จารึกที่ 296 : ตอกหน้าสวรรค์ : ความบ้าคลั่งของราชัน
ความมืดมิดที่ปะทุออกจากร่างของบุรุษชุดดำ มิใช่ความมืดของรัตติกาลที่รอคอยแสงตะวันในวันรุ่งขึ้น ทว่ามันคือความมืดแห่งห้วงสุญญตาที่ปฏิเสธการดำรงอยู่ของแสงสว่างอย่างสมบูรณ์แบบ!
วงแหวนความว่างเปล่า 10 ชั้นที่ขยายตัวออกจากจุดตันเถียนของอาเจีย กลืนกินรัศมีสีทองศักดิ์สิทธิ์ของมหาเทพคุมกฎจนแหว่งวิ่นประหนึ่งแผ่นกระดาษที่ถูกไฟเผาไหม้ กฎเกณฑ์แห่งทวีปหุบเขาต้องห้ามที่เคยกดทับสรรพสิ่ง บัดนี้ถูกความไม่มีบีบอัดจนมิติอากาศแตกร้าวราวกับกระจกที่ทนรับน้ำหนักของขุนเขาไม่ไหว
"กลืนสวรรค์จอมปลอม... สังเวยวัฏจักร..."
น้ำเสียงของอาเจียแหบพร่าและเย็นเยียบจนสลักลึกลงไปในแก่นวิญญาณของผู้รับฟัง ชายหนุ่มมิได้หลั่งน้ำตาออกมาแม้แต่หยดเดียว ทว่านัยน์ตาสีดำสนิทที่ไร้ก้นบึ้งของเขา กลับเป็นดั่งหลุมศพที่ฝังกลบความโศกเศร้าและความเดือดดาลที่มหาศาลเกินกว่าจะแสดงออกด้วยการร่ำไห้
มหาเทพคุมกฎแห่งวิหารเทพอนันตกาล ผู้ครอบครองขอบเขตวิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์ เบิกตากว้างภายใต้หน้ากากไร้หน้า! มันสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามากัดกินฐานวิถีเต๋าของมัน นี่เป็นครั้งแรกในรอบพันปีที่ตัวแทนแห่งดวงตาโลหิต สัมผัสได้ถึงสิ่งที่เรียกว่า 'ความหวาดกลัว'!
"วิถีเต๋าอันใดกัน... พลังที่ปฏิเสธสวรรค์เช่นนี้ ไม่สมควรมีอยู่บนโลก!"
มหาเทพคุมกฎแผดเสียงคำรามเพื่อข่มความหวาดผวา มันกัดปลายลิ้น พ่นโลหิตวิญญาณบริสุทธิ์สีทองคำออกมากลางอากาศธาตุ 2 มือประสานอินอย่างบ้าคลั่ง รีดเค้นรากฐานวิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์ทั้งหมด เพื่ออัญเชิญสุดยอดวิชาสังหาร!
"ทัณฑ์พิพากษา... ตรีศูลล้างวัฏจักร!"
เลือดสีทองคำสาดกระเซ็นผสานกับพลังอำนาจแห่งดวงตาโลหิต ก่อตัวเป็นตรีศูลแสงขนาดยักษ์ที่ยาวกว่า 100 จั้ง! ปลายหอกทั้ง 3 แฉกอัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งการทำลายล้าง มันมิใช่การโจมตีกายเนื้อ ทว่ามันพุ่งเป้าไปที่การ 'ลบชื่อ' ของศัตรูออกจากบัญชีแห่งฟ้าดิน! พลานุภาพของมันหนักอึ้งเสียจนเหมืองศิลาปราณใต้ดินพังทลายลงมาเป็นวงกว้าง!
"จงดับสูญไปพร้อมกับความโอหังของเจ้าซะ! ไอ้ผู้ฝึกตนนอกรีต!"
มหาเทพคุมกฎตวัดแขนชี้ลงมา! ตรีศูลสวรรค์พุ่งแหวกความมืดมิด ทิ้งตัวลงมาหมายจะบดขยี้ร่างของอาเจียให้กลายเป็นเถ้าธุลี!
กลุ่มสหายที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่เบื้องหลัง ต่างเบิกตากว้างด้วยความลืมหายใจ หลินชิงเสวี่ยกำกระบี่เหมันต์จนเล็บจิกเข้าเนื้อ เลือดไหลซึมออกมาโดยที่นางไม่รู้ตัว เฟิงหลิงเอ๋อร์กัดริมฝีปากจนห้อเลือด พวกเขารับรู้ได้ว่าการโจมตีนี้ ก้าวล่วงขอบเขตของผู้ฝึกตนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง!
ทว่า... เบื้องหน้าทัณฑ์สวรรค์ที่สามารถฉีกทำลายผืนทวีป อาเจียกลับทำเพียงแค่ก้าวเท้าเดินออกไปเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า
ชายหนุ่มไม่ได้ชักพู่กันนิรันดร์ออกมาวาดค่ายกล และไม่ได้งัดศัสตราวิเศษใดๆ ขึ้นมาต้านทาน
เขาเพียงแค่เงยหน้าขึ้น จ้องมองตรีศูลแสงสีทองที่กำลังดิ่งลงมาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
"พวกเจ้า... ชอบอ้างวิถีแห่งสมดุล..."
อาเจียเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขามิได้ถูกเสียงกัมปนาทของตรีศูลกลบ ทว่ามันกลับดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วเหมือง "เจ้าบอกว่าสวรรค์ต้องพรากสรรพสิ่งเพื่อรักษาสมดุลของวัฏจักร... ต้วนเทียนสละชีวิต เพื่อชดใช้กฎเกณฑ์บ้าๆ ของพวกเจ้า..."
ภายใต้คำพูดที่ดูเหมือนจะพร่ำบ่นเรื่องการขาดทุน ชายหนุ่มกลับยกแขนขวาที่เปลือยเปล่าขึ้นเบื้องหน้า อักขระมารบรรพกาลบนท่อนแขนพลันหยุดดิ้นรน ทว่ามันกลับ 'หลอมรวม' เข้ากับอักขระสูญตาในจุดตันเถียน!
"หากสมดุลของสวรรค์... ต้องแลกมาด้วยลมหายใจของสหายข้า... ข้าก็ไม่ขอยอมรับความสูญเสียนี้!"
พริบตานั้นเอง! มวลอากาศรอบตัวอาเจียพลันถูกบีบอัดจนกลายเป็นจุดกำเนิดเล็กๆ ก่อนจะระเบิดออก! สิ่งที่พวยพุ่งออกมามิใช่ปราณฟ้าดินที่พบเห็นได้ทั่วไป ทว่ามันคือมวลปราณที่บริสุทธิ์ เก่าแก่ และทรงอำนาจกดข่มวิถีเต๋าทั้งหมดในมิติแห่งนี้!
มันคือ 'ปราณเซียนแท้' ที่ถูกดึงออกมาจากความว่างเปล่า! ปราณที่แท้จริงของผู้ที่บ่มเพาะมรรคาแห่งการหลุดพ้น!
"เช่นนั้น... ข้าก็จะขอ 'ทำลาย' สมดุลของวัฏจักรนี้ทิ้งซะ!!!"
อาเจียตวาดลั่น! ชายหนุ่มกำหมัดขวาที่อาบชโลมไปด้วยปราณเซียนแท้และความว่างเปล่า ชกสวนขึ้นไปปะทะกับตรีศูลล้างวัฏจักรขนาดยักษ์ด้วยมือเปล่า!
"เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!"
การปะทะที่สั่นสะเทือนรากฐานของพื้นที่! ไม่มีแสงสว่างวาบ ไม่มีคลื่นความร้อนแผดเผา! มีเพียงฉากที่ทำให้ผู้คุมกฎแห่งสวรรค์ต้องสติแตก!
กำปั้นของอาเจียที่ห่อหุ้มด้วยปราณเซียนแท้ ทะลวงเข้าปะทะกับปลายตรีศูลแสงสีทอง! พริบตาที่พลังทั้ง 2 สัมผัสกัน... ตรีศูลระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์ที่อวดอ้างว่าสามารถพิพากษาทุกสรรพสิ่ง กลับ 'แตกร้าว' ประหนึ่งแท่งแก้วเปราะบางที่ถูกค้อนเหล็กทุบ!
"แกร๊ก... เพล้งงงงง!"
แสงสีทองถูกความว่างเปล่ากลืนกินและย่อยสลายไปในเสี้ยวลมหายใจ! ตรีศูลขนาดยักษ์พังพินาศกลายเป็นเพียงเศษละอองแสงที่ปลิวว่อน อาเจียก้าวเดินทะลุผ่านละอองแสงเหล่านั้น เรือนร่างของเขาไร้รอยขีดข่วน มีเพียงกลิ่นอายของมัจจุราชที่ทวีความดุร้ายขึ้นเป็น 100 เท่า!
"ปราณเซียนแท้! เป็นไปได้อย่างไร! ทวีปหุบเขาต้องห้ามถูกปิดกั้นมิให้ผู้ใดสัมผัสพลังระดับนี้ได้! เจ้าทำลายกฎเกณฑ์ของดวงตาโลหิต!"
มหาเทพคุมกฎกรีดร้องด้วยความหวาดผวาที่สุดในชีวิต! ความหยิ่งยโสที่เคยมีมลายหายไปสิ้น มันตระหนักแล้วว่าบุรุษเบื้องหน้า มิใช่ผู้ฝึกตนที่มันจะสามารถใช้วิถีเต๋าต้านทานได้! มันหันหลังกลับ รีดเค้นโลหิตวิญญาณหมายจะใช้วิชาย่นระยะทาง ฉีกมิติหลบหนีกลับไปยังวิหารเทพอนันตกาล!
"สวรรค์เป็นหนี้ข้า... และผู้ที่คิดจะหนีหนี้... ต้องถูกริบวิญญาณ!"
อาเจียแค่นเสียงเย็นเยียบ! ชายหนุ่มก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว ทว่ากฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาและพื้นที่เบื้องหน้าเขาพลันพับทบเข้าหากัน! วิชาย่นระยะทางที่หลอมรวมกับความว่างเปล่า ทรงพลานุภาพเหนือกว่าการฉีกมิติของวิหารเทพอย่างเทียบไม่ติด!
วูบ!
ร่างของมหาเทพคุมกฎที่กำลังจะหลุดเข้าไปในรอยแยกมิติ พลันถูกฝ่ามือที่เย็นเยียบและหนักอึ้งประหนึ่งขุนเขา คว้าหมับเข้าที่หัวไหล่ด้านหลัง!
"อึก!" มหาเทพคุมกฎสะดุ้งสุดตัว แรงบีบจากฝ่ามือนั้นแฝงด้วยความว่างเปล่าที่แทรกซึมเข้าไปสกัดกั้นเส้นชีพจรทั้งหมด! ปราณวิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์ในร่างถูก 'แช่แข็ง' อย่างสมบูรณ์แบบ! มันถูกดึงกระชากกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงประหนึ่งสุนัขที่ถูกกระตุกสายจูง!
"ปล่อยข้า! ไอ้ผู้บำเพ็ญเพียรนอกรีต! หากเจ้ากล้าสังหารข้า ดวงตาโลหิตจะประทานทัณฑ์สวรรค์ลงมาลบชื่อตระกูลเจ้า!" มันแผดเสียงข่มขู่แม้ร่างจะสั่นเทา
"ทัณฑ์สวรรค์งั้นหรือ?"
อาเจียชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าที่สวมหน้ากากของศัตรู นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องลึกลงไปในดวงตาของมัน "ข้าบอกแล้วไง... ว่าข้าไม่ได้มาเพื่อสังหาร... ทว่าข้ามาเพื่อ 'ชำแหละ' และยึดทรัพยากร!"
อาเจียไม่ได้ใช้ศัสตราวิเศษ และไม่ได้ลงมือให้จบชีวิตในคราวเดียว! ชายหนุ่มใช้มือซ้ายกดหลังคอของมหาเทพคุมกฎให้คุกเข่าลงกับพื้นศิลา ส่วนมือขวาที่อาบด้วยปราณเซียนแท้และอักขระมาร เลื่อนไปจับที่ 'แขนขวา' ของศัตรู!
"แขนข้างนี้... คือแขนที่เจ้าใช้สั่งการ ปล่อยแสงพิพากษาลงมาพรากสหายของข้า..."
น้ำเสียงของอาเจียราบเรียบและไร้ซึ่งความโกรธ ทว่าการกระทำของเขากลับโหดเหี้ยมเกินบรรยาย!
ชายหนุ่มออกแรงกระชาก! ไม่ใช่วิชาเซียน ทว่าคือพละกำลังดิบๆ ที่หลอมรวมกับกฎเกณฑ์แห่งการทำลายล้าง!
"แคร่ก... แคร่ก... ฉัวะ!!!"
"อ๊ากกกกกกกกก!!!"
ชุดเกราะทองคำขาวที่สลักอักขระคุ้มกัน ถูกบีบจนบี้แบนประหนึ่งเศษกระดาษ! ตามมาด้วยเสียงกระดูกหัวไหล่ที่หลุดออกจากเบ้า และเสียงกล้ามเนื้อที่ถูกฉีกขาดอย่างป่าเถื่อน!
อาเจียกระชากแขนขวาของผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์ หลุดขาดออกจากลำตัวทั้งเป็น! โลหิตสีทองคำสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าอันเย็นชาของบุรุษชุดดำ!
มหาเทพคุมกฎดิ้นทุรนทุราย กรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด! วิถีเต๋าของมันพยายามจะฟื้นฟูบาดแผล ทว่าความว่างเปล่าที่เกาะกินอยู่บริเวณรอยขาด กลับกัดกินกฎเกณฑ์การรักษาจนหมดสิ้น!
อาเจียโยนท่อนแขนที่หุ้มเกราะทิ้งไปด้านหลังอย่างไม่ไยดี
"ปีกแห่งกฎเกณฑ์จอมปลอมที่อยู่กลางหลังเจ้า... มันสว่างจ้าจนเกะกะสายตาของข้า!"
อาเจียย้ายมือขวาไปจับที่ 'ปีกแสงสีทอง' ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งวิหารเทพบนแผ่นหลังของศัตรู! อักขระสูญตาทำงานลบล้างพลังของมันในพริบตา ก่อนที่ชายหนุ่มจะเหยียบหลังของมหาเทพคุมกฎ แล้วออกแรง 'ฉีกทึ้ง' ปีกแสงนั้นออกจากแก่นวิญญาณโดยตรง!
"แคว่กกกกกกก!!!"
"ม่ายยยยยยยยยยย!!!"
การถูกฉีกปีกแสง มิใช่แค่บาดแผลทางกาย แต่มันคือการถูกกระชากรากฐานวิถีเต๋าที่บ่มเพาะมานับพันปี! มหาเทพคุมกฎกระอักเลือดสีทองคำออกมาคำโต หน้ากากไร้หน้าบนใบหน้าของมันหลุดกระเด็น เผยให้เห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความหวาดกลัว!
"หยุด... หยุดเถิด... ข้ายอมแล้ว... ข้ายอมสวามิภักดิ์... ข้าจะมอบศิลาปราณทั้งหมดให้เจ้า..." ตัวแทนแห่งสวรรค์ผู้หยิ่งยโส บัดนี้ร่ำไห้ร้องขอชีวิต
ทว่า ในนัยน์ตาสีดำสนิทของอาเจีย ปราศจากความเมตตา มีเพียงความแน่วแน่ที่ถูกหลอมจากความสูญเสีย!
"เจ้าไม่มีสิทธิ์เรียกร้องสิ่งใดในลานประหารนี้! ทรัพยากรทั้งหมดของเจ้า ข้าจะริบมันเอง... ส่วนวิญญาณของเจ้า ข้าจะส่งมันไปชดใช้ให้แก่ต้วนเทียนในดินแดนแห่งความดับสูญ!"
อาเจียแบมือขวาออก รีดเค้นเจตจำนงแห่งความว่างเปล่า ทะลวงฝ่ามือเข้าใส่กลางหน้าอกของมหาเทพคุมกฎ!
"กร้วมมมมมมมม!"
มือของชายหนุ่มทะลวงผ่านกระดูกซี่โครงที่หุ้มด้วยเกราะ เข้าไปกำ 'ทารกวิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์' ที่กำลังดิ้นรนอยู่ในจุดตันเถียนอย่างแม่นยำ!
"จงกลายเป็นศิลาวิญญาณให้ข้าซะ!"
อาเจียออกแรงบีบกระชาก! ทารกวิญญาณแรกเริ่มที่สว่างไสวที่สุด ถูกดึงออกมาจากร่างเนื้อทั้งเป็น! มหาเทพคุมกฎกระตุกเกร็งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ดวงตาของมันจะเหลือกค้างและดับสูญไปตลอดกาล!
แก่นวิญญาณในมือของอาเจียถูกความว่างเปล่าบีบอัดอย่างโหดเหี้ยม เสียงโหยหวนเงียบงันลง ก่อนที่มันจะควบแน่น กลายเป็น 'ศิลาวิญญาณขั้นสมบูรณ์' ที่เปล่งประกายสีทองอร่าม
อาเจียสะบัดคราบเลือดสีทองออกจากมือ ชายหนุ่มเก็บศิลาวิญญาณเข้าแหวนมิติ ก่อนจะก้มลงถอดแหวนมิติของมหาเทพคุมกฎออกมารูดเก็บไว้ในสาบเสื้อ การชำแหละและริบทรัพยากรเสร็จสิ้น ทิ้งไว้เพียงซากศพของขุนพลระดับทวีป
ทว่า บรรยากาศแห่งความเหี้ยมโหดนี้ กลับมิได้ทำให้กลุ่มสหายรู้สึกหวาดกลัวอาเจียแม้แต่น้อย พวกเขากลับรู้สึกถึงความโศกเศร้าที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
หลินชิงเสวี่ยเก็บกระบี่ สตรีน้ำแข็งก้าวเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม นางมองเห็นแผ่นหลังของเขาที่ยังคงตั้งตรง ทว่ามันกลับดูอ้างว้างและแบกรับความแค้นไว้มากมาย
"ฮึก... แงๆๆๆ"
เสียงร้องไห้ที่แฝงด้วยเสียงฟันเฟืองเสียดสีกัน ดังมาจากมุมหนึ่งของลานหิน 'เจ้าสัว' พยนต์ร่างทองคำขาว และ 'เจ้าถุงเงิน' แมงมุมมิติสูญตา ค่อยๆ คลานเข้ามากอดชิ้นส่วน 'ท่อนแขนหุ้มเกราะ' ที่อาเจียฉีกทิ้งไว้
"ฮือออ... สหายต้วนเทียน... เจ้าคนบ้า... ทำไมเจ้าไม่ยอมถอยหนีเล่า ทำไมต้องเอาวิญญาณไปขวางทางความตายด้วย..."
เจ้าสัวหลั่งน้ำตาที่เป็นน้ำมันเครื่องสีใส มันลูบคลำเศษเกราะทองคำของศัตรูอย่างทะนุถนอม "ข้าน้อย... ฮึก... ข้าน้อยสัญญา ว่าจะเอาชุดเกราะชิ้นนี้... ไปหลอมสร้างป้ายหลุมศพที่แข็งแกร่งที่สุดให้แก่เจ้า! ข้าน้อยจะไม่ยอมหักทรัพยากรเลยแม้แต่น้อย! ฮืออออ!"
แม้จะเป็นคำไว้อาลัยที่แปลกประหลาด ทว่ามันคือความเคารพที่บริสุทธิ์ที่สุดของพยนต์คู่นี้! พวกมันแสดงความเสียใจในแบบที่พวกมันเข้าใจ และมันทำให้เฟิงหลิงเอ๋อร์และเย่ปิงอวิ๋นต้องกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
อาเจียค่อยๆ หันกลับมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยิบ 'ไหสุราศิลาที่บิ่นร้าว' ซึ่งต้วนเทียนทิ้งไว้ให้เป็นสิ่งดูต่างหน้า
ชายหนุ่มก้าวเดินไปที่ปากปล่องเหมือง ทอดสายตามองข้ามเทือกเขาสีดำ ไปยังทิศทางที่วิหารเทพอนันตกาลตั้งตระหง่านอยู่
อาเจียเปิดจุกไหสุรา กลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรวิญญาณลอยแตะจมูก ชายหนุ่มยกไหขึ้น ดื่มสุราอึกใหญ่ลงคอ ความร้อนผ่าวไหลทะลวงเส้นชีพจร กระตุ้นปราณเซียนแท้ให้เดือดพล่าน
ก่อนที่เขาจะพลิกไหสุรา รินสุราที่เหลือทั้งหมด... ลงบนผืนแผ่นดินที่แตกร้าว
"ต้วนเทียน... สหายร่วมสุราของข้า..."
น้ำเสียงของอาเจียราบเรียบ ทว่ามันดังก้องไปทั่วหุบเขา!
"สุราไหสุดท้ายของเจ้า... ข้าขอรับไว้... รสชาติของมัน ข้าจะสลักไว้ในแก่นวิญญาณ!"
อาเจียกำไหสุราที่ว่างเปล่าไว้แน่น นัยน์ตาสีดำสนิทสาดประกายความอาฆาตแค้นที่รุนแรงที่สุด!
"ส่วนวิญญาณของพวกวิหารเทพที่พรากชีวิตเจ้าไป... ข้าจะริบมันมาทั้งหมด! ข้าจะส่งพวกมันไปปรโลก เพื่อให้เจ้าได้ชำระแค้น! ข้าจะทำให้วิหารเทพอนันตกาล... ต้องพังทลายจนไม่เหลือแม้แต่เศษกระเบื้อง!"
"เพล้งงงงงงงงงงงง!!!"
อาเจียบีบไหสุราศิลาจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง!
พริบตานั้นเอง! ความมุ่งมั่นที่โอหังและปราณเซียนแท้ที่ระเบิดออกจากร่างของบุรุษชุดดำ พุ่งทะยานทะลุชั้นเมฆ ขึ้นไปกระแทกกับท้องฟ้าสีโลหิตของทวีป!
"ครืนนนนนนนนนน!!!"
แผ่นดินทั่วทั้งทวีปสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น! ท้องฟ้าเบื้องบนเกิดคลื่นกระเพื่อมอย่างรุนแรง!
ณ ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์อนันตกาลอันไกลโพ้น... 'ดวงตาโลหิต' ขนาดยักษ์ที่ลอยตระหง่านอยู่เหนือวิหารเทพ พลัน 'เบิกกว้าง' ขึ้นอย่างฉับพลัน! รูม่านตาสีดำสนิทของมันหดเกร็ง มันสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่สามารถสั่นคลอนรากฐานของมันได้อย่างแท้จริง!
เสียงแตรศึกที่เคยกังวาน บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นเสียงระฆังเตือนภัยระดับสูงสุด!
จากยอดวิหารเทพอนันตกาล กองทัพพยนต์เทวะนับหมื่นตัว ยอดคนชุดเกราะทองคำนับพันคน และผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกเริ่มอีกนับ 10 ชีวิต พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าประหนึ่งฝูงตั๊กแตนมรณะ! ทัพวิหารเทพทั้งหมด กำลังมุ่งหน้ามายังเทือกเขาสีดำ เพื่อกวาดล้างสิ่งมีชีวิตที่บังอาจต่อต้านดวงตาโลหิต!
"ศิษย์น้อง! กองทัพนับหมื่นกำลังเคลื่อนพลมาทางนี้! กลิ่นอายของพวกมันมหาศาลเกินไป!" ฉินมู่หลางตวาดเตือน ยอดกระบี่กำด้ามอาวุธแน่น เตรียมพร้อมรับศึก
ทว่า อาเจียกลับเพียงแค่นำมือไพล่หลัง ชายหนุ่มมิได้มีท่าทีหวาดหวั่น ทว่าเขากลับล้วงเอา 'พู่กันนิรันดร์' ออกมาจากความว่างเปล่า
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เสียงที่คุ้นเคยและทรงปัญญา ดังก้องออกมาจากพู่กันด้ามศิลา!
"ศิษย์แห่งสูญตาเอ๋ย... จงเก็บปราณของเจ้าไว้ทะลวงเป้าหมายหลักเถิด..."
เสียงของ 'มู่เฉิน' ดังกังวาน!
พร้อมกับแสงสีเงินยวงที่สว่างวาบเจิดจ้าออกมาจากพู่กันนิรันดร์! มิติคู่ขนานกำลังจะถูกเปิดออก! การผสานกฎเกณฑ์ของมิติเอกเทศเข้ากับโลกภายนอก กำลังจะอุบัติขึ้นเพื่อต้อนรับกองทัพวิหารเทพ!
สงครามแห่งการทวงความยุติธรรมที่แท้จริง ได้ก้าวเข้าสู่จุดเดือดขั้นสูงสุดแล้ว!