จารึกที่ 181 : ประตูสู่แดนลับ | กฎแห่งการแลกเปลี่ยนและบัญชีแค้น
ตะวันรอนอ่อนแสงลงทุกขณะ ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนจากสีครามเป็นสีหมากสุก แสงสุดท้ายของวันอาบไล้หน้าผาหินสูงเสียดฟ้าหลังมหาวิหารสำนักกระบี่นิรันดร์ เงาของขุนเขาที่ทอดยาวปกคลุมลานพิธี สร้างบรรยากาศขรึมขลังและกดดัน
เบื้องหน้าของเหล่าผู้ฝึกตน คือรอยแยกมิติขนาดมหึมาที่ส่งเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังหิวกระหาย หมอกสีเทาหมุนวนออกมาจากรอยแยกนั้น ส่งกลิ่นอายความตายและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้ง
"แดนลับบรรพกาล... สุสานศัสตรามาร"
ที่ใจกลางลานพิธี... อาเจีย ในชุดศิษย์สายนอกสำนักหมึกวารีสีครามเก่าๆ (แต่ซักรีดจนเรียบกริบ) ยืนยืดอกด้วยความภาคภูมิใจในฐานะ "ผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่ง" ของงานประลอง
ทว่า... ความภาคภูมิใจนั้นกลับปนเปไปกับความ "เสียวสันหลัง"
เพราะรอบกายเขา ไม่ได้มีเพียงสายตาชื่นชม แต่เต็มไปด้วยสายตาอาฆาตแค้นจากศิษย์ สำนักอัสนีบาต นับร้อยคนที่ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ด้านหลัง โดยเฉพาะ เหลยเหิง (ศิษย์เอกอันดับสอง) ที่จ้องมองอาเจียราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ฉินมู่หลาง อดีตศิษย์เอกแห่งสำนักกระบี่นิรันดร์ (ที่ตอนนี้ร่วมหัวจมท้ายกับอาเจีย) ยืนขนาบข้าง มือจับด้ามกระบี่วารีไหลแน่น แววตาคมกริบกวาดมองรอบด้าน
"เจ้าทำตัวเด่นเกินไปแล้วนะ" ฉินมู่หลางกระซิบเตือน "พวกตระกูลเหลยดูไม่เป็นมิตรเลย"
"ช่วยไม่ได้นี่สหาย..." อาเจียยักไหล่ "ข้าไม่ได้อยากเด่น แต่ความเก่งมันปิดไม่มิด... อีกอย่าง เป้าหมายข้าคือสมบัติ ไม่ใช่ชื่อเสียง"
ทันใดนั้น เสียงกระพือพัดเบาๆ ดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมของหมึกชั้นดีที่ลอยมาตามลม
เฟิงอี้หราน คุณชายใหญ่แห่ง สำนักพู่กันเพลิง เดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามดุจบัตฑิตผู้ทรงภูมิ เขาสวมชุดยาวสีแดงเพลิงขลิบทอง ผมยาวสลวยถูกเกล้าไว้อย่างประณีตด้วยปิ่นหยกแดง ในมือถือพัดจีบที่วาดลวดลายพญาหงส์เพลิง
เขาไม่ได้เดินเข้ามาหาเรื่อง แต่มาในฐานะ "หุ้นส่วนทางธุรกิจ"
"อาเจีย..." เฟิงอี้หรานเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่แฝงเล่ห์เหลี่ยม เขาหุบพัดดัง พรึ่บ! แล้วยื่น "ถุงสมบัติ" ใบหนึ่งให้
"นี่คือส่วนแบ่ง 70% จากกำไรโต๊ะพนันที่ตระกูลข้าจัดการให้... หักค่าดำเนินการและค่าเหนื่อยของข้าแล้วตามสัญญา"
อาเจียรับถุงมาถือ น้ำหนักของมันทำให้ตาเขาลุกวาว
"คุณชายเฟิง! ท่านคือพี่ชายที่ประเสริฐที่สุดในสามโลก! ...ไม่มีหักค่าหัวคิวเพิ่มใช่ไหม?"
"ถ้าเจ้าถามมากความ ข้าจะหักเดี๋ยวนี้" เฟิงอี้หรานยิ้มมุมปาก ใช้ด้ามพัดเคาะที่ไหล่อาเจียเบาๆ "จำไว้... เงินก้อนนี้คือทุนสำรองในแดนลับ ห้ามทำหาย ห้ามขาดทุน และ... ห้ามตาย เพราะข้าลงทุนกับเจ้าไปเยอะ ข้าไม่ชอบการลงทุนที่สูญเปล่า"
"รับทราบขอรับ! จะดูแลยิ่งกว่าไข่ในหิน!" อาเจียรีบเก็บถุงเงินเข้าอกเสื้ออย่างไว
ยังไม่ทันที่รอยยิ้มหน้าเงินจะจางหาย ความเย็นยะเยือกที่หนาวเหน็บไปถึงกระดูกก็แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง ไม่ใช่จากศัตรู แต่มาจาก "คนกันเอง"
หลินชิงเสวี่ย ศิษย์พี่หญิงแห่ง สำนักหมึกวารี (ยอดเขาพู่กันหยก) เดินเข้ามาหยุดยืนข้างๆ
นางสวมชุดขาวบริสุทธิ์อันเป็นเอกลักษณ์ของศิษย์สายในที่หาดูได้ยากยิ่ง ใบหน้างดงามหมดจดแต่เย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ในมือกระชับกระบี่หยกคู่กาย
นางมองอาเจีย (ศิษย์น้องสายนอก) ด้วยสายตาที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นเด็กดื้อที่กำลังจะโดนทำโทษ
"ศิษย์... ศิษย์พี่หญิง" อาเจียยิ้มแห้งๆ รีบหุบยิ้มทันที
"เลิกทำหน้าเระร่อนได้แล้ว" หลินชิงเสวี่ยกล่าวเสียงเรียบ "ท่านอาจารย์ฝากกำชับข้ามา... ให้จับตาดูเจ้า อย่าให้เจ้าก่อเรื่องงามหน้า หรือทำให้สำนักหมึกวารีต้องขายหน้าในแดนลับ"
"โธ่... ข้าเพิ่งกู้หน้าให้สำนักนะขอรับ ศิษย์พี่น่าจะชมข้าบ้าง"
"เจ้าแค่กู้หน้า... แต่ข้ามาเพื่อ 'คุมประพฤติ'" นางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอาเจีย "และจำไว้... ชีวิตของเจ้าเป็นของสำนัก ห้ามตายโดยที่ข้าไม่อนุญาต... เข้าใจไหม เจ้าเด็กโง่?"
"ขะ... เข้าใจแล้วขอรับ! จะไม่ตายแน่นอนขอรับ!" อาเจียพยักหน้าหงึกๆ
ครืนนนนน!
เสียงกัมปนาทดังสนั่น รอยแยกมิติเปิดกว้างจนสุด หมอกสีเทาแหวกออกเป็นช่องทาง
เจี้ยนอู๋เหิน เจ้าสำนักกระบี่นิรันดร์ ก้าวออกมาประกาศด้วยพลังเสียงก้องกังวาน
"ประตูสู่ 'สุสานศัสตรามาร' เปิดแล้ว! ...หนึ่งก้านธูปเท่านั้น! จงเข้าไปไขว่คว้าวาสนาของพวกเจ้าซะ! ...ค่าผ่านทางคนละ 100 หินปราณ วางที่แท่นศิลาแล้วเข้าไปได้!"
อาเจียผู้ซึ่งปกติจะงกที่สุด วันนี้กลับแสยะยิ้มกว้าง เขาล้วงมือเข้าไปในถุงเงินที่เพิ่งได้มาจากคุณชายเฟิง แล้วหยิบหินปราณออกมา 200 ก้อน โยนลงไปในแท่นบูชาอย่างป๋าๆ (จ่ายเผื่อฉินมู่หลางด้วย)
เคร้ง!
"ไปกันเถอะสหาย" อาเจียตบไหล่ฉินมู่หลาง "แดนลับเปิดอ้าซ่ารอให้เราไปกอบโกยแล้ว"
ฉินมู่หลางพยักหน้า ทั้งสองคนเดินนำหน้าขบวน ก้าวเข้าไปในหมอกสีเทา
วูบ!
ทันทีที่ร่างกายสัมผัสกับหมอก แรงกดดันมหาศาลก็บดขยี้เข้ามา อาเจียรู้สึกเหมือนถูกเหวี่ยงเข้าไปในพายุหมุน โลกทั้งใบหมุนคว้างจนมองไม่เห็นสิ่งใด
...
ตุบ!
อาเจียร่วงลงกระแทกพื้นดินแข็งๆ จนจุก เขากลิ้งหลุนๆ ไปหลายตลบเพื่อลดแรงกระแทก ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นยืน พู่กันนิรันดร์ปรากฏขึ้นในมือทันที
เมื่อฝุ่นจางลง... เขาพบว่าตัวเองยืนอยู่เพียงลำพัง
ฉินมู่หลาง... คุณชายเฟิง... ศิษย์พี่หญิงหลิน... หายไปหมดแล้ว
"เยี่ยม..." อาเจียปัดฝุ่นตามตัว "หลงทางตั้งแต่นาทีแรก... อักขระสุ่มตำแหน่งทำงานได้ดีเกินคาดจริงๆ"
รอบกายเขาคือ "ป่าซากศัสตรา" อันกว้างใหญ่ไพศาล ต้นไม้ทุกต้นดูเหมือนทำจากโลหะบิดเบี้ยว มีดาบ หอก และง้าวปักคาอยู่ตามพื้นดินราวกับหญ้ารกชัฏ ท้องฟ้าเหนือหัวเป็นสีแดงฉานไร้ตะวัน มีเพียงดวงจันทร์สีเลือดดวงโต
"กิ๊ว?"
เจ้าถุงเงิน (แมงมุม) โผล่หัวออกมาจากถุงเอว มองซ้ายมองขวาอย่างตื่นเต้น
"กรร..." (หิววว...)
เสียงบ่นพึมพำดังมาจากพวงกุญแจหยกที่เอวของอาเจีย เจ้าสัว ในร่างจำแลงเริ่มส่งเสียงประท้วง "ลูกพี่... ที่นี่กลิ่นเหล็กหอมชะมัด... อั๊วหิวจนไส้จะขาดแล้วนะเว้ย!"
"อย่างน้อยพวกเจ้าก็ยังอยู่..." อาเจียยิ้มมุมปาก ตบพวงกุญแจเบาๆ "ใจเย็นไอ้หนู... ของกินเพียบ"
สายตาของเขาเหลือบไปเห็น "กองเศษดาบ" ใกล้ๆ ที่ดูดซับพลังงานฟ้าดินมานานนับร้อยปี
"เจ้าสัว... หิวไหมลูก?"
อาเจียมองเศษเหล็กเหล่านั้นด้วยสายตาประเมินราคา
"ในนี้ไม่มีกฎ... ไม่มีใครเห็น... แปลว่าทุกอย่างที่นี่คือ 'ของฟรี'!"
แกร๊ก!
ทันใดนั้น กองเศษดาบก็เริ่มขยับรวมตัวกัน ก่อร่างเป็น "อสูรศัสตรา" รูปร่างคล้ายสุนัขป่า ร่างกายประกอบขึ้นจากใบมีดและสนิมเหล็ก ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองผู้บุกรุก
"กระจอก!" เจ้าสัวตะโกนสวนทันที "ลูกพี่! ปล่อยอั๊วออกไป! ...มื้อนี้อั๊วขอเหมา!"
"โอ้โห... บริการส่งอาหารถึงที่!" อาเจียหัวเราะร่า
การผจญภัยของจอมงกและคู่หูจอมตะกละในแดนลับ... เริ่มต้นขึ้นแล้ว!