ตอนที่ 5 : เส้นทางที่เริ่มซ้อนกัน
เช้าวันจันทร์ เสียงนาฬิกาปลุกแผดร้องตอน 6 โมงเช้า
เจเอื้อมมือไปตบมันให้ดับอย่างงัวเงีย เธอนอนลืมตามองเพดานห้องที่คุ้นเคยอยู่พักหนึ่ง “ไปทำงาน…”
คำพูดนั้นหลุดออกจากปากแบบออโตเมติก แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งเหมือนถูกสูบิญญา ภาพเมื่อวานจู่ๆ ก็แทรกขึ้นมาในหัวตอนที่สติยังไม่เข้าที่ พี่ปราณที่ยืนอยู่หน้าลิฟต์... สายตานิ่งๆ ที่มองตรงมา... และเสียงทุ้มต่ำที่พูดประโยคชวนคิดลึกว่า
“เธอ... อาจจะ”
เจกลิ้งตัวม้วนไปกับผ้าห่ม “โอ๊ย…ทำไมตื่นมาต้องคิดถึงหน้าพี่เขาด้วยเนี่ย!”
(เจคิด: บ้าไปแล้วเจมิกา แกเพิ่งโดนเทมานะเว้ย!)
เธอยันตัวลุกขึ้นในที่สุด ก่อนจะรีบอาบน้ำแต่งตัว และไม่ลืมตั้งกล้องไลฟ์สดตอนแต่งหน้าเหมือนทุกวัน
“สวัสดีค่าาา วันจันทร์อีกแล้ววว วันนี้เรามาแต่งหน้ากลบรอยคล้ำใต้ตาก่อนออกไปสู้ชีวิตกันค่ะ!” เสียงเธอสดใส รอยยิ้มกว้างขวางเหมือนไม่เคยมีเื่เครียดในชีวิต แต่ลึกๆ ในใจ... แบตเตอรี่ของเธอกำลังกะพริบเตือนสีแดง
ที่ออฟฟิศ ปึก! แฟ้มเอกสารถูกโยนลงบนโต๊ะ จนเจสะดุ้ง
“เจ แก้สคริปต์อันนี้ให้ทีก่อนเที่ยงนะ”
เจเงยหน้ามองหัวหน้า พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ “ค่ะ”
“แล้วรายงานลูกค้าเมื่อวาน ฉันอ่านแล้วใช้ไม่ได้เลย แก้ใหม่หมด”
“แต่หนูทำตามฟอร์มที่พี่—”
“ลูกค้าเขาบอกมา ให้แก้ก็แก้ไปสิ จะเถียงทำไม”
หัวหน้าตัดบทแล้วเดินสะบัดหน้าจากไปโดยไม่มองหน้าเธอด้วยซ้ำ
“ลงที่ยัยเจอีกแล้ว เฮ้อ…” พี่กิ๊บที่นั่งฝั่งตรงข้ามเจ บ่นขึ้นมา
“ใช่ โดนลูกค้าโวยมาทีไรก็เป็แบบนี้ทุกที” อ้อมที่นั่งติดกับพี่กิ๊บเสริม
เจนั่งนิ่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เสียงแป้นพิมพ์ของเพื่อนร่วมงานรอบตัวดังระงม แต่ในหัวของเธอมีแต่คำถามที่ดังกว่า
(นี่เราทนทำงานแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะนี่คือสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ เหรอ?)
เธอส่ายหัวแรงๆ สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้ง
“โฟกัสก่อนเจ งานตรงหน้าก่อน”
แต่ตลอดทั้งวัน… เธอพิมพ์งานไปแบบิญญาหลุดออกจากร่าง ไม่มีสมาธิเหลืออยู่เลย
...
เย็นวันนั้น เจลากสังขารมาถึงสำนักงานของหนิงในสภาพอิดโรยกว่าปกติ พนักงานคนอื่นกำลังทยอยกันกลับ เจทักทายตามประสาคนคุ้นเคย
“มาแล้วเหรอ” หนิงทัก
“ค่ะพี่หนิง”
“วันนี้มีงานจัดหน้าหนังสือ ช่วยดูความเรียบร้อยของย่อหน้าให้พี่ที”
เจนั่งลงบนเก้าอี้ตัวประจำ หยิบต้นฉบับขึ้นมาแล้วเริ่มอ่านอีกครั้ง เธออ่านไล่สายตาไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความเงียบ แล้วรอยยิ้มก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“พี่เขาเขียนเก่งจริงๆ นะคะเนี่ย” เจพึมพำกับตัวเอง หนิงหัวเราะหึๆ
“ระวังเถอะ เดี๋ยวเ้าตัวมาได้ยินเข้า”
“ได้ยินอะไร”
เสียงเรียบๆ ดังมาจากด้านหลัง เจสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมอง ปราณยืนอยู่ตรงนั้น วันนี้เธอใส่เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ดูทะมัดทะแมงแต่ก็มีเสน่ห์ดึงดูดแบบแปลกๆ
“เอ่อ…” เจหน้าแดงวาบขึ้นมา “หนูชมค่ะ ชมว่านิยายสนุกมาก”
“ขอบคุณ” ปราณตอบสั้นๆ เธอดึงเก้าอี้นั่งลงฝั่งตรงข้าม วางแล็ปท็อปแล้วเริ่มเปิดเครื่อง ทั้งสามคนทำงานกันไปเงียบๆ แต่วันนี้
เจพบว่าตัวเองไม่มีสมาธิกับต้นฉบับตรงหน้าเลย เธอมักจะเผลอละสายตาแอบมองคนฝั่งตรงข้ามบ่อยกว่าปกติ ปราณพิมพ์งานช้าแต่มั่นคง ทุกการเคลื่อนไหวดูตั้งใจ...
(เจ: นิ้วพี่เขาเรียวสวยจังแฮะ... เส้นเืที่หลังมือตอนพิมพ์คอมก็ดูเท่ชะมัด...)
เจกลืนน้ำลายลงคอเบาๆ รีบดึงสติกลับมาที่กระดาษ
(อีบ้า…คิดอะไรอยู่เนี่ย พอเลย)
“พี่ปราณ…” จู่ๆ เจก็เผลอเรียกออกไป
ปราณหยุดมือ เงยหน้าขึ้นสบตา “หืม”
“พี่เคยทำงานออฟฟิศไหมคะ”
“เคย”
“แล้วลาออกเลยเหรอคะ”
“อืม”
“ตอนที่ออก... กลัวไหมคะ”
ปราณคิดครู่หนึ่ง สายตามองทะลุแววตาสั่นไหวของเจ “กลัวสิ”
“แล้วทำไมพี่ถึงยังกล้าลาออกล่ะคะ”
“เพราะถ้าไม่ออก…” ปราณเว้นจังหวะ “ฉันจะจมหายไป”
เจนั่งนิ่งไปชั่วขณะ... ประโยคสั้นๆ นั้นแทงทะลุกลางใจดำ ราวกับปราณกำลังพูดแทนความรู้สึกส่วนลึกที่เธอกำลังเผชิญอยู่
...
หลังเลิกงาน
“คำโปรยปกหลังเสร็จแล้ว เหลือส่วนพูดคุยกับนักอ่าน พรุ่งนี้ฉันมาต่อเองนะ”
หนิงเก็บของเสร็จก็ชิ่งกลับก่อนอีกตามเคย
เจกับปราณเดินลงจากตึกมาพร้อมกัน ลมเย็นๆ ยามค่ำพัดมาปะทะใบหน้า
“วันนี้เหนื่อยไหม” ปราณถามทำลายความเงียบ
เจหัวเราะแห้งๆ ถอนหายใจยาว “เหนื่อยทุกวันแหละค่ะ”
“เธอไม่ชอบงานนั้น”
เจหันไปมองหน้า “พี่รู้ได้ไงคะ”
“เธอไม่มีแววตา... ตอนที่พูดถึงมัน” ปราณตอบเรียบๆ
เจเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะหลุดปาก “หนูอยากลาออกจัง”
ปราณไม่ตอบทันที เธอล้วงมือซุกกระเป๋ากางเกง เดินเคียงข้างไปช้าๆ
“แล้วอะไรทำให้เธอยังทนอยู่”
“ความกลัวมั้งคะ” เจยิ้มแห้ง “เหมือนพี่ไง”
ปราณพยักหน้าเล็กน้อยรับรู้ เดินต่อมาจนถึงหน้าตึก ทั้งสองหยุดยืนรอรถ
“ถ้าเธอลาออก” ปราณเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจน “เธออยากทำอะไร”
เจคิดแทบจะทันที ไม่ต้องเสียเวลาประมวลผล
“หนูอยากทำหลายอย่างเลย ไลฟ์ขายของแบบจริงจัง แต่งหน้า... แล้วก็อยากทำช่องพาเที่ยวด้วย”
“เธอชอบเดินทาง?”
“มากค่ะ! หนูชอบออกไปเจอที่ใหม่ๆ”
“ดี”
เจเอียงคอ “ดีเหรอคะ”
“คนที่อยากเดินทาง…” ปราณหันมาสบตาเจตรงๆ
“มักจะหา ‘จังหวะ’ ใหม่ให้ชีวิตตัวเองได้เสมอ”
เจมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้น หัวใจที่ห่อเหี่ยวมาทั้งวันจู่ๆ ก็เต้นแรงขึ้นมาผิดจังหวะ
“พี่เนี่ย... อย่างเท่เลย” เจยกนิ้วโป้งกดไลก์ให้รัวๆ รอยยิ้มสว่างไสวกลับมาอีกครั้ง
“หืม?”
“ถ้าหนูตัดสินใจลาออก พี่จะคิดว่าหนูบ้าไหมคะ ที่ทิ้งงานมั่นคงไปตายเอาดาบหน้า”
ปราณส่ายหัวช้าๆ “ฉันว่า… เธอกล้าหาญต่างหาก”
เจยิ้มกว้างจนตาหยี รู้สึกเหมือนได้รับคำอนุญาตให้ปลดแอกตัวเอง
ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะแยกย้ายกันกลับ ปราณก็พูดขึ้นมา
“่นี้ฉันอาจจะยุ่ง”
“งานเพลงเหรอคะ”
“อืม… ทั้งเพลง ทั้งต้นฉบับหนังสือ”
เจหัวเราะร่วน พูดยั่วเล่นๆ ตามสไตล์
“โห งานล้นมือขนาดนี้ พี่ปราณต้องมีผู้ช่วยส่วนตัวแล้วนะคะเนี่ย”
แทนที่ปราณจะปฏิเสธหรือรำคาญ เธอกลับนิ่งไป สายตาคมกริบไล่มองดวงหน้าของเจอย่างมีนัย... เหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่าง
“อาจจะ”
คำตอบนั้นเบาหวิว... แต่สายตาที่มองมา ทำให้เจแอบคิดเข้าข้างตัวเองไปแล้วว่า
(เจ: ยุ่งขนาดนี้... ถ้ามีผู้ช่วย คงแบ่งเบาพี่เขาได้เยอะเลย)
“วันนี้พี่ไม่ได้เอารถมาเหรอคะ”
“ใช่”
จบตอน.