หลังจากเหมยซีได้บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นขณะที่ตนนอนโคม่าให้ครอบครัวและเพื่อนสนิทฟังทั้งหมด รวมทั้งการตัดสินใจของตน
แม้พี่ชายและบิดาของเหมยซียังไม่อยากเชื่อและไม่พร้อมที่จะสูญเสียเหมยซีเป็นครั้งที่สอง แต่ก็ต้องจำยอมและเคารพการตัดสินใจของดวงใจแห่งบ้าน ถ้าหากนางได้เลือกแล้วก็มิมีสิ่งไหนสามารถหยุดได้
พวกเขาจึงได้ปรึกษาเรื่องเวลาที่เหลืออยู่อันน้อยนิดที่จะใช้ร่วมกันกับเหมยซี ให้กลายเป็นเวลาที่มีค่าและมีความสุขที่สุด
" พ่อคะแม่คะและก็พี่ๆ เหมยซีขอกราบขอบคุณและขอโทษที่ช่วงเวลาที่ผ่านมาดื้อหัวรั้นไม่ยอมเชื่อฟัง ร่วมถึงเรื่องที่ตัดสินใจ เหมยซีขอบคุณที่เลี้ยงดูอุ้มชูตั้งแต่เด็กจนโต และพี่ๆที่คอยช่วยเหลือและรักเหมยซียิ่งกว่าอะไร ในชาตินี้เหมยซียังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณ ขอตั้งจิตภาวนาตอบแทนบุญคุณในชาติภพหน้านะคะ"
พูดจบเหมยซีก็ก้มลงกราบบุคคลอันเป็นที่รัก พ่อและแม่พยุงเหมยซีให้ลุกขึ้นบัดนี้น้ำตาของบุพการีทั้งสองไหล่อาบแก้มและกอดบุตรสาวไว้แน่น
"เหมยซีน้องไม่ต้องเป็นห่วงนะ ทางนี้มีพี่ๆอยู่ขอรับรองด้วยเกียรติของลูกผู้ชายจะดูแลพ่อและแม่เป็นอย่างดีที่สุดแทนน้องเอง พี่ๆรักน้องมากจงจำไว้เพียงเท่านี้ และใช้ชีวิตอย่างที่น้องต้องการ มีความสุขและยิ้มมากๆนั้นก็เพียงพอแล้ว" เหมยซีร้องไห้โผล่เข้ากอดพี่ทั้งสองไว้
"ชาติหน้าขอให้น้องได้เกิดมาเป็นพี่ จะได้ทนแทนดูแลให้สมกับชาตินี้ที่พี่ๆ ดูแลน้องเป็นอย่างดี น้องสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดีและจะยิ้มมีความสุขในทุกๆวัน" สามพี่น้องกอดกันกลมหยางหยุนเห็นภาพท้ังหมดก็ไม่สามารถห้ามน้ำตาเอาไว้ได้
"เหมยซีพวกเราไปเที่ยวทะเลกันดีไหม" หยางหยุนเสนอความคิด
"ก็ดีเหมือนกัน พวกเราไปบ้านพักที่ริมทะเลกันเถอะนะคะ ไม่ได้ไปนานแล้วคิดถึงวันเก่าๆ"
เหมยซีพูดจบก็มองไปทางครอบครัว ทุกคนพยักหน้ารับ ส่วนพี่ๆขอตัวไปสะสางงานที่ค้างให้เสร็จสิ้นเพื่อแลกกับการได้อยู่กับน้องสาวให้นานที่สุด
ณ บ้านริมชายทะเล
เหมยซีวิ่งไปมาที่ชายหาดพร้อมลากหยางหยุนลงมาเล่นด้วย เหมยซีไม่ได้มาพักที่นี้นานแล้วร่วมถึงทะเลอีกด้วย
" พ่อแม่พี่ๆค่ะ มาเล่นน้ำกันเร็วนานเท่าไหร่แล้วนะที่เราท้ังครอบครัวไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้ คิดถึงจังเลย" เหมยซีตะโกนบอกและวิ่งเล่นริมชายทะเล น้ำทะเลก็ชัดเข้าฝั่งเป็นระยะๆ
"ไปกันเถอะแม่ขอช่วยแม่บ้านทำบาร์บีคิว ร่วมถึงอาหารทะเลและน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่เหมยซีชอบไว้รอนะจ๊ะ ไปเถอะคุณไปเล่นกับลูกเถอะ อย่าทำหน้าเครียดไปเลยลูกจะเป็นห่วยเอาได้" นายหญิงของบ้านหันไปบอกทางสามีของตน
ทุกคนพากันเล่นน้ำและวอลเลย์บอลชายหาด เสียงหัวเราะดังก้อง ทุกคนสนใจแค่ความสุขตรงหน้าต้องกอบโกยให้ได้มากที่สุด จดจำห่วงเวลานี้เอาไว้ตลอดกาล
แม่ได้ทำอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งบอกให้บรรดาหนุ่มสาวไปล้างมือ พร้อมสำหรับอาหารเย็นวันนี้ บาร์บีคิวและอาหารทะเลมากมายที่มารดาได้เตรียมไว้ ทำให้เหมยซีอดใจไม่ได้แอบหยิบกิน จนถูกมารดาตีมือให้ไปล้างมือก่อน
"แม่คะวันนี้อาหารอร่อยมากเลยร่วมถึงน้ำจิ้มอาหารทะเล อร่อยมากลูกอยากได้สูตรลับแม่สอนได้มั้ยค่ะ" เหมยซีอ้อนแม่เพื่อบอกเคล็ดลับเผื่อวันไหนตนคิดถึงบ้านจะได้ทำกินเองที่นั้น
"ได้สิลูก เดี๋ยวกลับไปแม่จะพาเข้าครัวสอนหนูทำอาหารหลากหลายชนิดเลย เผื่อว่าอาหารที่นู้นไม่ถูกปาก" มารดาของเหมยซียิ้มให้บุตรสาวแต่ในดวงตามีหลากหลายความคิด ความห้วงหาอาวรณ์
"ขอบคุณค่ะแม่ หนูจะตั้งใจเรียนเป็นลูกศิษย์ที่ดีและเชื่อฟังค่ะ" เหมยซีพยายามยิ้มออกมาแม้ว่าหัวใจจะเจ็บปวดก็ตาม
และแล้วทริปชายทะเลก็จบลง เหมยซีมีความสุขมาก มากซะจนใจหายที่ใกล้วันจากลา แต่หยางหยุนยังไม่หมดตารางการท่องเที่ยว หยางหยุนได้พาทุกคนไปเที่ยวในที่ต่างๆ พร้อมถ่ายรูปเก็บเอาไว้มากมายเพื่อเก็บเกี่ยวความสุขเหล่านี้ไว้ และหยางหยุนก็อยากหยุดเวลาไว้ไม่อยากให้ถึงวันนั้น
และแล้ววันที่พระจันทร์โคจรใกล้โลกก็มาถึคง หยางหยุนและมารดาของเหมยซีขอมานอนกับบุตรสาวเป็นครั้งสุดท้าย
ทุกคนพยายามที่จะไม่หลับ แต่ก็ทนไม่ไหวเพราะหลายวันมานี้ต่างตระเวนไปยังสถานที่ต่างๆ มากมายทำให้หยางหยุนและมารดาของเหมยซีหลับใหล แต่ตัวเหมยซียังไม่หลับ เจ้าตัวลุกขึ้นไปยังโต๊ะคอมหากระดาษปากกา เหมยซีได้เริ่มเขียนจดหมายถึงครอบครัวและเพื่อนคนละฉบับ เหมยซีเขียนไปก็พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แต่ก็ทำไม่ได้
เมื่อเข็มนาฬิกากำลังจะถึงเที่ยงคืนนางได้เข้าไปแอบมองพ่อและพี่ชายพร้อมทั้งก้มกราบ แต่หารู้มั้ยว่าพ่อและพี่ต่างยังไม่หลับ แต่ทุกคนพยายามทำเหมือนหลับเพราะเกรงว่าจะห้ามเหมยซีไว้ที่นี้
เหมยซีกลับไปยังห้อง นั่งลงมองมารดาของตนพร้อมทั้งหอมแก้มมารดาและจับมือนางไว้แน่น และตาก็มองไปที่หยางหยุน
"แม่ค่ะลูกจะไปแล้วนะคะ ดูแลสุขภาพด้วยอย่าได้เจ็บไข้เลย" เหมยซีกล่าวทั้งน้ำตา
เมื่อเข็มนาฬิกาชี้เวลาถึงเที่ยงคืนก็ปรากฏแสงสีขาวที่ประตูห้องนอน ตามที่วิญญาณได้บอกไว้หากนางตัดสินใจได้ก็จงเปิดประตูปานนั้น
เหมยซีมองไปยังมารดาของตนอีกครั้ง "แม่คะลูกไปแล้วนะค่ะ หยางหยุนฉันฝากครอบครัวฉันด้วย และขอบใจมากเพื่อนสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่แกทำให้ฉันและครอบครัว ชาติหน้าขอให้เราได้พบกันอีกนะเพื่อนรัก" หยางหยุนพูดเสร็จตาก็มองไปยังแสงสีขาวที่ประตู
เหมยซีค่อยๆเอื้อมมือไปบิดประตูอย่างช้าๆ ปานประตูค่อยๆเปิดออกมาแสงสีขาวก็ได้สาดแสงมายังตัวเหมยซี เหมือนครั้งแรกที่เคยเจอ เหมยซีลืมตาขึ้นมาพร้อมทั้งก้าวเข้าไปยังประตู
และทุกอย่างก็เงียบสงบ ร่างของเหมยซีได้ล้มฟุบลงที่หน้าประตูทำให้มารดาและหยางหยุนตื่นขึ้นมา ต่างรีบมาดูเหมยซี หยางหยุนจับชีพจรของเหมยซีที่ตอนนี้ไม่มีแล้ว มารดาของเหมยซีเห็นดังนั้น ก็กอดบุตรสาวอันเป็นที่รักไว้แนบอก พร้อมทั้งร้องไห้แทบจะขาดใจ ทำให้พ่อและพี่ๆ รีบมาดูและพบร่างของเหมยซีที่ไม่มีลมหายใจ
ทุกอย่างในบ้านช่างเงียบงัน เสียงหัวเราะของบุตรสาว เสียงทะเลาะของพี่น้อง นับจากนี้ไม่มีอีกแล้ว