"พี่อัคจะไปกับนาดาเหรอคะ? " นาดามองอัคนัสที่แต่งชุดเต็มยศมาหาเธอที่ขบวนอูฐ เตรียมออกเดินทางไปเข้าพิธีล้างตัว
"พี่อยากทำแบบนั้น แต่ท่านลุงอาฟาอิดส่งพี่ไปตรึงกำลังล่ากองโจรทะเลทรายนะสิ" อัคนัสมองสาวสวยตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชม ั์ตาคมสวยคู่นี้เหมือนผู้เป็มารดาไม่ผิดเพี้ยน หวานซึ้ง และกลมโตเปล่งประกาย
"ฝากด้วยนะซัลมา ดูแลยอดดวงใจให้ข้าด้วย" อัคนัสหันไปบอกองครักษ์ของนาดา ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆ นาดาและจับมือนางขึ้น
"พี่อยากลาเ้าไปกับพี่สักเดี๋ยวได้มั้ย? " อัคนัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ความห่วงใยในตัวนาดามีมากมายนัก เมื่อได้เฝ้าถนอมดูแลเธอมาั้แ่ยังเยาว์วัย
ด้วยคำบอกกล่าวที่พ่อได้สั่งให้เตรียมเป็เ้าของชีวิตนาดาแต่เพียงผู้เดียวมาั้แ่จำความได้ นั่นทำให้เขายิ่งจงรักและปรารถนาในตัวหญิงสาวอย่างเป็ที่สุด
นาดารับฟังมันด้วยความห่วงใย พยักหน้ารับและปล่อยให้อัคนัสจับมือจูงไปยังสวนดอกไม้ลับตาคนใกล้ๆ เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครเห็น อัคนัสก็หมุนตัวรั้งร่างบางไว้ในอ้อมแขนซบหน้าลงกับซอกคอสูดกลิ่นกายหอมกรุ่นเพื่อเพิ่มแรงใจ เก็บไว้แทนความคิดถึงที่ต้องห่างกันหลายวัน
นาดาหลับตาพริ้มรอคอย ยอมให้ตัวเองอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเขา หัวใจดวงนี้กำลังรอจังหวะอื่นให้เธอได้หวั่นไหว และเมื่อเขากอดอยู่อย่างนั้นเป็นาน นาดาจึงท้วงเบาๆ เพราะความร้อน
"พี่อัค"
อัคนัสขยับออกอย่างอ้อยอิ่ง จ้องมองใบหน้าหวานด้วยความรัก
นาดาสบตาเขา นึกถึงคำพูดของชะชา จึงหลับตาลง เปิดโอกาสให้อัคนัสได้ัั ดวงใจเล็กๆ กำลังรอคอยอย่างคาดหวัง ในขณะที่อัคนัสกับสั่นไหวอย่างแรงกับกิริยารอคอยน่ารักนั่น
เขาค่อยๆ จรดริมฝีปากลงไปอย่างแ่เบา ก่อนจะขยับไหวมันช้าๆ บนริมฝีปากอิ่ม เพียงชั่วครู่ก็รวบเธอไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง เพราะใจที่เต้นรัวเกินจะควบคุมได้ กลัวว่าจะทำให้นาดาไม่พอใจ
"รีบไปเถอะ เดี๋ยวแดดจะร้อนเกินไป" อัคนัสเอ่ยกับร่างบาง เมื่อรู้ดีว่านาดาไม่ชอบอากาศร้อน
นาดาที่รอคอยอย่างตั้งใจ รับรู้เพียงริมฝีปากที่ััลงมาจนเธอรู้สึกเกร็ง และมันก็จบไวเกินกว่าจะคิดว่ามันให้ความรู้สึกแบบไหนกันแน่
ท่าทางอึ้งๆ ของนาดา ทำให้อัคนัสรู้สึกผิด เฝคิดว่านาดาคงจะไม่พอใจที่เขาจูบเธอรึเปล่า
"ดูแลตัวเองด้วย หากพี่เสร็จงานแล้ว จะไปรอรับเ้าที่ป้อมปราการด้านนอก" อัคนัสบอกก่อนจะจับประคองร่างบางขึ้นไปนั่งบนอูฐ ในขณะที่ชะชาเดินเข้ามาจับชายผ้า และตามขึ้นไปนั่งด้วยด้านหลังเพื่อกางร่มบังแดดให้
อูฐตัวนี้เป็ตัวที่ใหญ่ที่สุด เพื่อให้นาดาได้มีคนกางร่มให้และเป็เพื่อนร่วมเดินทาง และอีก 5 ตัวที่ประกบหน้าหลัง พร้อมเสบียงและเครื่องดื่มสำหรับเดินทางทั้งไปและกลับ
"ทำไมทำหน้ายู่แบบนั้นละคะ คุณหนู" ชะชาถาม เมื่อหลังจากกลับมา คุณหนูของเธอก็ไม่พูดไม่จา ผิดกับแววตาก่อนจะเดินเข้าไป
"เราก็บอกไม่ถูกเหมือนกันชะชา เราไม่เห็นจะตื่นเต้นเลย" นาดาหันไปสบตาชะชา ความคิดยังคงวนเวียนอยู่กับคำถามว่ารู้สึกยังไง? ดีมั้ย?
"คุณหนูจูบกับคุณอัคนัสแล้วเหรอคะ? " ชะชาถามนายสาวตาโต ไม่คิดว่านายหญิงจะกล้าทำตามที่ตนแนะนำ
"ก็เ้าบอกให้เราลอง" นาดาตอบหน้าตาเฉย
ชะชาถอนหายใจ ด้วยความเอ็นดูนายหญิงของตน ที่แม้จะออกตัวห้าวหาญกล้าต่อปากต่อคำใครเขาไปทั่ว แต่ก็ยังอ่อนด้อยเื่นี้นัก
แม้เธอเองก็พึ่งมีประสบการณ์นี้ได้แค่เพียง 3 คืน ก็ถูกส่งตามประกบตัวนายหญิงไปยังโอเอซิส อีกนานนับเดือนถึงจะได้กลับมาหาผู้เป็สามีเธอก็ยังรู้สึกใจหาย
แม้จะยังไม่ได้ถึงขั้นรักใคร่ แต่เมื่อได้ตกเป็ของเขาแล้ว ชะชาก็คิดถึงแต่เขาเพียงผู้เดียว
"คุณหนูจูบกับคุณอัคนัสไปแล้ว กลับมาต้องรีบแต่งกันให้เรียบร้อยนะคะ หากใครเขารู้ คุณหนูจะถูกครหาได้" ชะชากระซิบเตือนนายหญิง ประเพณีที่เคร่งครัดก็ยังคงมีอยู่ การถูกเนื้อต้องตัวก่อนพิธีสมรส เป็เื่ไม่ควร โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นสูง
"เราก็คงจะแต่งได้แค่กับพี่ชายอัคเท่านั้นแหละ ไม่เห็นจะมีใครกล้าจีบเราสักคน" นาดาตอบด้วยความเบื่อหน่าย รู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องแต่งกับเขา หรือจะเป็เพราะมีเขาเป็คู่หมายมานาน ก็เลยไม่มีใครกล้ามาจีบเธอกันนะ?
นาดาคิดอย่างเบื่อหน่าย วัยสาวของเธอจะจบลงด้วยการแต่งงานแบบเรียบง่ายแบบนี้นะเหรอ?
.....
การเดินทางตลอด 5 วันที่ผ่านมา ทำให้นาดาเริ่มคุ้นชิน ความหวาดกลัวก็เริ่มเบาบางไป แต่ก็ยังไม่สบายตัวนัก เมื่อไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้ว ผมยาวที่เฝ้าทะนุถนอมมานานหลายปี บัดนี้ดูหยาบกร้านจนเธอทำใจแทบไม่ได้ จึงให้ชะชาใช้ผ้าผืนบางพันเอาแน่นไม่ปล่อยมันออกมารับความร้อนหรือฝุ่นละอองอีก
ตะวันใกล้จะลาลับอีกครั้ง ขบวนเดินทางต้องหยุดเพื่อก่อกระโจมที่แข็งแรงให้มากพอหากเกิดพายุทะเลทราย และเพื่อป้องกันอากาศที่เย็นะเืในยามค่ำคืน
นาดาเดินออกมารับอากาศด้านนอกกระโจม แสงดาวที่เต็มท้องฟ้าตัดกับความมืดมิดฝั่งหนึ่งและอีกฝั่งหนึ่งที่มืดสนิท แสงจากกองไฟส่องสว่างได้ในบริเวณแคบๆ
เป็ครั้งแรกที่นาดาได้มาผจญภัยอยู่กลางทะเลทรายเช่นนี้ รับรู้ว่าทะเลทรายก็มี่เวลาที่เย็นสบายเช่นกัน ก้อนเมฆก่อตัวอยู่ด้านหน้าั้แ่่เย็น ทำให้พรุ่งนี้อาจจะมีฝน หรืออาจจะตกไปแล้วทางด้านหน้า ซัลมาบอกเธอแบบนั้น
วันนี้อากาศเลยดูเหมือนจะชื้นมากขึ้น และฝุ่นทรายก็ดูน้อยลงจนหายใจเข้าได้เต็มปอด
ผ้าคลุมศีรษะผืนบางสีฟ้าอ่อน ปลิวสะบัดปลายผ้าพริ้วไหวล้อแรงลมไปด้านหลังด้วยลมที่แรงกว่าทุกวัน นาดาหลับตาสูดอากาศดีๆ รับอากาศเย็นด้วยใบหน้าที่ยิ้มพราย
"เงียบดีเหมือนกันแฮะ! " นาดาคิดในใจ
การเดินทางเงียบๆ ไม่มีอะไรตื่นเต้นทำให้สมองเธอโล่งดีพิลึก ทำอะไรฆ่าเวลาไม่ได้ทั้งนั้นบนหลังอูฐ
ลมหมุนตีวงมาอีกครั้งทำให้ต้องรีบตะครุบผ้าคลุมผม เมื่อมันปลิวสะบัดขึ้นไปเพราะแรงลมแต่ก็คว้าไม่ทัน
"อุ้ย! "
"ชะชา! " นาดาะโเรียก เมื่อตั้งใจจะเดินไปเก็บเอง แต่ผ้ามันยังคงปลิวไปไกลเรื่อยๆ จนเธอไม่อยากวิ่งตาม
"ค่ะ คุณหนู" ชะชารีบวิ่งออกมาเมื่อได้ยินเสียงเรียก
"ผ้าของเราปลิวไปนู่นแล้ว" นาดาบอก พลางชี้ไปทางที่ผ้าปลิวไป ผ้าผืนที่แม่ของเธอเป็คนปักให้ และเป็เครื่องลางติดตัว
"เดี๋ยวชะชาไปเอาให้ค่ะ" พูดจบ ชะชาก็วิ่งออกไปทางนั้น
นาดาหันไปมองท้องฟ้าด้านเดิมอย่างหลงใหล เนินนี้สูงจนเห็นแสงดาวชัดมาก ชัดกว่าที่แคว้นที่เธออยู่ สระอเมซิสที่เขาเล่ากันว่าน้ำใส เย็นสดชื่นเป็ยังไงนะ?
เธอเองก็อยากรู้มาตั้งนานแล้ว แต่เพราะไม่อยากออกมาตกระกำลำบากที่ทะเลทรายเวิ้งกว้างนี่ ก็เลยบ่ายเบี่ยงมาตลอด พึ่งจะรู้ว่ามันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด
นาดารู้สึกว่าชะชาหายเงียบไปจนผิดปกติ เธอหันกลับไปมองทางที่ผ้าปลิวไปอย่างสงสัย ชะชายังไม่กลับมา หรือว่ากลับเข้ากระโจมไปแล้ว
"ชะชา" นาดาส่งเสียงเรียก
......
"ชะชา! " นาดาส่งเสียงเรียกอีกครั้ง
.....
เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ นาดาจึงเดินกลับเข้าไปดูในกระโจมอีกครั้ง เมื่อไม่เจอชะชา นาดาจึงรีบเดินออกมา และะโหาคนช่วย ที่พักอยู่อีกกระโจมหนึ่งไม่ห่างกันนัก
"ซัลมา! "
"คุณนาดามีอะไรครับ" ซัลมารีบวิ่งออกมา
"ชะชาไปเก็บผ้าให้เราแล้วหายเงียบไปทางนั้น" นาดารีบบอก นั่นทำให้ซัลมาขมวดคิ้วยุ่ง มองไปทางความมืดนั้นอย่างตัดสินใจ
"กลับเข้ากระโจมไปก่อนครับคุณนาดา และอย่าออกมาจนกว่าจะได้ยินเสียงของผม" ซัลมาเอ่ยเสียงเรียบ เดินไปสั่งทหารที่ตามมาด้วยอีก 3 คน มายืนเฝ้าหน้ากระโจม และเดินไปทางที่ชะชาหายไปทันที