มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

    บทที่ 185 แก่งแย่งชิงดี

    บทที่185แก่งแย่งชิงดี

     

            คนแห่งวิหารยุทธ์และศิษยานุศิษทั่วทั้งปฐพีถูกเรียกตัวไม่ว่าจะตำแหน่งสูงต่ำต้องน้อมรับมิอาจละเว้น บุรุษตาเดียวเอี้ยงเซี่ยรวมถึงผู้ใต้อาณัติของมันที่กำลังไล่ล่าควานหาตัวแพทย์ไร้นามเพื่อหาโอกาสแก้แค้นเอาคืนเป็นต้องถอนกำลังคำสั่งของท่านธรรมบาลยุทธ์แม้มิอาจเรียกได้ว่าเป็นโองการฟ้า แต่นั่นก็มิต่างจากโองการปฐพีจึงมิอาจมีผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่ง

             

            กองกำลังแห่งวิหารยุทธ์จากทั่วทั้งปฐพีจึงรวมตัวเป็นหนึ่งพวกมันโอบล้อมอยู่ที่เขาเถาหมิงซาน ไม่ว่าจะพานพบอุปสรรคความยากลำบากใด พวกมันจะต้องควานหาหุบเขาเร้นลับให้จงได้นี่คือคำขาดที่ธรรมบาลยุทธ์ออกโองการ!

             

            เป้าหมายหลักคือสังหารเหล่าผู้ฝึกญาณที่เล็ดรอดเป้าหมายที่แท้จริงคือวิญญาณของอวิ๋นเซี่ยวซุน!

             

            “ไม่เคยเห็นท่านธรรมบาลยุทธ์เป็นจริงเป็นจังขนาดนี้มาก่อน"

             

            “นำกำลังทั้งหมดทั่วทั้งปฐพีมาเช่นนี้ย่อมแสดงว่าท่านพร้อมแล้ว”

             

            “พร้อมที่จะท้าชิงตำแหน่งผู้เฒ่าศักดิ์สิทธิ์น่ะหรือ"

             

            “ท่านธรรมบาลของพวกเราย่อมเหมาะสมต่อตำแหน่งนี้เป็นที่สุด"

             

            “หากท่านขึ้นดำรงตำแหน่งนั้นได้จริงวิหารยุทธ์ของพวกเราก็มิต่างจากเสือติดปีก เช่นนั้นมาพยายามทำการส่งเสริมท่านธรรมบาลยุทธ์อย่างสุดความสามารถเถอะ"

             

            “พวกเราต้องกวาดล้างเหล่ามุสิกนอกรีตกลุ่มสุดท้ายรวมถึงตัวหัวหน้าของพวกมันให้ได้"

             

            คนของวิหารยุทธ์เริ่มคาดเดาต่อท่าทีการเคลื่อนไหวของธรรมบาลของพวกตนได้แล้วยิ่งรู้ก็ยิ่งบังเกิดความฮึกเหิม หากท่านธรรมบาลตนยิ่งบินสูงได้เท่าไหร่ อำนาจในทางปฐพีของวิหารยุทธ์ก็จะมีมากเท่านั้นเพราะตำแหน่งเจ้าวิหารยุทธ์คนถัดไปย่อมหนีไม่พ้นนายน้อยของวิหาร เมื่อเป็นความสัมพันธ์พ่อลูกอย่างไรความสำคัญของวิหารยุทธ์ย่อมมาเป็นอันดับแรกๆ

             

            ถึงตอนนั้นวิหารยุทธ์จะอยู่เหนือกว่าอีกสามวิหารแห่งนิกายเทวะวจนะ!

             

            อวิ๋นเซี่ยวซุนได้เห็นการเคลื่อนไหวใหญ่อีกครั้งของนิกายเทวะวจนะแต่ครานี้มันรู้สึกได้ถึงความจริงจังและเด็ดขาดไม่เหมือนเดิม นิกายเทวะวจนะไม่ย่อท้อต่อการค้นหาไม่ล้มเลิกความตั้งใจโดยง่าย พลังปาฏิหาริย์หรือของวิเศษใดที่พวกมันมีอยู่ ล้วนถูกใช้ออกอย่างบ้าคลั่งไม่เสียดายนี่แสดงให้เห็นถึงปณิธานที่ว่า ไม่ตายไม่เลิกรา

             

            หากนิกายเทวะวจนะยังปูพรมและใช้ทรัพยากรล้ำค่ามากมายอยู่ต่อเนื่องอย่างไม่เสียดายเช่นนี้มิแน่สถานที่ที่เร้นลับมาอย่างยาวนานภายใต้หุบเขาเถาหมิงซานแห่งนี้อาจจะไม่เร้นลับอีกต่อไป!

             

            บึงลี้ลับล่มสลายมาแล้วครั้งหนึ่งก็ด้วยฝีมือของคนจากวิหารยุทธ์เช่นนั้นความได้ใจและความมั่นใจจึงเกิดแก่พวกมันอย่างท่วมท้น

             

            ดรุณีสะคราญโฉมที่ราวกับบุปผาบานสะพรั่งในอาภรณ์แดงโลหิตนางก้าวเดินออกมาหยุดยืนที่เบื้องหน้าของอวิ๋นเซี่ยวซุน ในมือถือผ้าผืนบางสีแดงขึ้นมาผูกคลุมปิดครึ่งใบหน้าก่อนกล่าวว่า

            “อาจารย์ให้ศิษย์ไปดูความเคลื่อนไหวของพวกมันซักครั้ง"

             

            สตรีกลางคนมารดาของนางกล่าวแย้ง

            “ผิงเอ๋อลูกพึ่งออกจากการเก็บตัวฝึกวิชา สมควรพักฟื้นร่างกายและปรับสมดุลพลังให้พร้อมกว่านี้"

             

            ดรุณีสะคราญโฉมนามหลงผิงผู้นี้เข้ามากุมมือมารดาแล้วกล่าวอย่างเจ้าเล่ห์ซุกซน

            “มีแต่ต้องเผชิญสถานการณ์จริงพลังจึงจะถูกกระตุ้นได้ถึงขั้นสุด ท่านแม่มิต้องเป็นกังวลไป บุตรีผู้นี้ของท่านเคยทำให้ท่านต้องผิดหวังหรือ”

             

            อวิ๋นเซี่ยวซุนหันไปกล่าวกับสตรีกลางคน

            “หลงฮูหยินมิต้องห่วงนางแม้นข้างนอกมีตัวตนที่ร้ายกาจที่นางมิอาจเอาชนะได้อย่างธรรมบาล แต่หากธรรมบาลคิดจะรั้งตัวนางคงเป็นไปได้ยากและอีกอย่าง หุบเขาเร้นลับแห่งนี้เห็นจะมีนางผู้เดียวที่จะออกไปดูเรื่องราวได้"

             

            คำกล่าวของอวิ๋นเซี่ยวซุนทำให้ผู้คนในหุบเขาเร้นลับหนักใจนับตั้งแต่การปะทะซึ่งหน้าระหว่างมันกับมหาเทวะเทียนหมิง อวิ๋นเซี่ยวซุนก็ไม่เหมือนอวิ๋นเซี่ยวซุนคนเดิมแล้วอาการบาดเจ็บเรื้อรังยากรักษา รบกวนไปถึงการใช้พลังของมันอย่างยิ่งยวด ตัวตนที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายของเหล่าผู้ฝึกญาณแสงสว่างแห่งความหวังที่จะแปรเปลี่ยนโลกที่มืดมิดของพวกมัน นับวันยิ่งดูหม่นแสงลงไปอย่างน่าใจหาย

             

            เหล่าผู้อาวุโส รวมถึงเหล่าผู้ฝึกญาณต่างมองอวิ๋นเซี่ยวซุนด้วยแววแห่งความสิ้นหวังอวิ๋นเซี่ยวซุนเองมิต้องการให้ผู้คนหมดหวังในตอนนี้ มันจึงกล่าวต่อไปว่า

            “โบราณเคยกล่าวไว้คลื่นลูกใหม่มักไล่ทันคลื่นลูกเก่าเสมอ สายเลือดสุดท้ายแห่งตระกูลหลงใกล้จะไล่ตามข้าทันแล้วและด้วยสายเลือดแห่งปาฏิหาริย์ของนาง ในไม่ช้าคงก้าวข้ามคนอย่างข้า"

             

            คำกล่าวนี้สร้างกำลังใจให้ผู้คนอยู่ไม่น้อยปรมาจารย์อวิ๋นเซี่ยวซุนของพวกมันไม่ใช่ผู้ที่จะกล่าวอะไรพล่อยๆ อีกทั้งพวกมันก็ได้เห็นพัฒนาการของหลงผิงมาแต่เยาว์วัยเช่นนั้นบัดนี้หลงผิงจึงกลับกลายเป็นความหวังใหม่ของพวกมัน

             

            “เจ้าออกไปครานี้ต้องระวังตัวเป็นพิเศษเพราะที่นี่นอกจากแม่แล้วยังมีอีกหลายชีวิตที่ยังอยากเห็นอนาคตของเจ้า"

             

            หลงผิงแย้มยิ้มออกมา

            “ท่านมิต้องกังวลและเป็นห่วงลูกจะระวังให้มากๆ"

             

            กล่าวจบหลงผิงก็กำชับร่มกระดาษสีชาคู่ใจเดินออกจากปากถ้ำที่สลับซับซ้อนผ่านค่ายกลพลังญาณอันลึกล้ำลวงตาหลายค่ายกลที่วางไว้ตามทาง ออกไปจากหุบเขาเร้นลับอย่างรวดเร็ว

             

            เมื่อออกจากเส้นทางลับนางก็กางร่มสีชาออกกันแดด เดินทอดน่องราวกับดรุณีน้อยที่ชมนกชมไม้ตามธรรมชาติ แต่ความงดงามของนางที่แม้มีผ้าปิดคลุมก็มิอาจบดบังให้ลดรัศมีเหล่าคนจากวิหารยุทธ์ที่ผนึกกำลังกวาดหามาถึงที่นี่จึงต่างพากันมิอาจละสายตามองข้ามนาง

             

            “แม่นางผู้นี้เป็นใคร”

             

            “งดงามราวเทพธิดามาจุติเช่นนี้เหตุใดถึงมาอยู่ในป่าเขาอันเปลี่ยวร้างโดดเดี่ยวเสียได้"

             

            “ต้องการผู้…”

             

            เสียงของบุรุษกลุ่มหนึ่งกล่าวมาแต่ไกลพร้อมฝีเท้าที่มุ่งเข้ามาหานางอย่างรวดเร็ว เพียงออกมาจากปากหุบเขาก็พบคนของนิกายเทวะวจนะแล้วแสดงให้เห็นว่าพวกมันได้รุกคืบมาใกล้เต็มที นางจึงคิดลงมือทันควัน แต่ขณะที่ร่มในมือกำลังจะหมุนอย่างเชื่องช้าในหัวก็พลันฉุกคิด หากลงมือใส่คนในที่นี้ เกรงว่าจะยิ่งกระตุ้นเตือนให้พวกมันรู้ว่าบริเวณแห่งนี้ไม่ธรรมดาเช่นนั้นนางจึงหุบร่ม หันหน้าคิดล่อลวงพวกมันไปจัดการที่อื่น ทว่าเพียงผินหน้าออกมาแววตาที่แสนคุ้นเคยผุดให้คนจากวิหารยุทธ์ได้เห็น คนจากวิหารยุทธ์ก็แสดงสีหน้าลังเลตรึงเครียด ก่อนจะพากันรู้สึกตกใจ แปลกใจ ละคนตื่นตะลึงขึ้นมาทันใด

             

            พวกมันประสานมือให้แก่นางซ้ำยังแสดงท่าทางนอบน้อมราวกับมุสิกกลัวแมวทันใด

             

            “พวกเรามีตาหามีแววมีความผิดที่พลั้งปากกล่าวโดยไม่คิดให้ถี่ถ้วน"

             

            “ขอท่านโปรดให้อภัย”

             

            หลงผิงยังคนงุนงงคนจากวิหารยุทธ์เห็นนางนิ่งไม่แสดงท่าทีก็รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นไปกันใหญ่ โดยไม่รั้งอยู่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายพวกมันประสานมืออีกครั้งทันใด

            “เมื่อท่านอยู่ตรงนี้แล้วพวกเราก็ไม่ห่วงอันใดพวกเราขอตัว"

             

            กล่าวจบคนจากวิหารยุทธ์ทั้งหมดก็ล่าถอยจากไปโดยที่หลงผิงมิต้องเสียแรงวางแผนเล่นงานพวกมันแม้แต่น้อยนางสงสัยว่าคนเหล่านี้มีแผนการใดหรือไม่ พอลอบติดตามพวกมันไปก็ไม่พบความผิดปกติอื่นอีกพวกมันไม่ได้รายงานเรียกกำลังเสริม ไม่ได้แจ้งผู้อื่นว่าพบผู้ฝึกญาณหรือความผิดปกติพวกมันเพียงหลบหนีจากที่ตรงนี้คล้ายต้องการหลบหน้าตนเพียงอย่างเดียว

             

            หลงผิงจึงขมวดคิ้วน้อยๆพึมพำในลำคอ

            “พวกนั้นเป็นอะไรกัน…แต่ก็ดี เราจะได้ไม่เปลืองแรง และไม่ทำให้พวกมันแตกตื่น”

             

            หลงผิงเลิกติดตามสอดแนมคนจากวิหารยุทธ์กลุ่มดังกล่าวคนจากวิหารยุทธ์กลุ่มนั้นเองเมื่อออกมาจากอาณาเขตตรงนั้นไกลแล้ว พวกมันค่อยปาดเหงื่อที่เย็นเยียบบนหน้าผากและกล่าวโดยลมหายใจที่ผ่อนคลาย

             

            “พวกเจ้าแน่ใจหรือไม่"

             

            “ย่อมแน่ใจแม้นางจะสวมผ้าปิดหน้า แต่แววตาคู่นั้น คิ้วคู่นั้น วงหน้ารูปนั้น พวกเราล้วนจดจำได้ไม่ผิดพลาด"

             

            “ดีที่ไม่กล่าวล่วงเกินนางจนเกินไปไม่เช่นนั้นพวกเราคงได้เป็นวิญญาณเฝ้าเขาเถาหมิงซานไปแล้ว"

             

            “แต่เรื่องค้นหาหุบเขาเร้นลับนี้มีเพียงวิหารยุทธ์ที่รู้เหตุใดนางจึงมาปรากฏกายที่นี่ได้"

             

            “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าก่อนหน้านั้นนางได้รับภารกิจให้มาที่แดนตะวันตกนี้จึงไม่แปลกที่จะเห็นนางที่นี่"

             

            “เช่นนั้นพวกเราก็ไปหาที่อื่นกันเถอะแสงสังหารแห่งวจนะอยู่ที่นี่แล้วไม่จำเป็นต้องควานหาบริเวณนี้อีก"

             

            “ว่าไปแล้วข้านี่นับว่าชะตาเกือบขาดสตรีธรรมดาที่ไหนจะมาเดินเล่นในป่ารกทึบที่อันตรายเช่นนี้ได้… ฝู่ววว เกือบไปแล้ว"

             

            “ทีหลังจะกล่าวอะไรให้ดูดีๆก่อน เจ้าเกือบพาทุกคนไปตายเพราะวาจาแล้ว"

             

            .

            .

            .

             

            “มีรายงานว่าพบแสงสังหารแห่งวจนะที่เขาเถาหมิงซาน"

             

            เมื่อได้ฟังรายงานจากผู้อาวุโสของตนธรรมบาลยุทธ์ก็ลุกยืนขึ้นจากเก้าอี้ไม้ทันใด มันส่งคนออกควานหาหุบเขาเร้นลับ โดยที่ตัวมันเองก็มาบัญชาการถึงที่โรงเตี๊ยมขนาดใหญ่แถวเขตชายแดนแคว้นหลุนก็คือที่พำนักของมัน

             

            “ข้าเดินแผนการอย่างเงียบเชียบเรื่องนี้หลุดไปถึงวิหารมุทราได้อย่างไร"

             

            “ได้ข่าวว่านางมาทำภารกิจอยู่ก่อนแล้วขอรับ"

             

            “หรือว่านางได้รับทราบถึงแผนการของวิหารยุทธ์เราจึงแอบติดตามคิดกอบโกยเอาผลประโยชน์"

             

            “หาทางแยกนางออกจากเรื่องนี้ดีหรือไม่”

             

            ธรรมบาลยุทธ์มือไพร่หลังสาดประกายตามองผ่านหน้าต่างโรงเตี๊ยมไปยังป่าใหญ่

            “เสมอมาอาจารย์นางผลักดันนางให้ขึ้นไปสู่ตำแหน่งสูงสุดอยู่ตลอดเวลานางเองในตอนนี้นับว่าไปอยู่ในจุดนั้นแล้ว อีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็จะเป็นมหาเทวีแห่งนิกายเทวะวจนะหากจะหาทางส่งเสริมอาจารย์มิจำเป็นต้องเปลืองแรงแย่งชิงกับพวกเรา เช่นนั้นไม่จำเป็นต้องใส่ใจนางตอแยนางมากไปมีแต่เสียหาย…”

             

            “ท่านธรรมบาลมองการณ์ไกลคิดอ่านขาด ผู้น้อยขอคารวะ”

             

            ธรรมบาลยุทธ์หันกลับมามองคนของตนที่อยู่เบื้องหลัง

            “หาหุบเขาเร้นลับให้เจอคือสิ่งที่พวกเจ้าควรใส่ใจกว่าเรื่องอื่นหากมิใช่เรื่องหุบเขาเร้นลับหรืออวิ๋นเซี่ยวซุน อย่าได้เสนอหน้าเสียเวลามาหาข้าอีก"

             

            ได้ฟังเช่นนั้น คนของวิหารยุทธ์หลายผู้ในโรงเตี๊ยมถึงกับเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลังพวกมันค่อมศีรษะลงกล่าวเสียงสั่น

            “ผู้น้อยทราบแล้ว"

             

            “พวกเราจะมุ่งมั่นตั้งใจมากกว่านี้"

             

            กล่าวจบคนจำนวนมากที่คิดมาปรึกษาหารือกับธรรมบาลของตนก็ได้ขอตัวไปปฏิบัติภารกิจเมื่อได้ฟังรายงานวันนี้ ภายนอกของธรรมบาลยุทธ์แม้จะดูไม่ถือสาสนใจ แต่ภายในกลับครุ่นคิดมิตกการแย่งชิงภายในนิกายเทวะวจนะมีมาอย่างเนิ่นนาน แม้แสงสังหารแห่งวจนะจะถือเป็นข้อยกเว้นแต่ความเป็นจริงนางก็ยังเป็นคนของวิหารมุทรา การที่นางโผล่ตัวมาอยู่ท่ามกลางแผนของตนนี่จึงสร้างความไม่พอใจให้แก่มันอยู่ไม่น้อย

             

            “เจ้าจะถือว่าตนมีดีจะทำอะไรข้ามหน้าผู้ใดก็ได้หรือ”

             

            กล่าวจบ ธรรมบาลยุทธ์มันก็ไม่รั้งอยู่ที่โรงเตี้ยมแห่งนี้อีกการมาของแสงสังหารแห่งวจนะทำให้มันมิอาจโอ้เอ้ชักช้า ภารกิจนี้ หัวของอวิ๋นเซี่ยวซุนนี้อย่างไรต้องเป็นมันที่ถือออกไปสักการะบูชาแก่มหาเทวะ

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

     

    คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912