ตึง!
ท่านได้สร้างตราวิณญาณบริวารโลหิตพิทักษ์เสร็จสิ้น ท่านจะได้รับค่าประสบการณ์สองแสน กำลัง ว่องไว สติปัญญา เพิ่มขึ้น 20 ถาวร โชค และเสน่ห์ เพิ่มขึ้น 10 ถาวร และได้รับค่าสถานะพิเศษใหม่คือ เมื่อมีบริวารโลหิตพิทักษ์อยู่ในบริเวณรัศมีสิบกิโลเมตร จะเพิ่มอัตราการติดคริคอลเพิ่มขึ้น 5% ต่อคนและค่าความเสียหายคริคอล 30% ต่อคน
และทางด้านลาเวเรียเองก็ปรากฎกรอบสี่เหลี่ยมขึ้นเช่นเดียวกัน
ตึง!
ท่านได้กลายเป็นบริวารโลหิตพิทักษ์
ตึง!
เนื่องจากท่านผลเพิ่มสถานะของบริวารโลหิตพิทักษ์แสดงผล พลังชีวิต + 10,000 พลังเวทย์ + 25,000 พลังโจมตี + 2,000พลังโจมตีจิตวิณญาณ + 1,000พลังป้องกัน + 700พลังป้องกันทางวิณญาณ + 500กำลัง + 20ว่องไว + 20สติปัญญา +20โชค + 10เสน่ห์ + 10
ตึง!
แถบสถานะเลเวล : 1 ขั้น : กำเนิดจิตวิณญาณขั้นหนึ่งชื่อ : ลาเวเรีย คาร์เวียอายุ : 25 ปีอาชีพ : บริวารโลหิตพิทักษ์ของผู้สืบทอดลำดับเจ็ดเทพราชันจักรพรรดิแวมไพร์ รอน แวไซเผ่า : แวมไพร์ (ได้รับการเปลี่ยนเผ่าโดยตรงจากอาชีพ)ฉายา : -พลังชีวิต 12,360พลังเวทย์ 90,460กำลัง : 27ว่องไว : 23สติปัญญา : 320โชค : 44เสน่ห์ : 175ค่าสถานะพิเศษร่างอรุณรุ่งโรจน์ -เพิ่มค่าการฝึกฝนและค่าประสบการณ์ที่ได้รับ 200% -เพิ่มอัตราคริติคอล 15% -เพิ่มค่าความเสียคริติคอล 150% -มีโอกาส 85% ที่จะหลบการโจมตีทุกรูปแบบได้ 1 ครั้ง การใช้ครั้งต่อไป 12 ชั่วโมงการโจมตีด้วยธาตุไฟสามครั้งแรกเพิ่มขึ้น 300%
พลังโจมตี : 2,000พลังโจมตีจิตวิณญาณ : 3,000พลังป้องกัน : 1,200พลังป้องกันจิตวิณญาณ : 1,000อัตราคริติคอล : 20% -ค่าความเสียหายคริติคอล 200%ธาตุไฟ : 200ธาตุน้ำ : 0ธาตุลม : 0ธาตุดิน : 0ธาตุแสง : 100ธาตุมืด : 50
ทักษะบริวารแวมไพร์ เลเวล 1ก้าวพริบตา เลเวล 1เวทย์แห่งจักรพรรดิเพลิงทำลายล้าง เลเวล 1การเติบโตสองเท่า เลเวล -เพลิงชำระล้าง เลเวล 1วิชาดาบ เลเวล 1
"เอ๊ะ มันคืออะไร"ลาเวเรียก็ร้องออกมาด้วยความตกตะลึง นี่นะหรือคือของขวัญ? “แถบสถานะ”ปรากฎขึ้นมาต่อหน้าของลาเวเรียชั่วครู่และหายไปทันที แต่มันแค่หายไปจากลาเวเรียทเท่านั้น เพราะมันมาปรากฎอยู่ตรงหน้าเควินในทันที
ตึง!
ลาเวียเรีย คาร์เวียได้เข้าสู่กลุ่มของท่านแล้ว
………
แต่ระหว่างที่มันได้ปรากฎขึ้นมาต่อหน้าของลาเวเรียแล้ว สายตาของเธอจ้องมองไปเห็น อาชีพ และ เผ่า นั่นทำให้เธอแตกตื่นอย่างชัดเจนคงไม่ได้โกหกไปหรอกนะมันคือ
"แวมไพร์!!"
“ใช่แล้วพี่สาวของขวัญที่ข้ามอบให้แก่ท่านไปนั้นก็คือพลังของแวมไพร์”
“เจ้าจะบอกว่าข้าได้กลายเป็นสิ่งในตำนานนั่นแล้วอย่างนั้นเหรอ” สีหน้าที่ประหลาดใจของลาเวเรียก็ยิ่งเปลี่ยนกลายเป็นแตกตื่น
แวมไพร์ใครก็ตามที่ได้ยินคำนี้ก็คงบอกได้อย่างถนัดหูว่ามันคือตำนานเรื่องเล่าที่เอาไว้ใช้หลอกเด็กให้กลัวไม่กล้าที่จะออกไปเล่นเสี่ยงอันตรายข้างนอกบ้านมากเกินไป แวมไพร์ว่ากันว่าคือผีดูดเลือดที่แสนน่ากลัวคอยกัดกินสูบโลหิตของผู้คนเป็นแหล่งพลังงานให้สามารถคงอยู่ไปได้ มันเองสามารถมีชีวิตที่นิดนิรันดร์ไม่แก่ชราตามกาลเวลา ผู้คนล้วนกล่าวขานว่าแวมไพร์นั้นก็คือจักรพรรดิแห่งเวทมนตร์คาถา มันคือผู้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของบรรดาผู้ใช้เวทมนตร์ที่ขึ้นเป็นจักรพรรดิเพียงหนึ่งเดียวที่ยิ่งใหญ่ น่าเกรงขาม
“พี่สาวท่านไม่ต้องไปเชื่อตำนานน่าหัวเราะพวกนั้นเลย ข้าได้รับการสืบทอดพลังนี้ในตอนที่ข้าหมดสติไปในช่วงสามเดือน สายเลือดของข้าคือสายเลือดบริสุทธิ์ที่มีเพียงน้อยนิด ในตอนนี้เองข้าก็ไม่ได้เป็นมนุษย์อีกต่อไป"
“ข้าก็ได้รับการสืบทอดมาแล้วอย่างนั้นเหรอ ถ้างั้นในตอนนี้ข้าก็กลายเป็นแวมไพร์ไปแล้วนะสิ” ลาเวเรียต้องตกตะลึงกับพลังที่เควินให้มาถึงอย่างไรก็แล้วแต่เรื่องของแวมไพร์เธอยากที่จะเชื่อแต่ในเมื่อร่างกายของเธอตั้งแต่ที่วงเวทย์เริ่มปรากฎออกมาเธอก็รู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่หมุนวนอยู่ภายในร่างกายของเธอ ลาเวเรียก็ไม่อาจกล่าวว่าเควินโกหกเธอได้อีก
พลังแวมไพร์ที่ลาเวเรียสืบทอดนั้นเป็นพลังระดับคลาสจักรพรรดิที่สูงส่งของโลกเบื้องบนที่ไม่อาจดูแคลนได้ ลาเวเรียในตอนนี้เธอไม่อาจรู้ได้เลยว่าพลังในการต่อสู้ของเธอนั้นพุ่งทยานไปถึงขั้นหลอมรวมจิตวิณญาณขั้นสูงสุดไปเรียบร้อยแล้วถึงแม้ว่าระดับขั้นพลังวิณญาณของเธอจะอยู่เพียงแค่กำเนิดจิตวิณญาณขั้นที่หนึ่งก็ตาม เพราะแวมไพร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่กำเนิดมาสามารถดูหมิ่นดูแคลนสบประมาทเผ่าพันธุ์อื่นได้อย่างสง่าผ่าเผย พลังของมันคือพลังแห่งราชันที่ไม่อาจดูถูกได้
“ใช่แล้วท่านพี่ รายละเอียดข้าจะเล่าให้ท่านฟังอีกทีแต่ตอนนี้ท่านสามารถฝึกฝนพลังวิณญาณและพลังเวทมนตร์ได้แล้ว”
ถึงแม้ว่าการที่เธอได้ยินเควินกล่าวว่าเธอสามารถฝึกฝนพลังวิณญาณและพลังเวทมนตร์ได้แล้วนั่นไม่ได้ทำให้เธอดีใจกับมันอย่างถึงที่สุด แต่ว่ามันคือสิ่งที่เธอได้เลือกต่างหาก หากวันนั้นเธอไม่เลือกที่จะติดตามเขามาเธอก็คงเสียความบริสุทธิ์และกลายเป็นนางบำเรอกามของเจ้าเมืองไร้ประโยชน์นั่นแน่ สิ่งที่ปรากฎในตัวของเขานั้นมีมากมายศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดนั้นบ่งบอกถึงการก้าวเดินไปของเขาที่ไม่มีจุดสิ้นสุดอย่าว่าแต่ทำลายพวกปีศาจและมารอสูร เธอเชื่ออย่างสุดใจเขาต้องท้าทายได้แม้แต่สรวงสวรรค์บนฟากฟ้าบัญญัติกฎด้วยตนเองขึ้นมาได้แน่
"ความสามารถของเจ้าเหรอ ชั่งน่าแปลกประหลาดจริงๆ เฮ้อ จริงๆข้าไม่ควรมองว่าเจ้ามีสามัญสำนึกเหมือนคนทั่วไปด้วยสิ" ลาเวเรียเธอเกือบจะลืมไปแล้วว่าเควินจะไปใช่คนปกติธรรมดาได้อย่างไร เธอตัดสินใจถูกต้องแล้วสินะที่เลือกติดตามเขามา
"หืม ทำไมท่านคิดแบบนั้นกันละ"
"นี่ไม่เคยมีใครบอกเจ้ามาก่อนเลยรึ"ลาเวเรียยิ่งแปลกใจกับการเข้าใจของเควิน เจ้าเด็กนี่ที่ทำมาจนถึงตอนนี้เขาไม่เข้าใจจริงๆหรือว่าถ่อมตนต่อข้ากันแน่
เควินก็ส่ายหน้าไปมาพร้อมทำสีหน้าสงสัยงุนงงครุ่นคิดในใจ “ข้าเคยทำอะไรที่มันไร้สามัญสำนึกด้วยเหรอ? ก็ไม่น่าจะมีนะเพราะแต่ละครั้งที่ลงมือทำอะไรก็อยู่ในการคำนวณหมดแล้ว สงสัยพี่สาวคงคิดไปเองแล้วต้องเป็นแบบนั้นแน่”
ลาเวเรียมองเห็นเควินทำท่าทีงุนงงเธอเองก็อับจนคำพูดจริงๆ ใครบ้างละที่อายุแค่สิบขวบไล่ฟาดฟันกับมารอสูรตัวต่อตัวอีกทั้งยังเป็นถึงระดับสี่ แค่ไปยืนดูการปกป้องกำแพงเมืองก็เต็มกลืนแล้วส่วนที่ได้สังหารมารอสูรระดับหนึ่งได้ถือว่าได้ประสบการณ์ไป ยังไม่พออีกทั้งยังมีวิธีการคิดก็ไม่เหมือนเด็กทำวีรกรรมสร้างชื่อเสียงไว้มากมายจนพวกขุนนางที่ค้านอำนาจของตระกูลคาร์เวียถึงกับพูดไม่ออก
“เอาละนอกเรื่องพอสมควรแล้ว สิ่งที่ข้าให้ท่านพี่ไปคือสิ่งที่เรียกว่าบริวารโลหิตพิทักษ์ ว่ากันเข้าใจง่ายๆ พี่เป็นผู้ติดตาของข้าแล้ว” เควินก็อธิบายด้วยสีหน้าราบเรียบ
“หืม เจ้าทำอะไรไม่ถามข้าก่อนละ” ลาเวเรียขมวดคิ้ว เจ้าเด็กน้อยทำอะไรไม่บอกเธออีกแล้วตั้งแต่พบกันครั้งแรกแล้วนะ
“ถามไปแล้วและได้คำตอบที่ดีด้วย ทำไมรึท่านไม่พอใจอะไร”
“เฮ้อ ก็ได้ข้าเองก็พูดไปแล้วนิว่าจะติดตามเจ้าตลอดไป” ลาเวเรียเริ่มสัมผัสได้ถึงพลังวิณญาณภายในร่างของเธอ “นี่มันคือพลังวิณญาณอย่างนั้นรึ”
เควินแปลกใจไปพอสมควรแสดงว่าสิ่งที่ “แถบสถานะ” แสดงให้เห็นถึงข้อมูลก่อนหน้านี่ทั้งหมดมันคือสิ่งที่บ่งบอกพลังและทักษะทั้งหมดที่มีจริงๆ ไม่ใช่แค่นั้นสิ่งที่ “แถบสถานะ” แนะนำมาทั้งหมดมันเป็นประโยชน์จริงๆด้วย อีกทั้งสิ่งที่ไม่น่าเชื่อเผ่าของพี่สาวเปลี่ยนกลายเป็นแวมไพร์และพี่สาวที่ไม่สามารถใช้พลังวิณญาณและพลังเวทมนตร์ได้กลับเหมือนได้เกิดใหม่
“ฮ่า ฮ่า ตอนแรกข้าคิดว่ากำลังจะของมาทำโอสถให้ท่านพอดีแต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้วดูเหมือนท่านมีพรสวรรค์พอสมควรทีเดียว ในเมื่อท่านสามารถใช้พลังวิณญาณได้แล้วข้าก็จะเริ่มฝึกท่านตั้งแต่พรุ่งนี้ไปเลยก็แล้วกัน ร่างกายข้าเองก็ไม่เป็นอะไรแล้ว”
“เออ”ลาเวเรียถึงกับพูดไม่ออก เด็กน้อยนี่จะกลายเป็นอาจารย์คนแรกของเธอจริงๆนะรึเมื่อสักครู่ข้ายังวางท่าเป็นพี่สาวเจ้าอยู่เลยนะ
“ทำไมท่านไม่พอใจอย่างนั้นรึ”
“พอใจสิ และยังดีใจมากด้วย”
“พรุ่งนี้ข้าจะไปรับท่านเองรีบตื่นแต่เช้าละ”
...........
วันรุ่งขึ้น
"อืม นี่ข้าเผลอหลับไปเหรอ" เปลือกตาที่นิ่งสนิทมาหลายชั่วโมงก็พลันเปิดออก อาริเชียรีบลอบมองดูสถานการณ์โดยลอบด้วยความงังเงีย
"ใช่แล้วเหมือนน้องแมวขี้เซา" เควินที่นอนอยู่ด้านข้างที่ตื่นมาได้สักพัก เขาไม่อยากปลุกอาริเชียให้ตื่นแต่ในระหว่างที่กำลังจะลุกขึ้นนั้น ก็เห็นอาริเชียทำท่าทางงังเงีย
"เดี๋ยวนะ ข้ามานอนกับเจ้าได้ยังไงแล้วก็ยังอยู่ในท่านี้อีก" อาริเชียพลันตกตลึงในตอนนี้เธอกำลังสวมกอดเควินอย่างแนบแน่นราวกับไม่กลัวว่าเขาจะหายไปไหน จากนั้นใบหน้าของเธอก็เริ่มแดงระเรื่อขึ้นมา
"ฮ่า ฮ่า เธอจะอายไปทำไมในไม่ช้าพวกเราสองคนก็จะได้ร่วมเตียงกันแล้วเทียบกับที่เจ้ามากอดข้าอย่างแนบแน่นแล้วเผลอหลับไปข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ" เควินยิ้มออกมาอย่างมีเลิศนัย
ภาพลักษณ์ที่เธอเองก็เป็นถึงองค์หญิงลำดับที่สองแห่งจักรวรรดิรุ่งอรุณ อ่อนโยน ท่าทีสูงศักดิ์ สง่าและงดงามแต่ตอนนี้ไม่คิดเลยว่าเธอจะมาเป็นฝ่ายนอนกอดผู้ชายเองแบบนี้ อืมจะว่ายังงั้นก็ไม่ถูกผู้ชายที่เธอรักและยังเป็นว่าที่สามีของเธออีกแต่ตอนนี้เธอและเขายังไม่ได้แม้แต่พิธีหมั้นกันเลยแท้ๆแต่เธอกลับเป็นฝ่ายที่นอนกอดเขาหลับไปเอง!
เมื่อเห็นอาริเชียลุกออกไปจากเตียงแล้วก็เปลี่ยนไปนั่งเก้าอี้ที่ข้างเตียงแทนก็ทำเอาเควินอดกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ได้
"เจ้ายังจะหัวเราะข้าอีกเหรอเสียแรงที่ข้าอุส่าเป็นห่วงเป็นใย หึ"
"นี่ข้าผิดอย่างนั้นรึ ฮ่า ฮ่า ก็ได้ข้าขอโทษถึงจะไม่รู้ว่าทำผิดอะไรก็เถอะ"
"ก็เจ้า ผิดที่ ผิดที่"อาริเชียถลึงตาใส่เควินพร้อมด้วยท่าทีเขินอาย มันก็ทำให้เขาอดยิ้มเอาไว้ไม่ได้เมื่อได้เห็นท่าทีของเธอความอึดอัดวิตกความไม่สบายใจเองก็ขับสลายหายไปจนหมด
"เอาละวันนี้เองข้าก็ต้องไปทำหน้าที่อาจารย์แล้ว"
"เจ้ารับลูกศิษย์แล้วเหรอตอนไหนทำไมข้าไม่รู้มาก่อน" อาริเชียทำท่าทีสงสัย
"อาริเชียไม่มีใครบอกกล่าวต่อเจ้าเลยหรือว่าเธอไม่ได้ฟังรายงาน" เควินที่รู้จักอาริเชียเป็นอย่างดีแบบเขามีรึที่จะไม่รู้ ตลอดเวลาก็คงเป็นห่วงกังวลเรื่องเกี่ยวกับเขามาตลอดสามเดือนอยู่ดี
"อืม คงมีคนมารายงานแต่ดูเหมือนไม่ได้สนใจเท่าไหร่ ในตอนนั้นเอง…" ขณะที่อาริเชียกำลังกล่าวถึงเหตุผลเควินก็กล่าวตัดคั่นกลางทันที
"ข้าเข้าใจเจ้าอาริเชีย ลูกศิษย์ของข้าคือ ลาเวเรีย"
"ท่านพี่นะหรือ?"
"ใช่แล้วละ" เควินพยักหน้า จากนั้นก็มองดูนาฬกาที่ผนังห้อง เวลา 05:00 "เอาละนี่ก็ใกล้ได้เวลาแล้ว เรื่องรายละเอียดเดี๋ยวข้าจะบอกอีกทีเพราะมันค่อนข้างซับซ้อน"
...................