มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 2 ตอนที่ 42.ด้ามที่เหลืออยู่

    ต้นเดือนที่สองของการมาถึงโลกที่สอง

    แสงแดดยามเช้าส่องผ่านช่องว่างระหว่างอาคารลงมายังถนนเบื้องล่าง ผู้คนเริ่มออกมาเดินกันตั้งแต่เช้า เสียงพูดคุยของผู้คนจากหลายพื้นที่ดังปะปนกันไปทั่วเมือง

    นัทนั่งอยู่ริมหน้าต่างของที่พักใหม่ ตรงหน้าเขามีอาวุธวางเรียงกันอยู่ ดาบสั้น มีดสั้น

    และปืนต้นแบบกระบอกที่สอง เขามองมันอยู่นานโดยไม่พูดอะไร

    ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ

    “...เหลือแค่นี้แล้วสินะ”

    มือของนัทเลื่อนไปยังข้างตัว ตรงนั้นเคยมีอาวุธอีกชิ้นหนึ่งอยู่ ขวานใหญ่

    อาวุธที่เคยผ่านการต่อสู้มาด้วยกันหลายครั้ง แต่ตอนนี้มันไม่เหลือสภาพเดิมอีกแล้ว

    ส่วนที่เป็นหัวขวานพังเสียหายจนไม่สามารถนำกลับมาใช้แบบเดิมได้

    นัทหยิบส่วนที่ยังเหลืออยู่ขึ้นมาดู ด้าม มันเป็นเพียงชิ้นส่วนของอาวุธที่พังไปแล้ว

    แต่เขากลับมองมันนานกว่าปกติ

    “ยังใช้ได้อยู่...”

    เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง

    “นายจะเก็บมันไว้ทำไม?”

    นัทหันกลับไป

    มาร์โกกำลังยืนพิงกรอบประตู มือหนึ่งถือแก้วน้ำ อีกมือวางอยู่บนด้ามดาบคู่คริสตัลไฟ

    “ก็เสียดาย”

    “ขวานพังไปแล้ว”

    “รู้”

    “แล้วนายยังจะเก็บด้ามมันไว้อีก?”

    นัทมองด้ามขวานในมือ

    “อืม”

    มาร์โกเดินเข้ามาใกล้ สายตาของเขามองอาวุธที่เหลืออยู่บนโต๊ะ ก่อนจะหยุดที่ด้ามขวาน

    “ถ้าจะสร้างใหม่ ก็สร้างใหม่ทั้งอันไม่ง่ายกว่าหรือ?”

    นัทไม่ได้ตอบทันที เขาหมุนด้ามขวานช้า ๆ

    “ถ้าสร้างใหม่ทั้งอัน...”

    “อืม?”

    “ก็แปลว่าต้องสร้างด้ามใหม่ด้วย”

    มาร์โกเลิกคิ้ว

    “ใช่”

    “แต่ด้ามนี้ยังไม่พัง”

    “...”

    มาร์โกมองนัท นัทมองด้ามในมือ ทั้งห้องเงียบไปชั่วขณะ

    “แล้ว?”

    “ก็ไม่ต้องสร้างใหม่”

    “นายกำลังจะบอกว่า...”

    นัทวางด้ามขวานลงบนโต๊ะ

    “ฉันสร้างแค่หัวใหม่ก็พอ”

    มาร์โกนิ่งไป

    “หัวขวาน?”

    “ใช่”

    “แล้วมันต่างจากการสร้างขวานใหม่ตรงไหน?”

    “ตรงที่ครั้งหน้า ถ้าหัวมันพัง ฉันไม่ต้องทิ้งทั้งอัน”

    มาร์โกเริ่มเข้าใจ แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไร นัทก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา

    ปลายดินสอเริ่มลากเส้นลงบนกระดาษ เส้นหนึ่งยาวจากบนลงล่าง

    อีกส่วนหนึ่งอยู่ด้านบน

    “นี่คือด้าม”

    เขาวาดส่วนบนออกมาเป็นโครงสี่เหลี่ยม

    “ส่วนนี้คือหัว”

    มาร์โกมองภาพบนกระดาษ

    “แล้วจะเอาสองส่วนนี้ต่อกันยังไง?”

    “ยังคิดอยู่”

    “งั้นมันก็ยังใช้ไม่ได้”

    “รู้”

    นัทตอบอย่างหน้าตาเฉย

    มาร์โกถอนหายใจ

    “อย่างน้อยนายก็รู้ตัว”

    นัทไม่ได้สนใจคำพูดนั้น เขายังคงมองภาพตรงหน้า

    แต่คราวนี้ความคิดของเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่หัวขวาน ถ้าหัวอาวุธสามารถถอดออกได้...

    ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้หัวขวานเพียงอย่างเดียว... ดวงตาของนัทค่อย ๆ เปลี่ยนไป

    เขาลากเส้นเพิ่มอีกหนึ่งแบบ ปลายอาวุธยาวและแคบ

    “ถ้าเป็นแบบนี้...”

    มาร์โกมองภาพ

    “ทวน?”

    นัทพยักหน้า

    จากนั้นเขาลบภาพบางส่วน แล้ววาดใหม่

    ใบมีดยาวยื่นออกด้านข้าง

    “แล้วแบบนี้?”

    “ง้าว”

    นัทวางดินสอลง

    มองกระดาษทั้งสามแบบ

    ขวาน

    ทวน

    ง้าว

    ด้ามเดียวกัน

    แต่เปลี่ยนส่วนหัว

    “ถ้าทำให้จุดต่อแข็งแรงพอ...”

    เขาพึมพำ

    “เราก็ไม่จำเป็นต้องมีอาวุธหลายชิ้น”

    มาร์โกเงียบ

    นัทพูดต่อ

    “เรามีด้ามเดียว”

    นิ้วของเขาแตะลงบนภาพ

    “แล้วเปลี่ยนเฉพาะหัว”

    “หัวขวานสำหรับโจมตีหนัก”

    แตะอีกภาพ

    “หัวทวนสำหรับแทง”

    แล้วแตะภาพสุดท้าย

    “หัวง้าวสำหรับฟันและกวาด”

    มาร์โกมองกระดาษอีกครั้ง

    “ฟังดูดี”

    “แต่?”

    “นายยังไม่ได้คิดเรื่องน้ำหนัก”

    นัทชะงัก

    “...จริง”

    “จุดสมดุลด้วย”

    “จริง”

    “แล้วถ้าจุดต่อรับแรงไม่ไหว หัวหลุดกลางการต่อสู้ นายอาจตายก่อนจะได้เปลี่ยนหัวด้วยซ้ำ”

    นัทมองเขา

    “นายช่วยให้กำลังใจกันได้ดีมากเลยนะ”

    “ฉันพูดความจริง”

    “รู้แล้ว”

    นัทหยิบกระดาษขึ้นมา แต่คราวนี้เขาไม่ได้ดูด้วยสายตาของคนที่กำลังสร้างอาวุธ

    เขามองมันเหมือนกำลังแก้ปัญหา เพราะสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่อาวุธที่ดูดี

    เขาต้องการอาวุธที่ ใช้ได้จริง และในโลกใบนี้ ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงชีวิต

    นัทวางกระดาษลง จากนั้นเขาก็หยิบด้ามขวานขึ้นมาอีกครั้ง

    “ก่อนจะคิดเรื่องหัวใหม่...”

    มาร์โกถาม

    “อะไร?”

    นัทมองด้ามในมือ

    “ฉันต้องรู้ก่อนว่ามันรับปราณได้แค่ไหน”

    มาร์โกยิ้มบาง ๆ

    “ในที่สุดนายก็คิดถึงเรื่องนี้”

    นัทหันมองเขา

    “ทำไม?”

    “เพราะนายกำลังคิดจะเอาปราณเข้าไปในอาวุธ”

    “แล้วมันมีปัญหา?”

    “ถ้าทำไม่ดี ก็มี”

    มาร์โกเดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะ

    “ปราณไม่ได้มีไว้แค่เพิ่มแรง”

    เขาแตะดาบคู่คริสตัลไฟของตัวเองเบา ๆ

    “มันต้องไหลไปกับอาวุธ”

    นัทฟังอย่างตั้งใจ

    “ถ้านายส่งมันเข้าไปผิดทาง อาวุธอาจรับไม่ไหว”

    “หรือ?”

    “หรือแรงที่นายส่งออกไปจะสูญเปล่า”

    นัทพยักหน้า เขาเคยคิดว่าการใช้ปราณคือการรวบรวมพลังแล้วปล่อยออกไป

    แต่จากที่มาร์โกพูด มันอาจไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

    การควบคุม การไหล จังหวะ และการส่งผ่านเข้าสู่อาวุธ

    ทั้งหมดล้วนมีความสำคัญ นัทกำด้ามขวานแน่นขึ้น

    “งั้นสอนฉัน”

    มาร์โกมองหน้าเขา

    “ตอนนี้?”

    “ตอนนี้”

    “นายเพิ่งกินข้าวไป”

    “ก็ไม่ได้เกี่ยวกันนี่”

    “เกี่ยวสิ ถ้านายฝึกผิดแล้วอ้วกขึ้นมา ฉันไม่เก็บให้”

    “...”

    นัทมองเขานิ่ง ๆ

    “นายเป็นพี่ที่ดีจริง ๆ”

    “ขอบคุณ”

    “ฉันประชด”

    “ฉันรู้”

    ทั้งสองมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมาร์โกจะหัวเราะออกมาเบา ๆ

    จากนั้นเขาจึงเดินออกไปยังพื้นที่โล่งด้านหลังที่พัก นัทถือด้ามขวานตามไป

    วันนี้พวกเขายังไม่ได้สร้างอาวุธใหม่ ยังไม่มีหัวขวานชิ้นใหม่ ยังไม่มีง้าว ยังไม่มีทวน

    แต่บางอย่างได้เริ่มขึ้นแล้ว เพราะเป็นครั้งแรกที่นัทไม่ได้คิดว่า

    “ฉันต้องหาอาวุธที่ดีกว่านี้”

    แต่เขากำลังคิดว่า

    “ฉันจะสร้างอาวุธที่เหมาะกับตัวเองได้อย่างไร”

    และในเวลาเดียวกันนั้นเอง...

    ห่างออกไปจากเมือง

    ข้อมูลบางอย่างในระบบแผนที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ

    ผู้คนจากโลกเดิมยังคงเคลื่อนไหว 

    บางคนกลับไป 

    บางคนขึ้นมายังโลกที่สอง 

    บางคนยังคงอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีใครรู้จัก

    เส้นทางของผู้คนเหล่านั้นกำลังค่อย ๆ เชื่อมเข้าหากัน

    แต่นัทในตอนนี้ยังไม่รู้ว่า เส้นทางของเขาเองก็เริ่มเปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน

    เขาก้มมองด้ามขวานในมือ ก่อนจะพูดเบา ๆ

    “คราวหน้า...”

    “ฉันจะไม่สร้างขวานแบบเดิมอีกแล้ว”

    โลกเดิม

    เก้าเดือนแล้วนับตั้งแต่วันที่ผู้คนทั่วโลกหายตัวไป

    ในช่วงแรก ข่าวจากหลายประเทศเต็มไปด้วยความสับสน

    ตัวเลขผู้สูญหายเพิ่มขึ้นทุกวัน จากหลักร้อย... เป็นหลักพัน...

    และเมื่อข้อมูลจากหลายพื้นที่เริ่มถูกนำมารวมกัน ตัวเลขที่ปรากฏในรายงานข่าวก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ

    “ยอดผู้สูญหายทั่วโลกพุ่งเกิน 9,000 ราย”

    แต่ไม่มีใครรู้ว่าตัวเลขที่แท้จริงคือเท่าไร

    เพราะมันเป็นเพียงจำนวนที่สามารถรวบรวมและตรวจสอบได้จากข้อมูลของแต่ละประเทศในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

    คนที่ไม่มีใครแจ้งความ คนที่ข้อมูลยังไม่ถูกส่งเข้าระบบ

    หรือคนที่ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนได้...

    ยังคงไม่ถูกรวมอยู่ในตัวเลขนั้น และในความเป็นจริง...

    จำนวนคนที่หายไปนั้นมีมากกว่าตัวเลขในข่าว

    มากกว่านั้นเล็กน้อย แต่ไม่มีใครในโลกเดิมรู้ตัวเลขที่แท้จริง

    ยกเว้นคนกลุ่มหนึ่ง คนที่เคยอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยตัวเอง

    หนึ่งในนั้นคือ กล้า ชายหนุ่มนั่งเงียบอยู่ในห้อง

    โทรศัพท์มือถือถูกวางอยู่ตรงหน้า หน้าจอเปิดอยู่ที่ข่าวล่าสุด

    เขาอ่านข้อความนั้นซ้ำอีกครั้ง

    “ผู้ที่เดินทางกลับมาจากเหตุการณ์สูญหายเริ่มให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่...”

    กล้าเลื่อนลง มีภาพของผู้คนบางส่วนที่กลับมา

    บางคนกำลังให้สัมภาษณ์ บางคนถูกพาเข้าไปในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่

    บางคนยังไม่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

    กล้าปิดหน้าจอ เขาเอนหลังพิงเก้าอี้

    สายตาเหม่อลอยไปยังเพดาน เกือบหนึ่งเดือน

    มันนานพอที่โลกเดิมจะเริ่มเปลี่ยนไป แต่มันยังไม่นานพอสำหรับเขาที่จะลืมสิ่งที่เกิดขึ้น

    โลกนั้น สถานที่ที่ไม่ควรมีอยู่ สิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรมีอยู่

    การต่อสู้ พลังที่เขาไม่เคยคิดว่ามนุษย์จะสามารถใช้ได้

    และผู้คนมากมายที่ถูกพาไปพร้อมกับเขา กล้าหลับตาลง ภาพต่าง ๆ เริ่มย้อนกลับมา

    ใบหน้าของคนที่เคยพบ เสียงของผู้คน เหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามา และ...

    นัท

    กล้าลืมตาขึ้นอีกครั้ง

    “...หมอนั่น”

    เขาพึมพำเบา ๆ ความทรงจำสุดท้ายก่อนการแยกจากกันยังคงชัดเจน

    เขาไม่ได้กำลังนั่งรอว่านัทจะกลับมาหรือไม่ เพราะเขารู้ดีว่า...

    นัทไม่ได้กลับมาพร้อมกับเขา และนั่นหมายความว่า นัทยังอยู่ที่นั่น

    กล้าเปิดแชตของระบบขึ้นมาอีกครั้ง เปิดห้องแชตกลุ่ม ข้อความจำนวนมากไหลผ่านหน้าจอ

    คนที่กลับมาเริ่มพูดถึงสิ่งที่ตัวเองพบ บางคนเล่าเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ

    บางคนพยายามถามหาคนที่ยังไม่กลับมา

    บางคนกำลังพยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่พวกเขาเคยอยู่

    กล้าอ่านอยู่เงียบ ๆ เขาไม่ได้ตอบทุกข้อความ เพราะหลายสิ่งที่เขารู้...

    ยังไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ง่าย ๆ

    นิ้วของเขาหยุดอยู่บนชื่อหนึ่ง นัท กล้าจ้องชื่อนั้นอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเลื่อนหน้าจอลง

    ไม่มีข้อความใหม่ ไม่มีสัญญาณว่าอีกฝ่ายกำลังออนไลน์ แต่กล้ากลับไม่ได้รู้สึกสิ้นหวัง

    ตรงกันข้าม... เขากลับยิ้มออกมาเล็กน้อย

    “นายไม่กลับมาหรอกสินะ”

    เขาพูดกับหน้าจอ

    “ก็สมกับเป็นนายดี”

    กล้าหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะปิดลง

    แต่ยังไม่ทันที่เขาจะลุกขึ้น... ติ๊ง! กล้าเปิดขึ้นมาดูทันที

    เป็นข้อความจากห้องแชตกลุ่ม เขาเปิดอ่านข้อความ สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไป

    ข้อความนั้นไม่ได้มาจากนัท แต่เป็นข้อความของคนอีกคนหนึ่ง

    คนที่เพิ่งกลับมา ข้อความสั้น ๆ เพียงไม่กี่บรรทัด แต่ทำให้กล้าต้องอ่านซ้ำถึงสองครั้ง

    เขานิ่งไป จากนั้นจึงพึมพำออกมา “...ยังมีคนอยู่ที่นั่นอีกเยอะสินะ”

    กล้าวางปิดระบบลงช้า ๆ สายตาของเขาเลื่อนไปยังหน้าต่าง

    โลกเดิมยังคงเหมือนเดิม ถนนยังมีรถวิ่ง ผู้คนยังเดินไปมา

    ร้านค้าบางแห่งเปิดตามปกติ ข่าวยังคงรายงานเรื่องคนหาย แต่สำหรับกล้า...

    โลกใบนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะเขาเคยเห็นโลกอีกใบมาแล้ว และเขารู้ว่า...

    เรื่องทั้งหมดไม่ได้จบลงในวันที่เขากลับมา กล้าหันกลับไปมองโทรศัพท์อีกครั้ง

    ก่อนจะพูดเบา ๆ 

    “นัท...” 

    เขาหยุดไปครู่หนึ่ง

    “ถ้านายยังอยู่ที่นั่น...”

    รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

    “ก็อย่าทำอะไรบ้า ๆ จนตายก่อนก็แล้วกัน”

    กล้าหัวเราะเบา ๆ จากนั้นจึงลุกขึ้น แต่ก่อนที่จะเดินออกจากห้อง เขาหยุดชั่วครู่

    บนหน้าจอระบบยังคงมีข้อความใหม่ไหลเข้ามาไม่หยุด 

    โลกเดิมกำลังเริ่มรู้ความจริงทีละน้อย

    แต่ไม่มีใครรู้ว่า...

    ความจริงที่แท้จริงนั้นใหญ่กว่าที่พวกเขาคิดมากเพียงใด