บันทึกเซียนลู่อิงหมิง(อ่านฟรี)

    บทที่ ห้าสิบสอง

    บทที่ ห้าสิบสอง

     

            หลังได้ไปเดินเล่นที่ตลาดกลางเมืองจนนางเพลิดเพลินใจยิ้มมาตลอดทางจนพากันกลับมาที่โรงเตี๊ยมอิงหมิงเข้าห้องก็มานั่งอยู่ที่กลางห้องที่บนโต๊ะมีหมอนใบเล็กๆ ให้นกเย่ยิงได้นอนนางจึงลูบหัวเจ้านกตัวน้อยเล่นไปพลางอีกมือก็หยิบเมล็ดแตงขึ้นแทะกิน

            “เจ้าจะบอกข้าได้หรือยังทำไมเราต้องรออีกสองวันด้วย”เด็กชายนั่งขัดสมาธิบนเตียงนอนเอ่ยขึ้นขณะที่ยังหลับตาอยู่

            “โธ่ ท่านไม่อยากชมแข่งเรือหรือ? สนุกมากนะพวกคนจะพากันแต่งเรือมาอวดโฉมให้ชม กลางวันมีแข่งขันกลางคืนล่องลำน้ำชมดาว ไหนๆก็มาแล้วรอชมเทศกาลกันเถอะ”

            “ข้าไม่ได้ไม่อยากอยู่ชม แต่เพียงสงสัย” แล้วเขาก็กลับเข้าสมาธิอีกครั้งอิงหมิงนอนคว่ำหน้าราบไปกับโต๊ะมองเด็กน้อยแต่ก่อนจอมมารก็พร่ำสอนให้อิงหมิงฝึกสมาธิเดินพลัง มาด้วยนี้เห็นเขาตั้งใจฝึกเองบ้างก็คิดได้ว่าหรือนางก็ควรเอาอย่างอีกฝ่าย‘ฝึกสมาธิเสียบ้าง’

            หญิงสาวดันตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงหลับตาเริ่มเดินพลังไปทั่วร่างตามสิ่งที่เคยได้ร่ำเรียน

            สองวันผ่านไปอิงหมิงพาเด็กชายและนกอีกหนึ่งตัวเดินตามถนนทอดยาวไปที่ริมน้ำ

            เมื่อมาถึงริมน้ำบริเวณนี้เป็นลำคลองเล็กๆแต่แออัดไปด้วยเรือตั้งแต่ขนาดเล็กจนขนาดกลาง ทุกลำล้วนตกแต่งงดงามประดับพู่ติดแผ่นภาพล้วนตระการตา

            “สวยไหม?” นางหันมาเอ่ยถามเด็กน้อย

            “ก็ดี”

            ไม่แน่ว่าสำหรับจอมมารเทศกาลนี้อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่เสียเท่าไรแต่สำหรับปีศาจจิ้งจอกอย่างนางพบเจอมาน้อยแค่นี้ก็น่าตื่นตาแล้ว “จริงๆแถบนี้มีแต่เรือขนาดเล็กและขนาดกลางแต่เรือที่ขนาดใหญ่ใช้แข่งพายจะอยู่ริมแม่น้ำด้านนอก”

            “เจ้ารู้ดีเหมือนเคยอยู่ที่นี่?”

            “เออ..ข้า เดี๋ยว..นั้น ฮูหยินจางนี่”อิงหมิงชี้ไปที่หญิงสาวร่างอรชรใบหน้ายิ้มแย้มข้างกายนางมีเด็กน้อยที่วันนี้สงบเสงี่ยมกว่าเดิมมากแต่พอจางถูฟางเห็นอิงหมิงอาการที่สงบเสงี่ยมก็มลายลงเขาดึงมารดาให้ก้าวเท้าเร็วมาหาอิงหมิงปากร้องเรียก “พี่ชายหมิง พี่ชายรอง”

            “คุณชายหมิง” เซี่ยจือจือยอบกายคารวะคุณชายส่วนจางถูฟางมาถึงก็ไปเกาะเกี่ยวทั้งสอง ไม่ได้สังเกตเลยว่าจอมมารวัยเด็กมีสีหน้าเย็นชาปานใดเพียงแค่ขอเป็นเด็กเขาก็อยากจะรบเร้าให้มาเล่นด้วยกัน

            “พี่ชายรองข้ามีหุ่นชักมาให้พี่ชายด้วย”ว่าจบเด็กน้อยก็ยื่นหุ่นชักมาให้พี่ชายคนใหม่หุ่นชักนี้เป็นของเล่นที่รักของจางถูฟางการที่เขาเอามาให้เด็กอีกคนแสดงว่าถูกใจอีกฝ่ายมาก แต่จอมมารก็ยังนิ่งเงียบไม่ยอมรับไม่หื้อไม่อิ้อสักอย่าง

            จนอิงหมิงต้องก้มลงกระซิบ“ช่วยรับไว้เถอะ เขาคงอยากเป็นเพื่อนกับท่านมากๆ”ในที่สุดเด็กชายใบหน้าเย็นชาก็ยอมรับหุ่นชักที่ส่งมาให้

            “คุณชายหมิงจะไปชมเรือแข่งด้านนอกริมน้ำหรือไม่”

            “แน่นอน ข้ามาเพื่อชมเทศกาลอยู่แล้ว”

            “เช่นนั้นเดินไปด้วยกันเถอะ ข้าจะพาท่านไปพบท่านพี่ด้วย”

            เซี่ยจือจือพาทั้งสองให้เดินริมทางน้ำย้อนขึ้นไปที่ต้นสายน้ำตลอดทางมีเรืองดงามจอดเต็มฝั่งบ้างขายอาหารบ้างขายสินค้าหรือเป็นเรือรับจ้างก็มีขณะที่อิงหมิงกำลังเพลิดเพลินกับการมองริมน้ำมองของที่ขายในเรือก็มีผู้มาใหม่

            “จือจือ” ไม่ใช่ใครอื่น จางเยี่ยนนั้นเอง เขาเดินเข้ามาหาภรรยาเขาดูผอมลงไปจากปกติอยู่มาก แต่ว่าไม่มีอาการของคนป่วยสักนิดสีหน้าสดใสน้ำเสียงที่เรียกคนรักก็ชัดเจนแจ่มใส

            “ท่านพี่..นี่คือคุณชายหมิงที่ช่วยฟางเอ๋อร์เอาไว้”

            "คุณชายนี่เอง ข้าขอขอบคุณท่านแล้วจริงๆหากอยู่ที่เสวียหยางมีสิ่งใดรบกวนใจท่านก็บอกข้าได้ ข้ายินดีช่วยอย่างที่สุด"

            “ข้าชอบที่นี่มาก ไม่มีสิ่งใดรบกวนข้าเลยท่านจางสบายใจได้อีกอย่างหลังเทศกาลจบข้ากับน้องชายก็จะเดินทางต่อแล้ว”เหตุผลที่นางมาที่นี่แค่นางอยากแวะมากล่าวลาพวกเขาเท่านั้นหลังจากนี้คงไม่ได้เจอกันอีก

            “เช่นนั้นคืนนี้คุณชายจะไปล่องเรือหรือไม่พอค่ำลงเรือน้อยใหญ่จะพากันพายล่องน้ำไป งดงามยิ่งนัก มองขึ้นฟ้าก็เห็นดาวมองลงน้ำก็เห็นโคมสะท้อน” อิงหมิงเคยจะได้ไปครั้งหนึ่งตอนเซี่ยจือจือออกมาเที่ยวกับจางเยี่ยนตั้งแต่ยังไม่ให้กำเนิดจางถูฟางตอนนั้นเกือบจะได้ไปแล้วแต่คนสนิทเซี่ยจือจือกลับคว้าจิ้งจอกหิมะลงจากเรือเพราะต้องการให้สามีภรรยาไปกันสองคนนี่สิหลังจากนั้นก็ไม่โอกาสเฉียดๆ อีกเลย เสียดายนัก

            แต่ในเมื่อครั้งนี้โอกาสมาถึงนางก็ลองขอไปล่องรถสักหน่อยเถอะ“น่าสนใจนัก แต่ข้ายังไม่มีเรือของตัวเอง ไว้เดี๋ยวจะไปหาสักลำ”เพราะที่นี่มีเรือรอให้เช่ามากมาย

            “เรื่องนี้ข้าช่วยได้ ข้ามีเรืออยู่หลายลำ ไม่สู้คุณชายหมิงยืมไปก่อน”

            “แต่เกรงว่า..”

            “คุณชายอย่าปฏิเสธเลย ข้าไม่ถือว่าลำบากอย่างใด”พออิงหมิงจะปฏิเสธอีกฝ่ายก็เอ่ยขัดทันที แต่ถ้าจะไปหาซื้อหรือเช่านางก็จะเสียเงินเก็บไปส่วนหนึ่งเช่นกันไม่รู้จะต้องเดินทางอีกนานขนาดไหนแค่ยืมเรือเองคงไม่เป็นไรแต่ก่อนอื่นขอถามท่านจอมมารเสียก่อน

            “เช่นนั้นพวกเราไปล่องเรือกันไหม?”

            “ตามใจเจ้า”

            “ถ้าอย่างนี้รบกวนท่านจางแล้ว”

            การแข่งพายเรือจะเป็นเรือลำยาวตกแต่งรูปร่างแบบมังกรสายน้ำการแข่งจะต้องใช้ผู้พายหลายสิบคนดังนั้นผู้ส่งแข่งขันในเทศกาลจึงเป็นตระกูลใหญ่ของเมืองทั้งนั้นครั้งนี้มีตระกูลที่เข้าร่วมห้าตระกูลด้วยกันซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีตระกูลจางรวมอยู่ด้วย

            “นั้นๆ พี่ชายรอง เรือของท่านพ่อ” จางถูฟางยังเกาะติดจอมมารไม่ห่างหลังสอนพี่ชายคนใหม่เล่นหุ่นชักแล้วก็พากันมาดูการแข่งขัน

            “ขอโทษด้วยคุณชาย บุตรชายข้าไม่มีพี่น้องเห็นคนวัยห่างกันไม่มากคงอยากจะเล่นด้วย” อิงหมิงก็พยักหน้าอย่างเข้าใจเวลานี้จอมมารไม่รู้เหตุใดจึงกลายเป็นร่างเด็กเช่นนี้ แรกๆ ก็มีสีหน้าเย็นชาแต่พอถูกรบเร้ามากๆก็ยอมเล่นกันด้วยบ้างแต่ถ้าเมื่อไรที่คืนร่างอิงหมิงก็ไม่รู้ท่านจอมมารจะรู้สึกเช่นไร

            “ไม่เป็นไร ให้เขาได้เล่นบ้างก็ดี”

            ไม่นานการแข่งก็เริ่มขึ้นคนที่ยืนอยู่ริมน้ำแน่นขนัดเพื่อมารอชมการแข่งขันเรือพาย

            “ครั้งนี้ตระกูลใดจะชนะกันนะ” เสียงชาวบ้านพูดคุยถึงผลการแข่งขัน

            “ข้าว่าตระกูลเสว่ ข้าได้ยินนายท่านใหญ่เสว่ลงทุนไปไม่น้อยสำหรับปีนี้”

            อิงหมิงที่ได้ยินเสียงเหล่านี้ลอยมาตามลมก็คิดไปถึงหญิงสาวคนที่เจอวันก่อนรถม้าที่จะชนจางถูฟางเป็นของฮูหยินรองเสว่ น่าจะเป็นคนของตระกูลเสว่เมื่อสาวใช้ที่ติดตามเซี่ยจือจือมาได้ยินชาวบ้านคุยกันแบบนี้ก็เริ่มซุบซิบเช่นกัน

            “ตระกูลเสว่นะหรือ?” สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยแล้วเปรยตาออกไปที่อีกฝั่งของริมน้ำอิงหมิงมองตามไปก็เจอกับหญิงสาวคนนั้นวันนี้เสื้อผ้าของนางหรูหรายิ่งนักคงเพราะเป็นงานเทศกาลใหญ่จึงแต่งองค์ทรงเครื่องขนาดนั้นเครื่องประดับเลอค่าบนตัวไม่ได้มีเยอะจนดูมากเกินแต่ทุกชิ้นนับว่าเหมาะสมเสื้อผ้าบางเบาเหมาะสำหรับอากาศที่กำลังเข้าวสันต์ฤดู ยิ่งมองจากที่ไกลๆชายกระโปรงลายดอกไม้ยิ่งดูเหมือนของจริง

            “มีที่ไหนออกเทศกาลใหญ่ประจำปีพามาเพียงฮูหยินรองหยามหน้าฮูหยินเอกที่ยังมีชีวิตอยู่ขนาดนี้”

            “หร่วนเฟย!” ใช่ว่าคำซุบซิบที่อิงหมิงได้ยินจะไม่มีคนได้ยินอีกเซี่ยจือจือที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ได้ยินเช่นกันนางจึงดุบ่าวของตนเอง “อย่าพูดเหลวไหล”

            “ขออภัยเจ้าค่ะนายหญิง” สาวใช้นามหร่วนเฟยจึงเงียบไป

            อิงหมิงไม่เคยรู้จักหรือได้ยินเกี่ยวกับฮูหยินรองเสว่มาก่อนปกติที่จวนตระกูลจางนั้นมีฮูหยินจากตระกูลอื่นๆ มาเยี่ยมเยือนเป็นประจำถ้าฮูหยินรองคนนี้ใช่พึ่งแต่งเข้าตระกูลจึงยังไม่สนิทกันก็หมายถึงไม่ค่อยจะน่าผูกสัมพันธ์สักเท่าไรอิงหมิงในร่างเซียนลู่อิงหมิงจึงหันไปมองหญิงสาวชุดสีชมพูอมส้มอีกครั้งแต่ครั้งนี้ทั้งสองสบสายตากันเข้าพอดีอีกฝ่ายรีบหันหน้าหนีสักพักก็ถอยออกจากข้างกายนายท่านใหญ่เสว่หายไปพร้อมสาวใช้ข้างกายที่ก้าวเข้ามากระซิบอะไรบางอย่าง

            หญิงสาวใบหน้างดงามทรงเสน่ห์บัดนี้มีสีหน้าวิตกกังวลยังไม่เข้าเหมันต์ด้วยซ้ำแต่ขมับของนางมีเหงื่อซึมบางเบา “เรื่องนั้นเป็นอย่างไร?” นางเอ่ยกับหญิงสาวอีกคนที่อยู่ข้างกายหรือก็คือสาวใช้ที่ติดตามนางมาตลอดหลายปีนี้

            “บ่าวส่งลิ่วเจ้าไปค้นที่ห้องพักแล้วก็สอบถามเสี่ยวเอ้อร์มาแล้วเจ้าค่ะ”สาวใช้ก้มหน้ารายงานผู้เป็นนาย

            “นามจริงไม่มีคนรู้เจ้าค่ะ รู้แค่ที่เรียกขานกันเพียงว่าคุณชายหมิงกับคุณชายรอง..”แค่เพียงเท่านี้ก็ทำขาแข้งของฮูหยินรองเสว่อ่อนแทบทรุดแล้วหากไม่ได้สาวใช้พยุงไว้ก่อนคงจะล้มกองที่พื้นแล้ว

            “...หมิง? คุณชายหมิง..ไม่จริง” นางหายใจหอบไม่มีสาเหตุ

            “ฮูหยินรองเป็นอะไรไปเจ้าคะ บ่าวไปตามหมอให้นะเจ้าคะ”

            “ไม่! ไม่ต้อง..ว่าแต่รู้อะไรอีกหรือไม่?”

            “เหมือนว่าสองคนนั้นจะบอกใครๆ ว่าเป็นพี่น้องกัน กำลังออกเดินทางหาญาติหลังเทศกาลพรุ่งนี้ก็จะออกจากเมืองแล้วเจ้าค่ะ”

            “...”ฮูหยินรองเสว่เงียบไป แต่ในความคิดตีกันวุ่นวาย‘จะมีคนที่หน้าตาเหมือนกันแบบนี้ด้วยหรือ?’ ‘แต่ว่านางตายแล้วนี่’‘ชื่อก็เหมือนกัน’ ‘หรือยังไม่ตาย?’  ‘แล้วถ้านางไม่ตายละ’‘แล้วเด็กคนนั้นคือใคร?’ ‘หากว่าใช่คนเดียวกันพวกนั้นจะเผยเรื่องของข้าหรือไม่?’

            ต่อให้ถามคำถามเดิมซ้ำๆนางก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ไม่สู้เขียนคำตอบเองเสียเลย “ข้ามีงานใหม่ให้เจ้าเอาสิ่งนี้ให้ลิ่วเจ้าแล้วบอกว่า…”

            ยามค่ำมาถึงในมือของอิงหมิงถือโคมหนึ่งดวง ส่วนจอมมารก็ยังมีเด็กน้อยจางถูฟางตามไม่ห่างคนตระกูลจางมาส่งทั้งสองขึ้นเรือที่เตรียมเอาไว้ให้ล่องน้ำดูดาว

            “กว่าจะล่องเรือเสร็จก็คงดึกมาก คงไม่ได้เจอกัน พรุ่งนี้ข้าคงเดินทางแต่เช้าถือโอกาสนี้บอกลา”

            “เช่นกันคุณชายหมิง ล่องเรือให้สนุก เดินทางราบรื่นขอให้เจอญาติที่ตามหาเร็ววัน” จางเยี่ยนเอ่ยลาเช่นกัน

            “พี่ชายรองมาเสวียหยางอีกนะขอรับ หลังจากเจอญาติท่านแล้วข้าจะเก็บหุ่นชักไว้ให้ท่านเยอะๆ เลย” เด็กน้อยยังไม่ยอมห่างกายพี่ชายคนใหม่จนผู้เป็นมารดาต้องมาจูงพาออกไป

            อิงหมิงก้าวลงเรือที่ตระกูลจางจัดเตรียมไว้ให้ตามมาด้วยจอมมารตัวน้อยก่อนจะหันกลับไปหาทั้งสาม “รักษาตัวด้วย”อิงหมิงเอ่ยหลังจากเรือค่อยๆ ออกจากท่า เมื่อห่างออกมาพอสมควรแล้วถึงเอ่ยอีกประโยค“ขอบคุณ” จากนั้นถึงโค้งตัวก้มหัวลงเป็นการขอบคุณ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง

            “เจ้ารู้จักพวกนั้นมาก่อนใช่ไหม?”

            “ใช่”

            “คงเป็นเหตุผลที่มาที่นี่สินะ”ตอนแรกผู้เป็นจอมมารคิดว่าเซียนสาวพาเขามาที่นี่เพราะมีข่าวของเฉินหยวนแต่ตอนนี้กระจ่างแล้ว “พวกเขาเป็นใคร?”

            “ผู้มีพระคุณ พวกเขาเคยช่วยข้าตอนที่ข้าลำบากแค่มาดูว่าพวกเขามีความสุขดีเท่านั้น จากนี้ข้าจะไม่พาท่านเถลไถลแล้ว”

            “...ข้า..อืม” ตอนแรกเหมือนเด็กชายจะเอ่ยบ้างสิ่งแต่เขาก็กลืนคำพูดนั้นลงอิงหมิงเลิกมองไปที่ท่าน้ำหลังจากออกมาไกลจนมองไม่เห็นผู้คนนางหันหลังแล้วเอนกายลงที่หัวเรือ ส่วนหวงอวิ๋นก็โผบินขึ้นฟ้าวนอยู่รอบๆ เรือจอมมารวัยเยาว์มองไปที่ร่างเซียนสาว ปล่อยให้ทุกอย่างอยู่ในความสงบหากแต่ในใจแต่ละคนก็คิดไปต่างๆ นานา

            ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใดรอบบริเวณไม่ใช่สายน้ำเล็กๆ แต่เป็นผืนน้ำกว้างใหญ่ เรือล่องมาจนออกทะเลกว้างห่างออกไปมีโคมถูกจุดอยู่ตามเรือลำต่างๆ กระจายตัวออก ไม่ได้ดูหนาแน่น

            อิงหมิงชันตัวลุกขึ้นนั่ง“สวยจริงๆ ด้วย” ทอดมองออกไปสุดสายตา จุดดวงไฟเล็กๆสะท้อนพื้นน้ำเคลื่อนไหวตามแนวคลื่น บนฟ้ามีดาวส่องสว่างนับไม่ถ้วนเหมือนภาพวาดผืนใหญ่ “ท่านชอบไหม”

            “ชอบ”

            “ดีที่ได้มากับใครสักคน ไม่งั้นภาพเหล่านี้คงเหงาน่าดู”

            “ต่อไปเจ้า..”

            “มารๆ” เจ้านกเย่ยิงแสนรู้เลือกเวลาได้เหมาะสมที่สุดมันบินลงมาจากที่ไปบินเล่นอยู่นานสองนานบินลงมาไม่พอมันยังป่าวประกาศว่าเขาเป็นมารอีกต่างหาก คำพูดที่กำลังจะพูดก็หยุดลง จอมมารหันไปอีกทางแล้วนอนลงมองท้องฟ้าด้วยความไม่สบอารมณ์

            “เงียบ” อิงหมิงหันไปสั่งเจ้านกเย่ยิงก่อนจะกลับมาคุยต่อ“เมื่อครู่ท่านจะพูดอะไรหรือ?”

            “ไม่มีอะไรแล้ว”

            เมื่อเขาจะไม่พูดนางก็จนใจถามต่ออิงหมิงปล่อยให้เวลาไหลไปไม่ต่างจากสายน้ำ ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยามใดแล้วนางนอนมองท้องฟ้าจนเกือบจะเคลิ้มหลับ แต่เด็กชายข้างกายก็เขย่าตัวนางจนตาสว่าง

            “มีอะไร?”

            “มีผู้บุกรุก” หลังพูดจบก็มีคนกระโจนขึ้นจากน้ำมาอยู่บนเรือพร้อมเพรียงจากที่สังเกตเห็นได้ตอนนี้มากันห้าคน ทุกคนล้วนสวมเสื้อผ้าสีดำปิดบังใบหน้าดูอย่างไรก็ไม่ได้มาดี

            “จับมา” มีเสียงคนหนึ่งสั่งการ คนที่เหลือก็กรูกันเข้ามาจะจับทั้งสอง

            เด็กน้อยที่ดูไม่มีพิษภัยผลักคุณชายผู้พี่ไปอีกทางกระโจนตัวไปกันให้ก่อนจะเริ่มต่อสู้กับผู้บุกรุกเป็นภาพที่สร้างความประหลาดใจเอามากๆ แต่ฝีมือเด็กคนนี้ไม่ใช่แย่เลย

            แม้คมดาบจะหันเข้ามาพร้อมๆกันท่านจอมมารตัวน้อยก็ไม่หวาดกลัว ขอแค่ไม่มีใครเป็นผู้ฝึกพลังปราณก็พอเพราะตอนนี้พลังมารของเขายังไม่กลับคืนเต็มที่แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะให้เคี้ยวง่ายๆขอพวกจอมยุทธ์เขาพอรับมือไหว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด

            “หยุดเดี๋ยวนี้เจ้าเด็กน้อย ไม่เช่นนั้นพี่ชายเจ้าตาย!” เสียงหนึ่งลอยมาจากด้านหลังขณะที่สู้กันชุลมุนพวกมันอีกคนที่พึ่งลอบขึ้นเรือก็เข้าถึงตัวอิงหมิงง่ายๆมันควงดาบวางพาดที่คออีกฝ่าย และมีโซ่เล็กๆที่เกือบจะเท่าขนาดสร้อยผูกที่ลำคออีกทีจริงที่นางเวลานี้เป็นจิ้งจอกสามหางแต่ไม่รู้ทำไมก็ไม่สามารถเดินพลังได้อย่างใจทั้งที่ช่วงนี้นางก็ฝึกไม่น้อย พอใช้พลังไม่ได้วรยุทธ์เป็นศูนย์จึงต้องยืนนิ่งรอความตาย

            “มัดเอาไว้ พาตัวไปหาฮูหยิน” ตัวหัวหน้าสั่งการจอมมารจึงต้องกัดฟันยอมไปก่อน ไม่งั้นลำคอบางๆ ของอิงหมิงถูกสะบั้นได้ง่าย

            ทั้งสองถูกมัดมือพวกโจรยืดกริชของจอมมารไปแล้วพาตัวไปที่เรืออีกลำเรือลำนั้นมุ่งหน้าสู่เส้นทางมืดมิด

            “ข้าใช้พลังไม่ได้” นางเอ่ยเบาๆ กับจอมมารที่พิงอยู่ข้างกาย

            “น่าจะเพราะสร้อยที่คอเจ้า”เขาจ้องมองที่โซ่เส้นเล็กที่ผูกคอร่างเซียนสาวเอาไว้

            “ห้ามพูดคุย!” เสียงหัวหน้าโจรตวาดทั้งสองลั่นก่อนเรือจะหยุดลง “พาพวกมันส่งขึ้นเรือฮูหยิน”

            โจรชุดดำดึงทั้งสองให้ขึ้นไปที่เรือลำขนาดกลางด้านนอกไม่มีโคมไฟสักดวงเหมือนอยากจะซ่อนตัว แต่พอถูกผลักเข้าไปด้านในห้องเล็กๆบนเรือในนั้นก็มีแสงสว่างไสว ในนั้นมีหญิงสาวอยู่สองคนอิงหมิงจำนางได้ทันทีนางมีสีหน้ากังวลคิ้วย่นเล็กน้อย ทั้งดวงตาก็ยังแข็งกร้าว มองจ้องอิงหมิงไม่ลดละ

            เมื่อผลักทั้งสองเข้ามาในห้องแล้วหัวหน้าโจรก็เอ่ยสองสามประโยคก็ออกไป

            “ฮูหยินจับพวกเขามาทำหรือเจ้าคะ?” แม้จะเป็นสาวใช้แต่คงสนิทกันมากถึงกล้าเอ่ยถามผู้เป็นเจ้านายแต่ผู้เป็นนายจะตอบไหมก็อีกเรื่อง

            “จำข้าได้หรือไม่?” ผู้เป็นนายหญิงจ้องมองอิงหมิงพลางเอ่ยถาม

            “ฮูหยินรองเสว่”

    คล้ายกับเรื่องบันทึกเซียนลู่อิงหมิง(อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185