กลิ่นกำยานโบราณหอมกรุ่นอบอวล คลุกเคล้าไปกับกลิ่นโอโซนฉุนกึกจากท่อไอน้ำเวทมนตร์ที่พ่นฝอยละอองตามรอยแยกของผนังหินบะซอลต์ แสงจากตะเกียงก๊าซสีอำพันหรี่สลัว ขัดแย้งกับประกายแสงโฮโลแกรมสีครามและม่วงหม่นที่หมุนวนอยู่ใจกลางโถงอัฒจันทร์ครึ่งวงกลม ภาพจำลองจักรวาลเจ็ดพิภพแปรเปลี่ยนรูปทรงดั่งม่านวารีที่มีชีวิต
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงปลายไม้เท้าโลหะหัวกะโหลกสัตว์อสูรกระทบพื้นหินเป็จังหวะเนิบนาบทว่าหนักแน่น สยบเสียงเซ็งแซ่ของเหล่านักศึกษาใหม่นับร้อยลงในพริบตา ร่างค่อมกำยำของอาจารย์ทาริกเยื้องกรายมาที่หน้าโต๊ะบรรยาย แถบผ้าไหมสีม่วงสลักอักขระเรืองแสงปิดทับดวงตาที่มืดบอดทั้งสองข้าง ทว่าข้อมืออวัยวะเทียมปราณสังเคราะห์กลับส่งเสียงคลิกเบาๆ คายคลื่นความถี่ต่ำเพื่อสแกนรับรู้วัตถุรอบทิศทางได้อย่างแม่นยำ
“เปิดตำราประวัติศาสตร์ของพวกเ้าดูสิ...” น้ำเสียงแหบพร่าทว่ากังวานลึกเอ่ยขึ้น “พวกเ้าคิดว่า ‘สนธิสัญญาสงบศึก’ และการนับศักราชที่พวกเ้าใช้ชีวิตกันอย่างสุขสบายอยู่นี้... มันได้มาด้วยความเมตตาของพระเ้าอย่างนั้นรึ?”
ทาริกวาดนิ้วกร้านกลางอากาศ เส้นแสงโฮโลแกรมพลันแตกตัว ฉายภาพมหากาพย์ประวัติศาสตร์สามกลยุคขึ้นกลางโถงเรียน:
“กลยุคที่หนึ่ง: ยุคปฐมาแรกกำเนิด...” ทาริกแค่นหัวเราะในลำคอ “หลายล้านปีก่อน เมื่อร่างเทพบิดรแตกดับ อวัยวะศักดิ์สิทธิ์ได้กลายเป็ ‘มหาศาสตราปฐมกาล’ กระจัดกระจายไปทั่วจักรวาล มหาเทพและจักรพรรดิต่างเข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพื่อชิงชิ้นส่วนพระเ้า ยุคนั้นไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีศีลธรรม มีเพียงกลิ่นคาวเืและการล่มสลาย!”
ภาพโฮโลแกรมบิดหมุน กลายเป็เงาร่างั์ตระหง่านยืนเหยียบอยู่บนกะโหลกัทองคำ:
“จนกระทั่งเข้าสู่กลยุคที่สอง: ยุคสนธิสัญญาเจ็ดพิภพ จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อ ‘าายักษาในตำนาน’ ปรากฏกาย! เขาสยบัาและมหาศาสตราถึงสามชิ้น ได้แก่ หัวใจ นาสิก และขาซ้ายแห่งเทพบิดร! ด้วยอำนาจสะท้านฟ้าดิน เขาจึงบีบให้ทุกพิภพลงนามในสนธิสัญญาสงบศึก และนั่นคือจุดเริ่มต้นของศักราชสัตตพิภพที่สืบทอดความสงบสุขจอมปลอมมาจนถึงปัจจุบัน!”
ท่ามกลางความทึ่งของเหล่านักศึกษา ณ ม้านั่งเหล็กกล้าฝั่งตะวันตก อาลอนนั่งกอดอกสงบนิ่ง ั์ตาซีกขวาสีดำสนิทดูเรียบเฉย ทว่าเลนส์ตาจักรกลซีกซ้ายกลับหมุนปรับโฟกัสด้วยเสียงฟันเฟืองละเอียด กริ๊ก... กริ๊ก...
---
ยามค่ำคืน ณ ห้องเวิร์กช็อปใต้ดินของป้อมปราการสนิมแดง
กลิ่นน้ำมันเครื่องและไอร้อนจากเตาบัดกรีฟุ้งกระจาย คาเอลนั่งขดตัวบนเก้าอี้สูง สวมแว่นสแกนเนอร์พลางรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดโฮโลแกรมด้วยความเร็วเหนือชั้น ขณะที่ชาลัคกำลังดัดเกราะไหล่ และโบเฟอร์ประคองถังน้ำมันหล่อเย็นด้วยมือที่สั่นเทา
“เจอต้นตอแล้ว!” คาเอลเอ่ยด้วยเสียงสั่นระริกจากความตื่นเต้น “ข้าใช้เส้นทางอุโมงค์ลับที่อาลอนดึงมาจากฐานข้อมูลของวิทยาลัย เจาะรอยการส่ง ‘ยาหลอนิญญา X-MIRAGE’ จนไปเจอตู้เซฟข้อมูลของพวกมันเข้าแล้ว!”
ทว่า... ในวินาทีที่คาเอลพยายามส่งหนอนไวรัสเข้าทะลวงระบบ!
วิ้ง! วิ้ง! วิ้ง!
- [WARNING: Network Intrusion Detected by Target Firewall!]
- [Target Defense Protocol Activated: Iron Wolf Cyber-Unit]
“แย่แล้ว! พวกมันมีโปรแกรมเมอร์เฝ้าเซิร์ฟเวอร์!” คาเอลร้องเสียงหลงเมื่อแผงวงจรข้อมือเริ่มส่งควันไหม้ “พวกมันรู้ตัวแล้ว! ระบบความปลอดภัยกำลังปล่อย ‘กับดักกระแสจิตย้อนกลับ’ มาเผาสมองข้า!”
ตึ่กๆๆๆๆๆๆ!
าระหว่างแฮกเกอร์พลันะเิขึ้นในโลกไซเบอร์-เมจิเทค! ฝ่ายป้องกันของแก๊งหมาป่าเหล็กระดมยิงไฟร์วอลล์สกัดกั้นและพยายามส่งคลื่นไฟฟ้าช็อตโต้กลับ ทว่า...
หมับ!
หมับ!
อาลอนก้าวเข้ามาแตะที่แผงเชื่อมต่อข้างขมับของคาเอล ั์ตาซีกซ้ายส่องแสงสีฟ้าครามเจิดจ้าขีดสุด!
- [System 377: Cyber Warfare Optimization Mode]
- [Overclocking Neural Signal: +300% Processing Speed]
- [Executing: Recursive Algorithm Piercing Protocol]
ด้วยการประมวลผลอันทรงพลังของ System 377 นิ้วของคาเอลขยับเร็วดุจสายฟ้าฟาด! อัลกอริทึมเจาะทะลวงผ่านไฟร์วอลล์สามชั้น สับคัตเอาต์ระบบป้องกันจนะเิแตกกระจาย!
เพล้ง!
“สำเร็จ!” คาเอละโลั่นเมื่อล็อกเกอร์ข้อมูลถูกปลดเปลื้อง เผยให้เห็นข้อมูลลับและภาพจำลองสามมิติของหัวหน้าใหญ่เครือข่ายค้ายามืด
ภาพโฮโลแกรมฉายร่างั์สูงสง่า ท่อนบนเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็กร้านหนา ทว่าจุดที่น่าสะพรึงที่สุดคือแขนที่ถูกดัดแปลงเป็แขนกลชีวะถึงสี่ข้าง แต่ละข้างกำดาบยาวคลื่นความถี่สูงไว้อย่างเหี้ยมเกรียม
“อันดับสิบแห่งสิบยอดมงกุฎ... ‘ครอส’ ฉายามงกุฎผู้พิทักษ์ทวาร!” คาเอลอ่านข้อมูลด้วยเสียงสั่นเครือ “มนุษย์กลายพันธุ์ปีสาม ผู้ถือครองปราณคลื่นเสียงะเืระดับแก่นแท้... มันคือผู้อยู่เื้ัการมอมเมาเด็กทุน!”
ทว่า... ความดีใจยังไม่ทันจางหาย
กริ๊ก! ตี๊ด... ตี๊ด... ตี๊ด...
“บ้าเอ๊ย!” คาเอลหน้าซีดเผือด “ก่อนระบบจะล่ม พวกมันส่งสัญญาณสแกนย้อนรอยกลับมา... พวกมันรู้พิกัดพวกเราแล้ว!”
วี้ด————————!!
ทันใดนั้นเอง! คิวบ์สื่อสารแปรธาตุบนโต๊ะพลันถูกบังคับเปิดใช้งานจากระยะไกล!
- [Incoming High-Priority Transmission: Cross (#10 Gatekeeper Crown)]
- [Executing: Compressed Sonic Resonance Audio File]
เปรี้ยงงงงงง! ตูมมมมม!
คลื่นพลัง ‘ปราณเสียงสั่นะเืระดับแก่นแท้’ ที่ถูกบีบอัดไว้ในไฟล์เสียงะเิออกมาจากลำโพงคิวบ์อย่างบ้าคลั่ง!
แรงอัดอากาศสั่นะเืมวลสารในห้องอย่างรุนแรง หลอดแก้วทดลองและท่อส่งไอน้ำเวทมนตร์แตกกระจายเป็ผุยผงในชั่วพริบตา!
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
“อั่ก!” โบเฟอร์ยกมืออุดหู ทรุดลงคุกเข่าพร้อมเืที่ไหลซึมจากทวารทั้งเจ็ด ชาลัคกัดฟันแน่นเกร็งกล้ามเนื้อต้านทานจนเส้นเืปูดโปน ทว่าความเ็ปกลับแล่นริ้วไปถึงกระดูก
ผ่านคลื่นเสียงที่บดขยี้ประสาท... น้ำเสียงทุ้มต่ำดุดันและเต็มไปด้วยจิตสังหารของครอส ดังก้องสะท้อนไปทั่วห้อง:
“...ไอ้พวกขยะห้องรวม 4 กล้าดียังไงมาแหยมกับข้า! จำชื่อ ‘ครอส’ ไว้ให้ดี... ในศึกแบทเทิลรอยัลกลางภาคที่จะถึงนี้ ข้าจะใช้ดาบทั้งสี่เล่มสับกระดูกพวกแกทิ้งลงบ่อตะกรันให้หมด!”
ซู่...
สัญญาณตัดดับลง ทิ้งไว้เพียงเศษซากกระจกและความเงียบงันอันน่าพรั่นพรึง
ชาลัคหอบหายใจรวยริน ปาดเืที่จมูกพลางมองหน้าอาลอน “แค่พลังเสียงที่ส่งผ่านไฟล์ยังทำร้ายพวกเราได้ขนาดนี้... ระดับแก่นแท้มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!”
ทว่าอาลอนกลับยืนนิ่งประดุจภูผาศิลา เลนส์ตาจักรกลกะพริบแสงประมวลผลคลื่นความถี่อย่างเยือกเย็น
- [System 377: Sonic Resonance Waveform Analyzed]
- [Target: Cross (#10 Gatekeeper Crown) / Threat Level: High]
- [Countermeasure: Vector Inversion & Sound Cancellation Logged]
ดวงตาสีดำของอาลอนฉายแววมุ่งมั่นไร้ความหวั่นเกรง เขากำหมัดซ้ายแน่นจนฟันเฟืองส่งเสียงดังคลิก... ศึกแบทเทิลรอยัลที่กำลังจะมาถึงนี้ จะเป็สมรภูมิที่เขาใช้บดขยี้มงกุฎผู้พิทักษ์ทวาร และประกาศศักดาของห้องรวม 4 ให้สะท้านไปทั่ววิทยาลัยคาลิฟา!