“กลับบ้านก่อนได้เลยนะครับไม่ต้องรอผม ว่าจะอยู่เคลียร์งานอีกสักสองสามชั่วโมง”
ผู้บริหารหนุ่มแหงนหน้ามองเลขาแล้วยิ้มให้ด้วยความขอบคุณที่มักจะเข้ามาถามในห้องก่อนกลับบ้านเสมอๆ
“ค่ะคุณจิณ”
ดวงตาคู่คมมองตามเรียวขาในถุงน่องเนียนนวนเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทีกระชุ่มกระชวยเมื่อได้วิวดีๆ ให้ได้ชมทั้งวี่ทั้งวัน จากนั้นค่อยก้มลงไปสะสางงานต่อ ดูเหมือนทำเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเสร็จสิ้น
แถมจะมีมากขึ้นอีกเห็นกอง หลังจากเขาตัดสินใจลงทุนในกิจการใหม่ซึ่งเป็ของเองเต็มตัว แยกออกมาจากธุรกิจของครอบครัว ที่ตอนนี้รับ่จากพ่อมาแล้วเกินครึ่ง
“พ่อกลับก่อนนะจิณ อย่าทำงานหนักจนลืมออกไปเปิดหูเปิดตาล่ะ” จิรเดชโผล่หน้าเข้าในห้อง
“ครับคุณพ่อ ผมแค่ทำงานรอเพื่อนไปพลางๆ เท่านั้นครับ อีกหน่อยก็จะไป”
จิณณวัตรยิ้มน้อยๆ ตามหลังพ่อแล้วก้มหน้าลงไปหางานตรงหน้าอย่างเคร่งเครียดต่ออีกเป็ชั่วโมงๆ กระทั่งมือถือดังขึ้น
“รออยู่ในรถนั่นล่ะทรงเดี๋ยวฉันจะลงไปหา”
แล้วก็รีบปิดแล็ปท็อปกับเก็บเอกสารบนโต๊ะลวกๆ ไม่กี่นาทีก็ลงไปก้าวขึ้นรถเพื่อนเรียบร้อยแล้ว จุดหมายของสองหนุ่มโสดไม่ใช่ที่ไหนอื่น นอกจากผับหรูหรามีความบันเทิงครบวงจรซึ่งเป็ที่ประจำอยู่แล้ว
“อีกหน่อยพวกนั้นจะตามมา ส่วนไอ้พลปลีกตัวไม่ได้ เมียไม่ยอมปล่อย หรือถ้ามามันก็ต้องหอบเมียมาด้วย เห็นใจมันหน่อยเพิ่งจะแต่งไม่กี่วัน เอาไว้ให้แต่งนานกว่านี้หน่อยรับรองแว๊ปได้แน่”
ทรงกลดสรุปเมื่อวางสายจากเพื่อนๆ ได้ จิณณวัตรเพียงแค่ยิ้มด้วยความขำนิดๆ แต่ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากกวักมือเรียกสาวๆ ในผับมารับออเดอร์อย่างอารมณ์ดีด้วยท่าทีไม่รีบร้อน
เพราะใกล้เที่ยงคืนคือเวลากลับบ้าน หรือไปนอนคอนโดกับสาวสวยสักคนที่ยังไม่ได้ระบุว่าจะเป็ใคร
“เอ้อ! สรุปว่าเราจะเปิดปั้มเดียวก่อนแค่นั้นจริงๆ เหรอจิณ ฉันว่าเปิดอีกปั้มดักหน้าหลังไว้ไม่ดีกว่าเหรอ”
เพราะกิจการใหม่ที่จิณณวัตรควักกระเป๋าทำนั้นคือ เปิดปั้มเอ็นจีวีทางภาคอีสานที่ขาดแคลนและต้องเข้าคิวกันรอเปิดเป็ชั่วโมงตามคำแนะนำของทรงกลดซึ่งควักเงินเก็บมาหุ้นด้วยอีกครึ่งหนึ่ง แต่ยกอำนาจบริหารทั้งหมดให้จิณณวัตรรับผิดชอบ
“เอาไว้ดูอีกทีสิ แต่ฉันว่าทำแค่นี้ก่อน แล้วมีรถขนแก้สหลายๆ คัน ใช้หัวฉีดแรงดันสูงๆ เทรนพนักงานให้คล่องแคล่วและให้เงินเดือนเยอะหน่อยน่าจะดีกว่าต้องควักกระเป๋าอีกยี่สิบสามสิบล้านนะ หรือแกว่าไงล่ะ”
ประสบการณ์จากเมืองนอกทำให้เขาฉลาดรอบคอบ และไม่ตื่นเงิน ไม่งกเงิน ไม่คิดแต่เื่ได้ โดยไม่คำนึงถึงข้อเสีย เหมือนหนุ่มรุ่นเดียวกันมากมายนัก และนั่นทำให้ทรงกลดชอบใจไม่น้อย
“เอ้ย!!! คนนั้นสวยว่ะ ฉันจองนะ”
แล้วเื่สาวๆ ก็เข้ามาสับเปลี่ยนกับเื่งานได้อย่างไม่ยากเย็น เมื่อคุยกันรู้เื่โดยไม่ต้องพูดอะไรมากมาย เลยไม่ได้มือถือที่มีสายเรียกเข้านับสิบ เพราะก็เปิดระบบสั่นไว้ทั้งคู่ กระทั่งสาวนุ่งน้อยนั่งเบียดอยู่ข้างกายจิณณวัตรกระซิบบอก ถึงได้ยกขึ้นมาดู
‘ยัยถั่วงอก! โทรมาหาทำไม ร้อยวันพันปีไม่เคยโทรมาสักครั้ง’
เขาให้สงสัยไม่น้อย แต่ก็รีบโทรกลับและออกไปคุยข้างนอก เพื่อให้ได้ยินถนัดๆ ไม่กี่นาทีเขาก็วิ่งเข้ามาสะกิดเพื่อน แล้วทั้งคู่ก็รีบเผ่นออกมาอย่างเร่งด่วน และควบรถออกไปอย่างเร่งด่วนไม่แพ้กัน
“ฉันไม่รู้ว่าเป็ซอยไหนค่ะ เพราะตอนมาไม่มีป้ายบอก จำได้แต่ว่าปากซอยมีแต่หญ้าขึ้นทั้งสองด้าน มีต้นจามจุรีใหญ่ๆ อยู่ด้านขวามือ คุณรีบๆ มานะคะฉันจะพยายามพาคุณแอ๊นเดินออกไปรอ หรือถ้ามีใครผ่านมาก่อนฉันจะไปโรงพยาบาลเลย แล้วจะโทรบอกเรื่อยๆ ค่ะ”
อาทิตยาวางสายด้วยความโล่งอกเมื่อติดต่อเขาได้สักที หลังจากใช้ความพยายามโทรหาเป็สิบรอบ หันไปหาจิรฐาที่นั่งโอดครวญอยู่ใกล้ๆ ก็ให้สงสารจับใจ
“คุณแอ๊นคะ เราต้องออกไปหน้าปากซอยแล้วล่ะค่ะ ตะวันคนมาช่วยเราเข้ามาไม่ถูก แข็งใจลุกนิดหนึ่งนะคะ หรือถ้าเดินไม่ไหวตะวันให้ขึ้นหลังได้นะคะ”
“เธอจะไหวเหรอตะวัน ฉันเดินไม่ได้แน่ๆ มันเจ็บไปหมดเลย แค่ขยับตัวก็แทบไม่ไหวอยู่แล้ว”
จิรฐาแทบไม่อยากจะขยับไปไหนด้วยเจ็บเหลือจะทน แต่ก็เห็นด้วยในเื่เดินออกไปหาความช่วยเหลือ มากกว่าจะนั่งรออยู่ตรงนี้ เพราะรอมานานแล้วแต่ก็ไม่เกิดผลอะไรขึ้นมา
“ถ้าคุณแอ๊นเดินไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องได้ล่ะค่ะ ค่อยๆ นะคะ”
“โอ๊ย!!! เจ็บมากเลยตะวัน”
จิรฐากัดฟันลุกขึ้นยืนขี่หลังอาทิตยาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวก็จบปานใจจะขาด
“เกาะแน่นๆ นะคะ เดี๋ยวเราจะไปโรงพยาบาลกัน”
แม้ในทุกๆ ย่างก้าวจะหนักและเหนื่อยไม่น้อย แต่อาทิตยาก็ต้องทน โทรศัพท์เ้ากรรมก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนต้องหยุดยืนเพื่อควานหาในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาคุยอย่างยากลำบาก
“จากถนนใหญ่เข้ามานี้ก็ลึกค่ะเกือบสุดสายเลย ซอยอยู่ซ้ายมือ ขับเข้ามานิดหนึ่งจะเห็นต้นจามจุรีค่ะ ตอนนี้ฉันกำลังเดินออกมาเหมือนกัน แต่รีบๆ หน่อยนะคะฉันจะไม่ไหวอยู่แล้ว คุณแอ๊นตัวหนักมาก แค่นี้นะคะ”
วางสายได้ขาที่เริ่มจะอ่อนแรงก็จำต้องก้าวเดินต่อ อดก่นด่าในใจไม่ได้ว่าทำไมซอยบ้านี้ถึงไม่มีบ้านคนเลยสักหลัง หรือทำไมไม่มีใครผ่านมาให้ขอความช่วยเหลือบ้าง
แต่ไม่นานก็เห็นแสงไฟค่อยๆ เคลื่อนมาและน่าจะเป็รถมอเตอร์ไซคล์มากกว่ารถยนต์ กระนั้นเลขาสาวก็ยังดีใจจนได้เรี่ยวแรงก้าวเดินต่อไปอีก
“พบหญิงสาวที่กำลังเอาเด็กสาวอีกคนขึ้นหลังเดินมาแต่ไกล เข้าใจว่าน่าจะเป็เป้าหมายตามที่แจ้งมาครับสารวัตร อยู่ในซอยลึกเข้ามาประมาณกิโลครึ่งครับ”
สายตรวจบนอานมอเตอร์ไซคล์รีบโทรบอกทรงกลดที่กำลังควบรถมาอย่างเร็ว จิณณวัตรหันไปหาด้วยความห่วงสองสาว ไม่นานก็มาถึงและทันได้เห็นตำรวจกำลังรับตัวน้องลงจากหลังเลขาแม่ เขารีบวิ่งลงไปช่วยทันที ไม่ถึงสิบนาทีก็พาไปถึงโรงพยาบาลเอกชนใกล้สุดแล้ว
“เสียใจด้วยนะครับที่หมอรักษาเด็กในท้องไว้ไม่ได้ คนไข้ก็เสียเืมาก ถ้ามาช้าอีกนิดแม่อาจจเป็อันตรายถึงชีวิตได้”
แพทย์บอกด้วยใบหน้าเรียบเฉย เมื่อทุกคนยืนรออยู่หน้าห้องด้วยความกังวล ทั้งสามถอนหายใจออกอย่างโล่งอกออกมาที่ยังรักษาชีวิตจิรฐาเอาไว้ได้ โดยเฉพาะอาทิตยาด้วยกลัวจะถูกตำหนิจากเ้านายที่บังอาจปกปิดเื่ใหญ่โตนี้ไว้ แถมดันแก้ไขปัญหาเองจนเกือบพบเื่ร้าย
“เป็ผมก็คงจะต้องทำแบบนี้ก่อนล่ะครับคุณตะวัน ไม่ต้องกังวลมากนะครับ”
ทรงกลดเหมือนจะอ่านสีหน้าออกจึงปลอบใจหญิงสาวก่อน แล้วถึงได้หันไปหาเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ
“แล้วตกลงจะเอาไงกับไอ้พวกนั้นดีล่ะจิณ จะให้ฉันไปตามลากคอมันมาหรือเปล่า”
เห็นครุ่นคิดอยู่ครู่ แล้วตอบออกไปอย่างหนักแน่นว่าจะเอาเื่ให้ถึงที่สุด
“อย่าเพิ่งเลยค่ะคุณจิณ ฉันว่าเราจะได้ไม่คุ้มเสียนะคะ ลืมไปแล้วเหรอว่าชื่อเสียงของวัชราเวโรจน์เป็ที่รู้จักมากแค่ไหน เอาไว้ค่อยหาลือกันตอนคุณแอ๊นฟื้นดีกว่านะคะ ไหนๆ เื่มันก็จบไปแล้วเราอย่าตัดสินอะไรด้วยอารมณ์ชั่ววูบดีกว่าค่ะ ค่อยๆ คิดค่อยๆ แก้นะคะ”
จิณณวัตรถึงได้คิดในข้อนี้ และอารมณ์เย็นลงบ้าง เลยทำให้มีเวลามองเห็นสภาพยัยถั่วงอกว่าย่ำแย่แค่ไหน เพราะทั้งเนื้อตัวเสื้อผ้าเต็มไปด้วยเื จึงรีบบอกเพื่อนทันที ไม่กี่นาทีต่อมาทรงกลดก็ส่งเขาลงลานจอดรถของบริษัท เพราะเป็ทางผ่านที่จะต้องไปคอนโดอาทิตยาอยู่แล้ว
“ขอบคุณค่ะที่มาส่ง”
อาทิตยาหันไปยิ้มบางๆ ให้ก่อนจะออกจากรถ แต่เขากลับรีบออกตามไปหน้าตาเฉย
“ผมจะขึ้นไปส่งคุณ จะได้ปรึกษาคุณด้วยว่าเราจะทำยังไงต่อไป”
เขารีบให้ความกระจ่างเมื่อคนอยู่ข้างหน้าหันมาถาม และเมื่อไม่มีเสียงคัดค้านเขาก็ก้าวยาวๆ ตามทันที อาทิตยารีบวิ่งไปหาตู้เสื้อผ้าเมื่อเข้ามาในห้องแล้ว ด้วยเหม็นคาวเืเหลือกำลัง
จนลืมแขกที่ไม่อยากเชิญเสียสนิท เพราะรีบเข้าห้องน้ำก่อนเื่อื่นๆ จนอีกคนอดขำออกมาไม่ได้เมื่อมองตามแผ่นหลังบางไป และเขาก็หันไปมองอีกวาระเมื่อเห็นร่างเล็กในชุดกางเกงผ้ายืดสีหม่นๆ กับเสื้อยืดพอดีตัว
เดินเอาถ้าขนหนูเช็ดผมที่สระเสร็จใหม่ๆ ออกมาจนผมยู่ยี่ไปหมด จากนั้นเขาก็จ้องมองมือบางใช้หวีสางไปมาไม่กี่รอบผมเรียบสลวยแล้ว
“ผมจะสั่งมื้อเย็นมากินคุณจะเอาอะไรบ้าง”
เพราะั้แ่เข้าไปในผับหรูกับเพื่อนได้ เบียร์กับสาวนุ่งน้อยเท่านั้นพากันสนใจ เลยลืมปากท้องไปเสียสนิท มารู้สึกหิวอีกทีก็ปาจะเข้าห้าทุ่มแล้ว อาทิตยาที่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมไปมาไม่ได้ว่าอะไรนอกจากเดินไปคว้ามือถือเปิดรูปเมนูอาหารที่เคยถ่ายไว้ส่งให้เขา
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































