เช้าวันต่อมาหลิวจ้านเเละเย่เอ๋อเดินทางไปที่เมืองท่าเรือ วันนี้หลิวจ้านต้องไปสอนประกอบปืนไฟให้กับจูล่งที่ค่ายทหารบนภูเขา หลิวจ้านได้เเวะมาดูเรือนที่พักของเขาเพราะพ่อบ้านจางให้คนไปส่งข่าวบอกกับเขาว่าเรือนที่พักหลังเล็กสร้างเสร็จแล้ว หลังจากดูเสร็จหลิวจ้านให้เย่เอ๋อไปหาซื้อของใช้ เข้าเรือนหลังใหม่ เรือนหลังนี้อยู่ติดกับแม่น้ำหลิวจ้านให้สร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ สามารถนอนได้สามสี่คน เพราะมีแค่ห้องนอนห้องเดียว ส่วนเรือนหลังใหญ่ยังสร้างไม่เสร็จ น่าจะอีกหลายวัน สั่งงานเรียบร้อยหลิวจ้านได้ขึ้นไปบนภูเขา จูล่งเป็นคนมารับตัวเขาขึ้นไปรถม้าสามารถขึ้นได้ส่วนอาวุทธจูล่งได้ทำตามคำสั่งของหลิวจ้านเก็บไว้ในโกดังใหญ่
“ท่านไปเรียกทุกคนมารวมกัน”
จูล่งทำตามคำสั่งของหลิวจ้าน เมื่อทุกคนมารวมตัวกันหลิวจ้านได้พูดขึ้น
“ต่อไปนี้จะเป็นการฝึกที่จริงจัง หากว่าใครทนไม่ไหวสามารถถอนตัวได้ทุกเมื่อ แต่หากว่าใครผ่านการฝึกไปได้ พวกเจ้าเชื่อข้าเถอะชีวิตของ
พวกเจ้าจะเปลี่ยนไปตลอดการ เชื่อเสียงเงินทองจะเป็นของพวกเจ้า ต่อแต่นี้พวกเจ้าดูให้ดีข้าจะสอนการฝึกแต่ละอย่างให้กับพวกเจ้าดู”
จากนั้นหลิวจ้านเริ่มฝึกเป็นฐานไปเรื่อยๆ เหมือนกับการฝึกทหารในยุคปัจจุบัน มีการวิ่งหลบสิ่งกีดขวาง การคลานการลอดรั่วหนาม การว่ายน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ขนาดเตียวจูล่งยังทึ่งกับการฝึกในรูปแบบที่หลิวจ้านสอน ถึงแม้ว่าเขาจะเงอะงะอยู่บ้างในช่วงของการฝึกแต่ความคิดของเขาช่างสุดยอดจริงๆ พอหลิวจ้านสาธิตการฝึกเสร็จเขาถึงกับนั่งหอบหายใจ เพราะตัวเขาก็ยังไม่เคยฝึกมาก่อน เคยดูแต่ในทีวี เย่เอ๋อที่กลับมาจากซื้อของได้เห็นหลิวจ้านนั่งหอบหายใจถึงกับหัวเราะออกมา แต่พอเห็นหลิวจ้านหันมามองนางก็รีบหยุดหัวเราะทันทีและรีบหาน้ำมาให้เขาดื่ม ต้องบอกว่าตอนนี้เย่เอ๋อที่แต่ก่อนเคยเป็นเสือร้าย แต่พอมาอยู่กับหลิวจ้านกับกลายเป็นแมวไปซะงั่น หลังจากที่หลิวจ้านสอนการฝึกเสร็จเขาได้ลงไปกินข้าวที่บ้านหลังเล็กริมน้ำของเขา ข้างหน้าฝั่งแม่น้ำหลิวจ้านได้ทำที่นั่งกินข้าวเอาไว้ด้วย ทั้ง 5 คนได้กินข้าวด้วยกัน หลังจากกินข้าวเสร็จหลิวจ้านได้เริ่มสั่งงาน
“หลินเฉา อีกนานหรือไม่ที่จวนหลังใหญ่จะเสร็จ”
“น่าจะเกือบเดือนขอรับเพราะคุณชายไม่ต้องการคนมากผู้น้อยก็เลยไม่ได้เร่งเวลาช่างฝีมือ”
“พวกท่านไม่ต้องรีบ ไปได้แล้ว”
หลินเฉาจากไป
“พ่อบ้านจางท่านไปรับสมัครช่างต่อเรือมาสร้างที่ต่อเรือได้หรือไม่”
“เรียนคุณชายการที่จะสร้างที่ต่อเรือต้องขออนุญาติทางการก่อนขอรับ”
หลิวจ้านได้ฟังก็รู้สึกอยากจะพบองค์หญิงอีกสักครา
“เอาเป็นว่าท่านกลับไปดูแลที่จวนใหญ่ก่อนก็แล้วกัน”
“พี่เตียวเดียวข้าจะสอนท่านส่งสัญญานเป็นภาษามือเพราะกองทัพของเราต้องปฎิบัติการเเบบเงียบๆ”
จากนั้นหลิวจ้านได้นั่งสอนภาษามือกับเตียวจูล่ง เย่เอ๋อนั่งมองศิษพี่ของนางทำผิดทำถูกถึงกับหยุดขำออกมา
หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไป หลิวจ้านไม่มีอะไรทำ เขาเลยลองทำกังหันน้ำขนาดเล็กขึ้นมา และจะติดตั้งเอาไว้ที่หน้าเรือนหลังเล็กของเขา เย่เอ๋อไม่รู้ว่าหลิวจ้านกำลังคิดจะทำอะไร นางได้แต่เป็นผู้ช่วยของเขา คอยหยิบสิ่งต่างๆส่งให้หลิวจ้าน หลงัจากทำเสร็จเรียบร้อยหลิวจ้านได้ลองนำไปติดตั้ง เย่เอ๋อพอได้เห็นกังหันน้ำขนาดเล็กที่หลิวจ้านทำขึ้นมาและติดตั้งเรียบร้อยนางถึงกับยืนอึ้ง หลิวจ้านไม่ได้สร้างเฉพาะกังหันแต่เขายังนำไม่ไผมาผ่าแบ่งขึ่งแนวยาวเพื่อที่จะทำให้น้ำไหลได้ ติดตั้งกังหันน้ำเสร็จหลิวจ้านได้วางท่อไม่ไผ่ของเขาเข้ามาที่หน้าเรือนเล็กเวลาหลังจากกังหันน้ำเริ่มที่จะหมุนไปตามกระเเสน้ำ จังหวะที่ใบของกังหันหมุนขึ้นมา ได้ตักเอาน้ำในแม่น้ำขึ้นมาด้วย และทำให้มีน้ำไหลมาตามท่อไม่ไผ่ หลิวจ้านใช้เวลาเกือบทั้งวันกว่าจะทำเสร็จ
“มีอะไรบ้างที่ท่านไม่สามารถสร้างได้”เย่เอ๋อพูดขึ้นมา
“เจ้าอยู่กับข้านานๆเจ้าก็จะได้เห็นสิ่งต่างๆมากกว่านี้ ข้าหิวแล้วพวกเราไปกินข้าวในเมืองท่าเรือกัน”
จากนั้นทั้งสองได้เดินทางไปภายในเมืองท่าเรือ ทั้งสองได้มาที่ร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดของเมืองแต่รู้สึกว่าไม่ค่อยจะมีคนเยอะ หลิวจ้านสงสัยคงจะเป็นเมืองเล็กๆเลยไม่ค่อยจะมีคน พอทั้งสองได้นั่งลงที่โต๊ะและได้สั่งอาหารไปสี่ห้าอย่าง อาหารมาถึงหลิวจ้านเเละเย่เอ๋อได้เริ่มกิน กินไปได้ซักพักได้มีชายอ้วนเดินเขามาหาพวกเขาและนั่งลงข้างๆหลิวจ้าน
“พวกท่านทั้งสองมาจากที่ไหน”เป็นชายอ้วนที่ถามขึ้นมา
“พวกเรามาจากเมืองลั่วหยาง”
“เจ้าเคยได้ยินเรื่องหอไชน่าทาวน์ และเคยไปกินที่นั่นหรือไม่”
“เคยได้ยินแต่ไม่เคยไปกินเพราะมีคนพูดว่าอาหารที่นั่นแพงมาก”
“ฮ่าๆๆเห็นหรือไม่มีคนคิดแบบเดียวกับข้านี้น้องชายเจ้าว่าอาหารของร้านข้าอร่อยหรือไม่”
“ตั้งแต่ข้าเกิดมาพึ่งเคยกินอาหารที่อร่อยที่สุดก็คือร้านของท่านแถมราคายังถูกอีกด้วย”
“เจ้าพูดได้ พูดได้ดี น้องชายเจ้าชื่อว่าอะไรรึ”
“ข้าชื่อจูล่งเเซ่เตียว”
“เจ้าอยู่ที่เมืองลั่วอยางเจ้ารู้หรือไม่ว่าใครเป็นเจ้าของหอไชน่าทาวน์”
หลิวจ้านทำสีหน้าอึกอัก ชายอ้วนเห็นก็พูดขึ้นมา
“เจ้าพูดมาเถอะเจ้าไม่ต้องกลัวใครเดียวข้าจะจัดการให้เจ้าเอง”
“เห็นท่านพูดแบบนี้ข้าก็สบายใจและกล้าที่จะพูด ว่าแต่ทำไมท่านถึงต้องการรู้จักเขา"
“เจ้าคงยังไม่รู้สินะว่าต้อนนี้ร้านใหญ่ๆแทบทุกร้านไม่ค่อยจะมีลูกค้าทำให้กิจการไม่ค่อยจะดีสาเหตุมาจากหอไชน่าทาวน์ พวกเถ่าแก่ร้านต่างๆจึงได้ออกความคิดเห็นกัน ว่าจะจ้างนักฆ่าไปฆ่าเจ้าของหอซะ”
หลิวจ้านถึงกับตกใจ นี้ขนาดต้องจ้างนักฆ่ามาฆ่าข้าเชียวรึ หึหึ พวกเจ้าเล่นผิดคนเสียเเล้ว
"หากว่าข้าพูดไปแล้วท่านต้องเงียบเอาไว้นะ”
“ได้ข้าจะไม่บอกใคร”
หลิวจ้านได้ดึงชายอ้วนเข้ามาใกล้ๆ พร้อมทั้งกระซิบบอกเขาไป พอชายอ้วนได้ยินถึงกับรีบลุกขึ้นจากเก้าอีและรีบเดินจากไปทันที เย่เอ๋อนางเป็นคนเดียวที่นั่งขำนางได้ฟังสิ่งที่หลิวจ้านโกหกชายอ้วนนางเกือบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหวแต่นางไม่ได้ยินสิ่งที่หลิวจ้านกระซิบบอกชายอ้วน หลังจากนั้นทั้งสองได้กลับมาพักที่เรือนหลังเล็กริมแม่น้ำ
“ท่านกระซิบอะไรกับชายอ้วน”เย่เอ๋อถามหลิวจ้านในต้อนนี้หลิวจ้านกำลังนอนกอดนางพร้อมทั้งเอาใบหน้าของเขาไปซุกที่ต้นคอของนาง
“ข้าบอกชายอ้วนไปว่าคนที่เป็นเจ้าของหอคือองค์ชายใหญ่”
เย่เอ๋อได้ยินสิ่งที่หลิวจ้านบอกกับชายอ้วนนางถึงกับหัวเราะออกมา จากนั้นหลิวจ้านก็หลับไป