ARC I: Sand and Grass
บทที่ 11: กองไฟที่ถูกจุด
(ตอนที่ 3 คำสัญญา และกองไฟ 2/2)
พื้นทรายรอบตัวของทั้งสอง เริ่มมีการไหวสั่นเล็กน้อย แต่สามารถรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่กำลังคืบคลาน...
Edrin ที่พึ่งพูดจบว่า ยังไม่แน่ใจถึงเสียงเรียกของเ้าตัวที่พึ่งสังหารไป หมายถึงอะไรกันแน่... ก็พลันเงียบลง และมองไปยังเื้ัของ Rowan
ด้วยทาทีที่เปลี่ยนไป... จนไม่ได้ฟังในสิ่งที่ Rowan พูดต่อจากนั้นเลย...
ในขณะที่ Rowan กำลังพูดบ่นตามประสา... เสียงดัง และติดเล่น...
ก็พลันเห็นทาทีของเพื่อนที่แสดงออกมา จึงพูดขึ้นว่า
“นี่เ้าไม่สบายหรอ Edrin… จู่ๆ ก็...เงี...ย..บ...ไ...ป...”
สายตาของ Rowan จับจ้องไปที่บางอย่าง ไม่ไกลนักที่ด้านหลังของ Edrin พื้นทรายที่กำลังเคลื่อนตัวช้าๆ เป็แนวยาวขนาดใหญ่...
เหมือนบางสิ่งที่กำลัง...
ตื่นขึ้นมา...
.
.
“Edrin ข้าว่าเห็น...บางอย่าง...กำลังมา...ทางเรา”
“ใช่ Rowan… ข้างหลังเ้าก็เช่นกัน”
ที่ด้านหน้าของ Edrin นั้น พื้นทรายที่เคลื่อนไหว เริ่มยกตัวสูงขึ้น...
เม็ดทรายร่วงหล่นลงมาราวกับเป็น้ำตก... จนค่อยๆ เผยให้เห็นร่างสีดำขนาดใหญ่ที่ยืดตัวตรงขึ้นขนานกับพื้นทราย...
มันสูงกว่าตัวที่พวกเขาพึ่งสังหารไปก่อนหน้า...อย่างเห็นได้ชัด ทั้งจนาดตัวของมันที่หนาและใหญ่...
หรือความสูงที่ต้องแหงนมองขึ้นตามเพื่อมองที่ดวงตาของมัน...
และในขณะเดียวกันนั้น พื้นทรายที่เคลื่อนตัวอยู่ตรงหน้าของ Rowan เองก็กำลังยกตัวขึ้นสูงเช่นกัน...
.
.
.
“ทางฝั่งข้ามี 1 ตัว Rowan…”
“ทางฝั่งข้าก็มีตัวหนึ่ง Edrin”
“ขนาดล่ะ?”
“ยาว 6 เมตรเห็นจะได้ ทางนั้นล่ะ Edrin?”
“ยาว 6 เมตร โดยประมาณ...”
ทั้งคู่ค่อยๆ ขยับตำแหน่งของตัวเอง…
Rowan ถือโล่ขึ้นในท่าทางที่เตรียมรับมือกับการปะทะเบื้องหน้า โดยที่ยังไม่ละสายตาจากนักล่าที่จ้องมองเขาไม่ห่าง...
Edrin เองนั้นก้าวมาข้างหน้าตรงจุดที่ Rowan ยืนอยู่ ก่อนจะเดินเลยไปนิดหนึ่ง เพื่อหยุดอยู่ที่แผ่นหลังของ Rowan
โดยที่สายตายังคงจับจ้องไปที่มันอยู่ตลอดเวลา...
ในตอนนี้ ตะขาบทะเลทรายั์... ขนาดโตเต็มวัย... 2 ตัว กำลังจ้องพวกเขาจากทั้งสองทาง...
“เอายังไงดีละ Edrin”
“คงต้องจัดการทีละตัว...ดาบฟันเปลือกหลังมันไม่เข้า...”
“แต่ะเิของ Bromm… เปิดช่องให้เ้าจัดการมันได้ Edrin”
“ถูกของเ้า... Rowan”
“เราเหลืออีก...กี่ลูก?”
“ประมาณ 6 ได้...”
“ข้าคิดว่าเราจัดการได้...ถ้า.....”
.
.
“ถ้า...? ถ้าอะไร Edrin ทำไมไม่...พู...ด...ต่...อ”
.
.
ด้านข้างของทั้งสองคน มีแรงสั่นที่รู้สึกได้ทันที การเคลื่อนไหวที่ทำให้พื้นทรายพุดตัวขึ้นมาเป็เนินขนาดย่อม... ค่อยๆ คลืบคลานมาใกล้ทั้งสอง จากด้านข้าง...
พื้นทรายค่อยๆ ยกตัวสูงขึ้น จนเหมือนเกิดพายุฝนของเม็ดทรายที่ล่วงหล่นสู้พื้น และเกิดเป็ฝุ่นบางคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ร่างขนาดมหึมา... ค่อยๆ เผยตัวให้เห็นช้าๆ เมื่อฝุ่นทรายรอบๆ เริ่มจางหายทีละน้อย...
เสียงของกระดองด้านหลังที่หนาและแข็งกระทบกันในแต่ละปล้อง ขณะที่มันยกตัวขึ้น มันดังลั่นชัดเจนจนสามารถกดดันทุกสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า...
และสิ่งที่ปรากฏ... มันคือตะขาบทะเลทรายั์ ตัวมหึมา ที่ยืดตัวสูงตระหง่านจนบดบังดวงอาทิตย์ที่ลอยเหนือหัว Edrin และ Rowan จนมิด...
ทั้งสองมองไปที่มันพร้อมกัน ก่อนจะรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่มากพอจะทำให้พวกเขาจมลงสู้ก้นหลุมนี้ได้...
.
.
Edrin กลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะว่าต่อ
“ถ้า...มันมีแค่สอง...”
“เออ... เ้าพูดถูกเลยล่ะ”
“เอายังไงดีล่ะ Edrin ตอนนี้สถานการณ์ไม่สู้ดีเลย...”
“เ้าคิดว่า... ตัวใหญ่นั่น เ้าถ่วงเวลาให้ข้าได้ไหม..?”
“จากขนาดแล้วมันยาว... 9 ไม่สิ... 10 เมตรเห็นจะได้เลยนะ”
“เ้าจะให้ข้าถ่วงเวลานานเท่าไหร่ล่ะ..?”
Rowan เอ่ยถามพลางขยับโล่ให้มั่นคง...
“3 นาที... เป็อย่างน้อย...และข้าต้องใช้ ะเิของนายช่าง...”
“เ้าขอมากไปนิดนะ... แต่เอาเถอะ...”
“มันจะเป็ 3 นาที ที่ถึงเืถึงกระดูกแน่ๆ ...”
Rowan กล่าวขึ้นก่อนจะส่งมอบะเิเวทอัดอากาศทั้งหมดให้ Edrin
ในขณะเดียวกันนั้นเอง พวกมันทั้ง 3 กลับไม่ขยับเข้ามาแม้แต่น้อย...
ราวกับว่ากำลังประเมินสถานการณ์ตรงหน้านี้... หรือเพียงแค่...
รอคำสั่ง...
.
.
“Rowan!”
“มีอะไรอีกงั้นหรอ ?”
“อย่าโดนพิษจากเขี้ยว... และก็...”
“อย่าตาย ซะล่ะ...”
“เออ...รู้แล้ว เ้าเองก็ อย่าตายเหมือนกัน”
“ไม่ใช่ข้าเป็ห่วงเ้านะ Edrin แต่...”
.
.
.
“ยัยหนูจะโกรธข้าเอา...”
เมื่อ Rowan กล่าวจบ เขาพุ่งตรงไปยังไอ้ตัวั์นั่นอย่างรวดเร็ว ะโเสียงดังลั่น ก้องกึกไปทั่วบริเวณ...
พลางใช้เกราะมือของเขาทุบเข้าที่โล่ให้เกิดเป็เสียงโลหะแข็งที่เข้ากระทบกัน...
“มาเลยไอ้ตัวั์.... เนื้อข้าแน่น กรอบ อร่อยนะโว้ย!”
เขาะโเพื่อยั่วยุเ้าตะขาบตัวมหึมานั่น...
แม้มือจะสั่นเล็กน้อยก็ตาม...
มันเพียงแต่หันมองตาม และยังไม่ขยับตัว...หรือจู่โจมเขาในทันที...
ทางด้านของ Edrin เองนั้น หลังจาก Rowan พุ่งไปหาไอ้ตัวั์ที่อีกด้านของลานทรายแห่งนี้...
เขาตัดสินใจเข้าจู่โจมเ้าตะขาบตัวที่อยู่เบื้องหน้าก่อน...
แต่มันไม่ได้เป็ไปอย่างราบรื่น...
เพราะว่าตัวที่อยู่ด้านหลังของเขา... บัดนี้มันได้หายไปจากบนพื้นทรายเป็ที่เรียบร้อยแล้ว...
Edrin ที่รู้แบบนั้น เขาพยายามรักษาระยะห่างจากตะขาบตัวที่อยู่ตรงหน้า ะเิเวทอัดอากาศลูกหนึ่งที่เตรียมพร้อมใช้งานยังคงอยู่ในมือข้างซ้าย
และไม่กี่อึดใจ เ้าตัวที่อยู่ตรงหน้าก็พลัน พุ่งเข้ามาในแนวราบกับพื้นทราย จนเกิดเป็ควันและฝุ่นปกคลุมทั่วบริเวณเล็กน้อย...
Edrin ตั้งดาบรอรับการโจมตี และใช้จังหวะเพียงไม่กี่วินาที ที่มันกระโจนใส่หน้าของเขา
ฟันสวนเข้าไปที่บริเวณส่วนท่องสีทรายอ่อนๆ ได้หนึ่งดาบ...
พร้อมเอี้ยวตัวหลบไปด้านข้าง โดยที่เขารับรู้ได้ถึงแรงลมที่ปะทะกับร่างกาย จากการเคลื่อนตัวของมัน...
แผลนั่นแทบไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่มันมากนัก...
ก่อนที่เขาจะทันได้ปรับท่ายืน...
พื้นทรายใต้เท้าของ Edrin ก็สั่นไหวอย่างรุนแรง...
.
.
ปัง!
เสียงของะเิเวทอัดอากาศของ Bromm ดังขึ้น... ก่อนที่จะเกิดเป็ควันและฝุ่นของทราย ที่คละคลุ้งจนบดบังทัศนียภาพโดยรอบเป็วงกว้าง
“Edrin! เ้ายังอยู่ไหม!”
Rowan ที่ได้ยินเสียงะเิดังก้อง ก็พลันะโออกมาถามหาเพื่อนของเขาอย่างฉับพลัน
ก่อนที่เ้าตัวั์ที่เบื้องหน้า จะเริ่ม ขยับ....
มันทิ้งตัวดิ่งลงที่พื้นทราย... หวังให้ขนาดตัวของมัน กดทับ Rowan ที่อยู่ตรงหน้า...
Rowan ตัดสินใจกลิ้งหลบไปด้านข้าง ก่อนจะกลับมายืนตั้งโล่รอ...
และโดนส่วนหางของมัน กระแทกเข้ามาอย่างจัง...
Rowan โดนแรงกระแทกนี้ จนตัวลอยกระเด็นไปยังส่วนขอบของเนินทรายด้านข้าง โชคดีที่เขายังตั้งโล่ไว้ได้ทัน...
“ถ้าข้าช้ากว่านี้เพียงวินาที... ตัวข้าคงแหลกไปแล้ว”
“Edrin… ทางเ้าเป็ยังไงบ้างนะ....”
Rowan บ่นกับตัวเอง ในขณะที่ตั้งโล่ขึ้นมาพร้อมมือที่ยังไม่หยุดสั่น...
ก่อนจะมองเข้าไปยังม่านควันที่คละคลุ้ง ณ จุดที่เสียงะเิเวทอัดอากาศดังก้อง...
.
.
และในม่านควันนี้เอง เงาหนึ่งยังคงยืนอยู่พอให้เห็นว่าเขายังคงไม่ถอดใจจากการต่อสู้
มือข้างหนึ่งที่กำดาบไว้มั่น... ใบดาบที่โชกด้วยเืสีเหลืองขุ่นๆ ของพวกตะขาบไหลลงมาตาบใบดาบ ลงสู่พื้นทีละหยด...
Edrin ยังคงยืนอยู่ได้ แม้ไม่ได้ปลอดภัย...
เบื้องหน้าเขา คือเ้าตะขาบที่ถูกฟันเข้าบริเวณใต้ท้อง ไม่ไกลจากส่วนหัวมากนัก...
แม้แผลของมันจะไม่ได้ลึกมากนัก... แต่เืสีเหลืองขุ่นนั้น ยังคงไหลออกมาต่อเนื่อง...
มันจ้องมายัง Edrin อย่างไม่คลาดสายตา และไม่ไกลกันนัก ร่างหนึ่งของเ้าตะขาบตัวที่มุดพื้นทรายหายไปเมื่อก่อนหน้า
กำลังนอนชักดิ้นลุกลี้ลุกลน ในท่าที่หงายท้องขึ้นมา...
และไม่นานเกินรอ มันพยายามพลิกตัวกลับมายืนด้วยขานับสิบคู่
อีกครั้ง...
สถานการณ์ของ Edrin ตรงหน้านี้...
ตะขาบั์ขนาด 2.2 เมตร...
ไม่ได้อยู่ในอาการที่าเ็... ซ้ำแล้ว ยังได้เปรียบในเื่ของจำนวน...
พวกมันค่อยๆ แยกตัวจากกัน เพื่อโอบล้อมเขาไว้ ในม่านควันที่คละคลุ้งอยู่นี้...
เสียงของโล่เหล็ก ที่โดนกระแทก และเสียงบ่นของ Rowan ยังคงได้ยินอยู่ชัดเจนทุกครั้ง ที่พื้นทรายอีกฝั่ง เกิดการสั่นไหว...
จากไอ้ตัวั์ฝั่งนั้น...
พลางให้ Edrin อุ่นใจได้เล็กน้อย ว่าเพื่อนของเขายังคงอยู่ดี...
“ถ้าตรงนี้ข้าพลาด... Rowan จะโดนโอบล้อม...”
เขากลือนน้ำลายอึกใหญ่... พร้อมจ้องมองพวกมันที่กำลังเคลื่อนตัวในม่านควันนี้...
Edrin หยิบะเิอีกลูกหนึ่งขึ้นมา... เพื่อเตรียมรับมือการโจมตีตรงหน้า...
และไม่ทันได้พักหายใจดี...
พวกมันก็พลันมุดลงไปใต้พื้นทรายพร้อมๆ กัน... จากทั้งสองทาง
“พวกเ้า...จะเล่นแบบไหนอีก...”
Edrin กล่าวขึ้นด้วยเสียงที่ดูหนักใจ... ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังเข้าหาเนินสันทรายเรื่อยๆ
เขารับรู้ถึงแรงสั่นที่เข้าใกล้ตัวเขาเรื่อยๆ ก่อนที่จะตัดสินใจ หันหลังวิ่งไปยังเนินสันทรายที่อยู่ไม่ไกลมากนัก...
.
.
แรงกดดันที่ไล่หลัง Edrin มาเรื่อยๆ จันเกิดเป็แนวทรายบนพื้นที่ยุบตัวลง... ก่อนที่ส่วนหัวของพวกมันทั้งสอง จะพึ่งขึ้นมาสู่้าพื้นทราย...
ตัวหนึ่ง จากทางฝั่งซ้ายมือของเขา และอีกตัวจากทางด้านขวา...
พุ่งเขาหาในลักษณะที่สามารถใช้ขานับสิบๆ คู่ของพวกมัน เกี่ยวรัดร่างของเขาได้...
Edrin วิ่งโดยไม่หันมองพวกมัน...
ราวกับว่าทุกอย่างถูกคำนวณเอาไว้...
เขาวิ่งไต่ขึ้นเนินทรายตรงหน้า...
จนตัวเขานั้นอยู่สูงกว่าพวกมันมากพอ
พร้อมเหยีบเอาเนินสันทรายให้กลายเป็เหมือนการวิ่งไต่ผนัง...
ก่อนจะถีบตัวเองกระโดนกลับหลัง โดยที่ตัวเขาลอยอยู่เหนือพวกมัน...
ในขณะที่ตัวเขายังลอยอยู่บนอากาศ...
เหนือหัวของพวกตะขาบสองตัวด้านล่าง...
จังหวะก่อนหน้านั้น
เขาได้ทิ้งะเิไว้ลูกหนึ่ง ใน่ก่อนจะวิ่งไต่ขึ้นสันทราย...
และอีกลูกหนึ่ง...
เขาปามันลงในตอนที่ยังลอยตัวอยู่เหนือพวกมัน...
.
.
ปัง!… ปัง!...
เสียงะเิดังขึ้น สองครั้ง ต่อกันตามลำดับ... และเกิดเป็ม่านควันที่ปลุกคลุมไปทั่วบริเวณ...
และอีกฝากหนึ่งของลานสังหารนี้...
Rowan ที่กำลังวิ่งหนีตายจากไอ้ตัวั์ ก็พลันหันไปมองยังต้นตอของเสียงะเิ...
“ะเิ! Edrin งั้นหรอ?”
ในจังหวะที่เขาหันมองยังต้นเสียง มันคือช่องว่างเพียงไม่กี่วินาที...
เขาโดนเข้ากับการพุ่งกระแทกของไอ้ตัวั์นั่น จากด้านหลัง จนทำเอาตัวเขากระเด็นล้มลง...
“อ๊าก!.. ให้ตายซิ...”
Rowan ร้องขึ้นมาจากความใ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอีกครั้งช้าๆ
และหันกลับไปยังทิศที่ไอ้ตัวั์นั่นพุ่งจู่โจม...
แต่ทว่า...
มันกลับไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว...
“ไอ้เวรนั่น... มุดพื้นทรายไปแล้วสินะ...”
“ข้ายิ่งประสาทััช้าๆ อยู่ด้วย...มีหวังเป็เป้านิ่งแน่ๆ”
เขาบ่นกับตัวเองที่พลาดท่าเข้าให้กับมัน...
อีกฝากหนึ่งของลานสังหาร... ม่านควันของฝุ่นทราย ยังคงไม่จางลง... บรรยากาศที่กดดันยังคงไม่จางหาย...
Rowan รับรู้ว่าในตอนนี้มันผิดปกติเกินไป
เขาััได้ถึงความ
เงียบ...
ที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้อง...
“เอาล่ะ ไอ้ั์... เ้าจะมาไม้ไหนข้าก็ไม่...”
ในขณะที่เขากวาดสายตาไปด้านหน้า ด้านข้าง... และยังไม่ทันได้พูด
จนจบประโยค...
ที่ด้านหลังของเขานั้น...
มีเงาหนึ่งค่อยๆ ทอดยาวเข้าทับร่างของ Rowan ช้าๆ ...
เสียงของข้อและปล้องด้านหลังที่กระทบกันตามจังหวะที่เงาเคลื่อนผ่านช้าๆ จนทับเข้ากับเงาของ Rowan จนมิด...
แรงสั่นไหวของพื้นทรายที่ค่อยๆ แรงขึ้น แรงขึ้น... จนทำเอาเขาแยกไม่ออกว่าขาสั่นหรือเปล่า...
Rowan ค่อยๆ หันไปด้านหลัง เพื่อยืนยันว่ามันคือสิ่งที่เคยจู่โจมเขาก่อนหน้า...
และมันไม่รอช้า...
มันพุ่งตัวเข้าหา Rowan อย่างรวดเร็ว โดยส่วนเคี้ยวด้านหน้านั้นเตรียมฉีกขยี้ร่างของเขาให้ขาดสิ้น...
Rowan ยกโล่ป้องกันเขี้ยวของมันได้พอดี... ก่อนที่มันจะเปลี่ยนการจู่โจมเป็อีกรูปแบบ...
มันยกหัวขึ้นให้สูงกว่าพื้นทรายเล็กน้อย ก่อนจะใช้ขานับสิบคู่ของมัน เข้ากอดรัด Rowan โดยฉับพลัน...
“เห้ย!! ไอ้ั์...ไม่ต้องมารักข้าเอาตอนนี้ก็ได้!!”
Rowan ะโบ่นดังลั่น ในขณะที่ตั้งท่ายกโล่ป้องกันการรัดกอดนี้ไว้อย่างทุลักทุเล...
ตะขาบั์ตัวนี้ พยายามที่จะใช้ส่วนหัวของมัน กัดเขาอยู่เรื่อยๆ
โดยที่ข้อปล้องของขาส่วนที่ถัดลงมาจากหัวนั้น โอบรัดจากด้านข้างลำตัวของ Rowan อยู่ตลอด...
ด้วยความหนาของ่ลำตัว กับขาแต่ละคู่ที่ยาวพอจะโอบร่างของ Rowan ไว้ได้อย่างง่ายดายนั้น มันค่อยๆ รัดเข้ามาที่ด้านข้างเรื่อยๆ ...
Rowan ที่ยังคงฝืน และต้านแรงกดของมันจาก้า กับหน้า ก็ค่อยๆ โดนดันให้เคลื่อนถอยหลังทั้งๆ ที่ยังยืนต้านแรงมันอยู่...
เสียงของโล่ที่กระทบกับเคี้ยวของมัน... ที่ดังอยู่เรื่อยๆ มีเพียงแค่โล่ของเขาที่ปกป้องไม่ให้ตัวเขาโดนเคี้ยวพิษของไอ้ตัวั์นี้เล่นงานได้...
แต่สำหรับด้านข้างลำตัวของ Rowan นั้น...
เขาถูกโอบเอาไว้ ด้วยขาสีส้มอ่อนๆ ซึ่งแหลมและคมหลายคู่ของมัน...
ทำเอาสีข้าง... และต้นแขนของ Rowan เป็แผลจากการถูกโอบรัด...
แรงบีบรัดที่กดเข้ามาที่ด้านข้าง ทำเอากล้ามเนื้อต้นแขนของเขารู้สึกได้ถึงผิวััที่แหลมคมของขาแต่ละคู่ ในทุกๆ รอยแผล...
“ขืนเป็แบบนี้ต่อไป... ข้าเสร็จมันแน่”
“ให้ตายสิ Edrin! เ้ามัวทำอะไรอยู่กันแน่ ห๊ะ!”
Rowan บ่นขึ้นมาเสียงดัง ในขณะที่ยังคงยืนฝืนการรัดโอบนี้อยู่อย่างอยากลำบาก...
.
.
ปัง!
เสียงะเิเวทอัดอากาศดังขึ้นมาจากบริเวณด้านข้างของตะขาบ
ตัวั์นี้...
ก่อนที่มันจะเสียการทรงตัว เล็กน้อย และเปิดโอกาสให้ Rowan ได้ยืนให้มั่นอีกครั้งหนึ่ง พร้อมดันมันออกไปได้ทีละก้าว ทีละก้าว...
จนมันเริ่มกลับมาทรงตัวได้ และทำให้ Rowan ก้าวขาไม่ออกอีกครั้ง...
ฉึบ!
.
.
เสียงของขาบใบดาบที่ตัดเอาขาที่โอบรัด Rowan ไว้ดั้งขึ้นไม่ไกลจากด้านขวามือของเขาเอง...
ก่อนที่เืสีเหลืองขุ่น จะพุ่งทะลัก กระเด็นเปราะเปื้อนไปทั่วร่างกายซีกขวา และบริเวณพื้นทราย...
“ไม่คิดจะโผล่มาพรุ่งนี้เลยล่ะ Edrin!”
“อย่างน้อย...ก็ทันก่อนเ้าจะลงท้องมัน Rowan!”
Edrin ตอบกลับเพื่อนของเขาทันควัน
และชักเอามีดของเขาออกมา แทงสวนเข้าไปที่ตรงส่วนบนใกล้ๆ กับ
หัวของมัน...
เปิดโอกาสให้เขาสามารถช่วย Rowan ออกมาได้อย่างหวุดหวิด...
ในขณะที่เ้าตะขาบตัวั์นั้น ดิ้นหนีออกมาด้วยความเ็ป...
มีดของ Edrin ยังคงปักคาอยู่ตรงที่เดิม ก่อนที่มันจะคลานหนีออกไป และกรีดร้องด้วยเสียงที่แพดแห้ง...
ทั้งสองคน ประคับประคองกันออกมาตั้งหลัก ให้ปลอดภัยพอที่จะมองเห็นการโจมตีของไอ้ตัวั์...
“ไอ้พวกตัว 6 เมตรล่ะ Edrin?”
“จัดการแล้ว...แต่เกือบแย่...”
“ข้าเสียะเิไป 3 ลูก... และอีกลูกหนึ่ง ตอนเปิดช่องให้เ้า...”
Edrin กล่าว พร้อมรายงานสถานะของอุปกรณ์ที่พวกเขาเหลืออยู่...
“เท่ากับว่า...เรา...เหลืออยู่แค่ 2 ลูกสินะ...”
“ใช่ Rowan”
“แต่ก่อนอื่น เรามาคิดกันก่อนว่า...”
“จะรอดจากมันยังไง ในเมื่อตอนนี้...เ้าทำมันยั๊วแล้ว Edrin”
Rowan กล่าวขึ้น พลางมองไปยังเพื่อนของเขา ที่ตอนนี้มีเืสีเหลืองขุ่นเปื้อนเปราะไปทั่วบริเวณด้านหน้า รวมถึงใบหน้าเล็กน้อย...
“เ้าเองก็เละไม่ต่างจากข้าเลยนะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ใช่เวลามาขำไหม...”
“เอาเถอะ... ว่าแต่ ไอ้ั์นั่นมัน....”
“มันมุดลงด้านล่างไปแล้ว Rowan”
Edrin กล่าวด้วยความสุขุม เหมือนกับว่าเขาไม่เคยคลาดสายตาทุกย่างก้าวของมันเลย...
ความเงียบที่เข้าปกคลุมหลังการปะทะล่าสุด...
ตะขาบั์ตัวสุดท้าย ที่ยังไม่สิ้นพิษสงก็พลันหายตัวไปจากบนพื้นทราย มันไม่ได้อยู่ตรงหน้าพวกเขาอีกต่อไปแล้ว...
แต่มิได้หมายความว่า... มันจะไม่ตอบโต้กลับมา...
พวกเขาทั้งสองนั้น ตอนนี้ยืนอยู่ไม่ไกลจากขอบข้างของเนินสันทราย ในขณะที่ม่านควันของฝุ่นทรายจากะเิเมื่อก่อนหน้านั้นค่อยๆ จางหาย...
Rowan มองเห็นซากของตะขาบั์สองตัวที่ Edrin จัดการสำเร็จ อยู่อีกฝากหนึ่งของพวกเขา...
และอีกตัวที่สิ้นลมไปตัวแรก... อยู่ตรงกลางลานสังหารนี้...
Edrin ที่เริ่มกวาดสายตาไปรอบบริเวณ เพื่อประเมินสถานการณ์ตรงหน้า และเพื่อเตรียมการรับมือภัยคุกคามที่ยังไม่ปรากฏ...
เขาหยิบเอาะเิเวทอัดอากาศที่เหลืออยู่
พร้อมแบ่งให้ Rowan ถือไว้หนึ่งลูก ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า
“เก็บไว้เผื่อเ้าจะได้ใช้ Rowan”
“ขอบใจ... แต่หวังว่าจะไม่ต้องได้ใช้ดีกว่า...”
“แล้วจะเอายังไงกันต่อ Edrin ตอนนี้มันมุดหัวลงทรายไปแล้ว”
“ข้ากำลังคิด...”
“แล้ว?”
“แล้วข้า้า... ความเงียบ...”
“ด่าข้าว่า หุบปาก ยังเจ็บน้อยกว่า Edrin”
“ข้าพยายามอยู่...ที่จะไม่ด่าเ้า”
“ข้าประชด! แต่ก็เอาเถอะ... หรือเราจะเอาจังหวะนี้ หนีดีล่ะ”
“ถ้าหนี...มันจะตามเรา...จนถึง Oasis”
“อืม...จริงของเ้า... เรามีทางเดียวจริงๆ สินะ”
“ใช่... มีแค่ทางเดียว”
“เฮ้อ... งั้นก็มาลุยให้มันจบๆ ไปเถอะ”
Rowan ถอนหายใจครั้งใหญ่ ก่อนจะตั้งท่าอย่างมั่นคง มือกำลังโล่แน่น แต่ในครั้งนี้ เขาเริ่มที่จะ ไม่สั่น...
Edrin ที่มองไปรอบๆ พร้อมหันตัวตามระยะสายตาของตนจนหันมาหยุดอยู่ที่ขอบเนินสันทรายด้านหลังทั้งสอง...
เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะยื่นมือมาััที่เนินสันทรายนั้น...
“Rowan! วิ่ง!”
“ห๊ะ! วิ่ง...ไปไหน?”
“แค่วิ่ง! ตามข้ามา...”
Rowan ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจความหมาย ก็มองตาม Edrin ที่ออกวิ่งไปก่อน โดย Edrin นั้น วิ่งตรงไปยังศพของตะขาบตัวเล็ก ที่อยู่กลางลานสังหาร...
ก่อนที่ Rowan นั้นจะเริ่มรู้สึกถึงแรงสั่นะเืที่ด้านหลัง แล้วจึงก้าวขาวิ่งอย่างสุดกำลังตา Edrin ไปติดๆ ...
ในจังหวะที่ทั้งคู่วิ่งห่างออกมาจากเนินทรายได้เพียงเล็กน้อย แรงสั่นะเืก็เริ่มขึ้น และแรงขึ้นไล่หลังมาเรื่อยๆ ..
จนกระทั่งร่างอันมหึมาของมันนั้น พุ่งทะลุเนินทรายออกมา...
เม็ดทรายกระเด็นฝุ้งไปทั่วบริเวณ... กลายเป็ฝุ่นควันคละคุ้งปกคลุม ณ จุดที่มันโผล่พ้นเนิน...
มันคลานตามทั้งสองเข้ามา ด้วยความเร็วเต็มกำลัง...
Edrin ที่วิ่งาถึงกลางลานสังหาร... เขาพยายามยกศพของเ้าตะขาบตัวแรกที่นอนสิ้นลมอยู่ตรงนั้น
“Edrin! มันใช่เวลามาเก็บเืไหม!”
“หยุดพูดแล้วมาช่วยข้ายกมัน เร็ว!”
“เออ เออ ก็ได้...แม้ข้าไม่ไม่เข้าใจก็เหอะ!”
ทั้งสองช่วยกันยกร่างของตะขาบั์ตัวแรก
ที่ยาวกว่า 3 เมตรขึ้นเหนือหัว...
ให้เป็ลักษณะคล้ายกับหลังคาซึ่งอาจจะ...สามารถปกป้องร่างกายพวกเขาได้จาก้า หันเอาแผ่นหลังที่แข็ง และหนาของมันขึ้นชี้ท้องฟ้า...
ซึ่งเ้าตะขาบตัวั์ ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาใกล้พวกเขาเรื่อยๆ จนรับรู้ได้ถึงแรงสั่นะเืของพื้นทราย...
Rowan ยังคงถือโล่อยู่ในมือ โดยที่เขาตั้งโล่ให้รับฉากกับพื้น ในขณะที่มีร่างของตะขาบตัวนี้เป็เกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่ง
Edrin ที่ช่วยประคองร่างของตะขาบตัวนี้อีกแรง ยืนอยู่ด้านหลังของ Rowan ไม่ห่าง...
ทั้งคู่ตั้งท่าเตรียมรับแรงปะทะ อย่างทุลักทุเลและไม่ได้มั่นคงมากนัก
“เราจะเอามันอยู่แน่นะ Edrin!”
“ข้า...ไม่มั่นใจ!”
“ขอบคุณมาก! ข้าอุ่นใจขึ้นมาเลย อ๊าก!!”
Rowan ที่กำลังบ่นเสียงดัง ก็พลันถูกขัดจังหวะ ด้วยการพุ่งจู่โจมของไอ้ตัวั์ด้านหน้า...
มันพยายามใช้เคี้ยวอันแหลมคม กัดทำลายจากด้านหน้าอย่างบ้าคลั่ง...
ก่อนที่มันจะเริ่มเปลี่ยนทิศทาง เข้าโจมตีทั้งสอง ด้วยการพุ่งกัดจากฝั่งด้านข้างแทน โดยที่เหยียบพวกเขาอยู่้า...
และทันทีที่มันพุ่งกัน Rowan จากด้านข้าง ก็จะเจอเข้ากับปลายแหลมของดาบ Edrin ที่แทงสกัดมันไว้อย่างหวุดหวิด...
ทางซ้ายมือก็แล้ว... ทางขวามือก็ยังไม่สำเร็จ...
จนในจังหวะหนึ่ง Edrin ได้แทงสวนโดนเข้าที่ตาข้างหนึ่งของมันจังๆ จนทำเอามันกรีดร้องอย่างทรมาน และใช้ขากอดรัดทั้งคู่...
คล้ายกับตอนที่ Rowan นั้นเผชิญหน้ากับมันเมื่อครั้งแรก...
“ทีนี้มันรักเ้าอีกคนแล้ว Edrin”
“เงียบเถอะ...มีสมาธิกับการป้องกันก่อนไหม Rowan!”
ทั้งคู่เถียงกันเล็กน้อย แม้สถานการณ์ตรงหน้านั้น ความตายจะโอบรัดพวกเขาอยู่อย่างรุนแรงก็ตาม...
มันสะบัดเคี้ยว โจมตีจาก้าอีกครั้ง อย่างบ้าคลั่ง จนทำเอาทั้งสองแทบต้านแรงกระแทกอันหนักหน่วงนี้ไม่อยู่...
พวกเขาที่โดนกดดันจาก้าเรื่อยๆ จนแทบจะยืนไม่ไหว ค่อยๆ ย่อตัวลงตามแรงปะทะทีละน้อย...
โดยที่ทางด้านข้างก็มีขาของหลายคู่ โอบรัดไว้ปานมิให้พวกเขาหลุดรอดออกไปได้...
“Edrin ข้าจะยันไว้ไม่อยู่แล้ว!!”
“เอายังไงต่อ... มันกระแทงแรงขึ้น...เรื่อยๆ เลย!”
“ข้าก็...ช่วยเ้ายันมัน...ไว้อยู่นี่ไง...!”
“ทนไว้ก่อน...Rowan!”
“เออ! แล้วต้องทน...อีก...นาน...แค่...ไหน!”
“ใกล้...แล้ว...!”
“อ๊ากกกก!”
“อ๊ากกกกกกก!”
ทั้งคู่ะโร้องออกมา ด้วยความทรหด จากการใช้กำลังทั้งหมด ยันไว้ไม่ให้เ้าั์นี่ ฆ่าพวกเขาสำเร็จ...
หลังจากนั่นไม่นาน...
มันเริ่มใช้ส่วนหางเข้าโอบบมาจากทางด้านข้างที่ละน้อย...
ซึ่งคล้ายกับการปิดตาย ไม่ให้เหยื่อของของมันดิ้นหลุดออกไปไหนได้...
ก่อนที่ลำตัวส่วนท้ายและส่วนหางของมัน จะรัดเข้ามาใกล้จนเกือบจะกลายเป็วงกลมที่สมบูรณ์นั้น...
“Rowan ยกโล่ตั้งด้านข้าง เร็ว!”
“ห๊ะ! แล้วข้างหน้านี่ล่ะ!”
“ทำตามเถอะ...เร็ว!”
“เออ ก็ได้!”
Rowan ขยับมือที่ถือโล่อยู่ มาตั้งปักกับพื้นที่บริเวณด้านข้างของพวกเขาในขณะที่ส่วนท้ายของมันขดเข้าหาด้านหน้าโล่เหล็กใกล้มากๆ
Edrin ปาะเิเวทอัดอากาศไปยังช่องว่างเพียงไม่มากระหว่าง โล่เหล็ก และแผ่นท้องสีทรายอ่อนๆ ของมัน...
.
.
.
ปัง!
เสียงะเิลูกแรก ดังขึ้น... แรงกระแทกของมันทำเอาทั้งสองที่หลบหลังโล่ แทบจะกระเด็นออกมา... แต่ก็ยังพอประคับประคองกันไว้ให้ยืนอยู่ได้
ทว่ามันทำให้แรงอัดที่เกิดขึ้นจากพื้นที่แคบๆ นั้น ทำให้มันรุนแรงมากพอที่เ้าตะขาบั์นี้ จะเสียการทรงตัว ล้มลงนอนดิ้นในท่าตะแคงข้าง...
ทำเอาพื้นทรายนั้นคละคลุ้งปกคลุมไปด้วยม่านควันอีกครา...
“Rowan! ปาะเิอีกลูก ไปที่หัวมัน!”
“เออ เออ!”
Rowan หยิบะเิอย่างลุกลี้ลุกลน ก่อนจะปามันออกไปในทันที...
แต่เพราะเขาไม่คุ้นชินกับการใช้อาวุธประเภทนี้...
ทำให้ระยะที่ะเิเวทตกลงนั้น...
มันเลยจากจุดที่้าไปเยอะมาก...
Edrin ที่เห็นเป็เช่นนั้น เขาตัดสินใจวิ่งออกไปที่ตรงหัวของมันอย่างไม่ลังเล เขาเอาแทงเข้าไปที่หัวจนเกือบมิด...
ก่อนที่ Rowan จะวิ่งอย่างทุลักทุเลตามมา พร้อมกับเอาโล่ของเขาดันปะทะเคี้ยวของมัน...
หวังที่จะพลิกท่านอนให้มันนอนหงายขึ้น...
.
.
ปัง!
.
.
เสียงะเิดังขึ้น จากอีกด้านของเ้าตะขาบั์ และแรงะเิเวทอัดอากาศ ก็ดันเข้าปะทะกับร่างของมันจน Edrin และ Rowan ที่ต้านแรงมันอยู่ก็รับรู้ได้...
“Edrin ข้าจะดันมันไว้เรื่อยๆ ส่วนเ้า..”
“เออ!...ข้ารู้แล้ว แค่ดันมันไป!”
Edrin ดึงดาบของเขาออกจากชั้นผิวของมัน ก่อนที่เืสีเหลืองขุ่นจะไหลทะลักตามออกมาไม่ขาด...
และทำให้มันดิ้นด้วยความเ็ปอย่างรุนแรง Rowan ที่พยายามต้านแรงของมันไว้
เพื่อไม่ให้มันพลิกตัวมายืนขนานกับพื้นได้อีก ถึงกับกัดฟันแน่น...พลันร้องะโสุดเสียง...
“อ๊ากก!”
“ทนไว้ก่อน Rowan!”
Edrin ที่จับดาบอย่างมั่นคงแล้ว ก็ผลิกข้อมือ ตั้งท่าให้ใบดาบนั้นตั้งแนวขนานกับพื้น ก่อนจะบรรจงแทงมันลงไป...
...ทว่าในรอบนี้นั้น เขาปักมันลงเพียงให้ลึกถึงส่วนคมของใบดาบ
ก่อนที่จะเริ่มขยับตัวพร้อมจับด้ามดามให้มั่น ไปข้างหน้า ขนานกับลำตัวที่นอนตะแคงข้างอยู่...
ทุกจุดซึ่งคมดาบของ Edrin ตัดผ่าน...
เขาได้ยินเสียงของเปลือกท้องบางๆ ที่ถูกตัดขาดชัดเจน...
ความรู้สึกเมื่อใบดาบเฉือนเอาชิ้นเนื้อ และอวัยวะภายในของมัน
ที่ละข้อ...ทีละปล้อง...มันรู้สึกได้ชัดจนถึงด้ามดาบที่ Edrin จับอยู่
เืสีเหลืองขุ่นที่ไหลทะลักจากร่องเืของใบดาบนั้น ส่งกลิ่นฉุนรุนแรงจนแทบจะแสบจมูกในขณะที่หายใจ...
มันยังคงดิ้นไม่หยุด พลันกรีดร้องด้วยเสียงที่แหบและแสบซ่าน...
จนกระทั่ง Edrin นั้นเฉือนท้องของมันจนถึงจุดกลางของความยาวลำตัวกว่า 10 เมตร ของมัน...
เผยให้เห็นเป็รอยผ่าที่ไม่ได้เรียบเนียนมากนัก ยาวเกือบ 5 เมตร...
เืสีเหลืองขุ่นที่ไหลออกมา และปากแผลที่กว้างพอจะให้มองเห็นบางสิ่งที่อยู่ด้านในร่างที่สิ้นลมของเ้าตะขาบั์ ค่อยๆ ไหลลงมา...
.
.
และมันก็นิ่งลง... ในที่สุด...
การต่อสู้ที่ยืดเยื้อและกินเวลานานหลายชั่วโมง ก็ทำเอาชายสองคน หมดแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่...
Edrin ที่ยืนอยู่ตรงส่วนหางของเ้าตะขาบั์ที่สิ้นพิษศงไปแล้ว... ค่อยๆ ดึงดาบของเขาออกมาจากร่างของมัน
ก่อนจะสะบัดเืสีเหลืองขุ่นออกจากดาบ และเก็บมันเข้าฝักเหมือนอย่างที่เคยทำ...
เขาหมดแรงจากการต่อสู้ทั้งหมดที่เกิดขึ้น...จนทรุดตัวลงที่พื้นทรายในท่าคุกเข่า พลางหายใจเข้า และออก ด้วยอาการที่เหนื่อยล้า...
Rowan ที่กดโล่ของเขาเอาไว้กับหัวของมันนั้นก็อยู่สภาพที่ไม่ต่างกันและเมื่อมั่นใจว่าทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว เขาทิ้งตัวลงนอนแผ่หงายอยู่ที่พื้นทรายในสภาพที่อิดโรย...
พวกเขาทั้งคู่ต่างไม่พูดอะไรออกมา...
...นานพอจนความเงียบจะเข้าแทรกตัวระหว่างเขาทั้งสอง...
.
.
.
“ต่อไป...ข้าขอเลือก...สู้กับคนด้วยกัน...ยังดีเสียกว่า”
Rowan พูดออกมาท่ามกลางความเงียบ ด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้า
“ข้าเห็นด้วย....Rowan”
“ใช่ไหมล่ะ...ฮ่ะฮ่ะ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า”
“เ้าขำ...อะไร Rowan?”
“ข้าไม่รู้หว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า แค่มาคิดดู... เราเกือบจะเป็อาหารมันเลยนะ”
“นั่นแหละ ที่ข้าไม่เข้าใจ”
“ว่ามันมีอะไร...น่าขำ?”
“เพราะมันคงหมายถึง...ข้ายัง...มีชีวิตล่ะมั้ง ฮ่าฮ่า”
“งั้นหรอ...หึหึ...ก็คงจะ...หมายความตามนั้น”
.
.
“ฮะฮะฮะ”
“หืม... นี่เ้าขำงั้นหรอ? Edrin? ...วันนี้มีหวังหิมะตกที่ทะเลทราย
เป็แน่เลย ฮ่าฮ่า”
Rowan ที่ได้ยินเพื่อนของเขา ขำเบาๆ ออกมา ก็พลันหัวเราะลั่นจนลืมความเหนื่อยล้าที่พึ่งเกิดขึ้น...
จนความเงียบงันเมื่อก่อนหน้า ถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะของ Rowan และเสียงหัวเราะเบาๆ ของ Edrin ปนอยู่ด้วย...
“ข้าว่าเราควรรีบเก็บเืของมัน...”
Edrin พูดขึ้นมาตัดเสียงหัวเราะชอบใจของ Rowan
ก่อนจะลุกขึ้น นำเอาขวดที่จัดเตรียมเอาไว้สำหรับบรรจุเืตะขาบ ก่อนจะจ่อมันไว้ ตรงที่เืสีเหลืองขุ่นนั้น ไหลหยดลง...
ไม่นานนักมันก็ถูกเติมจนเต็มขวด...
Rowan ลุกขึ้นมา ก่อนจะมองไปที่ซากของตะขาบทะเลทรายตัวที่มีขนาดยาว 6 เมตร แล้วพูดขึ้นมาว่า
“ข้าคิดว่า...เกราะหนาๆ ของมัน จะทำเป็เสื้อเกราะได้นะ”
“ว่าไหม Edrin?”
“สำหรับข้า มันอาจจะหนักไป...ข้าขอผ่าน...”
“ตามใจ... แต่ข้าคิดว่าจะเก็บติดมือไปให้ Bromm ช่วยทำชุดเกราะไว้”
“นายช่าง Bromm น่าจะไม่ยอมเ้าง่ายๆ”
“เดี๋ยวข้าค่อยให้ยัยหนูช่วยกล่อม ฮ่าฮ่าฮ่า”
“เื่นี้ข้าไม่เห็นด้วย...”
“ทำไมล่ะ...ยัยหนูน่าเก่งจะตายไป สำหรับเื่นี้”
“เพราะ Liora จะบ่นเ้าที่อยู่ในสภาพเช่นนี้ก่อน...”
Edrin มองไปที่ตัว Rowan ที่มีาแอยู่เต็ม่แขน... แม้มันจะไม่ใช่แผลที่หนักจนถึงชีวิต แต่ไม่ใช่สำหรับ Liora...
“เ้าต้องอธิบายให้เธอ...หายกังวลเสียก่อน...”
“เื่สร้างชุดเกราะ...เป็เื่รองลงมา...”
“อืม...มันก็จริงแฮะ...งั้นข้าจัดการกับ Bromm เองก็แล้วกัน”
Rowan พูดขึ้นมาหลังจากนั้นจึงเริ่มเดินไปเก็บเอาเกราะของตะขาบที่นอนสิ้นใจอยู่อีกฝากหนึ่ง...
ทั้งทุลักทุเล ทั้งเหม็นกลิ่นเื... แต่ก็สามารถเก็บเอาวัตถุดิบทั้งหมดได้อย่างเรียบร้อย แม้จะกินเวลาเพิ่มไปสักพัก...
“ข้าว่าเราพร้อมกลับไปหา Liora แล้วล่ะ Edrin”
“ข้าก็ว่าอย่างนั้น...กลับไปหา Liora กันเถอะ”
“เฮ้ออออ... ข้าละเริ่มหิวแล้วสิ เ้าว่ามื้อเย็นวันนี้จะได้กินอะไร?”
“ข้าไม่ได้คิดเื่นั้น...จะอะไรก็ กินได้เพื่ออยู่...”
“เฮ้อออ.. เ้านี่มันไร้สุนทรีเื่อาหารเสียจริง ชวนอารมณ์เสียชะมัด”
“ข้าแค่...ไม่ได้สนใจมัน...ก็เท่านั้น”
“แต่มันก็สมเป็เ้าดี Edrin ฮ่าฮ่าฮ่า”
Rowan หัวเราะพลางกอดคอ Edrin อย่างอารมณ์ดี
แม้ว่าเขาจะทำสีหน้าที่ดูรำคาญเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ Rowan ในครั้งนี้ ก่อนทั้งคู่จะเดินออกมาจากรังสังหารของพวกตะขาบทะเลทราย...
เพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังสถานที่ ที่พวกเขาอาจจะสามารถเรียกมันได้ว่า “บ้าน” แม้จะชั่วคราวก็ตาม...
.
.
ในระหว่างทางกลับไปยัง Oasis Liora…
“เดี๋ยวก่อน Rowan!”
“มีอะไร ?”
Rowan ที่เดินอย่างสบายใจ ก็เปลี่ยนท่าทีในทันตา พลางยกโล่ เข้าประจำตำแหน่งอย่างขึงขัง...
“ข้าเห็น...”
“พวกตะขาบ หรือตัวอะไรที่อันตราย ใช่ไหม?”
“มันกำลังใกล้เข้ามา...นิ่งๆ ไว้ Rowan”
“แล้วมัน...เป็ตัวอะไร ตัวใหญ่ไหม?”
Rowan แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความจริงจัง มือกำโล่ไว้แน่นพร้อมยืนอย่างมั่นคง เตรียมรับการจู่โจมที่กำลังจะเกินตรงหน้า...
Edrin หลังได้ยินคำถาม เขาเพียงนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่ตอบอะไร ก่อนจะกลืนน้ำลายหนึ่งครั้ง...
“มันคือ...”
“คือ?”
.
.
“กระต่าย ทะเลทราย! ฮึบ!”
Edrin พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขึงขัง ก่อนจะปามีดสั้นเขาปลิดชีพกระต่ายทะเลทรายผู้แสนโชคร้าย ที่วิ่งพ้นเนินทรายเล็กๆ อยู่ไม่ไกลนัก
มีดปักเข้าเป้า ราวกับจับวาง...
“เฮ้อออ... เ้าก็ทำจริงจัง ก็นึกว่าจะต้องสู้อีกรอบ โถ่...”
“ข้าไม่ได้พูดซะหน่อย...ว่ามีศัตรู...”
“ข้าแค่บอกให้เ้า...นิ่งไว้...”
“เฮ้ออ... ช่างเ้าเถอะ แล้วนี่จะเอามันกลับไปที่แคมป์ใช่ไหม”
“ใช่...”
“อย่างน้อย Liora จะได้กินอย่างอื่นบ้าง...”
“งั้นก็เข้าท่า...”
Edrin เดินเข้าไปที่ร่างอันสิ้นลมของเ้ากระต่ายทะเลทราย เขานำมีดสั้นประจำตัวของเขาออก เช็ดเื และเก็บเข้าสายคาดอก ก่อนจะหิ้วเอาร่างของกระต่ายตัวนี้ขั้นไหล่ และเดินทางต่อ...
“เดี๋ยวๆ นี่เ้าจะหิ้วไปทั้งแบบนี้เลยหรือ Edrin?”
“ใช่...ข้าทำอะไรผิดไปงั้นหรอ..?”
“เฮ้ออ... เ้าไม่คิดว่ายัยหนูจะสงสารที่มัน...โดนเ้าล่ามาหรือไง”
Edrin นิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังคิดอะไรได้บางจากในสิ่งที่ Rowan พูดออกมา
“เ้าควรเตรียมเนื้อของมันเพื่อใช้สำหรับปรุงอาหาร...”
“แค่นี้ยัยหนู ก็จะได้ไม่ต้องเห็นตอนที่ถลกหนัง หรือแร่เนื้อแล้ว ข้าพูดถูกไหม ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ก็ถูกของเ้า Rowan งั้นก็ทำตามที่เ้าว่า...”
Edrin ก็ได้ทำการถลกหนังกระตายทะเลทราย ก่อนที่จะค่อยๆ แยกเอาเครื่องในออก และแร่เอาส่วนที่เป็ชิ้นเนื้อออกมา เพื่อใช้สำหรับมื้อเย็นในวันนี้...
“เท่านี้ก็เรียบร้อย... เดินทางกันต่อเถอะ Edrin”
“อืม...ไปเถอะ”
ทั้งคู่เริ่มอออเดินทางอีกครั้ง... ก่อนจะเจอเข้ากับกระต่ายทะเลทรายอีก ตัวสองตัว และแน่นอนว่า Edrin ก็ไม่พลาด...
เวลาได้ล่วงผ่านมาถึง่เย็น...ณ Oasis นามว่า Liora
เด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังเรียนตำราเล่มหนา พลางขีดและเขียนตัวหนังสือด้วยสีหน้าที่ดูเหม่อลอย....
“หนูน้อย... วันนี้ข้าคิดว่าเ้าควรจะพักได้แล้วนะจ๊ะ”
“หนูน้อย...”
.
.
.
“เอ๊ะ!... ว่ายังไงนะคะ ป้า Aelthara พอดีหนู...”
“สะกดคำในหัวนานไปหน่อยค่ะ”
“หึหึ... หนูน้อย เ้าหลอกข้าไม่ได้หรอกนะ... เ้าเป็ห่วงทั้งสองคนนั้นใช่ไหมจ๊ะ หืมม...?”
Liora ก้มหน้าลงเล็กน้อย
“ขอโทษนะคะที่หนู...โกหก”
เธอพูดกับท่านหญิงเอลฟ์ด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด...
“ข้าไม่ถือโทษโกรธเ้าหรอก หนูน้อย...การที่เ้าเป็ห่วงพวกเขานั่นแสดงว่า พวกเขาทั้งสอง สำคัญกับเ้ามาก...”
“และการที่เ้าโกหก นั่นก็เพราะ ไม่อยากให้ช้าต้องเป็ห่วงเ้า...
ถูกไหมจ๊ะ Liora”
“ค่ะ...ป้า Aelthara”
“ดีมากจ้ะ...เช่นนั้นแล้ว เ้าพักก่อนดีกว่านะ หนูน้อย”
“ป้า Aelthara คะ ถ้าพี่ Edrin กับลุง Rowan ไม่กลับมาล่ะคะ”
“เ้าไม่ต้องกังวลเื่นั้นไปหรอก...”
Aelthara เขยิบเข้ามาใกล้เด็กสาวเล็กน้อยก่อนจะลูบหัวของเธอเบาๆ
“ก่อนที่ Edrin จะออกไป เ้าเล่าให้ข้าฟังว่า เขาให้เ้าตั้งชื่อให้คุณม้าหรือเปล่านะ?”
“ใช่ค่ะ! หนูคิดเอาไว้แล้ว....คุณม้าชื่อว่า...Ragnar ค่ะ!”
“งั้นหรือจ๊ะ...เป็ชื่อที่ดู มีพลังมากเลยนะ”
“ค่ะ หนูคิดว่าคุณม้าจะชอบชื่อนี้นะคะ”
“คุณม้าต้องชอบแน่นอนเลยล่ะ Liora”
Aelthara กล่าวอย่างอ่อนโยน และเด็กสาวก็มีท่าทีที่ดูผ่อนคลายมากขึ้น เธอยิ้มออกมาอย่างภูมิใจหลังจากบอกชื่อที่เตรียมไว้ตั้งให้คุณม้า...
“หนูพึ่งนึกขึ้นได้!”
“อะไรจ๊ะ หนูน้อย?”
“พี่ Edrin ให้หนูเก็บ “หญ้าหางม้าทราย” ให้ป้า Aelthara แล้วก็เอาให้คุณม้ากิน”
“หนูขอไปเก็บก่อนนะคะ ป้า Aelthara คนสวย”
“จ้า... ระวังอย่าพลัดตกน้ำเอาล่ะ Liora”
“ขอบคุณค่ะ ป้า Aelthara”
Liora ยิ้มอย่างร่าเริง ก่อนจะเก็บหนังสือ รวมถึงอุปกรณ์การเรียนของเธอให้เข้าที่... หลังจากเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้วิ่งปรี่ไปยังบริเวณที่พืชชนิดนี้ขึ้นอยู่...
Aelthara จากที่นั่งอยู่ในกระโจทของเธอ ก็พลันลุกขึ้นมา เฝ้ามองเด็กสาวอยู่ไกลๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอนั้นจะไม่เผลอเล่นซน จนพลัดตกน้ำไป...
เด็กสาวที่กำลังเก็บเอาต้นหญ้าหางม้าทราย อย่างแข็งขัน แต่ก็ระมัดระวังไม่ให้ตัวเองอยู่ใกล้กับน้ำมากเกินไป...
เธอเก็บมันมาได้กำมือใหญ่ ก่อนจะวิ่งไปหาคุณม้าตามที่ Edrin
ได้ฝากฝังเอาไว้
“คุณม้า...ต่อจากนี้ คุณม้าชื่อ Ragnar นะคะ”
“หนูเอา หญ้า...เอ่ออ หญ้าหางน้ายาย มาให้!”
Ragnar ที่กำลังแทะเล็มหญ้าอยู่ใกล้ๆ กับต้นปาล์ม ก็พลันส่งเสียงเบาๆ ในลำคอเล็กน้อย สบัดหูนิดหนึ่ง ก่อนจะดันหัวของมันมาชนแก้มของเด็กสาว...
“คุณม้า...ฮะฮะ มันจั๊กจี้นะคะ ฮะฮะ”
Liora ลืบหัวของ Ragnar เบาๆ เหมือนกับว่าเธอเข้าใจในความหมายของมันแล้ว
“เดี๋ยวพี่ Edrin ก็จะกลับมาแล้วล่ะค่ะ”
“คุณ Ragnar ชอบหญ้าหางน้ายาย ไหมคะ?”
เ้า Ragnar ดมหญ้าหางม้าทรายที่เด็กสาวนำมาให้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ แทะเล็มช้าๆ พลางสะบัดหางเบาๆ เป็จังหวะ
“กินเยอะๆ นะคะ คุณ Ragnar”
.
.
ภาพของพระอาทิตย์ที่กำลังลาลับจมลงสู่ขอบทะเลทราย... ก่อนที่แสงสุดท้ายของวันจะมืดดับลง
เด็กสาวยืนอยู่ไม่ไกลจากต้นปาล์ม ที่มีป้ายชื่อป้สยใหญ่...
สายตาของเธอยังคงจ้องมองไปยังเนินทรายเล็กๆ ตรงทิศทางที่ Edrin และ Rowan เดินทางออกไปเพื่อทำภารกิจ...
“Liora!! มาเตรียมมื้อเย็นเร็วเข้า!!”
เสียงเรียกของ Aelthara ที่ดังชัดจากฝั่งของกระโจม และกองไฟที่กำลังจะถูกจุดขึ้นมาใหม่...
“หนูกำลังไปค่า!”
เด็กสาวมองไปยังเนินทะเลทรายเล็กๆ ที่ยังคงว่างเปล่า และไรซึ่งวี่แววของคนที่ทั้งสองที่เธอเฝ้ารอ
ก่อนจะหันหลังและเดินกลับไปหา Aelthara ที่กองไฟ...
เสียงของฝีเท้าผู้ใหญ่ที่เดินลงมาจากเนินทราย...
ค่อยๆ ดังไล่หลัง Liora มาใกล้ๆ จนเธอหยุดยืนอยู่นิ่งๆ ..
จนกระทั่งเสียงของฝีเท้านั้นมาหยุดอยู่ข้างหลังเธอไม่ไกลมากนัก...
Liora มองไปยัง Aelthara ที่อยู่ตรงกองไฟ และกระโจม เธอกำลังยิ้มให้เด็กสาวอยู่...
น้ำตาของเธอนั้นค่อยๆ เอ่อไหลออกมาเล็กน้อย ทั้งๆ ที่ใบหน้าของเธอกำลังยิ้มอยู่อย่างโล่งใจ...
เด็กสาวสูดหายใจเข้าครั้งหนึ่ง ก่อนเชิดหน้าขึ้น ปาดน้ำตาไหลริน...
พลันหันกลับไปหาคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอ
ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอย่างชัดถ้อย...
.
.
.
“ยินดีต้อนรับกลับมานะคะ พี่ Edrin ลุง Rowan”