บทที่ ห้าสิบสอง
หลังได้ไปเดินเล่นที่ตลาดกลางเมืองจนนางเพลิดเพลินใจยิ้มมาตลอดทางจนพากันกลับมาที่โรงเตี๊ยมอิงหมิงเข้าห้องก็มานั่งอยู่ที่กลางห้องที่บนโต๊ะมีหมอนใบเล็กๆ ให้นกเย่ยิงได้นอนนางจึงลูบหัวเจ้านกตัวน้อยเล่นไปพลางอีกมือก็หยิบเมล็ดแตงขึ้นแทะกิน
“เจ้าจะบอกข้าได้หรือยังทำไมเราต้องรออีกสองวันด้วย”เด็กชายนั่งขัดสมาธิบนเตียงนอนเอ่ยขึ้นขณะที่ยังหลับตาอยู่
“โธ่ ท่านไม่อยากชมแข่งเรือหรือ? สนุกมากนะพวกคนจะพากันแต่งเรือมาอวดโฉมให้ชม กลางวันมีแข่งขันกลางคืนล่องลำน้ำชมดาว ไหนๆก็มาแล้วรอชมเทศกาลกันเถอะ”
“ข้าไม่ได้ไม่อยากอยู่ชม แต่เพียงสงสัย” แล้วเขาก็กลับเข้าสมาธิอีกครั้งอิงหมิงนอนคว่ำหน้าราบไปกับโต๊ะมองเด็กน้อยแต่ก่อนจอมมารก็พร่ำสอนให้อิงหมิงฝึกสมาธิเดินพลัง มาด้วยนี้เห็นเขาตั้งใจฝึกเองบ้างก็คิดได้ว่าหรือนางก็ควรเอาอย่างอีกฝ่าย‘ฝึกสมาธิเสียบ้าง’
หญิงสาวดันตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงหลับตาเริ่มเดินพลังไปทั่วร่างตามสิ่งที่เคยได้ร่ำเรียน
สองวันผ่านไปอิงหมิงพาเด็กชายและนกอีกหนึ่งตัวเดินตามถนนทอดยาวไปที่ริมน้ำ
เมื่อมาถึงริมน้ำบริเวณนี้เป็นลำคลองเล็กๆแต่แออัดไปด้วยเรือตั้งแต่ขนาดเล็กจนขนาดกลาง ทุกลำล้วนตกแต่งงดงามประดับพู่ติดแผ่นภาพล้วนตระการตา
“สวยไหม?” นางหันมาเอ่ยถามเด็กน้อย
“ก็ดี”
ไม่แน่ว่าสำหรับจอมมารเทศกาลนี้อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่เสียเท่าไรแต่สำหรับปีศาจจิ้งจอกอย่างนางพบเจอมาน้อยแค่นี้ก็น่าตื่นตาแล้ว “จริงๆแถบนี้มีแต่เรือขนาดเล็กและขนาดกลางแต่เรือที่ขนาดใหญ่ใช้แข่งพายจะอยู่ริมแม่น้ำด้านนอก”
“เจ้ารู้ดีเหมือนเคยอยู่ที่นี่?”
“เออ..ข้า เดี๋ยว..นั้น ฮูหยินจางนี่”อิงหมิงชี้ไปที่หญิงสาวร่างอรชรใบหน้ายิ้มแย้มข้างกายนางมีเด็กน้อยที่วันนี้สงบเสงี่ยมกว่าเดิมมากแต่พอจางถูฟางเห็นอิงหมิงอาการที่สงบเสงี่ยมก็มลายลงเขาดึงมารดาให้ก้าวเท้าเร็วมาหาอิงหมิงปากร้องเรียก “พี่ชายหมิง พี่ชายรอง”
“คุณชายหมิง” เซี่ยจือจือยอบกายคารวะคุณชายส่วนจางถูฟางมาถึงก็ไปเกาะเกี่ยวทั้งสอง ไม่ได้สังเกตเลยว่าจอมมารวัยเด็กมีสีหน้าเย็นชาปานใดเพียงแค่ขอเป็นเด็กเขาก็อยากจะรบเร้าให้มาเล่นด้วยกัน
“พี่ชายรองข้ามีหุ่นชักมาให้พี่ชายด้วย”ว่าจบเด็กน้อยก็ยื่นหุ่นชักมาให้พี่ชายคนใหม่หุ่นชักนี้เป็นของเล่นที่รักของจางถูฟางการที่เขาเอามาให้เด็กอีกคนแสดงว่าถูกใจอีกฝ่ายมาก แต่จอมมารก็ยังนิ่งเงียบไม่ยอมรับไม่หื้อไม่อิ้อสักอย่าง
จนอิงหมิงต้องก้มลงกระซิบ“ช่วยรับไว้เถอะ เขาคงอยากเป็นเพื่อนกับท่านมากๆ”ในที่สุดเด็กชายใบหน้าเย็นชาก็ยอมรับหุ่นชักที่ส่งมาให้
“คุณชายหมิงจะไปชมเรือแข่งด้านนอกริมน้ำหรือไม่”
“แน่นอน ข้ามาเพื่อชมเทศกาลอยู่แล้ว”
“เช่นนั้นเดินไปด้วยกันเถอะ ข้าจะพาท่านไปพบท่านพี่ด้วย”
เซี่ยจือจือพาทั้งสองให้เดินริมทางน้ำย้อนขึ้นไปที่ต้นสายน้ำตลอดทางมีเรืองดงามจอดเต็มฝั่งบ้างขายอาหารบ้างขายสินค้าหรือเป็นเรือรับจ้างก็มีขณะที่อิงหมิงกำลังเพลิดเพลินกับการมองริมน้ำมองของที่ขายในเรือก็มีผู้มาใหม่
“จือจือ” ไม่ใช่ใครอื่น จางเยี่ยนนั้นเอง เขาเดินเข้ามาหาภรรยาเขาดูผอมลงไปจากปกติอยู่มาก แต่ว่าไม่มีอาการของคนป่วยสักนิดสีหน้าสดใสน้ำเสียงที่เรียกคนรักก็ชัดเจนแจ่มใส
“ท่านพี่..นี่คือคุณชายหมิงที่ช่วยฟางเอ๋อร์เอาไว้”
"คุณชายนี่เอง ข้าขอขอบคุณท่านแล้วจริงๆหากอยู่ที่เสวียหยางมีสิ่งใดรบกวนใจท่านก็บอกข้าได้ ข้ายินดีช่วยอย่างที่สุด"
“ข้าชอบที่นี่มาก ไม่มีสิ่งใดรบกวนข้าเลยท่านจางสบายใจได้อีกอย่างหลังเทศกาลจบข้ากับน้องชายก็จะเดินทางต่อแล้ว”เหตุผลที่นางมาที่นี่แค่นางอยากแวะมากล่าวลาพวกเขาเท่านั้นหลังจากนี้คงไม่ได้เจอกันอีก
“เช่นนั้นคืนนี้คุณชายจะไปล่องเรือหรือไม่พอค่ำลงเรือน้อยใหญ่จะพากันพายล่องน้ำไป งดงามยิ่งนัก มองขึ้นฟ้าก็เห็นดาวมองลงน้ำก็เห็นโคมสะท้อน” อิงหมิงเคยจะได้ไปครั้งหนึ่งตอนเซี่ยจือจือออกมาเที่ยวกับจางเยี่ยนตั้งแต่ยังไม่ให้กำเนิดจางถูฟางตอนนั้นเกือบจะได้ไปแล้วแต่คนสนิทเซี่ยจือจือกลับคว้าจิ้งจอกหิมะลงจากเรือเพราะต้องการให้สามีภรรยาไปกันสองคนนี่สิหลังจากนั้นก็ไม่โอกาสเฉียดๆ อีกเลย เสียดายนัก
แต่ในเมื่อครั้งนี้โอกาสมาถึงนางก็ลองขอไปล่องรถสักหน่อยเถอะ“น่าสนใจนัก แต่ข้ายังไม่มีเรือของตัวเอง ไว้เดี๋ยวจะไปหาสักลำ”เพราะที่นี่มีเรือรอให้เช่ามากมาย
“เรื่องนี้ข้าช่วยได้ ข้ามีเรืออยู่หลายลำ ไม่สู้คุณชายหมิงยืมไปก่อน”
“แต่เกรงว่า..”
“คุณชายอย่าปฏิเสธเลย ข้าไม่ถือว่าลำบากอย่างใด”พออิงหมิงจะปฏิเสธอีกฝ่ายก็เอ่ยขัดทันที แต่ถ้าจะไปหาซื้อหรือเช่านางก็จะเสียเงินเก็บไปส่วนหนึ่งเช่นกันไม่รู้จะต้องเดินทางอีกนานขนาดไหนแค่ยืมเรือเองคงไม่เป็นไรแต่ก่อนอื่นขอถามท่านจอมมารเสียก่อน
“เช่นนั้นพวกเราไปล่องเรือกันไหม?”
“ตามใจเจ้า”
“ถ้าอย่างนี้รบกวนท่านจางแล้ว”
การแข่งพายเรือจะเป็นเรือลำยาวตกแต่งรูปร่างแบบมังกรสายน้ำการแข่งจะต้องใช้ผู้พายหลายสิบคนดังนั้นผู้ส่งแข่งขันในเทศกาลจึงเป็นตระกูลใหญ่ของเมืองทั้งนั้นครั้งนี้มีตระกูลที่เข้าร่วมห้าตระกูลด้วยกันซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีตระกูลจางรวมอยู่ด้วย
“นั้นๆ พี่ชายรอง เรือของท่านพ่อ” จางถูฟางยังเกาะติดจอมมารไม่ห่างหลังสอนพี่ชายคนใหม่เล่นหุ่นชักแล้วก็พากันมาดูการแข่งขัน
“ขอโทษด้วยคุณชาย บุตรชายข้าไม่มีพี่น้องเห็นคนวัยห่างกันไม่มากคงอยากจะเล่นด้วย” อิงหมิงก็พยักหน้าอย่างเข้าใจเวลานี้จอมมารไม่รู้เหตุใดจึงกลายเป็นร่างเด็กเช่นนี้ แรกๆ ก็มีสีหน้าเย็นชาแต่พอถูกรบเร้ามากๆก็ยอมเล่นกันด้วยบ้างแต่ถ้าเมื่อไรที่คืนร่างอิงหมิงก็ไม่รู้ท่านจอมมารจะรู้สึกเช่นไร
“ไม่เป็นไร ให้เขาได้เล่นบ้างก็ดี”
ไม่นานการแข่งก็เริ่มขึ้นคนที่ยืนอยู่ริมน้ำแน่นขนัดเพื่อมารอชมการแข่งขันเรือพาย
“ครั้งนี้ตระกูลใดจะชนะกันนะ” เสียงชาวบ้านพูดคุยถึงผลการแข่งขัน
“ข้าว่าตระกูลเสว่ ข้าได้ยินนายท่านใหญ่เสว่ลงทุนไปไม่น้อยสำหรับปีนี้”
อิงหมิงที่ได้ยินเสียงเหล่านี้ลอยมาตามลมก็คิดไปถึงหญิงสาวคนที่เจอวันก่อนรถม้าที่จะชนจางถูฟางเป็นของฮูหยินรองเสว่ น่าจะเป็นคนของตระกูลเสว่เมื่อสาวใช้ที่ติดตามเซี่ยจือจือมาได้ยินชาวบ้านคุยกันแบบนี้ก็เริ่มซุบซิบเช่นกัน
“ตระกูลเสว่นะหรือ?” สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยแล้วเปรยตาออกไปที่อีกฝั่งของริมน้ำอิงหมิงมองตามไปก็เจอกับหญิงสาวคนนั้นวันนี้เสื้อผ้าของนางหรูหรายิ่งนักคงเพราะเป็นงานเทศกาลใหญ่จึงแต่งองค์ทรงเครื่องขนาดนั้นเครื่องประดับเลอค่าบนตัวไม่ได้มีเยอะจนดูมากเกินแต่ทุกชิ้นนับว่าเหมาะสมเสื้อผ้าบางเบาเหมาะสำหรับอากาศที่กำลังเข้าวสันต์ฤดู ยิ่งมองจากที่ไกลๆชายกระโปรงลายดอกไม้ยิ่งดูเหมือนของจริง
“มีที่ไหนออกเทศกาลใหญ่ประจำปีพามาเพียงฮูหยินรองหยามหน้าฮูหยินเอกที่ยังมีชีวิตอยู่ขนาดนี้”
“หร่วนเฟย!” ใช่ว่าคำซุบซิบที่อิงหมิงได้ยินจะไม่มีคนได้ยินอีกเซี่ยจือจือที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ได้ยินเช่นกันนางจึงดุบ่าวของตนเอง “อย่าพูดเหลวไหล”
“ขออภัยเจ้าค่ะนายหญิง” สาวใช้นามหร่วนเฟยจึงเงียบไป
อิงหมิงไม่เคยรู้จักหรือได้ยินเกี่ยวกับฮูหยินรองเสว่มาก่อนปกติที่จวนตระกูลจางนั้นมีฮูหยินจากตระกูลอื่นๆ มาเยี่ยมเยือนเป็นประจำถ้าฮูหยินรองคนนี้ใช่พึ่งแต่งเข้าตระกูลจึงยังไม่สนิทกันก็หมายถึงไม่ค่อยจะน่าผูกสัมพันธ์สักเท่าไรอิงหมิงในร่างเซียนลู่อิงหมิงจึงหันไปมองหญิงสาวชุดสีชมพูอมส้มอีกครั้งแต่ครั้งนี้ทั้งสองสบสายตากันเข้าพอดีอีกฝ่ายรีบหันหน้าหนีสักพักก็ถอยออกจากข้างกายนายท่านใหญ่เสว่หายไปพร้อมสาวใช้ข้างกายที่ก้าวเข้ามากระซิบอะไรบางอย่าง
หญิงสาวใบหน้างดงามทรงเสน่ห์บัดนี้มีสีหน้าวิตกกังวลยังไม่เข้าเหมันต์ด้วยซ้ำแต่ขมับของนางมีเหงื่อซึมบางเบา “เรื่องนั้นเป็นอย่างไร?” นางเอ่ยกับหญิงสาวอีกคนที่อยู่ข้างกายหรือก็คือสาวใช้ที่ติดตามนางมาตลอดหลายปีนี้
“บ่าวส่งลิ่วเจ้าไปค้นที่ห้องพักแล้วก็สอบถามเสี่ยวเอ้อร์มาแล้วเจ้าค่ะ”สาวใช้ก้มหน้ารายงานผู้เป็นนาย
“นามจริงไม่มีคนรู้เจ้าค่ะ รู้แค่ที่เรียกขานกันเพียงว่าคุณชายหมิงกับคุณชายรอง..”แค่เพียงเท่านี้ก็ทำขาแข้งของฮูหยินรองเสว่อ่อนแทบทรุดแล้วหากไม่ได้สาวใช้พยุงไว้ก่อนคงจะล้มกองที่พื้นแล้ว
“...หมิง? คุณชายหมิง..ไม่จริง” นางหายใจหอบไม่มีสาเหตุ
“ฮูหยินรองเป็นอะไรไปเจ้าคะ บ่าวไปตามหมอให้นะเจ้าคะ”
“ไม่! ไม่ต้อง..ว่าแต่รู้อะไรอีกหรือไม่?”
“เหมือนว่าสองคนนั้นจะบอกใครๆ ว่าเป็นพี่น้องกัน กำลังออกเดินทางหาญาติหลังเทศกาลพรุ่งนี้ก็จะออกจากเมืองแล้วเจ้าค่ะ”
“...”ฮูหยินรองเสว่เงียบไป แต่ในความคิดตีกันวุ่นวาย‘จะมีคนที่หน้าตาเหมือนกันแบบนี้ด้วยหรือ?’ ‘แต่ว่านางตายแล้วนี่’‘ชื่อก็เหมือนกัน’ ‘หรือยังไม่ตาย?’ ‘แล้วถ้านางไม่ตายละ’‘แล้วเด็กคนนั้นคือใคร?’ ‘หากว่าใช่คนเดียวกันพวกนั้นจะเผยเรื่องของข้าหรือไม่?’
ต่อให้ถามคำถามเดิมซ้ำๆนางก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ไม่สู้เขียนคำตอบเองเสียเลย “ข้ามีงานใหม่ให้เจ้าเอาสิ่งนี้ให้ลิ่วเจ้าแล้วบอกว่า…”
ยามค่ำมาถึงในมือของอิงหมิงถือโคมหนึ่งดวง ส่วนจอมมารก็ยังมีเด็กน้อยจางถูฟางตามไม่ห่างคนตระกูลจางมาส่งทั้งสองขึ้นเรือที่เตรียมเอาไว้ให้ล่องน้ำดูดาว
“กว่าจะล่องเรือเสร็จก็คงดึกมาก คงไม่ได้เจอกัน พรุ่งนี้ข้าคงเดินทางแต่เช้าถือโอกาสนี้บอกลา”
“เช่นกันคุณชายหมิง ล่องเรือให้สนุก เดินทางราบรื่นขอให้เจอญาติที่ตามหาเร็ววัน” จางเยี่ยนเอ่ยลาเช่นกัน
“พี่ชายรองมาเสวียหยางอีกนะขอรับ หลังจากเจอญาติท่านแล้วข้าจะเก็บหุ่นชักไว้ให้ท่านเยอะๆ เลย” เด็กน้อยยังไม่ยอมห่างกายพี่ชายคนใหม่จนผู้เป็นมารดาต้องมาจูงพาออกไป
อิงหมิงก้าวลงเรือที่ตระกูลจางจัดเตรียมไว้ให้ตามมาด้วยจอมมารตัวน้อยก่อนจะหันกลับไปหาทั้งสาม “รักษาตัวด้วย”อิงหมิงเอ่ยหลังจากเรือค่อยๆ ออกจากท่า เมื่อห่างออกมาพอสมควรแล้วถึงเอ่ยอีกประโยค“ขอบคุณ” จากนั้นถึงโค้งตัวก้มหัวลงเป็นการขอบคุณ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง
“เจ้ารู้จักพวกนั้นมาก่อนใช่ไหม?”
“ใช่”
“คงเป็นเหตุผลที่มาที่นี่สินะ”ตอนแรกผู้เป็นจอมมารคิดว่าเซียนสาวพาเขามาที่นี่เพราะมีข่าวของเฉินหยวนแต่ตอนนี้กระจ่างแล้ว “พวกเขาเป็นใคร?”
“ผู้มีพระคุณ พวกเขาเคยช่วยข้าตอนที่ข้าลำบากแค่มาดูว่าพวกเขามีความสุขดีเท่านั้น จากนี้ข้าจะไม่พาท่านเถลไถลแล้ว”
“...ข้า..อืม” ตอนแรกเหมือนเด็กชายจะเอ่ยบ้างสิ่งแต่เขาก็กลืนคำพูดนั้นลงอิงหมิงเลิกมองไปที่ท่าน้ำหลังจากออกมาไกลจนมองไม่เห็นผู้คนนางหันหลังแล้วเอนกายลงที่หัวเรือ ส่วนหวงอวิ๋นก็โผบินขึ้นฟ้าวนอยู่รอบๆ เรือจอมมารวัยเยาว์มองไปที่ร่างเซียนสาว ปล่อยให้ทุกอย่างอยู่ในความสงบหากแต่ในใจแต่ละคนก็คิดไปต่างๆ นานา
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใดรอบบริเวณไม่ใช่สายน้ำเล็กๆ แต่เป็นผืนน้ำกว้างใหญ่ เรือล่องมาจนออกทะเลกว้างห่างออกไปมีโคมถูกจุดอยู่ตามเรือลำต่างๆ กระจายตัวออก ไม่ได้ดูหนาแน่น
อิงหมิงชันตัวลุกขึ้นนั่ง“สวยจริงๆ ด้วย” ทอดมองออกไปสุดสายตา จุดดวงไฟเล็กๆสะท้อนพื้นน้ำเคลื่อนไหวตามแนวคลื่น บนฟ้ามีดาวส่องสว่างนับไม่ถ้วนเหมือนภาพวาดผืนใหญ่ “ท่านชอบไหม”
“ชอบ”
“ดีที่ได้มากับใครสักคน ไม่งั้นภาพเหล่านี้คงเหงาน่าดู”
“ต่อไปเจ้า..”
“มารๆ” เจ้านกเย่ยิงแสนรู้เลือกเวลาได้เหมาะสมที่สุดมันบินลงมาจากที่ไปบินเล่นอยู่นานสองนานบินลงมาไม่พอมันยังป่าวประกาศว่าเขาเป็นมารอีกต่างหาก คำพูดที่กำลังจะพูดก็หยุดลง จอมมารหันไปอีกทางแล้วนอนลงมองท้องฟ้าด้วยความไม่สบอารมณ์
“เงียบ” อิงหมิงหันไปสั่งเจ้านกเย่ยิงก่อนจะกลับมาคุยต่อ“เมื่อครู่ท่านจะพูดอะไรหรือ?”
“ไม่มีอะไรแล้ว”
เมื่อเขาจะไม่พูดนางก็จนใจถามต่ออิงหมิงปล่อยให้เวลาไหลไปไม่ต่างจากสายน้ำ ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยามใดแล้วนางนอนมองท้องฟ้าจนเกือบจะเคลิ้มหลับ แต่เด็กชายข้างกายก็เขย่าตัวนางจนตาสว่าง
“มีอะไร?”
“มีผู้บุกรุก” หลังพูดจบก็มีคนกระโจนขึ้นจากน้ำมาอยู่บนเรือพร้อมเพรียงจากที่สังเกตเห็นได้ตอนนี้มากันห้าคน ทุกคนล้วนสวมเสื้อผ้าสีดำปิดบังใบหน้าดูอย่างไรก็ไม่ได้มาดี
“จับมา” มีเสียงคนหนึ่งสั่งการ คนที่เหลือก็กรูกันเข้ามาจะจับทั้งสอง
เด็กน้อยที่ดูไม่มีพิษภัยผลักคุณชายผู้พี่ไปอีกทางกระโจนตัวไปกันให้ก่อนจะเริ่มต่อสู้กับผู้บุกรุกเป็นภาพที่สร้างความประหลาดใจเอามากๆ แต่ฝีมือเด็กคนนี้ไม่ใช่แย่เลย
แม้คมดาบจะหันเข้ามาพร้อมๆกันท่านจอมมารตัวน้อยก็ไม่หวาดกลัว ขอแค่ไม่มีใครเป็นผู้ฝึกพลังปราณก็พอเพราะตอนนี้พลังมารของเขายังไม่กลับคืนเต็มที่แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะให้เคี้ยวง่ายๆขอพวกจอมยุทธ์เขาพอรับมือไหว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด
“หยุดเดี๋ยวนี้เจ้าเด็กน้อย ไม่เช่นนั้นพี่ชายเจ้าตาย!” เสียงหนึ่งลอยมาจากด้านหลังขณะที่สู้กันชุลมุนพวกมันอีกคนที่พึ่งลอบขึ้นเรือก็เข้าถึงตัวอิงหมิงง่ายๆมันควงดาบวางพาดที่คออีกฝ่าย และมีโซ่เล็กๆที่เกือบจะเท่าขนาดสร้อยผูกที่ลำคออีกทีจริงที่นางเวลานี้เป็นจิ้งจอกสามหางแต่ไม่รู้ทำไมก็ไม่สามารถเดินพลังได้อย่างใจทั้งที่ช่วงนี้นางก็ฝึกไม่น้อย พอใช้พลังไม่ได้วรยุทธ์เป็นศูนย์จึงต้องยืนนิ่งรอความตาย
“มัดเอาไว้ พาตัวไปหาฮูหยิน” ตัวหัวหน้าสั่งการจอมมารจึงต้องกัดฟันยอมไปก่อน ไม่งั้นลำคอบางๆ ของอิงหมิงถูกสะบั้นได้ง่าย
ทั้งสองถูกมัดมือพวกโจรยืดกริชของจอมมารไปแล้วพาตัวไปที่เรืออีกลำเรือลำนั้นมุ่งหน้าสู่เส้นทางมืดมิด
“ข้าใช้พลังไม่ได้” นางเอ่ยเบาๆ กับจอมมารที่พิงอยู่ข้างกาย
“น่าจะเพราะสร้อยที่คอเจ้า”เขาจ้องมองที่โซ่เส้นเล็กที่ผูกคอร่างเซียนสาวเอาไว้
“ห้ามพูดคุย!” เสียงหัวหน้าโจรตวาดทั้งสองลั่นก่อนเรือจะหยุดลง “พาพวกมันส่งขึ้นเรือฮูหยิน”
โจรชุดดำดึงทั้งสองให้ขึ้นไปที่เรือลำขนาดกลางด้านนอกไม่มีโคมไฟสักดวงเหมือนอยากจะซ่อนตัว แต่พอถูกผลักเข้าไปด้านในห้องเล็กๆบนเรือในนั้นก็มีแสงสว่างไสว ในนั้นมีหญิงสาวอยู่สองคนอิงหมิงจำนางได้ทันทีนางมีสีหน้ากังวลคิ้วย่นเล็กน้อย ทั้งดวงตาก็ยังแข็งกร้าว มองจ้องอิงหมิงไม่ลดละ
เมื่อผลักทั้งสองเข้ามาในห้องแล้วหัวหน้าโจรก็เอ่ยสองสามประโยคก็ออกไป
“ฮูหยินจับพวกเขามาทำหรือเจ้าคะ?” แม้จะเป็นสาวใช้แต่คงสนิทกันมากถึงกล้าเอ่ยถามผู้เป็นเจ้านายแต่ผู้เป็นนายจะตอบไหมก็อีกเรื่อง
“จำข้าได้หรือไม่?” ผู้เป็นนายหญิงจ้องมองอิงหมิงพลางเอ่ยถาม
“ฮูหยินรองเสว่”