19..........
“ฉันซวยเป็เหยื่อรายแรกที่หล่อนนึกถึงใช่ไหมเนี่ย...”
สิตาพูดหยอกล้อกลับมา
“แหม..พูดซะไม่อยากจะขายของให้เลยเชียวนะแก..” เปมิกาต่อว่า
“ฉันว่าเธอไปขายให้กับคนอื่นก่อนดีกว่า เอาไว้ขายไม่ได้หรือว่าเหลือเท่าไหร่ค่อยเอามาให้ฉันช่วยซื้อ เพราะยังไงฉันก็คงต้องช่วยเธออยู่แล้วล่ะ..”
สิตา บอกเป็การให้กำลังใจคนโทรมา
“ฉันไม่รู้ว่าจะกล้าขายให้คนอื่นหรือเปล่า..กลุ้มใจจัง” เปมิกาสารภาพ
“หน้าด้าน ๆ ท่องเอาไว้ด้านได้..อายอด..”
สิตา บอกเคล็ดลับการขาย
อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่เปมิกาเข้าบริษัททุกวันแล้วหล่อนก็ก้าวเข้าสู่วงการนักขายอย่างตั้งใจ แม้จะไม่มั่นใจว่าจะทำได้แต่หล่อนก็ไม่ยอมถอยโดยในแต่ละวันหล่อนก็จะวางแผนการเดินทางที่จะไปสาธิตนวดหน้าให้กับเพื่อนฝูง หรือคนรู้จัก
เปมิกา จึงเริ่มค้นหาลูกค้าเป้าหมายทันทีหล่อนเริ่มคิดถึงเพื่อนเก่าั้แ่รุ่นอนุบาลยันปริญญาตรีถึงโท เป็การคิดถึงอย่างกะทันหัน จนเพื่อนบางคนแปลกใจระคนใที่ไม่พบกันเป็สิบปี จู่ ๆ ก็โทรศัพท์ไปหา แล้วก็พร่ำบอกว่าคิดถึงเหลือเกินอยากจะไปเยี่ยมเยียน
“ถามจริง…เธอคิดถึงฉันจนป่านนี้นี่คิดถึงฉันจริง ๆ หรือว่าคิดถึงโดยมีอะไรแอบแฝงกันแน่บอกมาซะดี ๆ ยัยป่าน”
ดู…เ้าเพื่อนเก่าที่ชื่อจุ๊บแจงถามจี้ใจดำจนเปมิกาขำไม่ออก แต่เพื่อนคนนี้ก็ยอมให้เปมิกานัดหมายที่จะไปสาธิตสินค้าให้ที่บ้านตามประสาเพื่อนเก่าที่ไม่อยากปฏิเสธเพื่อน
“เธอลองใช้หลังมือััใบหน้าเธอสิ..แล้วเธอจะเห็นความแตกต่างว่ามันนุ่มแค่ไหน”
เปมิกาพูดเลียนแบบตามที่ได้อบรมจากบริษัทมาเปี๊ยบไม่ผิดเพี้ยนเพื่อให้จุ๊บแจงมั่นใจในคุณภาพสินค้า หลังจากที่ เปมิกานวดหน้าให้เพื่อนไป
“ไม่เห็นแตกต่างเลย..ถ้ามันจะแตกต่างก็คงเป็ ก่อนทำตังค์อยู่ครบ พอหลังทำตังค์ลดลงไง” จุ๊บแจงไม่ค่อยคล้อยตามคนขายอย่างเปมิกาสักเท่าไหร่
“แหม..ถึงตังค์จะลดลงบ้างแต่เธอก็สวยขึ้น ทำให้สุขภาพจิตดีนะเวลาส่องกระจก แฟนเธอก็จะได้หลงไหลในความงามด้วยไงล่ะ”
เปมิกา ชักจะเริ่มมีิญญานักขายเข้ามาสิงร่างเสียแล้วหล่อนจำบทพูดอันคล่องแคล่วนี้มาจากญานี อีกทีหนึ่งนั่นเอง
“กลัวแต่จะหลงไปเข้าบ้านหญิงอื่นน่ะสิ”
เพื่อนเก่ายังคงหาเื่แย้งคนขายตามทฤษฏีที่เปมิกาได้รับฟังมาแต่เปมิกาก็พูดให้เพื่อนเก่าคนนี้ยอมสั่งซื้อสินค้าได้
“ถ้าให้ผ่อนเป็สองงวดก็จะซื้อให้..”
จุ๊บแจงเสนอขึ้นมา
เปมิกา ยินดีตามที่เพื่อนขอหล่อนรับออเดอร์ด้วยมือไม้สั่นระริก ไม่จ่ายสดไม่ว่าขอแค่สั่งซื้อสินค้าหล่อนก็พอใจแล้ว
เปมิกา ได้เรียนรู้การเป็พนักงานขายจากลูกค้าแต่ละรายที่มีอุปนิสัยแตกต่างกัน และจากที่หล่อนเคยคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ ก็เริ่มเชื่อมั่นว่าทำได้มากขึ้นเมื่อตระเวนไปสาธิตนวดหน้าให้กับลูกค้าแล้วได้รับการตอบรับที่ดี มีการสั่งซื้อสินค้าแทบทุกราย ซึ่งที่เป็เช่นนั้น อาจจะเป็เพราะเป็สินค้าที่มีการสาธิตกับใบหน้าที่ผู้หญิงทุกคนก็อยากจะดูแลเื่ความสวยความงามของใบหน้าอยู่แล้วก็ได้ จึงทำให้การขายง่ายขึ้น
เปมิกา ชักเริ่มสนุกกับการสาธิตขายเครื่องสำอางนี้เสียแล้ว…และวันนี้หล่อนก็นั่งนึกถึงลูกค้าเป้าหมายรายต่อไปในที่สุดก็นึกถึงนภาพรขึ้นมาได้ เปมิกาจึงโทรศัพท์ไปหาลูกค้าเป้าหมายรายนี้ทันทีด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องเพราะอย่างน้อยหล่อนก็คุ้นเคยกับนภาพรมาก่อน ประกอบกับเห็นว่านภาพรก็เป็คนที่รักสวยรักงามอีกด้วยน่าจะยินดีให้หล่อนไปสาธิตสินค้าที่บ้านได้
“ก็ได้ค่ะ..่นี้แมวก็เครียด ๆอยากจะนวดหน้าคลายเครียดอยู่เหมือนกัน”
เมื่อนภาพรเปิดทางให้เช่นนี้เปมิกาจึงไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย
“่นี้หนูป่านก็มานวดหน้าให้ยัยแมวบ่อยหน่อยก็ดี…เพราะคนจะเป็เ้าสาวน่ะผิวพรรณจะต้องผุดผ่อง”
ปรางทอง บอกเปมิกา โดยมีสมรพยักหน้าเห็นด้วยในขณะที่นภาพรมีสีหน้าไม่ค่อยดี
“อุ๊ย! คุณแมวจะแต่งงานแล้วหรือคะ…”
เปมิกาถามด้วยความอยากรู้
“ใช่จ๊ะ..เร็ว ๆ นี้แหละ..”
ปรางทอง บอกยิ้ม ๆ โดยไม่ยอมมองหน้าผู้ที่จะเป็เ้าสาวที่กำลังหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
“ยินดีด้วยค่ะ.คุณแมว..”
เปมิกายิ้มให้กับนภาพรแต่นภาพรยิ้มรับแหย ๆ
“หนูป่านคงจะยังไม่เห็นหน้ามาร์คล่ะสิคนที่จะมาเป็เ้าบ่าวของยัยแมวน่ะ..เดี๋ยวนะป้าจะเอาอัลบั้มรูปมาให้ดู”
ปรางทอง พูดจบก็เดินไปหยิบอัลบั้มรูปที่อยู่บริเวณนั้นมาส่งให้เปมิกา
เปมิกาเปิดภาพเ่าั้ดูด้วยความรู้สึกห่วงใยใครอีกคนหนึ่งซึ่งไม่ใช่ผู้ชายฝรั่งที่อยู่ในภาพ ทว่า..เป็ธีรยุทธ..แล้วเขาจะรู้หรือเปล่านะว่าคนรักของเขากำลังจะแต่งงานกับชาวต่างชาติ
เปมิกานึกสงสารธีรยุทธขึ้นมาอย่างจับใจ…ภาพที่เขาดื่มเหล้าเหมือนคนไร้ชีวิตจิตใจในวันที่เปิดร้านอาหารของสุรพลยังทำให้เปมิกาจำได้ติดตา
“โอ้โห..เจ๋งจริง ๆพี่ป่าน..”
ปัญญา พูดพร้อมยกนิ้วชมเปมิกาเมื่อทราบว่าพี่สาวขายสินค้าได้หมดแล้วภายในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือน
“คนดวงมันจะเฮงก็อย่างนี้แหละ..”
เปมิกายืดคอทำท่าหยิ่งใส่น้องชาย
“แหม..แต่ปอก็เสียวแทนนะ..ที่พี่ป่านบอกว่ายังไม่ได้เก็บเงินจากลูกค้าเลย..”
“คงไม่เป็ไรหรอกน่า..ไว้สิ้นเดือนเขาก็ต้องจ่ายพี่..ถึงตอนนั้นพี่จะเอาไปซื้อสินค้ามาขายอีก”
“ปอว่าถ้าขายดีแบบนี้นะ..พี่ป่านน่าจะเอาบัตรเครดิตรูดสินค้ามาขายอีกนะ..”
“เออ..จริงสินะ..วงเงินพี่ยังมีเหลืออยู่” เปมิกายิ้มออกมาได้
“แต่..พี่แน่ใจนะว่าจะเก็บเงินจากลูกค้าที่พี่ขายของนั่นได้ครบ”ปัญญามีกังวลแทนพี่สาว
“คงไม่มีปัญหาหรอกเพราะมีแต่เพื่อน ๆ กันทั้งนั้น..”
เปมิกาไม่ค่อยกังวลใจเหมือนน้องชาย
“ถ้าพี่ป่านมั่นใจก็ทำไปเถอะครับ..พี่อาจจะรวยเพราะขายเครื่องสำอางนี่ก็ได้”.
ปัญญา เริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไปจากวันแรกที่ต่อต้านหล่อนมาคราวนี้เขาหันมาสนันสนุนอย่างเต็มที่ ทำให้เปมิกา ถึงกับนอนฝันหวานเห็นภาพตัวเองขึ้นเป็หัวหน้าทีมขายเหมือนญานีมีรายได้เพิ่มมากขึ้น
“ถ้าอยากได้ลูกค้าเพิ่ม ปอแนะนำให้คนหนึ่งรับรองว่าเหมาซื้อสินค้าพี่ป่านเกลี้ยงแน่ๆ”
ปัญญาเกริ่นให้พี่สาวสนใจ
“ใครเหรอ..บอกมาสิพี่จะติดต่อไปสาธิตสินค้าเอง..”
เปมิกากระตือรือร้นขึ้นมาทันที
“พี่มานพไง..กิ๊กเก่าพี่ป่าน..”
ปัญญาตอบกลั้วเสียงหัวเราะ
“โอ้ย..ไม่เอาหรอก..ขายให้ทุกคนได้ยกเว้นก็แต่อีตานพนี่แหละ..ถึงจะเหมาให้ก็ไม่เอาหรอก เดี๋ยวจะหาว่าเราอยากจะเป็แฟนด้วย ยิ่งหาโอกาสรวบรัดอยากจะเป็แฟนพี่อยู่ด้วยเื่อะไรจะไปเปิดโอกาสล่ะ..หรือว่านายอยากมีพี่เขยไม่เต็มเต็งหา..นายปอ..”
เปมิกา หันมาค้อนน้องชายแล้วทั้งคู่ก็หัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน
ธีรยุทธ ใที่มีเสียงผู้ชายโทรศัพท์มาสอบถามเื่ประกาศขายบ้านคนที่โทรมาบอกว่าเห็นประกาศขายบ้านติดอยู่ที่รั้วหน้าบ้านพร้อมเบอร์โทรศัพท์จึงสนใจอยากจะขอซื้อตามที่ได้ประกาศไว้ โดยไม่คิดต่อรองราคาด้วย
“คุณโทรมาผิดแล้วล่ะครับ..ผมยังไม่คิดที่จะขายมันในตอนนี้และผมก็ไม่เคยติดประกาศขาย”
“แต่ผมเห็นติดประกาศจริง ๆนะครับ..เบอร์โทรก็เบอร์นี้ด้วย..” คนโทรมายืนยัน
“คุณพูดไม่รู้เื่หรือไงครับ..ผมไม่ขาย..แค่นี้นะ..”
ธีรยุทธพูดตัดบท จากนั้นเขาก็วิ่งออกไปที่ประตูรั้วบ้านเขาเห็นแผ่นพลาสติกติดประกาศขายบ้านไว้จริงตามที่มีคนโทรมา เขากระชากแผ่นพลาสติกนั้นอย่างไม่พอใจ
“แม่!…ป้าสมจิตร…!…”
ธีรยุทธ ส่งเสียงะโลั่นบ้านเขาตามหาบุคคลทั้งสองอย่างร้อนรน จนกระทั่งพบว่าสมจิตรกำลังนั่งนวดขาให้กับนวลพรรณอยู่ข้างบนในห้องนอน
“ส่งเสียงเอ็ดตะโรลั่นบ้านแบบนี้..ไฟไหม้บ้านหรือยังไงนะธีม..”
มารดาหันไปต่อว่าลูกชาย ที่ยืนหน้าบึ้งอยู่หน้าประตูห้องโดยมีแผ่นพลาสติกติดมือมาด้วย
“นี่มันอะไรกันครับแม่..ใครเอาไอ้แผ่นประกาศขายบ้านนี้ไปติดที่รั้วบ้านครับ..”
นวลพรรณบอกให้สมจิตรหยุดการนวดชั่วคราว
“คุณนวลไม่ได้เป็คนติดประกาศนั่นหรอกค่ะคุณธีม..” สมจิตรพูดขึ้นมา
“หนูแมวเป็คนจัดการให้แม่เอง..แล้วแม่ก็เห็นว่ามันก็ไม่เสียหายอะไร”
มารดาบอกกับเขา
“ใช่ค่ะคุณธีม..เพราะคุณแมวบอกว่าเธอสามารถหาคนที่มาซื้อบ้านหลังนี้ได้ด้วย โดยที่คนซื้อก็พร้อมที่จะโอนเงินให้ทันทีแต่เราสามารถอยู่ที่นี่ต่อไปได้เรื่อย ๆ จนกว่าคนซื้อจะกลับจากเมืองนอก”
“ผมเข้าใจแล้ว..แมวคงคิดที่จะให้ผมรับเงินจากเธอผมยอมรับวิธีการนี้ของแมวไม่ได้หรอก”
เขาประกาศจุดยืนของตัวเองอย่างหนักแน่นยิ่งนึกถึงคำพูดของปรางทองกับสมรก็ยิ่งทำให้เขาไม่คิดจะยอมรับเงินจากนภาพรอย่างเด็ดขาด
“หนูแมวไม่ได้เป็คนเอาเงินมาให้ลูกนะ..ฟังผิดหรือเปล่า..หนูแมวจะหาคนซื้อมาให้เราได้ แถมคนที่จะซื้อยังยินดีให้เราอยู่ในบ้านต่อไปได้เป็ปีเชียวนะลูก…เหมือนให้เราช่วยดูแลบ้านไว้ให้เพราะคนซื้ออยู่เมืองนอก เพราะหนูแมวบอกว่าคนที่ซื้ออยากจะซื้อเก็บไว้เป็มรดกให้ลูกหลานแต่ยังไม่เข้าอยู่ง่าย ๆ คงอีกหลายปีว่างั้น”
นวลพรรณอธิบาย
“แม่ครับ..ผมยังทำใจที่จะขายบ้านหลังนี้ไม่ได้ครับ..ตอนนี้ผมว่าเรายังไม่ถึงขั้นที่จะต้องดิ้นรนขายบ้านนี่หรอกครับ..ผมกำลังหาช่องทางอื่นอยู่แม่เชื่อผมนะครับ..”
“งั้นก็ตามใจ..แต่ก็น่าเสียดายนะเห็นหนูแมวบอกว่าเขายอมสู้ราคาเพราะเขาชอบบ้านหลังนี้มาก”
ธีรยุทธ ไม่พูดต่อ เขารู้อยู่เต็มอกว่าเป็แผนของนภาพรที่คิดจะช่วยเหลือทางการเงินกับเขามากกว่าและเขาก็อดที่เดาไม่ได้ว่าคนที่นภาพรขอร้องให้ช่วยนั้นก็คงจะเป็หนุ่มต่างชาติคนที่ไปเที่ยวกับหล่อนนั่นเอง
เปมิกาแวะไปหาสุรพลที่ร้านอาหาร ในตอนเย็น หล่อนหวังว่าจะได้พบกับดวงใจ
“มาหาพี่ แต่ถามหาเมียพี่..มีอะไรรึเปล่าวะไอ้ป่าน..”
สุรพลทำหน้าตาสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอกแค่เอาสินค้าสวย ๆ งาม ๆมาเสนอน่ะ” เปมิกาบอกตามตรง
“นี่ถึงคราวเคราะห์ของเมียพี่แล้วใช่ไหมเนี่ย...เห็นไอ้ตาก็บอกว่าโดนไปแล้วเป็คนแรก”
สุรพลแกล้งแหย่ เปมิกาได้แต่ยิ้มรับ หล่อนยอมรับว่าั้แ่ะโเข้าสู่วงการขายหล่อนก็เริ่มที่จะมีความกล้ามากขึ้น แต่ก็ยังถือว่ากล้าอยู่ในวงจำกัดเฉพาะคนที่รู้จักจริงๆ เท่านั้น ยังไม่กล้าลามปามไปยังคนที่ไม่รู้จักมักจี่
ดวงใจ ไม่ได้ทำให้เปมิกาผิดหวังหล่อนให้การอุดหนุนซื้อสินค้ากับเปมิกาสองชิ้น เปมิกาจึงสั่งอาหารมานั่งรับประทานอยู่ที่โต๊ะริมสระน้ำคนเดียวเงียบๆ หล่อนดีใจกับสุรพลที่มีลูกค้ามารับประทานอาหารกันจนที่นั่งไม่พอกับจำนวนลูกค้าที่มา
“เฮ้ย! ไอ้ป่าน ขอฝากลูกค้าพิเศษนั่งร่วมโต๊ะด้วยคนสิ พอดีวันนี้คนแน่นร้านหาที่นั่งไม่ได้ว่ะ..” สุรพลเดินมาบอกเปมิกาไว้ล่วงหน้า และเพียงครู่เดียวลูกค้าคนพิเศษของสุรพลก็เดินตามมา
“คุณธีม…” เปมิกายกมือไหว้เขา
“พอดีผมไม่มีที่จะไปน่ะครับ..เลยนึกถึงที่นี่..คุณป่านมากับใครหรือเปล่าครับ.”
ธีรยุทธมองหาใครสักคนรอบ ๆ เขามีท่าทีเกรงใจที่สุรพลจับเขามานั่งกับหล่อนเพราะบางทีเปมิกา อาจจะ้าความเป็ส่วนตัวก็ได้
“โอ้ย..ไอ้ป่านมันฉายเดี่ยวครับคุณธีม..ไม่ต้องเกรงใจครับคนกันเองนั่งคุยกันไปก่อน ผมว่างแล้วจะมานั่งด้วย..”
สุรพล จัดแจงขยับเก้าอี้ให้ธีรยุทธอย่างเอาใจพร้อมกับรับรายการอาหารไปด้วย
“คุณธีม..สบายดีหรือคะ..”
เปมิกาถามอย่างระมัดระวังด้วยหล่อนทราบอยู่แล้วว่าเขากำลังผิดหวังเสียใจเกี่ยวกับนภาพรและหล่อนก็เดาว่าเขาก็คงจะรู้แล้วว่านภาพรกำลังจะแต่งงาน