รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    จอมพลจางเซียนหยวน

             

            เป็นโจวห้าวหยุนที่พึมพำขึ้นมาอย่างไม่เชื่อสายตาพลตรีหนุ่มจ้องมองไปยังชื่อของท่านจอมพลที่ปรากฏขึ้นมาในสถานการณ์นี้อย่างแปลกประหลาด

             

            ปรมาจารย์ไป่ฟานเซียนกลายเป็นลูกสาวบุญธรรมของท่านจอมพลได้อย่างไร?

             

            แต่ชื่อนั้นคือชื่อของท่านจอมพลแน่นอน!นอกจากนี้ยังมีชื่อยศอยู่ด้านหน้าเด่นหรารวมถึงมีลายเซ็นต์ที่ดูทรงพลังเซ็นกำกับมาอย่างพร้อมเพรียง

             

            “จอมพล...จางเซียนหยวน?”

             

                       

            แม้แต่คนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงของกองทัพแต่ถ้าสามารถมานั่งอยู่ที่นี่ได้ก็ต้องเคยได้ยินชื่อของท่านจอมพลคนนี้สักครั้งหนึ่งแน่นอน

             

            เขาเป็นดั่งตำนานที่ยังมีชีวิต

             

            เป็นผู้ฝึกตนที่ได้ชื่อว่า“เข้าใกล้ขอบเขตต่อไป” มากที่สุด

             

            “ใช่แล้วครับท่านจอมพลแค่ไม่อยากให้มันวุ่นวาย ทั้งยังเป็นการป้องกันผู้ที่ไม่หวังดีจะมาทำอันตรายลูกสาวแต่ตอนนี้นางกลายเป็นตัวตนระดับปรมาจารย์แล้วจึงไม่จำเป็นที่จะต้องปิดบังเรื่องนี้อีก”

             

            จิ้งหลินที่เป็นคนนำข้อมูลมารีบอธิบายราวกับตัวเองรู้เรื่องราวทุกอย่างมานาน

             

            ทั้งที่ความจริงเขาก็พึ่งจะได้คำสั่งมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนนี้เอง!

             

            “มันก็สมเหตุสมผลอยู่นะ...”  เจิ้งเหรินอี้พึมพำขณะที่ลูบเคราของตัวเอง

             

            ถ้าไป่ฟานเซียนคือลูกสาวบุญธรรมของท่านผู้นั้นจริงๆ  ความเก่งกาจของนางย่อมอธิบายได้นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ประวัติของนางเป็นปริศนาราวกับเป็นข้อมูลลับของประเทศแบบนั้น  ถ้าเป็นอำนาจของจางเซียนหยวนน่ะทำได้แน่ๆ

             

            “ดูเหมือนว่าคุณจะไม่มีอำนาจที่จะจับกุมตัวปรมาจารย์ไป่แล้วนะ?”

             

            หลิวเยี่ยนเฟยยิ้มเย็นขณะที่เหลือบมองโจวห้าวหยุน พลตรีโจวรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่กลางยอดเขาที่หนาวเหน็บแรงกดดันจากปรมาจารย์สามคนถึงจะไม่ได้ปล่อยออกมาเต็มกำลังแต่ก็ยิ่งกว่าเพียงพอที่จะทำให้คนธรรมดาแข้งขาอ่อน

             

            แม้จะเป็นพลตรีก็ไม่เว้น

             

            โจวห้าวหยุนรู้สึกเหมือนขาไม่มีแรงเขาทรุดลงไปกับพื้นอย่างช่วยไม่ได้

             

            “...มันจะเป็นไปได้ยังไง?” พลตรีหนุ่มยังรับไม่ได้

             

            “นี่มันของปลอมแน่ๆ!”

             

            เขายังคงยืนยันในความคิดของตัวเอง.เรื่องในคราวนี้เขาลงทุนลงแรงไปมากมาย.ถึงขนาดยอมไปร่วมมือกับคนนอกสายงานโดยพลการ ถ้ามันไม่ประสบความสำเร็จเขาก็ต้องชดใช้กับความผิดพลาดนั้นด้วยตัวเอง

             

            ดังนั้นทางเลือกเดียวของเขาคือยืนเป็นกระต่ายขาเดียวไม่ว่าอย่างไรก็ต้องปฏิเสธไปให้ถึงที่สุด

             

            จิ้งหลินรู้สึกถึงโทรศัพท์มือถือของตนสั่นสะเทือนเบาๆ แต่เมื่อรู้ว่าสายนั้นเป็นใครเขาก็ตัวสั่นขึ้นมา ร่างกายเผลอยืดตรงน้ำเสียงดูจริงจัง เขาพยักหน้ารับราวกับคนที่กำลังคุยนั้นยืนอยู่ด้านหน้า

             

            “พลตรีโจว มีโทรศัพท์ถึงคุณครับ”

             

             

                       

            จิ้งหลินยิ้มขณะที่ส่งโทรศัพท์มือถือให้เขามองโจวห้าวหยุนอย่างท้าทายตอนที่พลตรีโจวรับโทรศัพท์ไปจิ้งหลินยังยักคิ้วแถมไปทีหนึ่ง

             

            โจวห้าวหยุนมองเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย.แต่ในวินาทีที่เขาแนบหูกับโทรศัพท์และรู้ว่าผู้ที่อยู่ปลายสายคือใครร่างกายของเขาก็แข็งทื่อเหมือนถูกสาปให้เป็นหิน

                       

            “ทะ...ท่านจอมพล”

             

            แม้ว่าพลตรีโจวจะพูดเสียงเบาแค่ไหนแต่คนที่นี่ก็เป็นถึงตัวแทนของแต่ละขุมอำนาจ ไม่ต้องใช้ความพยายามก็สามารถได้ยินสิ่งที่เขาพูดอยู่แน่นอน

             

            “ครับ...ครับ...เข้าใจแล้วครับ”

             

            โจวห้าวหยุนใบหน้าซีดลงไปเรื่อยๆเขาได้แต่ผงกหัวหงึกๆรับทุกคำพูดที่มาจากอีกฝั่ง

             

            เมื่อการสนทนาจบลงโจวห้าวหยุนก็ดูราวกับร่างไร้วิญญาณ ชายหนุ่มส่งโทรศัพท์คืนให้จิ้งหลินโดยไม่รู้ตัว.เขารู้ได้ทันทีว่าอนาคตในเส้นทางนี้ของเขามันจบสิ้นแล้ว

     

            แค่เรื่องที่เขาทำอะไรโดยพลการแค่นั้นก็เกินพอที่จะถูกลงโทษ

             

            “เหยี่ยวดำ รับคำสั่ง”

             

            “ครับ!”

                       

            หลิวเยี่ยนเฟยหันไปสั่งการกับลูกน้องด้วยท่าทางทรงอำนาจจิ้งหลินยกมือขึ้นมาทำความเคารพแล้วรอฟังคำสั่งอย่างจริงจัง

     

                “พาตัวพลตรีโจวกลับกองทัพดูเหมือนว่าที่นั่นจะมีคนรอเขาอยู่แล้วล่ะ...” ชายหนุ่มยิ้มเย็นชาขณะที่พูดโจวห้าวหยุนแม้จะโดนหน่วยเหยี่ยวดำสองคนลากพาตัวไปก็ยังไม่รู้สึกตัว

             

            เหลือเพียงจิ้งหลินที่อยู่ข้างๆหลิวเยี่ยนเฟยเท่านั้น

             

            “เอาล่ะ...ดูเหมือนว่าผมจะมีเรื่องที่ต้องคุยกับพวกคุณสักหน่อย”

             

                       

            พลเอกหนุ่มหันไปสบตากับหานจุนโป๋และพรรคพวกที่ตอนนี้หลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมาเต็มแผ่นหลังก่อนหน้านี้เขาค่อนข้างจะเคลื่อนไหวได้ลำบาก แต่เมื่อกี้นี้จิ้งหลินแอบกระซิบบางอย่างกับเขา

             

            ท่านจอมพลมอบอำนาจให้เขาจัดการเรื่องนี้ตามสบาย

             

            ทั้งยังย้ำให้ดูแลปรมาจารย์ไป่อย่างดี!

             

            แม้ว่าชายหนุ่มจะประหลาดใจดูเหมือนว่าปรมาจารย์ไป่จะไม่ใช่แค่ลูกสาวบุญธรรมของท่านจอมพลธรรมดาๆ

             

                “นี่มัน...เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อย”หานจุนโป๋พยายามเจรจา

             

            “ผะ...ผมไม่เกี่ยวนะ!ปรมาจารย์หานบีบบังคับให้ผมและลูกชายร่วมมือด้วย!”

             

            นายใหญ่อันลนลานและพยายามปกป้องตัวเองอย่างเต็มที่คำพูดของเขาทำให้หานจุนโป๋หันมาจับจ้องด้วยความอาฆาตห่อนหน้านี้พวกนายยังอยู่ฝั่งฉัน แต่พอเห็นท่าไม่ดีก็จะรีบปัดความผิดให้พ้นตัวเลยนะ!

            แต่ก่อนจะเกิดอะไรขึ้นวินาทีต่อมาคนของกองทัพมากกว่าสิบคนก็บุกเข้ามาในห้องรับรอง

             

            “ท่านพลเอกหลิว  ท่านจอมพลส่งพวกเรามาช่วยจัดการปัญหาให้คุณครับ”

             

                คนที่พูดคือชายวัยกลางคนในเครื่องแบบหลิวเยี่ยนเฟยที่เห็นจำได้ทันทีว่าคนๆนี้คือใคร

             

            ผู้ช่วยของท่านจอมพล!

             

            ถ้าคนๆนี้มาด้วยตัวเองก็แปลว่าท่านจอมพลเอาจริง  และเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง!

             

            การดำเนินการของคุณผู้ช่วยนั้นรวดเร็วจนน่าตกใจ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่วิ่งเข้ามาพร้อมกับอุปกรณ์มากมายพวกเขาตรวจสอบหานจุนโป๋ หานเซี่ยวยี่ ติงคังหมิง อี้ฟาน รวมถึงคุณชายอันว่าอยู่ในสภาวะปลอดภัยปกติไม่มีอาการใดๆที่ร้ายแรงเพื่อเป็นการยืนยันว่าเรื่องก่อนหน้าเป็นการแสดง  การถ่ายทอดสดถูกระงับลงในทันทีที่ปฏิบัติการเสร็จสิ้น  พร้อมกับที่พวกเขาทำการควบคุมตัวหานจุนโป๋และคนอื่นๆเดินออกจากห้องไป

             

            ไป่ฟานเซียนมองตามพวกเขาไปด้วยหางตา

             

             

            คุณผู้ช่วยคนนั้นเดินมาหานางแล้วก้มหัวด้วยความเคารพ

             

            “คุณหนูไป่...ท่านจอมพลอยากเชิญคุณไปพบครับ”

             

            “...ได้สิ”ไป่ฟานเซียนพิจารณาเพียงเล็กน้อยก็ตอบตกลงไป นางเองก็อยากจะไปเห็นหน้า “ท่านจอมพล”คนนี้ที่ยื่นมือมาช่วยโดยที่เธอไม่ได้ขออยู่เหมือนกัน

             

            คุณผู้ช่วยพยักหน้าอย่างขอบคุณเขาเดินออกไปรอด้านหน้าห้องโดยไม่เร่งรัดอะไรเขาทำเหมือนกับว่าไป่ฟานเซียนมีสถานะสูงกว่าเขาจริงๆ

             

            “ท่านปรมาจารย์ไป่...กับคนพวกนั้น”

             

            พ่อบ้านหวงหันไปกระซิบกับนายหญิงของตนคนพวกนั้นที่เขาหมายถึงก็คือปรมาจารย์หานจุนโป๋และคนอื่นๆที่ถ้ากองทัพยอมปล่อยตัวพวกเขาไปง่ายๆในอนาคตเขาต้องมาหาเรื่องไป่ฟานเซียนอีกแน่นอน

             

            ท่าทางกังวลของชายชราทำให้ไป่ฟานเซียนยิ้มบางนางพูดเบาๆโดยที่ไม่ได้หันไปมอง

             

            “เจ้าไม่ต้องห่วง...พวกเขาไม่มีโอกาสมาวุ่นวายกับข้าแล้วล่ะ”

             

            ประโยคสุดท้ายสามารถทำให้หวงจื่อหานขนลุกโดยไม่รู้สาเหตุ

             

            ใช่แล้ว ไป่ฟานเซียนก็ไม่ได้ใจดีขนาดนั้น

             

            ก่อนหน้านี้นางเพียงสั่งสอน  แต่พวกเขาก็ยังไม่หลาบจำ

             

            มาวุ่นวายกับนางไม่จบไม่สิ้น

             

            ครั้งนี้การสั่งสอนของนางจึงไม่ง่ายดายเพียงแค่เจ็บตัวหรือบาดเจ็บเช่นก่อนหน้านี้แน่ๆ

               

             

            และนางจะไม่ยอมให้มีอะไรเชื่อมโยงมาถึงนาง การทำอะไรอย่างระเบิดความโกรธแล้วลงมือต่อหน้าผู้คนมากมาย รวมถึงเจ้า“กล้องถ่ายทอดสด” พวกนั้น มันคือการกระทำของคนโง่ชัดๆ

             

            นั่นจึงเป็นเหตุผลที่นางรักษาให้พวกเขาก่อนหน้านี้ทั้งยังเป็นการรักษาต่อหน้าสาธารณชน และแม้แต่โอสถที่ใช้รักษาก็ยังไม่ใช่โอสถของนาง

             

            นอกจากนี้หน่วยแพทย์เคลื่อนที่พวกนั้นก็ยังมาช่วยยืนยันให้นางอีกเสียงว่าอาการบาดเจ็บพวกนั้นมันเป็นแค่“การแสดง”

             

            ก่อนหน้านี้อาการบาดเจ็บพวกนั้นมันเป็นฝีมือนางจริงๆพวกเขามีหลักฐานและพยานยืนยัน อาการของติงคังหมิงและอี้ฟานก็เกิดจากโอสถของนางที่ซัดเข้าปากพวกเขาไปในวันนั้น ดังนั้นแล้วสิ่งที่นางทำในวันนี้ความจริงมันก็คือการ “ปัดมลทิน”ในอดีตให้พ้นตัวเท่านั้นเอง

             

            ถ้าหลังจากนี้พวกเขา“เกิดป่วย”  “บาดเจ็บ”  หรือว่า “เสียชีวิต”  ขึ้นมา “โดยบังเอิญ” มันก็ไม่เกี่ยวกับนางและจะไม่มีใครมาวุ่นวายกับนางได้

             

            ก็พวกเขาหายดีไปแล้วนี่นา แม้แต่คนที่ดูจากกล้องนั่นก็เห็นว่าพวกเขาหายดีด้วย “โอสถน้ำค้างดาว”ที่ได้มาจากคนที่ไม่รู้จักในห้อง

             

            แม้แต่หมอก็ยืนยันให้

             

            ไป่ฟานเซียนยิ้มเย็นชา 

             

            นางเรียนรู้และมีการปรับตัว  จะว่าไปก็นางก็เปลี่ยนไปจากวันที่ถามถังเทียนจี๋ว่า“สังหารทิ้งตัดปัญหาไปเลยดีหรือไม่?” มากเหมือนกัน

             

            นี่คือการเติบโตทางความคิดและการปรับตัวตามสภาพแวดล้อมกระมัง?

             

            ไป่ฟานเซียนอดนึกไปถึงสิ่งที่นางเคยอ่านจากหนังสือพวกนั้นไม่ได้...

             

             

             

             

             

             

            ไม่มีใครคิดว่าเรื่องราวทุกอย่างจะจบลงง่ายดายแบบนี้

             

            ผู้ที่ต้องผิดหวังที่สุดก็คือเหล่าตัวแทนจากขุมอำนาจต่างๆที่อุตส่าห์เดินทางมาและต้องแห้วกลับไป แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือข่าวลือที่แพร่สะพัดไปอย่างยิ่งใหญ่  คราวนี้ไม่ใช่แค่โลกของผู้ฝึกตนแม้แต่คนธรรมดาบางกลุ่มก็ยังได้รับรู้ถึงตัวตน “ลูกสาวของท่านจอมพล” นี้เหมือนกัน

             

             

            ส่วนไป่ฟานเซียนนั้นนางทิ้งเหล่าผู้ติดตามของนางไว้ที่โรงแรมตะวันเคียงเมฆา  แล้วออกเดินทางไปยังส่วนหนึ่งของหมู่บ้านกับ“คุณผู้ช่วย” ของท่านจอมพลคนนั้น

             

            ไป่ฟานเซียนมาหยุดอยู่หน้าอาคารหลังใหญ่หลังหนึ่งมันค่อนข้างจะอยู่ไกลจากบริเวณชุมชนพอสมควรสัมผัสสวรรค์ของนางกวาดผ่านเข้าไปก็พบว่ามีคนเพียงสองคนเท่านั้นที่กำลังรอคอยอยู่ที่ชั้นบนสุด

             

            หญิงสาวเดินตามขึ้นไปคุณผู้ช่วยพอไปส่งถึงหน้าประตูก็ค้อมตัวแล้วรออยู่ด้านนอกเป็นเชิงว่าหลังจากนี้นางจะต้องเข้าไปด้วยตัวเอง

             

            ไป่ฟานเซียนทันทีที่เข้ามาในห้องก็กวาดสายตาสำรวจรอบตัวครั้งหนึ่งมันเป็นเหมือนห้องรับแขกธรรมดาๆที่ไม่ได้หรูหรามากนักในห้องนั้นมีคนอยู่สองคนอย่างที่นางสัมผัสได้แต่แรกหนึ่งคือชายชราที่สวมเสื้อคลุมสีเทาเก่าๆแล้วมองมายังนางด้วยความสนใจ

             

            อีกหนึ่งคือชายวัยกลางคนที่แต่งชุดทหารทางการเต็มยศทันทีที่ได้เห็นไป่ฟานเซียนร่างกายของเขาก็สั่นสะท้าน

             

            เขาลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาหานาง ประกายตาของเขาปรากฏความเคารพและยำเกรงปะปนอยู่กึ่งหนึ่ง

             

            “...ท่านไป่ฟานเซียน?”

             

            ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะสุภาพขนาดนี้ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับไปทีหนึ่ง

             

            “ผมขออนุญาตถาม...ในวันประลองของจอมดาบเจิ้งเหรินอี้กับราชันย์บูรพาหม่าฟู่เฟิงท่านก็อยู่ที่นั่นด้วยใช่ไหมครับ?” ชายวัยกลางคนถามทั้งที่เขายืนยันจากหลักฐานส่วนหนึ่งได้แล้วแต่เขาก็ยังอยากได้ “คำตอบ”จากปากของนางเองเช่นเดียวกัน

             

            “...ใช่”

             

            ไป่ฟานเซียนครุ่นคิดไปถึงวันที่นางพึ่งจะตื่นขึ้นมาในยุคสมัยนี้  แล้วยอมรับไปตามตรง  

             

            ไม่คาดคิดว่าทันทีที่ไป่ฟานเซียนยอมรับชายวัยกลางคนในชุดเต็มยศคนนั้นจะรีบคุกเข่าลงไปกับพื้นอย่างตื่นเต้น

             

            “ผู้น้อยจางเซียนหยวนทำความเคารพท่านผู้ยิ่งใหญ่!”

             

            เป็นท่านจอมพลจางเซียนหยวนนั่นเองที่กำลังคุกเข่าให้นางอยู่ตอนนี้!

             

            “ท่านอาจจะจำผู้น้อยไม่ได้  ผมคือคนที่ส่งเสียงทักหลังจากที่ท่านปลดปล่อยแรงกดดันออกมาครั้งนั้นไงครับ...”

             

            จางเซียนหยวนรีบอธิบายให้ฟังเมื่อเห็นว่าไป่ฟานเซียนยังไม่รู้ว่าเขาคือใคร 

             

            หลังจากวันนั้นเขาก็มีคำสั่งให้ค้นหาตัวตนของ“ท่านผู้ยิ่งใหญ่” คนนั้นลับๆ การเดินทางไปยังบ้านตระกูลถังในทันทีที่ของหน่วยเหยี่ยวดำตอนนั้นก็เพราะสัมผัสได้ถึงสมบัติที่อาจจะสูงกว่าระดับห้า  แต่เป้าหมายที่แท้จริงก็คือเพื่อที่จะพยายามหา“ท่านผู้ยิ่งใหญ่” คนนั้นต่างหาก

             

            ไม่เช่นนั้นในตอนนั้นจิ้นหลิงจะได้รับคำสั่งให้กระทำการอุกอาจขนาดรีบตรวจค้นคนของตระกูลถังในทันทีได้อย่างไร

             

             

            และไป่ฟานเซียนก็ปรากฏตัวขึ้นมาพอดี นางกลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่มีความน่าจะเป็นที่สุด แต่สิ่งที่ทำให้เขายังไม่แน่ใจนั่นก็เพราะว่าพลังที่นางแสดงออกมามันดันอยู่ในขอบเขตของ“ปรมาจารย์” เท่านั้นเอง

             

            นอกจากนี้ถ้ายังจำได้ตอนที่ไป่ฟานเซียนตื่นขึ้นมา นางเผลอ “บีบ”โดรนตัวหนึ่งของกองทัพที่ใช้สังเกตการณ์การประลองจนแหลกคามือแล้วโยนทิ้งไว้ในมิติของนางตั้งแต่ตอนนั้น

             

            ภาพที่โดรนสามาถกู้กลับมาได้ก่อนที่จะถูกทำลายไปคือภาพรางๆของไป่ฟานเซียนเพียงแต่มันเห็นใบหน้าไม่ชัด ท่านจอมพลจึงไม่สามารถฟันธงลงไปได้อย่างชัดเจน

            เขาจึงเฝ้าสังเกตนางมาระยะหนึ่ง  แต่เจ้า “เขตแดน”  นั่นก็ทำให้เขาปวดหัวไม่น้อย

             

            เขาไม่สามารถสอดแนมเข้าไปในนั้นได้  ทุกสิ่งทุกอย่างถูกขวางเอาไว้ จนกระทั่งพวกนางออกเดินทางมายังหมู่บ้านใต้เมฆานี้เขาจึงเริ่มทำการยืนยันตัวตนของนางต่อ

             

            และนางก็สร้างปาฏิหาริย์ไม่หยุดสยบนางพญาแม่ม่ายแดงลงได้อย่างง่ายดาย กลายเป็นปรมาจารย์นักปรุงโอสถขั้นที่สี่ แต่สิ่งที่ทำให้เขายืนยันได้ว่านางคือท่านผู้ยิ่งใหญ่ก็คือ

             

            “เจตจำนง”

             

            ก็เหมือนกับตัวตนระดับปรมาจารย์และจอมยุทธ์  ปรมาจารย์คือผู้ที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างปรมาจารย์และ “บรรพจารย์” ซึ่งเป็นขอบเขตที่เหนือกว่าก็คือเจตจำนงนี้เอง

             

            ตอนนี้จอมพลจางเซียนหยวนพัฒนามาจนถึงปรมาจารย์ขั้นที่เก้าแล้วและถูกเรียกว่า “ผู้ที่เข้าใกล้ขอบเขตต่อไปมากที่สุด” ก็จริง  แต่ในชีวิตของเขา จอมพลจางเคยพบกับตัวตนระดับ“บรรพจารย์” มาก่อน

             

            เขาเป็นบรรพจารย์คนสุดท้ายที่จอมพลจางเคยเจอ  และเป็นผู้ที่ทำให้เขาสามารถรับรู้ได้ถึงเจตจำนงของบรรพจารย์แม้ว่าจะยังฝึกไปไม่ถึงขอบเขตนั้น

             

            ดังนั้นเมื่อตอนที่สังเกตการณ์ไป่ฟานเซียนและเห็นยามที่นางกำลัง “ถอน” เอาเจตจำนงของนางออกมาจากร่างของสองปู่หลานตระกูลหานก็ทำให้จอมพลจางก็ยืนยันได้ทันที

             

            ไป่ฟานเซียนจะต้องเป็นตัวตนระดับบรรพจารย์อย่างแน่นอน!

             

            “ท่านไป่ฟานเซียน ตัวผมเสียมารยาทแก้ปัญหาโดยการแอบอ้างว่าท่านเป็นลูกบุญธรรม...ต้องขออภัยจริงๆ!”

             

            จางเซียนหยวนก้มหน้าสำนึกผิดสำหรับตัวตนระดับปรมาจารย์แล้วสิ่งที่เขาทำกับตัวตนระดับบรรพจารย์อย่างนางมันค่อนข้างจะเสียมารยาทอยู่บ้าง

             

            แต่ในตอนนั้นเขาต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน จึงให้ผู้ช่วยจัดเตรียมข้อมูลขึ้นมาชุดหนึ่ง แม้แต่ลายเซ็นต์ของเขาบนกระดาษนั่นด็ยังดูจะไม่แห้งดีด้วยซ้ำไป

             

            “ไม่เป็นไร...ถือว่าเจ้าแก้ปัญหาวุ่นวายให้ข้าได้พอดี”

             

            ไป่ฟานเซียนตอบอย่างสงบนางพอจะเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างแล้ว

             

            “ท่านไป่ฟานเซียน นอกจากเรื่องของท่านแล้วยังมีอีกเรื่องหนึ่ง” จอมพลจางเดิมทีอยากจะทำความรู้จักตัวตนระดับบรรพาจารย์ให้มากกว่านี้อีกสักนิดแต่เมื่อเหลือบไปเห็นสายตาที่มีความหวังของชายชราในชุดคลุมสีเทาแล้วเขาก็ต้องยับยั้งชั่งใจไว้ก่อน

             

            เพราะนี่ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้จอมพลอย่างเขาเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเอง

             

            “ท่านผู้ยิ่งใหญ่...ผมเป็นหัวหน้าหมู่บ้านใต้เมฆาแห่งนี้”

             

            ชายชราในชุดคลุมแนะนำตัวเอง เขาเดินมาเบื้องหน้าไป่ฟานเซียนแล้วคุกเข่าลงกะทันหันอีกราย หางตาของเขาปรากฏรอยน้ำตาขึ้นมาสายหนึ่งพร้อมกับทำสายตาวิงวอน

             

            “ท่านผู้ยิ่งใหญ่...ผมขอร้อง...ชาวหมู่บ้านใต้เมฆาขอร้อง  ท่านได้โปรดช่วยท่านหมอเทวดาอู๋เจี่ยด้วย!”

             

             

            “...”

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912