้
[ข้าจะมาจบสิ้นตรงนี้ไม่ได้…ข้ายังมีหนี้ก้อนโตต้องชำระ…และข้ายังไม่ได้ไปล้างบางพวก 'ไลแคน' สารเลวที่ทำกับผู้หญิงเหมือนเครื่องระบายความใคร่พวกนั้นเลย!!]
ทันใดนั้น…เสียงหวานใสที่เต็มไปด้วยความร่าเริงผิดที่ผิดทางก็ดังก้องมาจากยอดโขดหินเหนือศีรษะ
“มาแล้วจ้า!! หน่วยเสริมกำลังสุดแกร่งพร้อมเสิร์ฟแล้วค่า!!”
จิณแหงนหน้าขึ้นมองด้วยความตกตะลึง เห็นอริสายืนโพสท่าชูสองนิ้วอยู่บนยอดหิน
ร่างกายของจีโอแมนเซอร์สาวเปล่งประกายออร่าสีเขียวมรกตเจิดจ้าราวกับสปอตไลต์ ความเหนื่อยล้าเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงพลังงานที่ล้นปรี่จนแทบะเิ
และก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว เงาทะมึนขนาดใหญ่ก็พุ่งดิ่งลงมาจากท้องฟ้าราวกับดาวตก
ตู้มมม!!
แรงกระแทกจากการลงจอดทำให้ฝุ่นทรายฟุ้งกระจาย ออร์คสามตัวที่อยู่บริเวณนั้นถูกเหยียบจนแบนติดดินในพริบตา เมื่อฝุ่นจางลง เผยให้เห็นร่างกำยำเปลือยเปล่าอันสมบูรณ์แบบของเซเวียร์ยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อม
“โฮ่…สภาพดูไม่ได้เลยนะแม่พาลาดิน” าาแวมไพร์แสยะยิ้มเยาะเย้ย
ขณะที่ ‘มหาศาสตรา’ ของเขาแกว่งไกวไปมาอย่างท้าทายสายตาประชาชี
“สงสัยข้าคงใช้งานเ้าหนักเกินไปเมื่อบ่ายวาน จนแข้งขาอ่อนปวกเปียกหมดแล้วสินะ?”
“หุบปากซะ!!”
จิณตวาดกลับด้วยใบหน้าแดงก่ำ ทั้งอายและโมโห
“แล้วก็ช่วยระวังท่วงท่าหน่อยได้ไหม!! ‘ไอ้นั่น’ ของเ้ามันแกว่งไปแกว่งมาจนข้าเสียสมาธิหมดแล้ว!!”
“คนจริงใจย่อมไม่มีสิ่งใดต้องปกปิด!!” เซเวียร์ตอบหน้าตายด้วยปรัชญาบิดเบี้ยวประจำตัว
ก่อนจะหมุนตัวเตะก้านคอออร์คตัวหนึ่งที่พยายามจะลอบกัดจนหัวหมุนกลับหลังไปร้อยแปดสิบองศา
“ดูไว้นะเ้าพวกสวะ!! หลังจากที่ข้าได้อัดฉีด ‘น้ำทิพย์’ แห่งราชันเพื่อเติมพลังให้แม่สาวน้อยไปจนล้นปรี่…ตอนนี้ตัวข้ากำลังเบาสบายและคึกคะนองสุดขีดเลยว่ะ!! ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”
ในขณะที่เซเวียร์กำลังอาละวาดไล่กระทืบออร์คด้วยมือเปล่าและท่อนล่างอย่างเมามัน อริสาบนยอดโขดหินก็เริ่มชูไม้เท้าขึ้นฟ้า
บรรยากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ก้อนเมฆสีแดงฉานหมุนวนลงมาราวกับเกลียวพายุ ลมร้อนกรรโชกจนทรายปลิวว่อน…จิณััได้ถึงมวลพลังเวทมหาศาลที่ถูกบีบอัดจนแทบะเิ สัญชาตญาณร้องเตือนทันทีว่าหายนะกำลังจะบังเกิด
“ในที่สุดก็มาจนได้…เวทมนตร์ปิดบัญชีที่ข้ารอคอย!!” จิณคำรามลั่นเมื่อเห็นสัญญาณแห่งชัยชนะที่มาพร้อมความวิบัติ
ฝูงออร์คที่เคยบ้าคลั่งกระหายเืต่างชะงักการโจมตีลงพร้อมกัน สัญชาตญาณดิบของสัตว์ร้ายกรีดร้องเตือนถึงภัยพิบัติระดับล้างบาง
พวกมันแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีเืด้วยั์ตาที่เบิกโพลงและสั่นระริก เสียงคำรามข่มขวัญเมื่อครู่เปลี่ยนเป็เสียงร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวต่อมัจจุราชที่มองไม่เห็น
เช่นเดียวกับเหล่าอัศวินผู้รอดชีวิต แม้จะรอดคมดาบมาได้ แต่เมื่อััถึงแรงกดดันของมานาที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก พวกเขาก็ตระหนักได้ทันทีว่าสิ่งที่กำลังจะตกลงมานั้น…ไม่แยกมิตรหรือศัตรู
จิณสลับโหมดเป็ผู้นำทีมในเสี้ยววินาที
“การ์เน็ต!! คุ้มกันอริสา…อย่าให้พวกมันเข้าไปขัดจังหวะการร่ายเวทเด็ดขาด!! โฮมูระ!! พาคนเจ็บหนีไป!! ออกไปให้พ้นรัศมีทำลายล้างเดี๋ยวนี้!! เร็วเข้า!!”
เสียงคำสั่งเฉียบขาดดังก้องสมรภูมิ ปลุกสติของทุกคนให้ตื่นตัว
“รับทราบจ้า!! แม่ทัพหญิง!!” การ์เน็ตะโตอบจากเนินทรายอีกฝั่ง
แมชชีนิสต์สาวบังคับกระดานร่อนพุ่งทะยานขึ้นไปเกาะบนยอดหินอีกก้อนที่ตั้งตระหง่านอยู่เยื้องไปทางด้านหลังของอริสาอย่างรวดเร็ว เพื่อใช้เป็จุดซุ่มยิงคุ้มกันเพื่อนสาว เธอเปลี่ยนจากปืนพกคู่มาเป็ปืนสไนเปอร์ไรเฟิลรูปทรงฉลามที่ดูอันตราย
“เฮ้อ…อดเข้าไปละเลงเืระยะประชิดเลยแฮะ”
ช่างกลสาวบ่นอุบ แต่ดวงตาสีแดงกลับฉายแววสนุกสนาน ขณะทิ้งตัวลงนอนคว่ำเล็งเป้าผ่านลำกล้อง
“งั้นก็…เป่าสมองเล่นแก้เซ็งไปก่อนละกัน!!”
ปัง!! ะุเจาะเกราะพุ่งเจาะเข้ากลางแสกหน้าออร์คตัวที่กำลังง้างธนูใส่อริสา จนกะโหลกเปิดมันสมองสาดกระจายว่อน
ปัง!! ปัง!! ปัง!! การ์เน็ตยิงรัวเร็วและแม่นยำราวจับวาง ออร์คทุกตัวที่กล้าย่างกรายเข้าใกล้รัศมีของจีโอแมนเซอร์สาวต่างลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงในสภาพศีรษะะเิเป็จุลราวกับแตงโมแตกดัง โพละ!!
“วู้ววว…!! เฮดช็อต!! สิบแต้มเน้นๆ”
อีกด้านหนึ่ง…โฮมูระเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง ร่างอวบอิ่มในชุดบิกินีสีแดงเว้าสูงที่เผยผิวขาวเนียนวูบไหวไปมาดุจเปลวเพลิง พร้อมชายผ้าด้านหลังที่สะบัดพลิ้วตามแรงลม
เธอพุ่งเข้าไปหาอัศวินคนหนึ่งที่นอนขาหักร้องโอดโอยอยู่กลางวงล้อม
“นี่ตาบ้า!! รีบลุกเร็วเข้า!! ถ้าไม่อยากกลายเป็ไก่อบฟาง!!” นินจาสาวตะคอกใส่
แต่อัศวินหนุ่มในชุดเกราะหนักกลับส่ายหน้าด้วยความเ็ป
“ข้า…ข้าลุกไม่ไหว…ขาข้า…”
“โธ่เว้ย!! กินเหล็กเข้าไปเป็อาหารว่างหรือไงยะ!? ตัวหนักอย่างกับโกเลม!!”
โฮมูระบ่นอย่างหัวเสีย แต่ก็ตัดสินใจคว้าคอเสื้อเกราะของเขาแล้วออกแรงลากถูไถไปกับพื้นทรายอย่างทุลักทุเล
“โอ๊ย!! เจ็บ!! เกราะข้า!! ก้นข้า!!” อัศวินหนุ่มร้องลั่นเมื่อก้นกระแทกหินและทรายตลอดทาง
“หุบปากแล้วไถลไปซะ!! ััไม่ได้หรือไง!? แรงกดดันมหาศาลนี่มันหนักจนแทบจะบดขยี้กระดูกให้แหลกอยู่แล้ว!!” โฮมูระะโแข่งกับเสียงลมพายุ
ใบหน้าสวยเริ่มซีดเผือดเมื่อขนอ่อนทั่วร่างลุกชันด้วยสัญชาตญาณเตือนภัยระดับสูงสุด
“ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่ากำลังจะเกิดหายนะบ้าอะไรขึ้น…แต่ขืนชักช้าอยู่ตรงนี้ ได้ตายกันหมดแน่!!”
ใจกลางสมรภูมิที่ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็สีแดงเืนก…ความร้อนระอุพุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก จิณเงยหน้ามองหายนะที่กำลังก่อตัวด้วยความหวาดหวั่น เธอหันขวับไปหาเซเวียร์ที่ยังคงยืนหัวเราะร่าอยู่ท่ามกลางซากศพออร์ค
“เซเวียร์!! มานี่!!” จิณพุ่งเข้าไปคว้าแขนล่ำสันของาาแวมไพร์แล้วกระชากเขาเข้ามาหาตัวอย่างแรง
เซเวียร์เลิกคิ้ว รอยยิ้มกรุ่มกริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
“แหม…ทนไม่ไหวจนต้องรีบเข้ามาซบข้าเลยรึ? คิดถึง ‘เ้านั่น’ ของข้าขนาดนั้นเชียว?”
“ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้นนะไอ้บ้ากาม!!”
จิณหน้าแดงแปร๊ดจนลามไปถึงใบหู ตวาดกลับเสียงหลง
“หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ซะที!!”
พาลาดินสาวปักดาบศักดิ์สิทธิ์ลงบนพื้นดินดัง ฉึก!! ก่อนจะย่อตัวลงแล้วยกโล่ั์ขึ้นเหนือศีรษะ
เธอรีดเร้นพลังเฮือกสุดท้ายจากก้นบึ้งของจิติญญา รวมกับมานาที่ได้รับจากเซเวียร์ สร้าง ‘โดมแสงศักดิ์สิทธิ์’ ขนาดใหญ่ครอบคลุมร่างของทั้งสองคนเอาไว้อย่างแ่า
“โฮลี แบร์ริเออร์!!”
ภายในโดมแสงที่คับแคบ ร่างของจิณและเซเวียร์เบียดเสียดกันจนแทบจะหลอมรวม แผ่นหลังบางในชุดบิกินีเกราะแนบชิดกับแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม
กลิ่นเหงื่อและกลิ่นกายบุรุษเพศของเขาเตะจมูกจนจิณใจเต้นระรัว แต่เธอไม่มีเวลามาเขินอายอีกแล้ว เพราะหายนะจากฟากฟ้า…มาถึงแล้ว!!
“เมเทโอ!!”
เสียงหวานใสของอริสาดังก้องกังวานไปทั่วทุ่งราบ ราวกับคำพิพากษาของพระเ้า
วิ้งงง…!! เสียงหวีดหวิวแหลมสูงดังแหวกอากาศลงมาจากชั้นบรรยากาศ เสียดแทงแก้วหูจนทุกคนต้องย่อตัวลงปิดหู ทันใดนั้น ก้อนหินั์ที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงนรกขนาดมหึมา ก็พุ่งกระแทกลงมากลางวงล้อมของกองทัพออร์คอย่างแม่นยำ
ตู้มมม…!!
แสงสว่างจ้าบาดตาจนมองไม่เห็นสิ่งใด ตามมาด้วยแรงะเิมหาศาลที่สั่นะเืปฐี พื้นดินแตกระแหงยุบตัวลงเป็หลุมลึก คลื่นกระแทกที่ร้อนระอุแผ่ขยายออกไปเป็วงกว้าง กวาดล้างทุกสรรพสิ่งในรัศมีให้ราบเป็หน้ากลอง
ฝูงออร์คนับร้อยที่อยู่ใจกลางการโจมตี ระเหยกลายเป็ไอในพริบตาโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง ส่วนพวกที่อยู่รอบนอกก็ถูกแรงอัดกระเด็นปลิวว่อนไปคนละทิศละทางเหมือนใบไม้ร่วง
“กรี๊ดดด!! มันแรงเกินไปแล้ววว!!”
โฮมูระกรีดร้องลั่น แม้จะพยายามหนีสุดชีวิตแต่คลื่นกระแทกก็ไล่หลังมาทันจนได้
ร่างของนินจาสาวและอัศวินหนุ่มถูกแรงลมซัดปลิวละลิ่วหมุนคว้างกลางอากาศไปกระแทกกับเนินดินไกลลิบ
ตุ้บ!!
ทั้งคู่กลิ้งหลุนๆ ไปกองรวมกันในสภาพที่ดูไม่จืดนัก…โดยเฉพาะโฮมูระที่นอนหงายหลังหมดสภาพ และมีร่างหนักอึ้งของอัศวินเกราะหนาทับอยู่้าพอดิบพอดี
ที่เลวร้ายหรือโชคดี? ไปกว่านั้น คือศีรษะภายใต้หมวกเหล็กของเขาดันมุดเข้าไปซุกไซ้อยู่กลางร่องอกอวบอิ่มขาวผ่องระดับูเาไฟะเิที่นุ่มเด้งสู้หน้าเข้าอย่างจัง
“อะ…อูย…นุ่มจัง…นี่ข้าตายแล้วได้ขึ้น์แล้วเหรอเนี่ย…”
อัศวินหนุ่มพึมพำเสียงเคลิ้ม ดวงตาเยิ้มหยาดเมื่อััได้ถึง์ชั้นอกที่เด้งรับใบหน้า
โป๊กกก!! กำปั้นหนักๆ ของนินจาสาวเขกเปรี้ยงเข้าที่กลางกะโหลกของเขาเต็มรักจนหมวกเหล็กแทบยุบ
“นี่แน่ะ!! กล้าดียังไงมาฉวยโอกาสลวนลามสาวงามอันดับหนึ่งอย่างข้าฮะ!? ลุกออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะตาบ้ากาม!!”
โฮมูระตวาดแว้ดด้วยใบหน้าแดงก่ำที่ลามไปถึงใบหู ทั้งโกรธทั้งอายที่ต้องมาอยู่ในสภาพล่อแหลมแบบนี้กลางสมรภูมิ
“แม่เ้า…นั่นมันปีศาจชัดๆ!!”
การ์เน็ตที่หมอบราบอยู่บนยอดหินผิวปากหวือ มองดูดอกเห็ดไฟขนาดั์ที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความชื่นชม
“สวยงาม…ช่างเป็ศิลปะแห่งการทำลายล้างที่งดงามจริงๆ!!”
ผ่านไปครู่ใหญ่ ฝุ่นควันและความร้อนระอุเริ่มจางลง เผยให้เห็นสภาพพื้นที่ที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทุ่งหญ้าแห้งแล้งบัดนี้กลายเป็หลุมอุกกาบาตขนาดั์ที่ไหม้เกรียม
ดินทรายบางส่วนถูกความร้อนหลอมละลายจนกลายเป็แก้วใสสะท้อนแสงแดด ไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่ นอกจากซากศพดำเป็ตอตะโกที่กระจัดกระจาย
โดมแสงศักดิ์สิทธิ์ของจิณค่อยๆ สลายไป เผยให้เห็นร่างของทั้งสองคนที่ยืนอยู่ก้นหลุมอุกกาบาตขนาดั์ที่ยังคงร้อนระอุ พาลาดินสาวทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจกับพื้นด้วยความหมดแรง เกราะเวทที่สร้างขึ้นช่วยชีวิตเธอและเซเวียร์ไว้ได้อย่างหวุดหวิด
“รอด…รอดแล้ว…” จิณพึมพำเสียงเบา
ขณะที่เซเวียร์ก้าวออกมาจากด้านหลัง เขายืนมองผลงานหายนะตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ มือหนาลูบคางอย่างใช้ความคิด
[ไม่เลว…ไม่เลวเลย สมกับที่ข้าอัดฉีดพลังเข้าไปจนล้น ดูเหมือนแม่สาวน้อยนั่นจะมีพร์เื่การทำลายล้างมากกว่าที่คิดนะ]
ปัง!! เสียงปืนไรเฟิลดังขึ้นหนึ่งนัดจากระยะไกล เก็บตกออร์คตัวสุดท้ายที่พยายามจะคลานหนีด้วยสภาพร่างกายเหลือครึ่งท่อน หัวะเิกระจายปิดฉากาอย่างสมบูรณ์
“เคลียร์พื้นที่เรียบร้อย!!” เสียงะโของการ์เน็ตดังแว่วมาตามลม
บนยอดโขดหินสูงที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่เหนือปากหลุมอุกกาบาตขนาดั์ อริสายืนยิ้มแฉ่งแข่งกับตะวัน เธอชูสองนิ้วขึ้นฟ้าด้วยท่าทางร่าเริงสดใส ราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งทำการบ้านเสร็จ ไม่ใช่จอมเวทที่เพิ่งล้างบางเผ่าพันธุ์ออร์คไปนับร้อย
“ฮึบ…!! แค่นี้ก็เรียบร้อย ทุกคนปลอดภัยดีนะค้า~? ไม่มีใครเผลอโดนลูกหลงกลายเป็โกโก้ครั้นช์ไปใช่ไหมเอ่ย?”
เสียงใสแจ๋วของเธอดังสะท้อนไปทั่วทุ่งสังหาร ช่างขัดแย้งกับภาพความพินาศย่อยยับเบื้องล่างอย่างสิ้นเชิง
จิณมองภาพนั้นแล้วได้แต่ถอนหายใจยาว
“ปาร์ตี้นี้…มันแหล่งรวมตัวหายนะชัดๆ”