ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 154 : ช่างวิปลาสและเงามายา

    จารึกที่ 154 : ช่างวิปลาสและเงามายา : ความจริงที่ซ่อนอยู่


    แสงแดดยามสายสาดส่องลงมายังลานประลองลอยฟ้า บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงอื้ออึงของฝูงชนที่หลั่งไหลเข้ามาชมการประลองรอบ 8 คนสุดท้าย ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่สุดของงาน


    แต่ในมุมอับด้านหนึ่งของอัฒจันทร์ ซึ่งเป็นโซนที่เหล่าศิษย์มักจับกลุ่มกันวิเคราะห์การต่อสู้และวางเดิมพัน (อย่างลับๆ) กำลังเกิดแรงกดดันบางอย่างขึ้น


    "เฮ้ย! หลี่มู่กู่! เจ้ามันตาถั่วหรือแกล้งโง่!"


    ศิษย์ร่างยักษ์จากตระกูลหวัง เดินอาดๆ เข้าไปหาเรื่องชายหนุ่มร่างหนาในชุดศิษย์สายใน 'หอศัสตรา' ที่กำลังนั่งขัดเงา หัวค้อนขนาดมหึมา อยู่เงียบๆ


    "เจ้ากล้าวิจารณ์ว่าหุ่นกลศิลาของไอ้เด็กอาเจียนั่น มีระบบข้อต่อที่เหนือกว่าเกราะเหล็กไหลของตระกูลหวังได้ยังไง! อยากลองชิมหมัดเหล็กไหม!"


    หลี่มู่กู่ (ศิษย์พี่รองแห่งหอศัสตรา) ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เขาเพียงแค่ใช้ผ้าเช็ดคราบน้ำมันบนค้อนปฐพีคู่กายอย่างทะนุถนอม


    "ข้าไม่ได้วิจารณ์..." เสียงของหลี่มู่กู่ทุ้มต่ำและแหบพร่า ฟังดูน่าเกรงขามกว่ารูปลักษณ์ภายนอก "ข้าแค่พูด 'ความจริง' ตามหลักวิศวกรรม... โครงสร้างหุ่นตัวนั้นมีการกระจายแรงที่สมบูรณ์แบบ ส่วนเกราะของเจ้า... จุดศูนย์ถ่วงเพี้ยนไป 3 องศา"


    "หนอย! ไอ้อ้วนปากดี! พวกช่างอย่างเจ้าจะไปรู้อะไรเรื่องการต่อสู้!"


    ศิษย์ร่างยักษ์บันดาลโทสะ ง้างหมัดที่เคลือบด้วยปราณเหล็กไหล หมายจะสั่งสอนคนปากดี


    วูบ!


    บรรยากาศรอบตัวหลี่มู่กู่เปลี่ยนไปทันที จิตสังหารอันบ้าคลั่งของ 'ช่างวิปลาส' แผ่ออกมาจางๆ มือข้างที่จับด้ามค้อนเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน หากหมัดนั้นพุ่งเข้ามาจริง เกรงว่าแขนของคนตระกูลหวังคงได้กลายเป็นเศษเนื้อก่อนจะได้สัมผัสตัวเขา


    หมับ!


    ก่อนที่เลือดจะนองอัฒจันทร์ มือข้างหนึ่งที่สวม ถุงมือสีแดงเพลิง ก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือศิษย์ร่างยักษ์ไว้ได้ทันท่วงที


    "ใจเย็นน่าพี่ชาย..."


    อาเจียเดินแทรกตัวเข้ามาด้วยรอยยิ้มการค้า "ศิษย์พี่หลี่เขาแค่นอนน้อยจากการหมกมุ่นวิจัย อย่าไปกวนเขาเลย... อีกอย่าง ถ้าทำค้อนเขาเป็นรอย ค่าเสียหายมันแพงนะท่านจ่ายไม่ไหวหรอก"


    ศิษย์ร่างยักษ์สะบัดมือออกอย่างหัวเสีย ก่อนจะเดินกระแทกเท้าจากไปเมื่อเห็นว่าเริ่มมีคนมอง


    หลี่มู่กู่คลายแรงบีบที่ด้ามค้อนลง หันมามองผู้มาใหม่ แววตาอำมหิตเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับแบบเด็กเจอของเล่นทันที


    "อาเจีย! ไอ้ตัวดี!" หลี่มู่กู่ลุกขึ้นตบไหล่อาเจียจนเซ "ข้ากำลังรอเจ้าอยู่พอดี! ...เมื่อวานข้าแอบดูแมตช์ที่เจ้าสู้ ข้าเห็นข้อต่อแขนขวาของ 'เจ้าสัว' มันหมุนได้อิสระผิดปกติ เจ้าไปโมดิฟายเฟืองเกียร์ใหม่ใช่ไหม? บอกข้ามานะ!"


    "ความลับทางการค้าขอรับ" อาเจียขยิบตา (ปิดบังเรื่องวิญญาณและแขนมารไว้) ก่อนจะหันไปทางโต๊ะรับพนันเถื่อนที่อยู่ข้างๆ


    "เอาไว้จบงานข้าจะเล่าให้ฟัง... แต่ตอนนี้ ฝากท่านจัดการธุระให้ข้าหน่อย"


    อาเจียโยนถุงใส่หินวิญญาณระดับกลาง 50 ก้อนลงบนโต๊ะรับพนัน


    "แทงข้าง อาเจีย ชนะเลิศ! ...ศิษย์พี่หลี่ ท่านช่วยถือตั๋วให้ข้าหน่อย ถ้าข้าชนะ เราแบ่งค่าขนมกัน"


    หลี่มู่กู่รับถุงเงินมา ชั่งน้ำหนักในมือแล้วแสยะยิ้มกว้าง


    "50 ก้อนระดับกลาง? ...ใจถึงดีนี่หว่า! ได้! ในเมื่อเจ้ามั่นใจใน 'งานช่าง' ของข้าที่ช่วยปรับปรุงเจ้าสัวให้..."


    หลี่มู่กู่หันไปควักถุงเงินของตัวเองออกมาวางกระแทกลงไปเพิ่ม


    "ข้าลงด้วย! หมดหน้าตัก! ...พวกตาถั่วแถวนี้จะได้รู้ซะทีว่า 'ศิลปะแห่งหอศัสตรา' มันของจริงแค่ไหน!"


    ...


    เสียงระฆังดังขึ้น ตัดบทการสนทนา


    "คู่ที่สี่... อาเจีย ปะทะ หน้ากากเงา... ขึ้นลานประลอง!"


    อาเจียเดินขึ้นสู่เวทีด้วยความมั่นใจ


    เบื้องหน้าเขา... ศิษย์ลึกลับสวมหน้ากากขาว ยืนนิ่งเงียบราวกับรูปปั้น ไม่มีกลิ่นอายจิตสังหาร... ไม่มีแรงกดดัน... มีเพียงความว่างเปล่าที่ชวนให้ขนลุก


    "เริ่ม!"


    ทันทีที่สิ้นเสียง


    ร่างของหน้ากากเงาก็... วูบ!


    มันไม่ได้พุ่งเข้ามา แต่ร่างของมันแตกตัวออก! แยกเป็นร่างเงาสิบ... ยี่สิบ... สามสิบร่าง! ยืนล้อมรอบอาเจียไว้ทุกทิศทาง!

    ทุกร่างขยับปากพูดพร้อมกัน เสียงก้องกังวานไปทั่วสารทิศ


    "เจ้าเอาชนะหลิวหมิงมาได้... แต่วิชากายภาพของเจ้า... ไร้ผลเมื่ออยู่ต่อหน้าข้า"


    "ภาพลวงตารึ?" อาเจียกวาดสายตามอง


    เนตรอักขระ ของเขาทำงานทันที... แต่มองไม่ออก!


    ทุกร่างมีพลังปราณไหลเวียนเหมือนกันหมด! นี่ไม่ใช่ภาพลวงตาธรรมดา แต่เป็น "ค่ายกลมายาเคลื่อนที่"


    "เจ้าสัว! โจมตี!"


    เจ้าสัวเหวี่ยงหมัดใส่ร่างเงาที่อยู่ใกล้ที่สุด


    วูบ!


    หมัดทะลุผ่านร่างนั้นไปเหมือนชกอากาศ ร่างเงาเพียงแค่กระเพื่อมไหว แล้วกลับมาเป็นเหมือนเดิม


    "โจมตีไม่โดน!"


    ในจังหวะนั้นเอง ร่างเงาทั้งสามสิบตนก็ชักมีดสั้นออกมา แล้วพุ่งเข้าแทงพร้อมกัน!


    ฉึก! ฉึก!


    มีดสั้นเฉียดแขนเขาไป เลือดซึมออกมา... ความเจ็บปวดเป็นของจริง!


    [ นายท่าน... ระบบตรวจจับสับสน... เป้าหมายมีจำนวนมากเกินไป ไม่สามารถคำนวณพิกัดได้ ] เจ้าสัวเริ่มหมุนตัวไปมารอบๆ อย่างไร้ทิศทาง


    "หึๆๆ..." เสียงหัวเราะของหน้ากากเงาดังขึ้น "ในโลกแห่งมายา... ข้าคือพระเจ้า... ยอมแพ้ซะ เดี๋ยวมันจะเจ็บตัวเปล่าๆ"


    อาเจียสูดหายใจลึก หลับตาลง


    "พระเจ้าในโลกมายางั้นรึ? ...โทษทีนะ พอดีข้ามี 'เพื่อน' ที่ชอบกินมายาเป็นอาหารว่าง"


    "เจ้าถุงเงิน... ตื่นได้แล้ว!"


    จี๊ดดด!


    เสียงร้องแหลมสูงดังก้องออกมาจากอกเสื้ออาเจีย!


    เงาสีเงินพุ่งออกมา แล้วขยายขนาดขึ้นเล็กน้อย เกาะอยู่บนไหล่ของอาเจีย


    ดวงตาสีแดงทั้งแปดของ แมงมุมเงาจันทรา (เจ้าถุงเงิน) ส่องแสงวาวโรจน์!


    สำหรับสายตามนุษย์ ร่างเงาพวกนี้อาจจะดูเหมือนจริง


    แต่สำหรับ สัตว์อสูรสายมายา ระดับตำนาน... นี่มันก็แค่ภาพวาดสีน้ำโง่ๆ!


    เจ้าถุงเงินจ้องเขม็งไปที่ "ร่างเดียว" ที่ยืนหลบมุมอยู่ด้านหลังสุด (ซึ่งกำลังควบคุมร่างเงาอื่นอยู่)


    มันพ่น "ใยวิญญาณสีเงิน" พุ่งตรงไปที่ร่างนั้นทันที!


    "อะไรน่ะ!" หน้ากากเงา (ตัวจริง) ตกใจเมื่อเห็นใยพุ่งเข้ามาหาตน


    เขาพยายามจะกระโดดหลบ แต่ใยของเจ้าถุงเงินนั้นติดตามเป้าหมายด้วยจิต!


    หมับ!


    ใยสีเงินพันรอบขาของหน้ากากเงาแน่น กระชากจนเขาล้มลง


    "เจอตัวแล้ว!" อาเจียลืมตาขึ้น แสยะยิ้ม


    "เจ้าสัว! ...จัดหนัก!"


    [ เป้าหมายล็อก... ยิงกระสุนอักขระทลายเกราะ! ]


    เจ้าสัวกางมือออก กลไกที่ท้องแขนเปิดออก เผยให้เห็นท่อเหล็กขนาดเล็กที่บรรจุอักขระระเบิดไว้


    ตูม! ตูม! ตูม!


    กระสุนอักขระพุ่งออกจากแขนกล เลี้ยวโค้งหลบพวกตัวปลอม แล้วพุ่งเข้าชนตัวจริงที่ถูกมัดอยู่!


    แรงระเบิดทำลายสมาธิของหน้ากากเงา


    เพล้ง!


    เสียงเหมือนกระจกแตก... ร่างเงาทั้งสามสิบตนแตกสลายหายไปทันที!


    เผยให้เห็นร่างจริงที่นอนจุกอยู่กับพื้น หน้ากากสีขาวแตกครึ่ง เผยให้เห็นใบหน้าซีดเซียวที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว


    "ข้า... ข้ายอมแพ้!" เขารีบตะโกนก่อนที่เจ้าสัวจะซ้ำ


    "ผู้ชนะ... อาเจีย!"


    เสียงเฮดังลั่น โดยเฉพาะจาก หลี่มู่กู่ ที่กระแทกด้ามค้อนลงกับพื้นเสียงดัง ตึง! ด้วยความสะใจ


    "เห็นไหมล่ะ! นั่นฝีมือข้า! ...เอ้ย ฝีมือเพื่อนข้า! ระบบล็อกเป้านั่นข้าช่วยจูนมาเองกับมือ!"


    อาเจียลูบหัวเจ้าถุงเงินเบาๆ "เก่งมากเจ้าลูกชาย... มื้อเย็นนี้กินไม่อั้น!"


    เขาเดินลงจากเวที ท่ามกลางสายตาของ ฉินมู่หลาง และ เฟิงอี้หราน ที่นั่งดูอยู่บนอัฒจันทร์ชั้นพิเศษ


    "สัตว์อสูรสายมายา... แถมยังมีการประสานงานกับหุ่นกลที่สมบูรณ์แบบ..." ฉินมู่หลางพึมพำ แววตาสนใจใคร่รู้ "เจ้านี่... มีไพ่ตายซ่อนอยู่กี่ใบกันแน่?"


    เฟิงอี้หรานยกชาขึ้นจิบ ยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน


    "นั่นสินะ... แต่ที่แน่ๆ วันนี้ข้าคงต้องไปไถเงินจากโต๊ะพนันพร้อมกับเจ้าทึ่มหลี่เสียแล้ว"