ตอนที่ 154
ศาลขอตัดสินว่านายนอมอล ทรัมป์มีความผิดต้องโทษจำคุกแปดปีและชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดสามแสนล้านเหรียญแต่เนื่องจากผู้ต้องหารับสารภารให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีศาลจึงตัดสินลดโทษให้เหลือจำคุกห้าปี และปรับหนึ่งแสนห้าหมื่นล้านเหรียญ ปัง !! ปัง !! ปัง !! เสียงผู้พิพากษาทุบค้อนแห่งความยุติธรรมตัดสินทรัมป์
ฮือฮา....เสียงคนในศาลเริ่มพูดคุยกันฮึมฮัมทันทีหลังจากศาลตันสินซึ่งคนที่มาศาลวันนี้มีไม่มากเท่าไหร่เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ประกาศออกไปส่วนใหญ่ที่มาก็เป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์นี้ทั้งนั้นแน่นอนรวมถึงสตีฟและซาร่าเองก็มาด้วยเช่นกัน
“ฟู่วดีนะศาลตัดสินว่าฉันโดนหลอกใช้ไม่งั้นมีหวังติดคุกหัวโตแน่ๆ” โจดี้ถอนหายใจออกมา
“ดีแล้วล่ะที่เธอไม่โดนอะไรมากโดนแค่คุมประพฤติหนึ่งปี” ซาร่าหันไปพูดกับโจดี้
“อืม” โจดี้พยักหน้าเบาๆเธอนึกถึงอดีตเพื่อนร่วมทีมของเธอที่โดนตัดสินจำคุกสองปีและปรับเป็นจำนวนเงินถึงสองหมื่นล้าน
“สตีฟเหม่ออะไร !!” ซาร่าเห็นสตีฟเอาแต่นั่งนิ่งเงียบ
“อ๊ะ...ไม่มีอะไร” สตีฟสะดุ้งขึ้นมาก่อนจะตอบซาร่าไป
แม้แต่วันนี้วันตัดสินคดีของพ่อตัวเองหนูแอนนาก็ไม่มาอย่างนั้นเหรอนี่ก็ผ่านมาสัปดาห์นึงละนะถึงคุณอิจิยะจะบอกว่าเธอสบายดีก็เถอะ สตีฟคิดในใจ
“หาหนูแอนนาอยู่ล่ะสิสตีฟ ฉันเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าหนูแอนนาจะไม่ตอบรับคำขอของพวกเราที่ขอเป็นผู้ปกครองของเธอ” ซาร่าดูเหมือนจะรู้ว่าสตีฟคิดอะไรอยู่เพราะไม่กี่วันก่อนสตีฟและเธอตัดสินใจทำเรื่องขอเป็นผู้ปกครองของแอนนาแต่เธอดันปฏิเสธซะนี่
“หรือว่าคุณอิจิยะจะโกหกเรื่องหนูแอนนาสบายดี แต่จริงๆแล้วเขาอาจจะกักขังตัวหนูแอนนาเอาไว้ หรือไม่บางทีอาจจะใช้เรื่องพ่อของเธอมาข่มขู่ทำให้หนูแอนนาตกอยู่ในการควบคุมของภาครัฐ !!” สตีฟบ่นพึมพำออกมา
ป๊อก !! ซาร่ายกมือขึ้นเขกสตีฟเบาๆ
“คิดมากเกินไปแล้วตาบ้าวันก่อนก็ไปหามาด้วยกันแล้วไงหนูแอนนาก็ตัดสินใจแล้วว่าอยากขอลองใช้ชีวิตกับพวกเด็กๆน่ะ” ซาร่าพูด
“เด็กๆ ??” สตีฟงงว่าเด็กๆไหน
“อะไรกันนี่นายไม่ได้ฟังที่หนูแอนนาพูดหลังจากนั้นหรือไงก็ที่หนูแอนนาบอกว่าจะไปอยู่กับพวกซาซ่า และก็สองแฝดไง” ซาร่าอธิบาย
“ฮ๊ะว่าไงนะ...หนูแอนนาจะไปอยู่กับเด็กพวกนั้น !!” สตีฟอุทานอย่างตกใจตอนนั้นเขาไม่ค่อยมีสติสมบูรณ์เท่าไหร่เพราะกำลังช็อกกับที่แอนนาปฏิเสธที่จะให้เขาและซาร่าเป็นผู้ปกครองอยู่เพราะตอนนั้นสตีฟมั่นใจมากว่าแอนนาจะต้องตกลงมาอยู่กับเขาแน่ๆ
“ก็ใช่น่ะสิฉันเองก็ไม่รู้เรื่องเป็นไงมายังไงแต่เห็นหนูแอนนาบอกว่าต้องการเป็นฮีโร่น่ะ” ซาร่าพูด
เป็นฮีโร่อย่างหนูแอนนาที่มีแต่ค่าพลังกายมหาศาลเนี่ยนะเหอะๆหรือว่าไอวี่จะเอาหนูแอนนาไปเป็นโล่ (ไอวี่คือเด็กที่มีสกิลการป้องกันของพระเจ้า) ไม่สิสกิลของไอวี่ต้องถือโล่เท่านั้นถึงจะใช้ได้หนูแอนนาไม่ได้เป็นโล่สักหน่อย สตีฟคิดในใจ
การป้องกันของพระเจ้า Max (ยูนีคสกิล)เมื่อยามผู้ใช้สกิลถือโล่จะทำให้โล่มีความแข็งแกร่งจนศัตรูไม่สามารถโจมตีเข้าโดยผู้ใช้จะต้องมีค่าความแข็งแกร่งมากกว่าเป้าหมายที่โจมตี
“เอาน่าสตีฟเด็กพวกนั้นเลเวลเองก็ไม่ธรรมดาแถมยังมีซาช่าอยู่ด้วยฉันว่าเธอดูแลหนูแอนนาได้น่าถ้านายเป็นห่วงยังไงฉันก็พานายไปหาพวกเด็กๆได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว” ซาร่าพูด
“ผมไม่รู้น่ะสิว่าที่อยู่ของพวกเด็กๆอยู่ที่ไหน” สตีฟพูดเขานั้นไม่เคยสอบถามที่อยู่หรือบ้านของพวกเด็กๆเลย
“แต่ฉันรู้ !!” ซาร่าบอก
“หือเธอรู้....” สตีฟมีสีหน้าตกใจทันทีที่ซาร่าบอกว่ารู้ที่อยู่พวกเด็กๆ
“ก็ใช่น่ะสิฉันถามตั้งแต่พวกเด็กๆมาค้างกับเราที่โรงแรมเมื่อคราวก่อนแล้วตอนที่นายพึ่งหายเป็นอัมพาตน่ะ” ซาร่าบอก
“นี่ซาร่า สตีฟฉันต้องไปก่อนนะเอาไว้ถ้าว่างๆจะแวะไปหา” โจดี้ลุกขึ้นพลางเดินออกไป
“โอเคโจดี้ถ้ามีปัญหาหรือเรื่องอะไรมาหาพวกเราได้นะ” ซาร่าตะโกนไล่หลังโจดี้ไป
“เฮ้อเราเองก็กลับกันเถอะคุณลาครึ่งวันนี่นะต้องกลับไปสอนอีก” สตีฟเห็นว่าคนในศาลเริ่มกลับกันแล้วจึงลุกขึ้นเตรียมตัวกลับบ้านบ้างเพราะศาลที่เขามาวันนี้คือศาลที่อยู่ในรัฐวอชิงตันซึ่งถ้านี่ไม่ใช่ซาร่าล่ะก็ไม่มีทางเดินทางไปกลับรัฐภายในระยะเวลาสั้นๆได้แน่ๆ
“อืม...ไปสินายเองก็มีนัดกับคุณจีเวลนี่นา” ซาร่าพยักหน้าพลางลุกขึ้นเตรียมตัวกลับนิวยอร์ค
อีกด้านหนึ่ง
“อะไรนะนี่น้องแอนนาไม่รู้จักแม้กระทั่งวิธีใช้ระบบตรวจสอบเลยงั้นเหรอ !!” ไอรี่อุทานพลางมองหน้าเด็กอายุเก้าขวบที่ขอมาอยู่กลุ่มเดียวกับพวกเธอตอนแรกเธอก็ไม่กะจะรับมาเข้ากลุ่มหรอกแต่พอรู้ว่าเด็กคนนี้รู้จักกับลุงสตีฟและพี่สาวซาร่าด้วยนั้นพวกเธอก็ตกลงให้เข้ามาอยู่กลุ่มเดียวกับพวกเธอด้วยทันที
“คุณพ่อกับพี่อลิเชียร์ไม่เคยสอนเลยค่ะพวกเขาบอกว่าสำหรับหนูมันไม่จำเป็นเพราะหนูไม่มีวันเป็นฮีโร่ได้” แอนนาพูด
“หงะ !!” ไอรี่ทำหน้าเหยเก
“สกิลทุกอย่างที่เรามีนั้นน่ะต่างมีวิธีการใช้งานมันไม่ว่าสกิลเหล่านั้นจะห่วยขนาดไหนก็จะต้องมีวิธีการใช้งานมันแน่ๆ พวกเราจะหาวิธีการใช้งานสกิลของเธอให้เอง” ซาช่าที่นั่งดื่มนมอยู่ไม่ไกลบอกกับแอนนา
“จริงเหรอคะพี่ซาช่าสกิลของหนูจะมีวิธีใช้งานจริงๆเหรอคะ” แอนนาถามอย่างมีความหวังเธอนั้นอยากจะเป็นฮีโร่แบบสตีฟบ้างจึงตัดสินใจเดินเข้าสู่เส้นทางการเป็นฮีโร่
“บางทีน่ะนะ !!” ซาช่าเองก็ตอบอย่างไม่มันใจเพราะเธอก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้งานสกิลและค่าสถานะของแอนนาในการจัดการกับสัตว์กลายพันธ์ยังไงเหมือนกันแต่เธอมั่นใจได้อย่างหนึ่งเลยว่าแอนนาเป็นคนๆหนึ่งที่มีค่าพลังกายมหาศาลที่สุดในโลกแน่นอนที่เหลือก็แค่หาวิธีใช้งานมันให้เป็นอาวุธเท่านั้น
แกร๊ก !! เสียงประตูห้องพักของพวกเธอถูกเปิดออกก่อนจะเห็นไอวี่เดินเข้ามา
“กลับมาแล้วจ้าอ๊ะนี่เตียงนอนใหม่ของน้องแอนนาน้องคนเล็กของพวกเรา ซื้อลายคุณกระต่ายมาให้เลยน้า !!!” ไอวี่พูดก่อนจะหยิบเตียงที่ซื้อมาออกมาจากกระเป๋ามิติโชว์ให้แอนนาดู
“ว้าวคุณกระต่ายล่ะ ขอบคุณค่ะพี่ไอวี่ !!” แอนนารีบปรี่เข้าไปดูเตียงใหม่ของเธอที่พี่สาวคนใหม่ซื้อมาให้
“ไม่เป็นไรจ๊ะน้องแอนนาที่รักก็เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนี่นา” ไอวี่ยกมือขึ้นลูบหัวแอนนาทำให้แอนนาทำหน้าเคลิ้มทันที
“อะไรกันไอวี่ ฉันเองก็เป็นพี่ของแอนนานะ” ไอรี่เมื่อเห็นว่าฝาแฝดของเธอเริ่มจะทำคะแนนเพื่อให้เป็นพี่สาวที่แอนนาชอบที่สุดเธอก็เริ่มไม่ยอมทันทีก่อนจะรีบปรี่เข้ามากอดแอนนาแล้วเอาแก้มถูๆหน้าของแอนนาใหญ่
“อ๊ะมันจั๊กกะจี๋นะคะพี่ไอรี่” แอนนารู้สึกจั๊กกะจี๋เพราะผมของไอรี่มันกำลังทิ่มคอเธออยู่
“เฮ้อเด็กพวกนี้นี่เล่นอะไรกันอยู่เนี่ย” ซาช่าที่มองอยู่ก็ได้แต่ส่ายหน้าการกระทำของทั้งคู่ที่กำลังแข่งกันทำคะแนนให้ตนเองเป็นพี่สาวที่แอนนาชอบที่สุดแต่ไม่ว่าซาช่าจะมองมุมไหนสองแฝดอย่างไอรี่และไอวี่นั้นก็ไม่มีมาดของพี่สาวเลยสักนิด
ตัดมาที่สตีฟ
ตุ่บ !! ซาร่าส่งสตีฟลงที่หน้าบ้านหลังหนึ่งในย่านหมู่บ้านหรูใช่แล้วบ้านหลังนี้คือบ้านของตาลุงจีเวล สตาร์คนั่นเอง
“ขอบใจนะเธอรีบไปเถอะนี่ก็เที่ยงแล้ว” สตีฟแหงนหน้ามองดูซาร่า
“อืม” ซาร่าพยักหน้าเบาๆเตรียมเหาะไปที่โรงเรียนแต่จู่ๆตอนนั้นเองสตีฟก็เรียกเอาไว้ก่อน
“อ๊ะจริงสิซาร่าลูกไม้สีดำนี่เซ็กซี่ดีนะ” สตีฟฉีกยิ้มออกมาอย่างหื่นๆก่อนจะพูดออกไปตอนแรกซาร่าทำหน้างงๆ แต่พอเธอนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอใส่กางเกงในลายลูกไม้และตอนนี้เธอก็ใส่กระโปรงสั้นทรงเออยู่ทำให้เธอหน้าแดงทันที
“ทะลึ่งตาบ้า !!!” ซาร่ายกมือขึ้นขู่ทำท่าเหมือนจะเอาเรื่องสตีฟก่อนจะรีบเหาะไปทำงานทันที
“หึหึ !!” สตีฟหัวเราะออกมาเบาๆมองดูซาร่าที่กำลังเหาะไปทำงานและใช้มือหนึ่งปิดใต้กระโปรงเอาไว้เพราะกลัวคนข้างล่างเห็น
“จริงๆจากมุมนี้ใครจะไปเห็นกางเกงในเธอเล่าเพราะพอเวลาเงยหน้ามองมันย้อนแสงอาทิตย์พอดี ผมเห็นตอนเธอหยิบมันมาใส่เมื่อเช้าต่างหากล่ะโธ่ !!” สตีฟพูดพลางส่ายหน้าให้กับท่าทีโก๊ะๆของซาร่าถ้าเธอฉุกคิดสักนิดจะรู้ว่าสตีฟไม่มีทางเห็นกางเกงในของเธอเด็ดขาดแสงจากดวงอาทิตย์มันทำให้เขามองไม่เห็นนั่นเอง
“เอาล่ะลุงไปหาตาลุงสตาร์คดีกว่า” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปกดกริ่งประตูบ้านของจีเวล
ติ๊งต่อง !! สตีฟกดกริ่งและยืนรอตาลุงแกมาเปิดอยู่จนกระทั่งหนึ่งนาทีผ่านไปก็ยังไม่มีวี่แววสตีฟจึงลองกดอีกครั้ง
ติ๊งต่อง !! คราวนี้สตีฟรออีกสองนาทีก็ยังไม่มีใครมาเปิดจึงทำให้เขาเริ่มหงุดหงิด
ติ๊งต่อง !! ติ๊งต่อง !! ติ๊งต่อง !! ติ๊งต่อง !! ติ๊งต่อง !! ติ๊งต่อง !! สตีฟกดรัวๆแต่ก็ยังไม่มีใครมาเปิดเช่นเดิม
“อะไรฟระหรือว่าจะเปิดเพลงดังอีกแล้วจนไม่ได้ยินเสียงกริ่ง !!” สตีฟบ่นออกมาพลางลองบิดลูกบิดประตูดู
แกร๊ก !! ซึ่งก็ปรากฎว่าประตูไม่ได้ล็อกเอาไว้
“เฮ้อประตูก็ไม่ได้ล็อกตาลุงนี่ไม่กลัวขโมยเลยหรือไง” สตีฟอดส่ายหน้าไม่ได้ก่อนจะเดินไปที่ทางลงห้องใต้ดินที่ซึ่งคราวก่อนเคยมา
บูมๆๆๆ !! ทันทีที่สตีฟเดินมาก็ได้ยินเสียงเบสหนักๆของดรตรีเช่นเคยซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ตาลุงนี่ไม่ได้ยินเสียงกริ่งประตูบ้านที่เขากดนั่นเอง
สตีฟถอนหายใจออกมาก่อนจะเปิดประตูและลงไปชั้นใต้ดินทันที
ให้ตายเถอะตาลุงนี่ทนฟังเพลงแบบนี้ไปได้ยังไงขนาดตรูฟังแค่นี้ขี้หูยังแทบไหล สตีฟคิดในใจและเมื่อสตีฟลงมาถึงห้องใต้ดินเขาก็ต้องตกใจกับสภาพของห้องจนเผลอหยุดเดินเพราะว่าสภาพห้องตอนนี้ตามฝาผนังเต็มไปด้วยเศษซากร่องรอยของการระเบิด และเขม่าจากไฟไหม้ กลางห้องนั้นเองสตีฟเห็นจีเวลนอนแอ้งแม้งหน้าซีดเป็นคนป่วยอยู่
“เฮ้ยตาลุง เป็นอะไรไปอย่าบอกนะว่าแค่ตรูใช้ให้แปรรูปเส้นไหมหน่อยเดียวเลยกลายเป็นสภาพนี้อ่ะ นี่ตาลุงอย่าตายนะตรูยังมีงานซ่อมรถอีกสองคันให้ ซ่อมเสร็จแล้วค่อยตายดิฟระ !!” สตีฟรีบวิ่งเข้าไปประคองจีเวลขึ้นมาดูว่าอาการเป็นอย่างไรบ้าง
และเมื่อสตีฟประคองจีเวลขึ้นมาเพื่อจะดูอาการทันใดนั้นเองจีเวลก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาก่อนจะยกมือขึ้นมาอย่างสั่นๆ
ปากของจีเวลค่อยๆขยับเหมือนกำลังจะพยายามพูดอะไรอยู่
“หือนี่จะสั่งเสียกันเลยเหรอจะรับฟังเอาไว้แล้วกันว่ามาเลย” สตีฟเห็นว่าจีเวลเหมือนกับคนที่กำลังจะพูดสั่งเสียครั้งสุดท้ายก็ค่อยๆก้มหน้าลงไปใกล้ๆเพื่อจะฟังได้ถนัดๆเพราะเสียงเพลงในห้องนี้มันดังมาก
“นะ....นะ....”
“นะ นะ อะไรฟระฟังไม่รู้เรื่องเลย” สตีฟพูด
“นะ...น้ำ...ขะ...ขอน้ำหน่อย !!!” ในที่สุดจีเวลก็พูดออกมาจนจบประโยคทำให้สตีฟอ้าปากค้างทันที
อะไรฟระเนี่ยที่แท้ก็หิวน้ำตรูนึกว่าตาลุงนี่กำลังจะตายและกำลังสั่งเสียซะอีกโธ่เฟ้ย !! สตีฟคิดในใจก่อนจะค่อยๆหาอะไรมาหนุนหัวจีเวลเอาไว้และหยิบน้ำออกมาก่อนจะค่อยๆป้อนให้ดื่มระหว่างนั้นเขาก็คอยมองสำรวจห้องไปด้วยเพื่อหาสาเหตุว่าอะไรที่ทำให้ห้องแห่งนี้มีสภาพเละเทะขนาดนี้และแล้วสตีฟก็สังเกตุเห็นอะไรบางอย่างถูกขึงเอาไว้อยู่บนราวเหล็กซึ่งมันมีลักษณะเป็นเส้นเล็กๆสีขาวเหมือนกับเส้นด้าย
“นั่นมันหรือว่าจะเป็น......”
จบ...