ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 382 : เมล็ดพันธุ์แห่งศรัทธา

จารึกที่ 382 : เมล็ดพันธุ์แห่งศรัทธา : บททดสอบใต้ร่มเงาตะวันสูญตา


แสงตะวันสีเทาเงินยวงสาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้องศิลาจิตของหอคัมภีร์หมื่นอักขระ สะท้อนแสงเรืองรองไปทั่วหุบเขาศิลาจารึก บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นควันไฟและซากศพจากการกรำศึก บัดนี้ถูกชำระล้างด้วยปราณบริสุทธิ์ที่พวยพุ่งขึ้นมาจากชีพจรใต้ผืนดิน


กลุ่มผู้ลี้ภัยนับร้อยชีวิตที่ก้าวผ่านม่านผนึกวัฏจักรเข้ามา ต่างยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างเมื่อทอดมองความยิ่งใหญ่ของป้อมปราการหมื่นอักขระที่ลอยตระหง่านอยู่เหนือยอดเขา กองทัพพยนต์ศิลาสีดำทะมึนที่ยืนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ แผ่กลิ่นอายที่ทั้งน่าสะพรึงกลัวและน่าเกรงขาม ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นรัว มิใช่ความหวาดกลัว ทว่าคือความหวัง


ความหวังที่ว่า โลกใบนี้ยังมีสถานที่ที่กฎเกณฑ์ของวิหารเทพอนันตกาลไม่อาจเอื้อมถึง


"ท่านปู่... ที่นี่มันแดนสวรรค์ชัดๆ" เด็กหนุ่มที่พยุงชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขาสูดลมหายใจลึก สัมผัสได้ถึงปราณฟ้าดินที่เข้มข้นจนแทบจะกลั่นตัวเป็นหยาดน้ำค้าง "ข้าไม่เคยมองเห็นต้นไม้ที่เขียวชอุ่มและส่องแสงได้เช่นนี้มาก่อนเลย"


ชายชราลูบเคราขาว ดวงตารื้นด้วยหยาดน้ำ "สวรรค์ที่แท้จริง มิใช่สถานที่ที่ลอยอยู่บนฟ้า ทว่าคือผืนแผ่นดินที่ไร้ซึ่งการกดขี่... พวกเราตัดสินใจถูกแล้วที่ก้าวเข้ามา"


อาเจียยืนทอดสายตามองผู้มาเยือนด้วยความสงบนิ่ง ชายหนุ่มมิได้ลอยตัวกลับขึ้นไปบนเกาะลอยฟ้า ทว่าเขาก้าวเดินนำหน้ากลุ่มผู้ลี้ภัย ลัดเลาะไปตามเส้นทางศิลาที่ทอดยาวสู่ตีนเขา


"หุบเขาแห่งนี้กว้างขวางนัก" อาเจียเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง ทว่าเสียงของเขากังวานอยู่ในห้วงวิญญาณของทุกคน "แผ่นดินอุดมสมบูรณ์ แม่น้ำใสสะอาด ปราณอักขระหล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง... ทว่า ที่นี่มิใช่โรงทานที่รอให้ผู้ใดมานั่งแบมือขอ"


ชายหนุ่มหยุดฝีเท้า ชี้มือไปยังที่ราบกว้างใหญ่ตีนเขา ซึ่งมีร่องรอยของซากปรักหักพังจากค่ายพักของสำนักแสงทองกำราบที่ถูกรื้อถอนไป


"ที่พักพิงและอาหาร ล้วนซ่อนอยู่ในผืนดินที่พวกท่านเหยียบย่ำ" อาเจียหันกลับมาสบตากับผู้คนนับร้อย "วิถีแห่งการบัญญัติ เริ่มต้นจากการไม่รอคอยโชคชะตา หากพวกท่านปรารถนาจะอาศัยอยู่ภายใต้แสงตะวันดวงนี้ พวกท่านต้องลงมือสร้างบ้านและเพาะปลูกด้วยสองมือของตนเอง... ปราณฟ้าดินที่นี่จะคอยหนุนเสริมหยาดเหงื่อของพวกท่าน"


ไม่มีผู้ใดในกลุ่มผู้ลี้ภัยแสดงความไม่พอใจ สำหรับผู้ที่ถูกขับไล่และอดมื้อกินมื้อ การได้รับแผ่นดินที่ปลอดภัยและอุดมสมบูรณ์ให้ทำกิน ย่อมประเสริฐยิ่งกว่าการได้รับประทานทองคำเสียอีก


"พวกข้าน้อยเข้าใจความหมายของท่านผู้มีพระคุณแล้ว!" ชายชราคุกเข่าลงโขกศีรษะกับพื้นศิลา ก่อนที่ผู้คนนับร้อยจะกระทำตาม "เพียงแค่ท่านเมตตาให้ที่ซุกหัวนอนและร่มเงาคุ้มภัย พวกข้าน้อยก็ยินดีจะถวายชีวิตเป็นข้ารับใช้สำนักของท่าน!"


อาเจียส่ายศีรษะเบาๆ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประคองชายชราให้ลุกขึ้น "สำนักหมื่นอักขระ ไม่ต้องการข้ารับใช้... เราต้องการผู้ชี้ชะตาตนเอง หากพวกท่านสร้างชุมชนขึ้นมาได้สำเร็จ ข้าจะมอบค่ายกลคุ้มครองระดับพื้นฐานให้... และสำหรับเยาวชนที่มีใจใฝ่รู้..."


อาเจียทอดสายตามองไปยังกลุ่มคนหนุ่มสาวในหมู่ผู้ลี้ภัย "เมื่อพวกเจ้าสร้างรากฐานชีวิตมั่นคงแล้ว หากผู้ใดปรารถนาจะก้าวขึ้นสู่เกาะลอยฟ้าเบื้องบน เพื่อสัมผัสวิถีแห่งเต๋าที่แท้จริง... หอคัมภีร์หมื่นอักขระ ย่อมเปิดประตูรอรับผู้ที่คู่ควรเสมอ"


คำกล่าวของอาเจียจุดประกายความทะเยอทะยานในดวงตาของคนหนุ่มสาว พวกเขาไม่ได้มองอาเจียเป็นเพียงผู้มีพระคุณ ทว่ามองเป็น 'ปรมาจารย์' ผู้เปิดเส้นทางมรรคาใหม่ที่ไม่อิงแอบสวรรค์


ในวันถัดมา ข่าวการมีอยู่ของ 'แสงตะวันสีเทาเงินยวง' แพร่สะพัดไปไกลยิ่งขึ้น ม่านผนึกวัฏจักรของวิหารเทพที่มืดมิด กลายเป็นเพียงฉากหลังที่ขับเน้นให้รอยแยกแห่งแสงสว่างนั้นโดดเด่น ผู้บำเพ็ญเพียรพเนจร ผู้ลี้ภัย และแม้กระทั่งศิษย์สายนอกของสำนักใหญ่ที่ถูกกดขี่ เริ่มหลั่งไหลเดินทางรอนแรมมายังเขตแดนของหุบเขาศิลาจารึก


จากหลักร้อย กลายเป็นหลักพัน... และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ชุมชนตีนเขาเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงเลื่อยไม้ เสียงขุดเจาะหิน ดังก้องไปทั่ว ผู้คนร่วมแรงร่วมใจกันสร้างที่พักพิงโดยปราศจากการแบ่งแยกชนชั้น เพราะทุกคนล้วนเป็นผู้ที่ละทิ้งอดีตมากระจุกตัวอยู่ใต้ร่มเงาเดียวกัน ปราณอักขระที่บริสุทธิ์ทำให้เรี่ยวแรงของพวกเขาฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว การเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์วิญญาณใช้เวลาเพียงไม่กี่ทิวาราตรีก็ผลิดอกออกผล


บนระเบียงตำหนักประธาน อาเจียและสหายทั้งห้ายืนทอดสายตามองความเจริญรุ่งเรืองของชุมชนเบื้องล่างด้วยความพึงพอใจ


"ดูเหมือนว่าการตีหน้าเศร้าเล่าความชอบธรรมของเจ้าในวันนั้น จะได้ผลเกินคาดนะ อาเจีย" เฟิงอี้หรานหัวเราะร่วน แส้เพลิงพันรอบแขนอย่างเกียจคร้าน "ตอนนี้มีคนนับหมื่นมาตั้งรกรากอยู่ตีนเขา หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เราคงมีกองทัพมนุษย์ไว้ใช้งานโดยไม่ต้องพึ่งพาพยนต์ศิลาแล้ว"


"มนุษย์มีความซับซ้อนกว่าศิลาจิตนัก อี้หราน" ฉินมู่หลางเตือนสติ "ในบรรดาผู้ที่หลั่งไหลเข้ามา ย่อมมิได้มีเพียงผู้ศรัทธาบริสุทธิ์ สวรรค์ย่อมไม่ปล่อยให้เราสร้างรากฐานโดยไม่ส่งหนอนบ่อนไส้เข้ามาแทรกซึม"


"เรื่องนั้นข้าเตรียมการไว้แล้ว"


อาเจียตอบเสียงเรียบ ชายหนุ่มยกมือซ้ายที่ถือพู่กันนิรันดร์ขึ้น "ค่ายกลคลุมนภาที่ข้ากางไว้ มิได้มีหน้าที่เพียงป้องกันการโจมตี ทว่ามันมี 'อักขระชำระเจตจำนง' ผสมอยู่ ผู้ใดที่มีจิตมุ่งร้ายต่อโครงสร้างของหุบเขานี้อย่างรุนแรง ปราณฟ้าดินในร่างของพวกมันจะเกิดการสะท้อนกลับ... สายสืบของสวรรค์ที่แฝงตัวมา หากไม่ยอมคายความลับ ย่อมต้องตายเพราะธาตุไฟแตกซ่านจากกฎเกณฑ์ของพวกมันเอง"


"เจ้าช่างเจ้าเล่ห์ไร้ที่ติจริงๆ" เย่ปิงอวิ๋นส่ายศีรษะยิ้มๆ "เช่นนี้เราก็ไม่ต้องเหนื่อยไปไล่จับหนอนทีละตัว"


"ทว่า เป้าหมายที่แท้จริงของการเปิดรับผู้คน มิใช่การสร้างชุมชนหรือหาแรงงาน" อาเจียหันกลับมามองหอคัมภีร์หมื่นอักขระที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลัง "หอคัมภีร์สร้างเสร็จแล้ว วิถีเต๋าของพวกเจ้าก็ถูกสลักเป็นบททดสอบไว้ที่ประตู บัดนี้... ถึงเวลาที่เราจะคัดเลือก 'ศิษย์สายตรงรุ่นแรก' ของสำนักหมื่นอักขระ"


คำประกาศของอาเจียทำให้บรรยากาศเคร่งขรึมขึ้นทันที การรับศิษย์คือการสืบทอดเจตจำนง หากเลือกคนผิด ย่อมนำความเสื่อมเสียมาสู่วิถีเต๋า


"เจ้ามีเกณฑ์การคัดเลือกเช่นไร อาเจีย? วัดจากระดับปราณฟ้าดินหรือความบริสุทธิ์ของสายเลือดงั้นหรือ?" หลินชิงเสวี่ยเอ่ยถาม


"สำนักที่ยึดติดกับสายเลือดและตัวเลขระดับปราณ มีเกลื่อนกลาดในโลกเซียน และพวกมันก็เป็นได้แค่เบี้ยล่างของวิหารเทพ" อาเจียส่ายศีรษะ แววตาของเขาทอประกายลึกล้ำ "วิถีแห่งหมื่นอักขระ คือวิถีแห่งการทำความเข้าใจโครงสร้างฟ้าดิน... ผู้ที่จะเข้ามาเป็นศิษย์ของเรา ไม่จำเป็นต้องมีปราณสูงส่ง ทว่าต้องมี 'เจตจำนงที่แข็งแกร่ง' และ 'สายตาที่มองทะลุภาพลวงตา'"


อาเจียสะบัดแขนเสื้อ เดินนำทุกคนไปยังระเบียงที่ยื่นออกไปชี้ไปยังหุบเขาเบื้องล่าง ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ใช้ปราณขยายเสียงให้กังวานไปถึงชุมชนนับหมื่นชีวิตที่ตีนเขา


"ผู้แสวงหามรรคาที่อยู่เบื้องล่างจงฟัง!"


เสียงของราชาแห่งหมื่นอักขระดังก้องประดุจฟ้าร้อง ทว่ามิได้น่าหวาดกลัว กลับกระตุ้นให้จิตวิญญาณของผู้คนสั่นพ้อง ผู้คนในชุมชนต่างหยุดการกระทำ แหงนหน้ามองขึ้นไปยังเกาะลอยฟ้าด้วยความเลื่อมใส


"พวกท่านได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถยืนหยัดสร้างรากฐานชีวิตด้วยสองมือของตนเอง... บัดนี้ สำนักหมื่นอักขระ จะเปิดรับสมัครศิษย์รุ่นแรก! ผู้ใดที่ปรารถนาจะละทิ้งกฎเกณฑ์จอมปลอม และก้าวเข้าสู่การบัญญัติความจริงด้วยตนเอง จงเดินขึ้นมาตาม 'บันไดศิลาหมื่นก้าว' ที่เชื่อมระหว่างชุมชนกับเกาะลอยฟ้า!"


สิ้นเสียงประกาศ บันไดศิลาสีดำสนิทที่อาเจียซ่อนเร้นไว้ด้วยอักขระพรางตาก็ปรากฏขึ้น มันทอดยาวจากตีนเขาสูงชันขึ้นไปจนถึงขอบกำแพงของป้อมปราการหมื่นอักขระ บันไดแต่ละขั้นแผ่กลิ่นอายความกดดันที่แตกต่างกันออกไป


"บททดสอบนี้ ไม่มีกำหนดเวลา ไม่มีการประลองจับคู่ฆ่าฟัน" อาเจียประกาศเงื่อนไข "บันไดหมื่นก้าวนี้ คือภาพสะท้อนของเจตจำนง... ก้าวที่หนึ่งร้อย จะทดสอบความอดทน ก้าวที่หนึ่งพัน จะทดสอบความกล้า ก้าวที่ห้าพัน จะทดสอบการละทิ้งตัวตน... ผู้ใดที่สามารถก้าวขึ้นมาจนถึงหน้าหอคัมภีร์ได้สำเร็จ ผู้นั้นจะได้รับการยอมรับให้เป็นศิษย์แห่งสำนักหมื่นอักขระ!"


ความเงียบปกคลุมชุมชนเบื้องล่างชั่วครู่ ก่อนที่เสียงโห่ร้องด้วยความฮึกเหิมจะระเบิดขึ้น! สำหรับผู้ลี้ภัยและผู้ถูกกดขี่ นี่คือโอกาสทองที่จะพลิกชะตากรรมของตนเองโดยไม่ต้องอิงสายเลือดตระกูลใหญ่


คนหนุ่มสาวนับพันคนพุ่งตัวมุ่งหน้าไปยังบันไดศิลาหมื่นก้าวทันที พวกเขาต่างเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ทว่าทันทีที่เท้าเหยียบลงบนบันไดขั้นแรก...


*อั้ก!*


หลายคนทรุดตัวลงคุกเข่า หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ราวกับมีหินก้อนใหญ่กดทับลงบนบ่า ปราณฟ้าดินที่พวกเขาเคยฝึกฝนมา ไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิงเมื่ออยู่บนบันไดนี้ เพราะสิ่งที่กดทับพวกเขา มิใช่น้ำหนักทางกายภาพ ทว่าคือ 'น้ำหนักของวิถีอักขระ' ที่อาเจียเป็นผู้บัญญัติ!


"บ้าจริง! ทำไมข้าถึงใช้ปราณไม่ได้!" ชายหนุ่มร่างบึกบึนผู้หนึ่งสบถ เขาพยายามฝืนเดินขึ้นไป แต่เพียงก้าวที่สิบ ร่างของเขาก็กระเด็นถอยหลังร่วงหล่นลงมา


"ปราณฟ้าดินคือสิ่งที่สวรรค์ให้ยืม... แต่บันไดนี้วัดสิ่งที่พวกเจ้ามีอยู่จริง" เฟิงหลิงเอ๋อร์ที่มองลงมาจากหอคัมภีร์ เอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆ


เวลาผ่านไป ผู้คนกว่าครึ่งถอดใจและยอมแพ้เมื่อไม่สามารถทนรับความกดดันทางจิตวิญญาณได้ ทว่าก็ยังมีผู้ที่มีใจสู้ ฝืนก้าวเดินต่อไปด้วยหยาดเหงื่อและเลือดที่ซึมออกจากริมฝีปาก


ท่ามกลางกลุ่มผู้ทดสอบ มีเด็กหนุ่มร่างผอมเกร็งผู้หนึ่ง เสื้อผ้าขาดวิ่น ทว่าดวงตาของเขากลับสว่างไสวผิดกับร่างกายที่อ่อนแอ เขามิได้รีบร้อนก้าวเดินประดุจคนอื่น ทว่าเขายืนนิ่งอยู่ที่บันไดขั้นที่ร้อย หลับตาลงและพึมพำบางอย่าง


ฉินมู่หลางที่เฝ้ามองอยู่ หรี่ตาลง "เด็กคนนั้น... เขาไม่ได้ฝืนต้านทานแรงกดดัน ทว่าเขากำลัง 'คล้อยตาม' มัน"


"เขามองเห็น 'รอยต่อ' ของความกดดัน" อาเจียพยักหน้าด้วยความสนใจ "แรงกดดันของอักขระบนบันได มิได้มีไว้เพื่อบดขยี้ ทว่ามีไว้เพื่อทดสอบว่า ผู้ใดจะสามารถมองเห็น 'เส้นทางที่ว่างเปล่า' ท่ามกลางความหนักอึ้งนั้นได้ เด็กคนนี้มีรากฐานของวิถีสูญตาซ่อนอยู่ในจิตวิญญาณ"


เด็กหนุ่มร่างผอมลืมตาขึ้น เขาไม่ได้ใช้กำลังกล้ามเนื้อ ทว่าเขาก้าวเท้าไปในจังหวะที่แรงกดดันของอักขระอ่อนกำลังลงที่สุด เขาก้าวผ่านผู้ทดสอบคนอื่นๆ ไปอย่างเงียบเชียบและมั่นคง


การทดสอบดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น บันไดหมื่นก้าวได้คัดกรองผู้คนจากนับพัน เหลือเพียงหลักสิบ และในที่สุด เมื่อแสงตะวันสีเทาเงินยวงเริ่มทอประกายอ่อนลง...


เงาร่างห้าสายก็ปรากฏขึ้นที่ขอบระเบียงของเกาะลอยฟ้า!


พวกเขาคือผู้ที่ผ่านด่านบันไดหมื่นก้าวมาได้สำเร็จ! สภาพของทั้งห้าคนสะบักสะบอม เหงื่อชุ่มอาภรณ์ ทว่าดวงตาของพวกเขาเปี่ยมด้วยประกายแห่งความเข้าใจในโครงสร้างฟ้าดินที่ลึกล้ำขึ้น


เด็กหนุ่มร่างผอมเกร็งคือผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นคนแรก เขาคุกเข่าลงเบื้องหน้าอาเจียและสหายทั้งห้า ประสานมือคารวะอย่างหนักแน่น


"ข้าน้อย 'หลินตง' ... ขอกราบคารวะท่านปรมาจารย์ และท่านขุนพลทั้งห้า!"


อาเจียทอดสายตามองหลินตงและผู้ผ่านการทดสอบอีกสี่คนด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความหวัง เมล็ดพันธุ์รุ่นแรกแห่งวิถีหมื่นอักขระ ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว


"ลุกขึ้นเถิด หลินตง และพวกเจ้าทุกคน" อาเจียเอ่ยเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงอำนาจ "พวกเจ้าได้พิสูจน์แล้วว่า เจตจำนงของพวกเจ้าแข็งแกร่งพอที่จะไม่ถูกกฎเกณฑ์ใดบดขยี้... บัดนี้ จงก้าวเข้ามาในหอคัมภีร์หมื่นอักขระ และจงเลือกวิถีเต๋าที่จะเป็นเขี้ยวเล็บให้แก่สำนักของเรา"


การสถาปนาศิษย์รุ่นแรกเสร็จสมบูรณ์ สำนักหมื่นอักขระมิได้มีเพียงกองทัพหุ่นกระบอกอีกต่อไป ทว่ามีสายเลือดใหม่ที่จะสืบทอดเจตจำนงและนำพาความจริงไปท้าทายสวรรค์ในอนาคตอันใกล้!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
58.22M 2245
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.87M 2416
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.54M 3732
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.21M 577
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734