ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 60 : หอตำราวิปลาส

    จารึกที่ 60 : หอตำราวิปลาส : เสียงกระซิบในยามวิกาล


    ดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงสู่เหลี่ยมเขา ท้องนภาถูกย้อมด้วยสีส้มอมม่วง บรรยากาศรอบยอดเขาพู่กันหยกเริ่มเปลี่ยนจากความสง่างามเป็นความวังเวง เย่ปิงอวิ๋นพาอาเจียมายืนอยู่หน้าอาคารไม้ทรงสูงตระหง่านที่ตั้งแยกตัวออกมาจากกลุ่มอาคารหลัก


    อาคารหลังนี้สร้างจาก "ไม้ทมิฬพันปี" ทั้งหลัง สีดำสนิทของมันตัดกับหมอกสีขาวรอบด้านอย่างชัดเจน ประตูหน้ามีขนาดใหญ่โตมโหฬารและถูกปิดผนึกด้วยยันต์สีเหลืองซีดๆ นับร้อยแผ่นที่ปลิวไสวตามแรงลม


    "นี่คือ หอตำราหมื่นอักขระ..." เย่ปิงอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ นางยืนสงบนิ่งอยู่บนพู่กันหยกที่ลอยอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย "เจ้ามีหน้าที่ดูแลเฉพาะ ชั้นที่ 1 เท่านั้น ห้ามขึ้นไปชั้น 2 โดยเด็ดขาด... หากฝ่าฝืน ค่ายกลสังหารจะทำงานทันที"


    "รับทราบขอรับ!" อาเจียพยักหน้าหงึกหงัก สายตามองสำรวจยันต์พวกนั้นด้วยความระแวง "เอ่อ... ศิษย์พี่หญิง ยันต์พวกนี้... เอาไว้กันขโมยใช่ไหมขอรับ?"


    "กันสิ่งที่อยู่ข้างใน... ไม่ให้ออกมาข้างนอก"


    คำตอบของนางทำเอาอาเจียขนลุกซู่


    "เอานี่ไป..." นางโยนป้ายหยกสีดำชิ้นหนึ่งให้อาเจีย "นี่คือกุญแจผ่านค่ายกล พรุ่งนี้เช้าข้าจะมาตรวจงาน... ขอให้เจ้าโชคดี และรักษาสติให้มั่น"


    กล่าวจบ นางก็บังคับพู่กันหยกให้พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ทิ้งให้อาเจียยืนกอดถุงผ้าสัมภาระอยู่หน้าประตูผีสิงเพียงลำพัง


    "กันสิ่งที่อยู่ข้างใน..." อาเจียทวนคำ พลางกลืนน้ำลาย "คงไม่ใช่ว่าข้างในเลี้ยงซอมบี้เอาไว้หรอกนะ?"


    [อย่าปอดแหกน่า] มู่เฉินลอยออกมาจากพู่กันที่เหน็บเอว [ข้าสัมผัสไม่ได้ถึงกลิ่นอายวิญญาณร้าย... แต่กลับเป็นกลิ่นอายของ 'ความรู้' ที่อัดแน่นจนบิดเบี้ยวมากกว่า]


    "ความรู้ที่บิดเบี้ยว?" อาเจียขมวดคิ้ว "ช่างเถอะ เข้าไปดูเดี๋ยวก็รู้ ถ้าท่าไม่ดี ข้าจะรีบเผ่นคนแรก!"


    อาเจียถ่ายเทลมปราณลงในป้ายหยกสีดำ ประตูไม้ทมิฬบานยักษ์ค่อยๆ แง้มเปิดออกพร้อมเสียง เอี๊ยดดด ที่บาดแก้วหู


    กลิ่นอายความเก่าแก่และกลิ่นหมึกแห้งๆ พวยพุ่งออกมาปะทะใบหน้า ภายในหอตำรากว้างขวางราวกับท้องพระโรง ชั้นวางหนังสือสูงจรดเพดานเรียงรายเป็นระเบียบ นับด้วยสายตาคร่าวๆ น่าจะมีตำราและม้วนบันทึกไม่ต่ำกว่าหมื่นเล่ม!


    "โอ้โห..." ดวงตาของอาเจียเปลี่ยนเป็นรูปเหรียญทองทันที "วิชาดาบ... วิชาปรุงยา... บันทึกสมุนไพร... นี่มันขุมทรัพย์! อ่านฟรี! อ่านฟรีทั้งหมดเลย!"


    ความกลัวหายไปเป็นปลิดทิ้ง อาเจียวิ่งถลาเข้าไปหยิบตำราเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่านอย่างหิวกระหาย


    เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งความมืดมิดเข้าปกคลุมอย่างสมบูรณ์ แสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างไม้ฉลุลงมาเป็นลำ ทั่วทั้งหอตำราเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง


    อาเจียจุดตะเกียงน้ำมันแล้วนั่งอ่านตำราอย่างเพลิดเพลิน เขาพบว่าตำราในชั้นที่ 1 ส่วนใหญ่เป็นวิชาพื้นฐานและบันทึกทั่วไป ซึ่งแม้จะไม่ใช่วิชาระดับสูง แต่ก็ช่วยปูพื้นฐานความรู้ที่เขาขาดแคลนได้มาก


    แต่ทว่า... ความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน


    วูบ... วูบ...


    แสงไฟจากตะเกียงเริ่มกะพริบถี่ๆ ทั้งที่ไม่มีลม อาเจียชะงัก เงยหน้าขึ้นมองรอบตัว


    "เสียงอะไรน่ะ?"


    ...ช่วยข้าด้วย...


    ...เขียนผิด... ตรงนี้เขียนผิด...


    ...ข้ายังไม่จบ... อย่าทิ้งข้า...


    เสียงกระซิบแผ่วเบาดังระงมมาจากทั่วทุกทิศทาง มันไม่ใช่เสียงพูดคุยปกติ แต่เหมือนเสียงที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในสมองโดยตรง!


    "ใคร! ใครอยู่ตรงนั้น!" อาเจียตะโกนลั่น คว้าพู่กันนิรันดร์มากระชับแน่น


    ...อ่านข้าสิ... มาอ่านข้า...


    ...เจ้าโง่... เจ้านั่นมันอ่านผิด...


    เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จากเสียงกระซิบกลายเป็นเสียงพึมพำ และจากเสียงพึมพำกลายเป็นเสียงตะโกนที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ตำรานับพันเล่มบนชั้นวางเริ่ม "สั่นสะเทือน"


    ปึก! ปึก! ปึก!


    ตำราบางเล่มร่วงลงมาจากชั้น บางเล่มเปิดปิดเองอย่างบ้าคลั่ง ตัวอักษรสีดำที่เขียนอยู่ในกระดาษเริ่มลอยหลุดออกมาและหมุนวนอยู่ในอากาศราวกับฝูงแมลงวัน!


    "อ๊ากกก! ปวดหัว!" อาเจียทิ้งตัวลงคุกเข่า เอามือกุมขมับแน่น ความเจ็บปวดแล่นพล่านเหมือนสมองจะระเบิด "นี่มันวิชาบ้าอะไรกัน! เสียงพวกนี้มันมาจากไหน!"


    [นี่คือ 'เจตจำนงตกค้าง' ของผู้จารึก!] มู่เฉินตะโกนแข่งกับเสียงรบกวน [ตำราพวกนี้ถูกเขียนโดยผู้ฝึกตนหลายรุ่น... ความผิดพลาด ความหมกมุ่น และความบ้าคลั่งของพวกเขาถูกฝังอยู่ในตัวอักษร เมื่อมารวมกันมากๆ ในที่ปิดทึบ มันจึงเกิดเป็น 'คลื่นจิตวิปลาส' ที่โจมตีจิตใจผู้ดูแล!]


    "มิน่าล่ะคนเก่าถึงบ้าตาย!" อาเจียกัดฟันกรอด เลือดกำเดาเริ่มไหลซึมออกมา "มู่เฉิน! ช่วยด้วย! ทำอะไรสักอย่างสิ!"


    [ข้าเป็นวิญญาณ ช่วยเจ้ากันเสียงไม่ได้!] มู่เฉินกล่าว [แต่เจ้ามี 'ราชาแห่งอักษร' อยู่ในมือ... ใช้มันสิ! กดข่มพวกมันซะ!]


    "ราชาแห่งอักษร?"


    อาเจียมองพู่กันในมือที่กำลังสั่นระริก... แต่มันไม่ได้สั่นเพราะความกลัว อาเจียสัมผัสได้ว่า พู่กันนิรันดร์กำลัง "โกรธ"


    โกรธที่ตัวอักษรปลายแถวพวกนี้กล้ามาทำเสียงดังต่อหน้ามัน!


    อาเจียกัดฟันลุกขึ้นยืน รวบรวมสติที่เหลืออยู่น้อยนิด ถ่ายเทลมปราณทั้งหมดลงไปในพู่กันนิรันดร์ แล้วตวาดก้อง


    "หุบปากกกกก!!!"


    เขาตวัดพู่กันไปในอากาศ เขียนอักขระคำว่า "เงียบ (静)" ตัวใหญ่ยักษ์ด้วยน้ำหมึกที่มองไม่เห็น


    ซูมมม!


    คลื่นพลังสีดำทมิฬแผ่ออกมาจากปลายพู่กัน กระจายไปทั่วทั้งหอตำรา แรงกดดันมหาศาลแห่งบรรพกาลกดทับลงไปที่ตำราทุกเล่ม

    ทันใดนั้น... ทุกอย่างก็หยุดนิ่ง


    ตัวอักษรที่ลอยวนเวียนอยู่ร่วงกราวลงพื้นแล้ววิ่งกลับเข้าเล่มหนังสืออย่างลนลาน ตำราที่สั่นไหวหยุดสนิท เสียงกระซิบกรีดร้องเงียบหายไปในพริบตา ราวกับนักเรียนที่กำลังคุยกันเสียงดังแล้วครูฝ่ายปกครองเดินถือไม้เรียวเข้ามา


    ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง


    อาเจียหอบหายใจแฮกๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เหงื่อท่วมตัว


    "มะ... มันเงียบแล้ว..."


    [หึ...] มู่เฉินหัวเราะในลำคอ [เห็นไหมล่ะ... ต่อหน้าพู่กันนิรันดร์ที่เป็นต้นกำเนิดแห่งอักขระทั้งปวง... เศษเสี้ยวเจตจำนงพวกนี้ก็เป็นได้แค่เด็กดื้อเท่านั้น]


    อาเจียมองพู่กันในมือสลับกับกองตำราที่สงบนิ่ง แล้วรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า


    "เดี๋ยวนะ..." อาเจียปาดเลือดกำเดา "ถ้าข้าคุมพวกมันได้... แปลว่าข้าไม่ต้องไล่อ่านทีละเล่มก็ได้งั้นสิ?"


    เขาลองชี้พู่กันไปที่กองตำราหมวดสมุนไพรที่ร่วงอยู่บนพื้น


    "เฮ้... พวกแกน่ะ ใครรู้เรื่อง 'สมุนไพรวิญญาณที่แพงที่สุด' บ้าง? ออกมาหาข้าหน่อยซิ!"


    สิ้นเสียงคำสั่ง ตำราเล่มหนึ่งก็ค่อยๆ ลอยออกมาจากกอง แล้วเปิดกางต่อหน้าอาเจียอย่างนอบน้อม ราวกับทาสรับใช้ที่กำลังถวายรายงานเจ้านาย


    อาเจียฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่


    "งานนี้... หวานหมู!"

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน