ตอนที่หนึ่งร้อยสามสิบแปด Brotherhood of Mutant เอ๊ย Black forest 8
สิ่งที่ตามมาจากการบอกเงื่อนไขที่ดีไม่ใช่การไชโยโห่ร้องแต่คือการมองตากันไปมาอย่างไม่ค่อยจะเชื่อถือ
เงื่อนไขที่ดีเกินไปคนจะหวาดระแวง
ผมไม่ได้โทษพวกเขาในแง่นั้นเพราะสิบแปดมงกุฎหรือคนที่จะตั้งใจหลอกลวงก็จะวาดฝันวิมานในอากาศเงื่อนไขที่ดีเกินไปเช่นกัน
ผมส่ายศีรษะ
รู้สึกได้ว่าตนเองไม่ใช่ยอดขุนพลหรือผู้นำในตำนาน
แค่เคยมีประสบการณ์ส่งอาวุธให้ชนกลุ่มน้อยกับขุนศึกแอฟริกาเท่านั้นไม่ใช่แม่ทัพที่จะจารึกชื่อในประวัติศาสตร์
“พวกเจ้าระแวงนั้นถูกต้องแล้ว”
พอผมกล่าวพวกนั้นก็หน้าถอดสีคิดว่าผมนั้นหลอกพวกเขาจริงๆด้วย
“จะเรียกว่าข้าใช้อุบายกับพวกเจ้าก็ได้แต่ว่า”
ผมชี้ไปที่คนหน้าบากตาซ้ายขวาไม่เท่ากับ
“ตาเหยี่ยวหากศัตรูบุกมาเจ้าไม่มีทรัพย์สินในลั่วหยางเจ้าจะยอมตายเพ่อปกป้องสมบัติของคนอื่นหรือไม่”
ตาเหยี่ยวชี้ที่หน้าตนเองเกาศีรษะไปมา
“ข้าเรอะ ข้าคงได้จังหวะสู้ไม่ไหวก็คงจะหนี”
ตาเหยี่ยวตอบอย่างซื่อสัตย์
พิสูจน์ว่าเขาไม่เหมาะกับการเป็นนักการเมืองแม้แต่น้อย
“ถูกต้องแล้ว คนย่อมเห็นแก่ตน เจ้าจะปกป้องสมบัติของคนอื่นด้วยชีวิตตนเองไปทำไมเล่า?”
ผมยิ้มและผายมือไปด้านข้าง
“แต่หากเจ้ามีบ้านมีครอบครัวภริยาและลูกที่ตัวอ้วนขาว เจ้าก็ต้องคิดสักนิดว่าจะทำอย่างไรให้ภริยาลูกเมียของเจ้ารอดไปได้พร้อมกับเจ้า”
แผนการมีตัวถ่วงได้ผลจากอดีตถึงปัจจุบัน
ทีมสังหารบินลาเดนเอาหน่วยรบพิเศษที่มีครอบครัวลูกเมีย แรบไบผู้นำชุมชนต้องแต่งงานมีภริยาแล้วคนขับเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงต้องการคนมีครอบครัวลูกเมีย
มันคือตัวประกัน
และเพื่อให้รัฐนั้นไว้ใจพวกเขาได้ว่าจะไม่ทำอะไรบ้าๆลงไปเพื่อความสะใจส่วนบุคคล
มันคือกุศโลบายที่มีมายาวนานหลายพันปีไม่เคยเปลี่ยนแปลงเพราะมันได้ผลมาตลอดในการจัดการกับจิตใจของมนุษย์
วันนั้นหากข้ามีที่นาสองชิ่งในลั่วหยางข้าคงไม่ได้ถือตราเสนาบดีหกรัฐ
หากคนมีทางเลือกยอมเลือกทางที่ได้รับการต่อต้านน้อยกว่าคือเหตุผลเช่นนี้เอง
“และเมื่อเจ้ามีลูกเมีย ครอบครัวบริวารแล้วพวกเจ้าจะมีข้อให้ต้องคิดและกังวลมากขึ้น คุณสมบัตินั้นจะทำให้พวกเจ้ามีคุณสมบัติที่จะคุมกองกำลังที่จำนวนมากขึ้นแล้วเพราะพวกเจ้าหลุดพ้นจากการมองเหตุการณ์เฉพาะหน้าแต่เริ่มมองให้ไกลขึ้นถึงอนาคตแล้วเมื่อพวกเจ้ายังมองไม่เห็นอนาคตเหตุการณ์ข้างหน้า พวกเจ้าจะไม่สามารถหยั่งรากลงแผ่นดินสร้างบ้าน ปลูกต้นไม้ไว้ให้ลูกหลานของพวกเจ้าในภายภาคหน้าได้”